• Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
หน้าแรก อ่านข่าวย้อนหลัง
ข่าว ประชาสัมพันธ์


เวทีพิพากษ์รายงานอีไอเอ-อีเอชไอเออีสาน เสนอแก้ไขทั้งระบบ

อีเมล พิมพ์ PDF

อีไอเอ อีเอชไอเอคณะกรรมการประสานงานองค์กรเอกชนพัฒนาชนบท ภาคอีสาน (กป.อพช.อีสาน) ร่วมกับคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ และวิทยาลัยการเมืองการปกครองมหาวิทยาลัยมหาสารคาม จัดประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อวางแผนการติดตามกระบวนการจัดทำและพิจารณารายงานการศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม หรือ อีไอเอ และรายงานการศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม และสุขภาพ หรือ อีเอชไอเอ ภาคอีสาน

งานนี้มีผู้เข้าร่วมกว่า 40 คน จากเครือข่ายนักวิชาการ องค์กรพัฒนาเอกชน และชาวบ้านผู้ได้รับผลกระทบจากการดำเนินโครงการของรัฐ และเอกชน ในภาคอีสาน เข้าร่วม อาทิ นักวิชาการคณะวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี เครือข่ายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมภาคอีสาน สภาองค์กรชุมชนลุ่มน้ำโขง ชาวบ้านผู้ได้รับผลกระทบจากการทำเหมืองแร่, โรงไฟฟ้าชีวมวล และโรงงานยางพารา ฯลฯ

 

แผ่นน้ำแข็งกรีนแลนด์ละลายเพิ่มสูงขึ้นถึง 4 เท่า

อีเมล พิมพ์ PDF

กรีนแลนด์ในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา ปริมาณน้ำแข็งที่ละลายจากแผ่นน้ำแข็งกรีนแลนด์เพิ่มสูงขึ้นถึง 4 เท่า โดยคิดเป็น 1 ใน 4 ของระดับน้ำทะเลที่เพิ่มสูงขึ้น อย่างไรก็ดี ยังแทบไม่มีใครทราบถึงเหตุผลที่แท้จริงของการละลาย หรือกระบวนการทางกายภาพที่เกิดขึ้น ซึ่งมีการคาดคะเนว่า อุณหภูมิของน้ำในมหาสมุทรที่สูงขึ้น เป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เกิดการละลายอย่างรวดเร็ว

Fiamma Straneo นักสมุทรศาสตร์กายภาพ จากสถาบันสมุทรศาสตร์ Woods Hole และ Patrick Heimbach จากสถาบัน MIT ได้ทำการทบทวนงานวิจัยในอดีตที่เกี่ยวข้องกับการละลายของน้ำแข็งที่กรีนแลนด์ตลอด 20 ปี ก่อนจะได้ข้อสรุปว่านักวิทยาศาสตร์ยังต้องทำงานเพิ่มเติม เพื่อให้เราสามารถรู้สาเหตุที่แน่ชัดของการละลาย

 

ชัยชนะของบริษัท Monsanto ต่อเกษตรกรอเมริกัน

อีเมล พิมพ์ PDF

Monsantoศาลสูงสหรัฐฯชี้ บริษัทนวัตกรรมชีวภาพยักษ์ใหญ่ Monsanto มีสิทธิในสิทธิบัตรเมล็ดพันธ์ตัดแต่งพันธุกรรม โดยสามารถฟ้องร้องเกษตรกรที่ในแปลงเกษตรมีการปนเปื้อนของเมล็ดพันธุ์ Monsanto แม้ว่าจะไม่ได้จงใจปลุกก็ตาม

ศาลสูงสหรัฐฯ ยืนตามคำตัดสินของศาลอุทธรณ์ ยกฟ้องคดีเมื่อปี พ.ศ. 2554 ที่สมาคมการค้าและเพาะเมล็ดพันธุ์อินทรีย์ (Organic Seed Growers and Trade Association) และเกษตรกรกว่า 80 คน ร่วมกันเป็นโจทก์ฟ้องร้องต่อบริษัทอุตสาหกรรมเกษตรขนาดยักษ์ Monsanto โดยคัดค้านการอ้างสิทธิบัตรของบริษัทเหนือเมล็ดพันธุ์ที่ถูกตัดต่อพันธุกรรม โดยจุดมุ่งหมายของการฟ้องร้องรวมไปถึงการห้ามไม่ให้บริษัท Monsanto ฟ้องร้องใครก็ตามที่มีพันธุ์พืชตามสิทธิบัตรปนเปื้อนในแปลงของตน

 

สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดใหญ่จะสูญพันธุ์ และหนูจะครองโลก

อีเมล พิมพ์ PDF

Puma หรือ Cougarดร.แจน ซาลาซีวิคกว์ อาจารย์คณะธรณีวิทยา มหาวิทยาลัยเลสเตอร์ของอังกฤษ พยากรณ์ไว้ว่า วันหนึ่งหนูขนาดยักษ์จะครองโลก ด้วยเหตุว่าสัตว์ใหญ่เลี้ยงลูกด้วยนมที่เป็นนักล่าพากันสูญพันธุ์ไปหมด ส่วนพวกหนูจะพากันตัวใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ และจะมาเข้าแทนที่ว่างภายในระบบนิเวศของโลกแทน แล้วผู้คนก็จะค่อยๆ รู้สึกคุ้นกับหนูที่อยู่แวดล้อมตัวพวกเรากันไปเอง และพวกมันจะยิ่งมีอิทธิพลต่อโลกมากขึ้นในอนาคต

