• Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
หน้าแรก อ่านข่าวย้อนหลัง
ข่าว ประชาสัมพันธ์


วิกฤติหมอกควันที่อินโดนีเซียกับน้ำมันปาล์มในขนม

อีเมล พิมพ์ PDF
หากคุณมีโอกาสเดินทางจากแคลิฟอร์เนียไปยังเกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซียเมื่อเร็วๆ นี้ คงจะได้เห็นภาพที่น่าตื่นตะลึงเพราะทั้งสองแผ่นดินต่างมีปัญหาจากไฟไหม้ แม้ว่าทั้งสองแห่งจะอยู่ไกลกันคนละฟากโลก แต่ไฟไหม้ครั้งประวัติศาสตร์นี้มีความเชื่อมโยงกันทั้งในเรื่องต้นเหตุและผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และระบบการผลิตสินค้าเกษตรแบบข้ามชาติที่ขัดข้อง ที่เราในฐานะผู้อยู่ปลายทางของห่วงโซ่อุปทานจำเป็นต้องแก้ไข โดยต้องเรียกร้องให้บริษัทสัญชาติตะวันตกรับผิดชอบต่อผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการดำเนินธุรกิจระหว่างประเทศ
 

The Last Hero ชีวิตและความตายของ สืบ นาคะเสถียร

อีเมล พิมพ์ PDF
เมื่อสองปีก่อน ผมจำได้ว่ารายการสารคดีของช่องไทยพีบีเอสมาสัมภาษณ์เรื่องราวชีวิตของคุณสืบ นาคะเสถียร เนื่องในโอกาสครบรอบ 23 ปี การเสียชีวิตของท่าน ผมพูดไปได้ไม่นานก็ขอพักสักครู่ เมื่อกลั้นน้ำตาไม่อยู่
ผมอาจโชคดีกว่าหลายคน ที่มีโอกาสรู้จักพี่สืบ อดีตหัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง แม้อายุจะห่างกันสิบกว่าปี แต่ความสัมพันธ์ระหว่างนักเขียนสารคดีกับข้าราชการกรมป่าไม้ค่อนข้างแน่นแฟ้นจนหลายครั้งพี่สืบผู้เป็นคนไม่ค่อยพูด กลับเล่าเรื่องราวต่างๆ ให้เพื่อนต่างวัยฟัง
หลังสัมภาษณ์เสร็จ น้องๆ ผู้ผลิตรายการเล่าให้ฟังว่า หลายครั้งที่ไปคุยกับผู้เคยแวดล้อมคุณสืบ บางคนน้ำตาไหล น้องๆ แปลกใจมากว่าพี่สืบตายไปยี่สิบกว่าปีแล้ว ทำไมคนจึงอาลัยกันจนถึงทุกวันนี้
ผมเชื่อว่าการตายของ สืบ นาคะเสถียร คงสะเทือนใจคนจำนวนมาก เพราะในชีวิตจริง คงมีหลายคนที่ยอมสละชีวิตเพื่อผู้คนที่รัก หรือเพื่อผู้คนในสังคม แต่คงมีไม่กี่คนที่ทำทุกวิถีทางเพื่อปกป้องรักษาผืนป่าและสัตว์ป่า สุดท้ายยอมฆ่าตัวตายเพื่อบอกให้โลกรับรู้ว่า เกิดอะไรขึ้นกับปัญหาในป่าห้วยขาแข้ง