ในขณะที่สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่มีตัวใหญ่กว่าเริ่มร่อยหรอลงถ้าหากมีเวลาพวกหนูมันอาจตัวโตอย่างน้อยก็น้องๆ ของหนูคาปีบารา ซึ่งเป็นหนูที่ตัวใหญ่ที่สุดในปัจจุบัน ตัวของมันอาจหนักถึง 80 กก. และถ้าหากระบบนิเวศยังมีช่องโหว่เหลืออยู่อีก มันก็อาจจะยิ่งใหญ่ขึ้นต่อไปอีก

 

ร้านชุมชนวิถีชีวิตเป็นมิตรกับผืนป่าตะวันตก

อีเมล พิมพ์ PDF
ร้านชุมชนวิถีชีวิตเป็นมิตรกับผืนป่าตะวันตก ตั้งอยู่ห้องสามเหลี่ยมหน้าพิพิธภัณฑ์ธนาคารไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) จำหน่าย สินค้าจากชุมชนในโครงการชุมชนวิถีชีวิตเป็นมิตรกับผืนป่าตะวันตก เช่น ผ้าทอ สมุนไพร และสินค้าที่ระลึกของมูลนิธิสืบนาคะเสถียร เพื่อสนับสนุนการทำงานของมูลนิธิสืบนาคะเสถียรในการรักษาป่าไม้และสัตว์ป่า
ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2553 เป็นต้นมา มูลนิธิสืบนาคะเสถียร ซึ่งทำงานด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติป่าไม้และสัตว์ป่า ได้รับการสนับสนุนจากธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ดำเนินโครงการ “ชุมชนวิถีชีวิตเป็นมิตรกับผืนป่า” โดยเข้าไปทำงานร่วมกับชุมชนในผืนป่าตะวันตก รวม 129 ชุมชน เพื่อผลักดันให้เกิดการมีส่วนร่วมดูแลรักษาผืนป่าโดยรอบชุมชนร่วมกับเจ้าหน้าที่ป่าไม้ จนสามารถอยู่ร่วมกับผืนป่าและสัตว์ป่ารอบๆ บ้านได้อย่างปกติสุข
ส่วนหนึ่งของโครงการได้มีการสนับสนุนการปรับอาชีพที่ไม่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ป่าต้นน้ำ และสร้างรายได้ชุมชนสามารถอยู่ได้อย่างยั่งยืน อาทิ กลุ่มทอผ้าพื้นเมืองต้นทะเล อำเภออุ้มผาง จังหวัดตาก กลุ่มสมุนไพรอินทรีย์ในผืนป่าตะวันตก กลุ่มเกษตรกรรมธรรมชาติที่ผลิตผักปลอดสารพิษ ฯลฯ ปัจจุบัน สินค้าเหล่านี้ได้เริ่มสร้างรายได้กลับคืนสู่ผู้เข้าร่วมโครงการในชุมชน

ร้านชุมชนวิถีชีวิตเป็นมิตรกับผืนป่า

ร้านชุมชนวิถีชีวิตเป็นมิตรกับผืนป่าตะวันตก ตั้งอยู่ห้องสามเหลี่ยมหน้าพิพิธภัณฑ์ธนาคารไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) จำหน่าย สินค้าจากชุมชนในโครงการชุมชนวิถีชีวิตเป็นมิตรกับผืนป่าตะวันตก เช่น ผ้าทอ สมุนไพร และสินค้าที่ระลึกของมูลนิธิสืบนาคะเสถียร เพื่อสนับสนุนการทำงานของมูลนิธิสืบนาคะเสถียรในการรักษาป่าไม้และสัตว์ป่า
 

เมื่อแนวปะการังใหญ่ อยู่ในภาวะอันตราย

อีเมล พิมพ์ PDF

ปะการังผู้เขียนเชื่อว่า น้อยคนที่จะไม่รู้จักแนวปะการังที่ใหญ่ที่สุดในโลกนาม Great Barrier Reef ประเทศออสเตรเลีย หนึ่งในมรดกโลกทางธรรมชาติที่นับว่าเป็นหัวใจสำคัญของเศรษฐกิจในประเทศ

แต่อีกไม่นาน พื้นที่ดังกล่าวอาจถูกลดระดับอยู่ในรายชื่อพื้นที่มรดกโลกที่อยู่ในภาวะเสี่ยง เนื่องจากมีการอนุญาตให้ทิ้งตะกอนราว 3 ล้านลูกบาศก์เมตรจากการขุดขยายพื้นที่ท่าเทียบเรือขนส่งถ่านหินในบริเวณเกรตแบริเออร์รีฟ ผ่านการตัดสินใจของรัฐควีนส์แลนด์

“เรากำลังเดินถอยหลังในการดูแลแนวปะการังนี้ นี่เป็นความจริงที่น่าเศร้า” Richard Leck ผู้อำนวยการโครงการ Australia Reef โดยกองทุนสัตว์ป่าโลก (WWF) แสดงความเห็น

 

หมีขั้วโลกปรับตัว หากินบนแผ่นดินมากขึ้น

อีเมล พิมพ์ PDF

หมีขั้วโลกทีมวิจัยสหรัฐฯเผยผลการศึกษาพฤติกรรมหมีขั้วโลกบริเวณอ่าวฮัดสัน (Hudson Bay) ทางตอนเหนือของแคนาดา พบนักล่าแห่งขั้วโลกมีการล่าเหยื่อบนบกมากขึ้น ทั้งห่านและกวางแคริบู สอดคล้องกับผลการศึกษาเศษซากในมูลสัตว์ใหญ่ดังกล่าวที่ชี้ว่ามีพฤติกรรมการกินที่เปลี่ยนไปจากในอดีตที่ยังไม่ถูกคุกคามจากภาวะโลกร้อนมากเท่ากับในปัจจุบัน

"เราพบว่าพวกหมีขั้่วโลกกินทุกอย่างที่พวกมันหาได้บนแผ่นดิน ทั้งห่านหิมะ, ไข่ และแม้กระทั่งกวางแคริบู" ข้อมูลจากลินดา กอร์เมซาโน (Linda Gormezano) นักชีววิทยาด้านสัตว์มีกระดูกสันหลัง จากพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาอเมริกัน ในนิวยอร์ก (American Museum of Natural History in New York) ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ร่วมวิจัย

 

ทำไมเราถึงไม่ควรสร้างเขื่อนในแม่น้ำโขง

อีเมล พิมพ์ PDF

แม่น้ำโขงยังไม่มีข้อสรุปแน่ชัดว่าทำไมปลาขนาดใหญ่หลายชนิดปรากฎตัวอยู่ในลำน้ำโขง แม่น้ำขนาดใหญ่ที่มีความยาวราว 4,350 กิโลเมตร ที่ไหลจากตอนใต้ของประเทศจีนไปยังเมืองโฮจิมินฮ์ ประเทศเวียดนาม ซึ่งขนาดของมันนี่เองที่อาจเป็นคำตอบถึงความหลากหลายทางชีวภาพในลำน้ำโขง

อีกส่วนหนึ่งของคำตอบคือความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศลำน้ำโขง ซึ่งรวมไปถึงพื้นที่ราบและพื้นที่ป่าน้ำท่วมถึง ซึ่งเป็นแหล่งอาหารให้กับปลาหลายชนิดในช่วงฤดูน้ำหลาก และข้อความจริงที่ว่า ลำน้ำโขงเป็นแม่น้ำที่มีความหลากหลายสูงที่สุดเป็นอันดับสองหรือสามของโลก เมื่อเปรียบเทียบกับแหล่งน้ำจืด จึงไม่น่าแปลกใจที่จะมีสปีชีส์ปลาขนาดใหญ่อาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก

 

กฎใหม่ของพม่า เพื่อรักษาทรัพยากรธรรมชาติ

อีเมล พิมพ์ PDF

ประเทศพม่าราว 6 เดือนก่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงป่าไม้และการอนุรักษ์ธรรมชาติ ได้ประกาศให้การส่งออกไม้ไม่แปรรูปจากประเทศพม่าเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย โดยกฎหมายดังกล่าวจะเริ่มประกาศใช้ในวันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2557 ซึ่งทางสมาคมผู้ค้าไม้พม่า ได้ให้ความร่วมมือโดยแจ้งให้ผู้ค้าไม้ต่างชาติให้ความร่วมมือกับรัฐบาลเพื่อลดปัญหาการทำไม้ผิดกฎหมาย และรักษาไม้มีค่าอย่างไม้สัก

อย่างไรก็ดี กฎหมายดังกล่าวไม่ได้ควบคุมถึงการผลิตไม้แปรรูป เช่นเฟอร์นิเจอร์เพื่อส่งออก ซึ่งไม่นานมานี้ มีบริษัทจากประเทศอินเดียและสิงคโปร์ ได้รับใบอนุญาตทำไม้แปรรูปในประเทศพม่า โดยชื่อของบริษัทยังไม่ได้รับการเปิดเผย

 

ค้นพบโลมาแม่น้ำสายพันธุ์ใหม่ในรอบศตวรรษ

อีเมล พิมพ์ PDF

โลมา‘โลมาแม่น้ำ’ ถือเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่นับว่าหายาก และเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์มากที่สุด โดยเฉพาะเมื่อเปรียบเทียบกับพี่น้องสายพันธุ์โลมา โลมาแม่น้ำ 3 ใน 4 ชนิด ถูกขึ้นบัญชีโดย IUCN ว่าเป็นชนิดพันธุ์ที่ ‘ถูกคุกคาม’ การค้นพบโลมาแม่น้ำสายพันธุ์ใหม่ในรอบศตวรรษ จึงเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นของทั้งนักวิชาการและนักอนุรักษ์

กลุ่มนักวิทยาศาสตร์ นำโดย Tomas Hrbek ได้ประกาศขอขึ้นทะเบียนโลมาน้ำจืดสายพันธุ์ใหม่ที่เขาค้นพบใน ลุ่มแม่น้ำ Araguaia ประเทศบราซิล ซึ่งโลมาสายพันธุ์ดังกล่าวมีถิ่นอยู่อาศัยแยกออกจากโลมาอีกสองสายพันธุ์ในลุ่มน้ำแอมะซอน ผ่านลำคลองขนาดเล็กหลายสาย ซึ่งทีมนักวิจัยได้ตั้งชื่อโลมาดังกล่าวว่า Araguaian boto หรือโลมาแม่น้ำ Araguaian โดยมีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Inia araguaiaensis.