ในสมัยที่ สืบ นาคะเสถียร มีชีวิตอยู่ ทุกครั้งที่แกขึ้นเวทีอภิปราย แกจะขึ้นต้นด้วยคำพูดว่า “ผมขอพูดในฐานะตัวแทนของสัตว์ป่า” และคนที่รู้จักแกดีจะทราบว่าแกไม่ได้ดราม่าเพื่อให้ตัวเองเด่น แต่แกพูดจากใจจริง
เมื่อวันที่ 1 กันยายน เฟซบุ๊กของผมได้เผยแพร่ภาพถ่ายภาพหนึ่งและมีคำบรรยายว่า
“1 กันยายนที่ผ่านมา สืบ นาคะเสถียร ยิงตัวตายที่บ้านพักในห้วยขาแข้ง ภาพที่เห็นนี้ ผมถ่ายไว้เมื่อปี พ.ศ. 2529 ในอ่างเก็บน้ำเขื่อนเชี่ยวหลาน ตอนนั้นคุณสืบเป็นหัวหน้าโครงการอพยพสัตว์ป่า มีภารกิจในการช่วยเหลือชีวิตสัตว์ป่าที่กำลังจะถูกน้ำท่วม
วันหนึ่งขณะแล่นเรือช่วยชีวิตสัตว์ เราเห็นงูจงอางยาวร่วมสองเมตรว่ายน้ำกลางอ่างเก็บน้ำ พี่สืบบอกเราต้องไปช่วยชีวิต เพราะงูคงว่ายไม่ถึงฝั่ง พอพวกเราเอาสวิงช้อนงูจากน้ำขึ้นมาอยู่บนเรือ งูนอนนิ่งอยู่ในสวิงแต่ละคนมองหน้ากันว่าใครจะจับงูใส่ลงถุงเพื่อความปลอดภัยของทุกคน เพราะหากถูกกัดคงตายแน่ เรือห่างจากโรงพยาบาลไม่ต่ำหว่า 7-8 ชั่วโมง
ทันใดพี่สืบเดินไปคว้าคองูและเอาลงถุง ดังที่เห็นในภาพท่ามกลางความแปลกใจของลูกน้องในเรือ ผมถ่ายภาพได้ทันที ก่อนจะถามพี่สืบว่า พี่คงจับงูบ่อยนะ แกบอกผมว่า พี่ก็เพิ่งจับงูเป็นครั้งแรก
นั่นคือนิสัยแก ทำงานจริง มุ่งมั่นในการช่วยชีวิตสัตว์จริงจัง แต่หากคาดว่าจะเกิดอันตรายกับลูกน้อง แกนำหน้า เสี่ยงชีวิตเอง ลูกน้องจึงรักแกมาก
อีกครั้งหนึ่งปลายปี 2532 พี่สืบชวนผมไปกินข้าวเล่าว่า ได้รับคำสั่งให้ไปเป็นหัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง สมัยนั้นแทบไม่มีใครรู้จัก แต่ดันสอบทุนไปเรียนปริญญาเอกที่มหาวิทยาลัยลอนดอนได้ ผมคิดว่าคนส่วนใหญ่คงเลือกเรียนต่อเพื่อความก้าวหน้าในชีวิตราชการ แต่แกเลือกไปห้วยขาแข้งอันอุดมไปด้วยปัญหาตัดไม้ ล่าสัตว์ แกรู้ว่าป่าที่นั่นคือหัวใจของป่าด้านตะวันตกในเมืองไทย สืบ นาคะเสถียร เลือกไปอยู่แนวหน้าเพื่อปกป้องป่าและสัตว์ป่าแทนพวกเราทุกคน
หลายเดือนต่อมา เมื่อแกทุ่มเทอย่างเต็มที่ทั้งหาย วาจา ใจ ในการทำงานเพื่อรักษาธรรมชาติ แต่แทบไร้ผล แกสิ้นหวังกับระบบราชการไทย สิ้นหวังกับผู้ใหญ่ที่ไม่สนใจ หนทางอันเหลืออยู่มีไม่กี่ทาง และเช้าวันที่ 1 กันยายน 2533 แกได้เลือกแล้วเสียงปืนนัดนั้นยังคงดังก้องมาจนถึงวันนี้