 

‘อัมพวาชัยพัฒนานุรักษ์’ ทางร่วมเพื่อรักษ์ราก

อีเมล พิมพ์ PDF

สวนเกษตรผสมผสานในโลกแห่งการสื่อสารความเร็วสูง โลกที่ข้อมูลส่งถึงกันได้อย่างฉับไว ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยว อาหาร หรือวัฒนธรรมละลานตา ถูกเชื่อมโยงผ่านปลายนิ้วสัมผัส น้อยคนที่จะไม่เคยได้ยินสถานที่ชื่อดังอย่าง ‘ตลาดน้ำอัมพวา’ ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นตลาดร้างที่ถูกพลิกฟื้นขึ้นมาใหม่ โดยเทศบาลตำบลอัมพวา

แน่นอนว่าตลาดน้ำแห่งนี้ย่อมมีหน้าตาแปลกต่างจากในอดีต แต่ก็ยังคงไว้ซึ่งเอกลักษณ์ ไม่ว่าจะเป็นเรือพาย สถาปัตยกรรมบ้านริมน้ำ ผลผลิตจากสวน รวมไปถึงชาวอัมพวาที่ยังคงปักหลักอยู่ที่บ้านเกิด

ผ่านไปร่วม 10 ปีของวิถีใหม่ในตลาดน้ำอัมพวา ขณะที่หน้าตารูปลักษณ์เริ่มจะผิดแผกแปลกไป หลายคนเลิกพายเรือมาขายเสื้อยืดบนฝั่ง สถาปัตยกรรมบางแห่งอาจถูกรื้อทิ้งเพื่อสร้างตึกสูง ชาวสวนเริ่มขายที่ทำกินเพื่อเปลี่ยนเป็นเงินก้อนโต ชาวอัมพวาดั้งเดิมเริ่มหายหน้า ทดแทนด้วยคนเมืองที่หลั่งไหลมาแสวงหาโอกาสทางธุรกิจ

 

ทำไมต้นไม้ใหญ่ถึงสำคัญ

อีเมล พิมพ์ PDF

ต้นไม้, ป่าไม้เราทราบดีว่าพื้นที่ป่าขนาดใหญ่นั้นมีไว้เพื่อรวบรวมความหลากหลายทางชีวภาพ เราทราบดีว่าพวกเขาได้สร้างระบบนิเวศที่สมดุลให้กับเรา เช่นการจัดการให้น้ำไหลตามธรรมชาติ รวมไปถึงการควบคุมลักษณะภูมิอากาศให้ปกติ แต่บทบาทหน้าที่หนึ่งของป่าไม้ที่ถูกพูดถึงอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน คือการทำหน้าที่กักเก็บก๊าซเรือนกระจกอย่างก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์

และการศึกษาวิเคราะห์ล่าสุดที่ตีพิมพ์ในวารสารทางวิทยาศาสตร์ Nature ได้เปิดเผยว่าต้นไม้ใหญ่คือผู้ทำหน้าที่หลักในการดูดซับก๊าซเรือนกระจก

 

พ.ศ. 2556 ปีที่แย่ที่สุดของแรดในแอฟริกาใต้

อีเมล พิมพ์ PDF

แรดขาวจากตัวเลขของภาครัฐ ปีพ..2556 ที่ผ่านมา นับเป็นปีที่แรดขาวในแอฟริกาใต้ถูกล่าอย่างผิดกฎหมายสูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ ซึ่งแรดที่ถูกล่ามีจำนวนทั้งสิ้น 1,004 ตัว คิดเป็นอัตราการเพิ่มขึ้นราวร้อยละ 50 ของปีก่อนหน้า

นักเคลื่อนไหวต่อต้านการล่าแรดแสดงความเห็นว่า ตัวเลขการล่าที่เพิ่มสูงขึ้นนั้น มีผลมาจากความต้องการนอแรดในตลาดประเทศจีนและเวียดนามที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งการล่าในจำนวนขนาดนี้ อาจส่งผลต่อการอยู่รอดของสปีชีส์ในระยะยาว

‘แรดขาว’ นับเป็นตัวอย่างของเรื่องราวความสำเร็จในการอนุรักษ์สัตว์ป่าที่โดดเด่นที่สุดก็ว่าได้ เนื่องจากในปลายศตวรรษที่ 19 จำนวนแรดขาวในแอฟริกาใต้มีเหลือเพียง 100 ตัว แต่ปัจจุบันมีจำนวนประชากรกว่า 20,000 ชีวิต

 

แถลงผลความคืบหน้า สาเหตุการตายกระทิง กุยบุรี

อีเมล พิมพ์ PDF
เมื่อวันศุกร์ที่ 17 มกราคม 2557 ที่ ห้องประชุม 1 สถาบันสุขภาพสัตว์แห่งชาติ กรมปศุสัตว์ ได้มีการแถลงข่าวความคืบหน้าการตรวจสอบสาเหตุการตายของกระทิง โดยมีตัวแทนจากหลายส่วนงานที่เข้าร่วมตรวจสอบร่วมวงแถลงข่าว โดยในเบื้องต้นยังไม่สามารถฟันธงสาเหตุที่กระทิงตายได้ แต่ก็ยังอยู่ในช่วงระหว่างตรวจสอบหาข้อเท็จจริงเพื่อประเมินสถานการณ์อีกครั้ง
นิพนธ์ โชติบาล รองอธิบดีรักษาราชการแทนอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช แถลงความคืบหน้าสาเหตุการตายของกระทิง กล่าวว่า นับตั้งแต่วันที่ 2 ธันวาคมที่พบซากกระทิงตัวแรก จนพบมาถึงปัจจุบันพบแล้วทั้งหมดจำนวน 22 ซาก ทางกรมอุทยานฯ ได้ทำการปิดอุทยานแห่งชาติกุยบุรีเพื่อควบคุมจำกัดพื้นที่ไม่ให้บุคคลเข้าออก พร้อมทั้งตั้งคณะกรรมการสอบสวนหาสาเหตุข้อเท็จจริงการตาย ซึ่งจากการตรวจสอบได้ผลออกมาว่า ประเด็นที่เกิดจากการล่านั้นไม่น่าจะใช่การล่า เนื่องจากไม่พบซากกระสุนปืน อีกทั้งไม่พบว่ามีการนำชิ้นส่วนของกระทิงออกจากพื้นที่
ในส่วน ดร.อนุพันธ์ อิฐรัตน์ สำนักจัดการกากของเสียและอันตราย กรมควบคุมมลพิษ ได้กล่าวถึงความคืบหน้าผลการตรวจสอบสารพิษในสิ่งแวดล้อม ได้สรุปข้อมูลว่า จากการตรวจตะกอนดินท้องน้ำ ทั้งหมด 15 จุด กระจายครบคลุมพื้นที่พบกระทิงตายและบริเวณที่คาดว่ากระทิงจะผ่านพื้นที่ พบปริมาณโลหะหนัก ไม่เกินเกณฑ์มาตรฐาน ด้านสารป้องกันศัตรูพืชต้องรอผลการตรวจ ส่วนการตรวจตัวอย่างดิน 6 จุด พบว่า มีเพียงจุดเดียวที่เกินเกณฑ์มาตรฐานคือสารหนู บริเวณริมตลิ่งห้วยขุดใหม่ใกล้จุดที่พบซากกระทิงตัวที่ 1 พบสารหนูประมาณ 29 มิลลิกรัม/กิโลกรัม สูงกว่ามาตรฐานนิดหน่อย (มาตรฐานฯ กำหนดไว้ไม่เกิน 27 มิลลิกรัม/กิโลกรัม) เนื่องจากเป็นบริเวณที่ขุดใหม่ที่เกิดขึ้นจากสาเหตุการพลิกหน้าดิน แต่ไม่มีผลกระทบมากนัก ในส่วนของน้ำ ตรวจทั้งหมด 10 จุด จากจุดที่คาดว่ากระทิงจะลงไปกินน้ำ ตรวจไม่พบสารป้องกันศัตรูพืชและสัตว์ ส่วนโลหะหนักจากการตรวจ 10 จุดจะได้ตามมาตรฐานเป็นส่วนใหญ่ จะมีแค่บริเวณแอ่งน้ำขุดใหม่แปลงหญ้า K12 พบสารหนู 49 ไมโครกรัม/ลิตร หรือ 0.049 มิลลิกรัม/ลิตร เกินเกณฑ์มาตรฐานฯ ประมาณ 5 เท่า (มาตรฐานฯ กำหนดไว้ไม่เกิน 10 ไมโครกรัม/ลิตร หรือ 0.01 มิลลิกรัม/ลิตร)
ขณะที่ รศ.นสพ.ปานเทพ รัตนากร คณบดีคณะสัตวแพทย์ มหาวิทยาลัยมหิดล ได้แถลงความคืบหน้าผลการตรวจสอบซากกระทิงจากห้องปฏิบัติการด้านโรค กล่าวว่าตัวอย่างเนื้อที่ได้มาตรวจสอบเป็นตัวอย่างเนื้อที่มาจากซากที่เก่ามาก ทำให้ต้องใช้ระยะเวลาในการตรวจค่อนข้างนาน ซึ่งต่อข้อสงสัยในด้านอย่างๆ อย่างเรื่องของการวางยากระทิงนั้นยังไม่สามารถสรุปได้ในเวลานี้ ยังคงต้องรอผลพิสูจน์จากห้องแล็บเพื่อหาสาเหตุข้อเท็จจริง
ธีรภัทร ประยูรสิทธิ รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่า และพันธุ์พืช กล่าวว่า ผลตรวจมรากล่าวไปในวันนี้ยังไม่ถือเป็นข้อสรุป เนื่องจากเป็นผลการตรวจเพียงแค่ 70% ซึ่งทางกรมอุทยานฯ ได้ทำการเฝ้าระวังพื้นที่และกำจัดซาก พร้อมทั้งให้ปิดอุทยานแห่งชาติกุยบุรีไปจนถึงเดือนมีนาคม และจะมีการประเมินสถานการณ์อีกครั้ง
สำหรับประเด็นเรื่องไนเตรทที่ตรวจพบนั้น ได้มีการชี้แจงข้อมูลว่า จากตัวอย่างของกระทิง 17 ตัว พบไนเตรททุกตัวมากน้อยแตกต่างกัน แต่ใน 2 ตัวพบในปริมาณมากกว่า 2,000 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม ซึ่งปริมาณดังกล่าวมีโอกาสสูงที่จะทำให้กระทิงตาย ซึ่งไนเตรทก็มาจากหญ้า ข้าวฟ่าง ไมยราบไร้หนาม และดินโป่ง โดยกินติดต่อกัน
ทั้งนี้ พบว่าไมยราบไร้หนาม สัตว์นิยมกินมากที่สุดรองจากหญ้า และจากสภาพที่เปลี่ยนแปลงและภาวะแล้ง ฝนมาก หรือแม้กระทั่งการให้ปุ๋ย จะทำให้พืชสะสมไนเตรทไว้มาก
อย่างไรก็ตาม ตัวอย่างซากกระทิงเป็นซากเก่า และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นครั้งแรก จึงไม่สามารถรู้ได้ว่าหากกระทิงตายเพราะกินไนเตรทเข้าไปมากจริง ปริมาณไนเตรทในกระเพาะอาหารตอนที่ตายใหม่ กับเมื่อระยะเวลาที่ผ่านไปจึงทำให้ไนเตรทมีค่าลดลงหรือไม่ แต่จากการตรวจสอบในวันที่ 10 ธ.ค. ตรวจพบค่าไนเตรท 2,000 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม แต่เมื่อวันที่ 16 ธ.ค. เหลือค่าไนเตรทแค่ 100 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม จึงสรุปเบื้องต้นว่า ไนเตรทที่เจอตอนแรกไม่ใช่ปริมาณที่เจอจริงๆ”
หมายเหตุ ในวันที่ 18 มกราคม เจ้าหน้าที่ชุดลาดตระเวนของอุทยานแห่งชาติกุยบุรี พบซากกกระทิงเพิ่มอีก 1 ตัว เป็นตัวที่ 23 บริเวณทุ่งหญ้าห่างจากหน่วยป่ายางประมาณ 1 กิโลเมตรทางขวามือ ในโครงการตามพระราชดำริ จากการสำรวจพบว่าเป็นซากกระทิงขนาดใหญ่ มีเศษกระดูกกระจัดกระจาย อวัยวะสำคัญอยู่ครบ คาดว่าตายมาแล้วกว่า 1 – 2  เดือน โดยตายพร้อมกับกระทิงฝูงใหญ่ที่พบก่อนหน้านี้จำนวน  22 ตัว
กระทิง กุยบุรีเมื่อวันศุกร์ที่ 17 มกราคม 2557 ที่ ห้องประชุม 1 สถาบันสุขภาพสัตว์แห่งชาติ กรมปศุสัตว์ ได้มีการแถลงข่าวความคืบหน้าการตรวจสอบสาเหตุการตายของกระทิง โดยมีตัวแทนจากหลายส่วนงานที่เข้าร่วมตรวจสอบร่วมวงแถลงข่าว โดยในเบื้องต้นยังไม่สามารถฟันธงสาเหตุที่กระทิงตายได้ แต่ก็ยังอยู่ในช่วงระหว่างตรวจสอบหาข้อเท็จจริงเพื่อประเมินสถานการณ์อีกครั้ง