ไม่นานนัก มีผู้ร่วมแสดงความเห็นและไว้อาลัยการจากไปของพี่สืบหลายร้อยข้อความ และมีการแชร์ข้อความหรือสเตตัสนี้ กระจายไปสู่แหล่งต่างๆ จนคาดว่าน่าจะมีผู้อ่านข้อความนี้แสนกว่าคนภายในเวลาไม่กี่วัน
ผมสนิทกับพี่สืบตั้งแต่เมื่อครั้งไปช่วยสัตว์ป่าที่เขื่อนเชี่ยวหลาน และหลังจากนั้นเราก็ยังติดต่อกันเป็นระยะ ในฐานะเพื่อนร่วมอุดมคติผู้สนใจปัญหาสิ่งแวดล้อม หวงแผนผืนป่าและสัตว์ป่าเหมือนกัน
ครั้งหนึ่งเราไปสำรวจป่าห้วยขาแข้ง บริเวณเขาบันได ไปตามลำห้วยขาแข้ง พบนกยูงหลายคัว ผู้รู้สึกได้ว่าพี่สืบอารมณ์ดีทุกครั้งที่เห็นสัตว์ป่า พอตกดึกแกเครียดขึ้นมาทันที เมื่อได้ยินเสียงปืนล่าสัตว์ดังไม่ไกลจากที่พัก ผมจำได้ว่า แกจะเดินออกไปสูบบุหรี่ระบายความรู้สึกภายในอย่างเงียบๆ
พี่สืบรักสัตว์มาก จนทุกครั้งที่มีอภิปรายบนเวที มักจะเริ่มต้นคำพูดจากหัวใจว่า “วันนี้ผมขอพูดในนามของสัตว์ป่าทุกตัว เพราะพวกเขาพูดเพื่อตัวเองไม่ได้”
เราเจอกันหลายครั้ง เมื่อมีปัญหาการตัดไม้ทำลายป่า โดยเฉพาะกรณีสร้างเขื่อนน้ำโจน พี่สืบทราบดีว่าการสร้างเขื่อนเป็นต้นตอปัญหาการทำลายป่าและสัตว์ป่า และต้องเสียพื้นที่ป่าหลายแสนไร่ ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร สืบเป็นข้าราชการตัวเล็กๆ ที่กล้าออกมาปกป้องป่าไม้โดยไม่เกรงกลัวผู้มีอำนาจในสมัยนั้น ต่อมาเมื่อมารับตำแหน่งที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง เขาจึงทุ่มเททั้งชีวิตเพื่อแก้ปัญหาการล่าสัตว์ ทำลายป่า แต่สุดท้ายระบบราชการและความไม่ใส่ใจของผู้มีอำนาจในสังคมกลายเป็นอุปสรรคสำคัญ
สุดท้าย สืบ นาคะเสถียร ตัดสินใจฆ่าตัวตาย
แน่นอว่า ไม่มีใครรู้สาเหตุที่แท้จริงร้อยเปอร์เซ็นต์ มีแต่การอนุมานจากคนรุ่นหลังซึ่งผมเชื่อว่า หากจะเข้าใจเรื่องนี้ ต้องรู้จักนิสัยใจคอของคุณสืบทั้งชีวิตก่อนว่า เขาเป็นคนนิสัยแบบใด สืบเป็นคนจริงจังกับทุกอย่าง เป็นคนสมบูรณ์แบบ เป็นคนละเอียด ทำอะไรต้องดีเกินร้อย
สืบเป็นคนมีศักดิ์ศรี ประเภทเดียวกับนักรบซามูไร หากทำงานไม่ได้เต็มที่ ไปตายดีกว่า
หากรู้จักสืบ จะเห็นว่าเขารักลูกน้องมากกว่าตัวเอง และทนไม่ได้ที่เห็นลูกน้องตายหรือบาดเจ็บไปต่อหน้า
สืบเป็นคนเครียดมากกับการทำงานที่ต้องรับผิดชอบตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายมา
เมื่อปัญหาตัดไม้และล่าสัตว์ในป่าห้วยขาแข้งรุนแรงมากขึ้นทุกวัน โดยที่เขาซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบสูงสุดไม่สามารถทำอะไรได้ ลูกน้องก็โดนยิงแทบทุกวัน เพราะไม่ได้รับการสนับสนุนจากคนมีอำนาจทุกฝ่าย ไม่มีใครสนใจความสำคัญของป่าห้วยขาแข้ง
ส่งสุดท้ายที่ทำได้คือ ทำรายงานทางวิชาการเสนอยูเนสโก แสดงความสมบูรณ์ของป่าห้วยขาแข้ง เพื่อยกป่าแห่งนี้ให้เป็นมรดกโลก ซึ่งเขาเชื่อว่าเป็นวิธีสุดท้ายในการดูแลผืนป่าแห่งนี้ เขาทำรายงานนี้เสร็จเพียงไม่กี่วันก่อนจะฆ่าตัวตาย
หลังจากนั้นป่าห้วยขาแข้งก็ได้รับการยกย่องให้เป็นมรดกโลกจริงๆ
เขาวางแผนฆ่าตัวตายหลายวันล่วงหน้า การพูดจาบางอย่างกับคนใกล้ชิดอย่างเป็นนัย และจดหมายฆ่าตัวตายสามสี่ฉบับชัดเจน
สาเหตุการฆ่าตัวตายเรื่องอื่นไม่มีเลย ไม่มีปัญหาครอบครัว ไม่มีปัญหาทางการเงิน เพราะทุกคนรู้ดีว่าเขาใช้เวลาทั้งวันทั้งคืนทำงานดูแลรักษาป่าห้วยขาแข้ง
สืบเป็นคนเครียดมาก แต่ไม่ค่อยพูด และทุ่มเททำงานที่ตัวเองรับผิดชอบ เอาชีวิตเข้าแลกกับความอยุติธรรมที่เกิดขึ้นกับป่าและสัตว์ป่าในห้วยขาแข้งที่มนุษย์ทั่วไปไม่ทำ เมื่อทำได้ไม่ประสบผลสำเร็จแล้วเขาจึงละอายใจที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไป
ผมเชื่อว่าพี่สืบคงไม่รู้หรอกว่า การตายของเขาจะสร้างแรงสั่นสะเทือนได้มากน้อยเพียงใด เพียงแต่เขามีความเป็นลูกผู้ชายในวิถีของเขา ที่ทำอะไรได้ไม่สำเร็จก็เอาชีวิตเข้าแลก
หลายปีที่ผ่านมา มีคนสงสัยกันว่าสาเหตุอะไรที่ทำให้คุณสืบฆ่าตัวตาย และกลายเป็นวีรบุรุษในใจผู้คนมากถึงทุกวันนี้
หนังสือเล็กๆ เล่มนี้อาจจะพอให้แสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ได้บ้าง
คัดลอกจาก คำนำหนังสือ The Last Hero ชีวิตและความตายของ สืบ นาคะเสถียร เขียน วันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์ จัดพิมพ์โดย a book Publishing (หาซื้อได้ตามร้านหนังสือทั่วไป)
The Last Hero ชีวิตและความตายของ สืบ นาคะเสถียร เมื่อสองปีก่อน ผมจำได้ว่ารายการสารคดีของช่องไทยพีบีเอสมาสัมภาษณ์เรื่องราวชีวิตของคุณสืบ นาคะเสถียร เนื่องในโอกาสครบรอบ 23 ปี การเสียชีวิตของท่าน ผมพูดไปได้ไม่นานก็ขอพักสักครู่ เมื่อกลั้นน้ำตาไม่อยู่