นิพนธ์ โชติบาล รองอธิบดีรักษาราชการแทนอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช แถลงความคืบหน้าสาเหตุการตายของกระทิง กล่าวว่า นับตั้งแต่วันที่ 2 ธันวาคมที่พบซากกระทิงตัวแรก จนพบมาถึงปัจจุบันพบแล้วทั้งหมดจำนวน 22 ซาก ทางกรมอุทยานฯ ได้ทำการปิดอุทยานแห่งชาติกุยบุรีเพื่อควบคุมจำกัดพื้นที่ไม่ให้บุคคลเข้าออก พร้อมทั้งตั้งคณะกรรมการสอบสวนหาสาเหตุข้อเท็จจริงการตาย ซึ่งจากการตรวจสอบได้ผลออกมาว่า ประเด็นที่เกิดจากการล่านั้นไม่น่าจะใช่การล่า เนื่องจากไม่พบซากกระสุนปืน อีกทั้งไม่พบว่ามีการนำชิ้นส่วนของกระทิงออกจากพื้นที่
 

ญี่ปุ่น กับอุตสาหกรรมล่าโลมา

อีเมล พิมพ์ PDF

ล่าโลมาทุกๆปี ช่วงตั้งแต่ต้นเดือนตุลาคม ชาวประมงในหมู่บ้านเล็กๆของญี่ปุ่นอย่าง Taiji จะเริ่มทำการล่าโลมา กระทั่งหยุดการล่าในเดือนกุมภาพันธ์เพื่อเปลี่ยนจากการล่าโลมาเป็นการล่าวาฬขนาดเล็ก เรื่องราวการล่าอย่างโหดเหี้ยมนี้ถูกถ่ายทอดสู่สายตาชาวโลกผ่านสารคดี ‘The Cove’ ซึ่งได้รับรางวัลภาพยนต์สารคดียอดเยี่ยมระดับโลกอย่าง Academy Awards ในปี 2010

หลังจากความจริงถูกฉายสู่สายตาคนทั่วโลก กระแสต่อต้านจึงเริ่มต้นขึ้น

 

ความเห็นตุลาการ ‘โครงการน้ำ 3.5 แสนล้าน’

อีเมล พิมพ์ PDF

โครงการน้ำเมื่อวันที่ 9 มกราคม ศาลปกครองสูงสุดพิจารณาคดีแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำครั้งแรก โดยผู้ฟ้องคดีคือสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน กับพวกรวม 45 คน กับผู้ถูกฟ้องคดีทั้ง 4 ประกอบด้วย นายกรัฐมนตรี คณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อวางระบบการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ (กยน.) คณะกรรมการนโยบายน้ำและอุทกภัยแห่งชาติ (กนอช.) และคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย (กบอ.) ในเรื่อง คดีพิพาทเกี่ยวกับการที่เจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำการโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย จากการดำเนินการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ โดยไม่ได้มีการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน

ตุลาการผู้แถลงคดี แถลงความเห็นส่วนตัวแก่องค์คณะตุลาการ โดยสรุปว่า เห็นควรให้ศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษาดังนี้ 1.ไม่รับคำร้องขอให้เพิกถอนแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ และให้ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสี่ร่วมกันจัดให้มีกระบวนการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนตามรัฐธรรมนูญและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

 