ผมอาจโชคดีกว่าหลายคน ที่มีโอกาสรู้จักพี่สืบ อดีตหัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง แม้อายุจะห่างกันสิบกว่าปี แต่ความสัมพันธ์ระหว่างนักเขียนสารคดีกับข้าราชการกรมป่าไม้ค่อนข้างแน่นแฟ้นจนหลายครั้งพี่สืบผู้เป็นคนไม่ค่อยพูด กลับเล่าเรื่องราวต่างๆ ให้เพื่อนต่างวัยฟัง
 

การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกับผลกระทบต่อเศรษฐกิจ

อีเมล พิมพ์ PDF
การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอาจสร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจนับ 10 เท่าของตังเลขที่เคยประมาณการไว้ การศึกษาล่าสุดโดยมหาวิทยาลัย Stanford และ Berkeley สรุปว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอาจทำให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมหรือ GDP ของโลกลดลงร้อยละ 23 ภายในสิ้นศตวรรษนี้
“มันเหมือนกับการที่เราโยนเงินทิ้งไปเพราะเราละเลยปัญหานี้ เรามองว่างานวิจัยชิ้นนี้คือการสื่อสารให้เห็นถึงผลประโยชน์ที่จะได้รับจากการลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างจริงจัง” Marshall Burke มหาวิทยาลัย Stanford กล่าว
งานวิจัยได้รวบรวมข้อมูล 166 ประเทศจากปี ค.ศ.1960 ถึง 2010 โดยมีการระบุว่าระดับอุณหภูมิเฉลี่ยที่เหมาะสมกับระดับผลิตภาพสูงสุด เช่น ระดับผลิตภาพจากการเกษตรและภาคแรงงาน อยู่ที่ 13 องศาเซลเซียส งานวิจัยดังกล่าวได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร Nature
ประเทศในเขตเส้นศูนย์สูตรซึ่งมีระดับอุณหภูมิสูงกว่าค่าเฉลี่ยอยู่แล้วในปัจจุบันมีแนวโน้มอย่างมากที่จะเผชิญกับผลกระทบรุนแรงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ทั้งยังเป็นการถ่างช่องว่างของความไม่เท่าเทียมมากยิ่งขึ้นเนื่องจากประเทศในบริเวณเส้นศูนย์สูตรส่วนใหญ่คือประเทศกำลังพัฒนา สำหรับประเทศที่มีระดับอุณหภูมิใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ยเช่นสหรัฐอเมริกา จีน และญี่ปุ่น จะเผชิญความเสี่ยงในการสูญเสียที่สูงขึ้น และมีความเปราะบางทางเศรษฐกิจมากขึ้นจากอุณหภูมิที่เพิ่มขึ้น
ขณะที่ประเทศในตอนเหนือซึ่งมีอุณหภูมิต่ำกว่าค่าเฉลี่ยที่เหมาะสมอาจได้รับผลประโยชน์เนื่องจากโอกาสใหม่ๆ ทั้งในภาคเกษตรกรรมและอุตสาหกรรม แต่ผลวิจัยในส่วนนี้ก็ยังไม่แน่ชัดมากนัก และต่อให้อุณหภูมิที่เพิ่งขึ้นจะส่งผลดีต่อประเทศในแถบสแกนดิเนเวียหรือแคนาดา สุดท้ายแล้วประเทศเหล่านั้นก็อาจแทบไม่เหลือคู่ค้ามากนัก
อย่างไรก็ดีผลกระทบทั้งเชิงบวกและเชิงลบต่อเศรษฐกิจนั้นยังไม่มีการคำนึงถึงสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไป เช่น ภาวะสภาพอากาศแบบสุดขั้ว (extreme weather)รวมถึงอีกหลายความเสี่ยงที่มาพร้อมกับอุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลงไป เช่น ระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้น ทำให้งานวิจัยชิ้นนี้อาจประเมินผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศต่ำกว่าความเป็นจริง
งานวิจัยชิ้นนี้ไปไกลกว่าข้อสรุปเดิมที่ว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจะชะลอการเติบโตทางเศรษฐกิจ บริษัทยักษ์ใหญ่ก็เริ่มที่จะตื่นตัวกับผลกระทบเชิงลบที่อาจเกิดขึ้น รายงานของกลุ่มบริษัท Citigroup ที่เพิ่งตีพิมพ์เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมาอธิบายว่า การจำกัดการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิโลกไว้ที่ 1.5 องศาเซลเซียสจะจำกัดการลดลงของจีดีพีได้ราว 50 ล้านล้านดอลล่าร์สหรัฐฯ หากเทียบกับการปล่อยให้อุณหภูมิเพิ่มสูงขึ้น 4.5 องศาเซลเซียส
งานวิจัยชิ้นนี้ตีพิมพ์เพียงไม่กี่สัปดาห์ก่อนการประชุมระดับโลกโดยองค์การสหประชาชาติ ณ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส Thomas Sterner อาจารย์จากมหาวิทยาลัย Gothenburg ผู้เขียนบทบรรณาธิการให้กับงานวิจัยชิ้นนี้กล่าวว่า เขาหวังที่จะให้ผลสรุปใหม่ที่อ้างอิงถึงผลกระทบต่อเศรษฐกิจจะกระตุ้นให้ผู้นำจากประเทศกำลังพัฒนาสามารถรับข้อตกลงหรือมาตรการที่เข้มข้นขึ้นในการต่อสู้กับสภาวะการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
เรียบเรียงจาก‘Climate Change Could Wreck the Global Economy’ โดย Justin Worland
เข้าถึงได้ที่ http://time.com/4082328/climate-change-economic-impact/
และ Climate Change Slams Global Economy in a New Study From Stanford and Berkeley โดย Eric Roston เข้าถึงได้ที่ http://www.bloomberg.com/news/articles/2015-10-21/climate-change-slams-global-economy-in-new-study-from-stanford-and-berkeley
เรียบเรียงโดยร พีพัฒน์ อิงคสิทธิ์
การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอาจสร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจนับ 10 เท่าของตังเลขที่เคยประมาณการไว้ การศึกษาล่าสุดโดยมหาวิทยาลัย Stanford และ Berkeley สรุปว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอาจทำให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมหรือ GDP ของโลกลดลงร้อยละ 23 ภายในสิ้นศตวรรษนี้
 