การลดลงของสัตว์ผู้ล่าทั่วโลก

อีเมล พิมพ์ PDF

สัตว์ป่า, สัตว์ผู้ล่าการศึกษาล่าสุดชี้ให้เห็นว่า สัตว์ผู้ล่าเช่นหมาป่า สิงโต และหมี มีจำนวนลดลงทั่วโลก ซึ่งสัตว์ที่ยังคงไม่สูญพันธุ์มีจำนวนชนิดเพียงครึ่งหนึ่งของที่เคยมีอยู่บนโลก โดยมีสาเหตุมาจากการสูญเสียพื้นที่อยู่อาศัยและการลดจำนวนลงของเหยื่อตามธรรมชาติเนื่องจากกิจกรรมของมนุษย์

นักวิจัยแสดงความเห็นว่า การลดลงของสายพันธุ์นักล่าจะกระทบอย่างรุนแรงต่อระบบนิเวศของโลกทั้งระบบ ยิ่งในเฉพาะประเทศที่พัฒนาแล้วสัตว์ผู้ล่าเหล่านี้ยิ่งเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์

เมื่อมองไปยังสัตว์ผู้ล่า 31 สายพันธุ์ แทบทั้งหมดกำลังถูกแรงกดดันจากการลดลงของพื้นที่อยู่อาศัยและเหยื่อ โดยเฉพาะในผืนป่าอเมซอน ทวีปเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมทั้งทางเหนือและทางตะวันออกของแอฟริกา

 

เหมืองโปแตชกาฬสินธุ์ จ่อขอประทานบัตร

อีเมล พิมพ์ PDF

เหมืองโปแตซเหมืองโปแตชกาฬสินธุ์ จ่อขอประทานบัตร ภาคประชาสังคมเตรียมเดินสายให้ข้อมูลชุมชน : เมื่อวันที่ 8 ม.ค.56 แหล่งข่าวภายในกระทรวงอุตสาหกรรมเปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า เมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมาสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้ทำการตรวจสอบพื้นที่ของการยื่นขออาชญาบัตรพิเศษสำรวจโครงการเหมืองแร่โปแตชกาฬสินธุ์ จำนวน 17 แปลง เนื้อที่กว่า 500,000 ไร่ แล้วพบว่าไม่อยู่ในเขตพื้นที่ที่กำหนดให้เป็นเขตสำหรับดำเนินการสำรวจ การทดลอง การศึกษา หรือการวิจัย ตามมาตรา 6 ทวิ วรรคสอง ของ พ.ร.บ.แร่ พ.ศ.2510 ซึ่งจะต้องให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ประกาศยกเลิกเสียก่อน ดังนั้น เอกชนจึงสามารถดำเนินการในขั้นตอนขออนุญาตประทานบัตรเพื่อประกอบกิจการทำเหมืองแร่ต่อไปได้

 

เมื่อพลังงานทดแทนราคาถูกกว่าพลังงานฟอสซิลในประเทศออสเตรเลีย

อีเมล พิมพ์ PDF

พลังงานลมตามแผนพัฒนาด้านพลังงานของประเทศไทย มีเป้าหมายในการส่งเสริมและพัฒนาพลังงานทดแทนให้อยู่ในสัดส่วน 20% โดยมุ่งเน้นที่พลังงานไฟฟ้าชีวมวลหรือไบโอแก๊ส และปรับสัดส่วนการผลิตพลังงานไฟฟ้าจากน้ำเป็น 15% โดยซื้อจากประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งที่ในความเป็นจริง ประเทศไทยเป็นพื้นที่ศักยภาพในการผลิตพลังงานแสงอาทิตย์

อย่างไรก็ดี สิ่งที่อยู่ในการรับรู้ของทุกคนในสังคม คือพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลมนั้น ‘ราคาแพง’ แต่รายงานของ Bloomberg New Energy Finance (BNEF) ได้ทำลายความเชื่อนั้นทิ้ง และเปิดเผยว่าในประเทศออสเตรเลียนั้น การผลิตไฟฟ้าด้วยพลังงานลมราคาถูกกว่าการผลิตไฟฟ้าโดยพลังงานถ่านหินหรือก๊าซธรรมชาติ

 

จีนเปิดฉากลุย ทำลายงาช้างผิดกฎหมายร่วม 6 ตัน

อีเมล พิมพ์ PDF
วันที่ 6 มกราคม 2557 รัฐบาลจีนจัดกิจกรรมทำลายงาช้างผิดกฎหมายน้ำหนักร่วม 6 ตันที่ได้จากการต่อหน้าสาธารณชน ณ เมืองตงกวน (Dongguan)มณฑลกวางตุ้ง (Guangdong)
กิจกรรมในครั้งนี้ จัดขึ้นตามหลังการทำลายงาช้างแกะสลัก 6 ตันที่กรุงเดนเวอร์ (Denver)สหรัฐอเมริกา เมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา
จากสถิติที่รวบรวมโดยสมาคมอนุรักษ์สัตว์ป่า (Wildlife Conservation Society: WCS)ช้างในแอฟริกาต้องถูกล่าอย่างผิดกฎหมายวันละราว 96 ตัว ซึ่งส่วนใหญ่เพื่อสนองความต้องการงาช้างของตลาดโลก ซึ่งงาช้างส่วนใหญ่มักมีจุดหมายปลายทางที่ประเทศจีนเพื่อทำการแกะสลักหรือแปรรูป ก่อนจะถูกนำมาขายภายในประเทศจีนหรือส่งออกไปทั่วโลก
ตอนนี้ ในแอฟริกามีจำนวนราว 500,000 เชือก และธุรกิจล่าช้างก็ทำเงินกว่า หนึ่งหมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือราว สามแสนล้านบาทต่อปี จึงไม่น่าแปลกใจที่ธุรกิจดังกล่าวที่เป็นมุ่งหมายขององค์กรก่อการร้ายและอาชญากรข้ามชาติ
การค้างาช้างระหว่างประเทศถูกทำให้ผิดกฎหมายตั้งแต่ปี 2543 แต่การล่าก็ยังคงมีเพื่อเติมเต็มความต้องการในตลาดมืดที่เติบโตอย่างรวดเร็ว อีกทั้งหลายประเทศยังมีช่องว่างให้มีการขายงาช้างอย่างถูกต้อง เช่นในประเทศไทย ซึ่งได้มีการวิพากษ์วิจารณ์ว่าทำให้การตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมายเป็นไปได้ยากยิ่งขึ้น
ไม่กี่ปีมานี้ หลายประเทศทั่วโลกได้ดำเนินการเผาหรือบดทำลายงาช้างผิดกฎหมายที่ถูกจับได้จำนวนมาก เช่นประเทศเคนยา กาบอง (Gabon)ฟิลิปปินส์ และสหรัฐอเมริกา
ถึงแม้ว่างาช้างจำนวนมากจะถูกจับได้จากเขตแดนเข้าออกระหว่างประเทศ แต่อย่างไรก็ดี การค้าขายงาช้างภายในประเทศอย่างสหรัฐอเมริกาและประเทศจีน ยังคงถูกต้องตามกฎหมาย และยิ่งการตรวจสอบแหล่งที่มา และอายุของงาช้างยังคงเป็นเรื่องยาก จึงไม่น่าแปลกที่นักลักลอบทั้งหลายก็ยังคงพยายามใช้ช่องว่างเหล่านี้ในการขนถ่ายงาช้างข้ามประเทศ
สมาคมอนุรักษ์สัตว์ป่าเคยมีข้อเรียกร้องให้ “ประเทศสหรัฐอเมริกา ออกกฎหมายห้ามซื้อขายงาช้างชั่วคราว ส่วนในประเทศฝั่งเอเชีย WCS ได้เข้าไปสนับสนุนกลุ่มคนที่เคลื่อนไหวเพื่อให้ความรู้ถึงคุณค่าชีวิตช้างแอฟริกาที่ต้องแลกมากับงาช้าง” เพื่อพยายามจัดการกับปัญหาค้างาช้างที่ยังคงมีอย่างต่อเนื่อง
Derek Mead นักเขียนผู้จับตาในประเด็นการค้างาช้างแสดงความเห็นต่อเรื่องนี้ว่า “การทำลายงาช้างผิดกฎหมายของจีนนั้นเป็นก้าวแรกที่ดี แต่ถ้าไม่มีมาตรการใดต่อ มันก็เท่านั้น เพราะตราบใดที่เรายังคงมีการค้างาช้างที่ถูกกฎหมาย ย่อมต้องมีนักล่างาช้างที่ทำงานเพื่อเม็ดเงินที่สูงขึ้นทุกที”
สำหรับประเทศไทย แม้จะเคยเป็นข่าวคราวครึกโครมเมื่อไทยโดนตีตราว่าเป็นตลาดค้างาช้างเถื่อนอันดับหนึ่งของโลก จนรัฐบาลต้องเดินหน้าผลักดันกฎหมายพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าฉบับใหม่ที่จะกรุยทางไปสู่การยุติกระบวนการค้างาช้างในประเทศไทย
แต่เมื่อขบวนมวลชนควาญช้างเดินทางเข้าเพื่อคัดค้าน เรื่องดังกล่าวก็เงียบหายไป ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
คงต้องติดตามกันต่อไป ว่าไทยในฐานะสมาชิกอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ (CITES)จะออกมาเคลื่อนไหวอีกครั้งเมื่อไร หรือว่าจะปล่อยให้เป็นอย่างที่เป็นไป และเดินหน้าขับเคลื่อนโครงการขนาดยักษ์ใหญ่เป็นนโยบายหลัก
ที่มา http://news.nationalgeographic.com/news/2014/01/140106-china-ivory-crush-elephant-conservation
งาช้างวันที่ 6 มกราคม 2557 รัฐบาลจีนจัดกิจกรรมทำลายงาช้างผิดกฎหมายน้ำหนักร่วม 6 ตันที่ได้จากการต่อหน้าสาธารณชน ณ เมืองตงกวน (Dongguan)มณฑลกวางตุ้ง (Guangdong)

กิจกรรมในครั้งนี้ จัดขึ้นตามหลังการทำลายงาช้างแกะสลัก 6 ตันที่กรุงเดนเวอร์ (Denver)สหรัฐอเมริกา เมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา

จากสถิติที่รวบรวมโดยสมาคมอนุรักษ์สัตว์ป่า (Wildlife Conservation Society: WCS)ช้างในแอฟริกาต้องถูกล่าอย่างผิดกฎหมายวันละราว 96 ตัว ซึ่งส่วนใหญ่เพื่อสนองความต้องการงาช้างของตลาดโลก ซึ่งงาช้างส่วนใหญ่มักมีจุดหมายปลายทางที่ประเทศจีนเพื่อทำการแกะสลักหรือแปรรูป ก่อนจะถูกนำมาขายภายในประเทศจีนหรือส่งออกไปทั่วโลก
 
บทความ อื่นๆ ...


page 10 of 18

รับข่าวสาร