ข้อมูล-ข้อเท็จจริงและแนวทางแก้ไขปัญหาที่เกิดจากการสร้างเขื่อนปากมูล

อีเมล พิมพ์ PDF

เขื่อนปากมูลเขื่อนปากมูลสร้างขึ้นโดยมีเป้าหมายให้เป็นเขื่อนเอนกประสงค์ ทั้งด้านพลังงานไฟฟ้า ชลประทาน การประมง รวมทั้งการท่องเที่ยว ภายหลังเขื่อนแห่งนี้สร้างแล้วเสร็จ ได้ก่อให้เกิดคำถามมากมายต่อการดำเนินงานโครงการ รวมทั้งผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อสิ่งแวดล้อมและวิถีชีวิตของชาวบ้าน ประเด็นสำคัญที่ถูกหยิบยกขึ้นมาถกเถียงกันตลอดมาคือ ปัญหาผลกระทบที่เกิดขึ้นกับปลาและคนหาปลา กับประโยชน์ด้านพลังงานและการชลประทานจากเขื่อนนี้ และในเวลาต่อมาได้ก่อให้เกิดความขัดแย้ง ระหว่างคนหาปลาคือชาวบ้านในท้องถิ่นกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยเจ้าของโครงการเขื่อนปากมูล ประเด็นดังกล่าวได้พัฒนามาเป็นเรื่องของความมั่นคงในชีวิตของชาวบ้านและความมั่นคงทางพลังงานไฟฟ้าที่จะพึงได้จากเขื่อน

 

แถลงการณ์ กรณีเปลี่ยนแปลงมติข้อตกลงการปิดเปิดประตูน้ำเขื่อนปากมูล

อีเมล พิมพ์ PDF

เขื่อนปากมูลตามที่คณะกรรมการอำนวยการแก้ไขปัญหาเขื่อนปากมูลซึ่งรัฐบาลแต่งตั้งขึ้นมาได้มี มติให้เปิดประตูระบายน้ำเขื่อนปากมูลเป็นเวลา 3 เดือน เพื่อให้ปลาจากแม่น้ำโขงได้เข้ามาวางไข่ในแม่น้ำมูล (ซึ่งตามข้อตกลงจะต้องเปิดประตูเป็นประจำทุกปีเป็นเวลา 4 เดือน เริ่มช่วงต้นฤดูน้ำราวๆ เดือนมิถุนายน) โดยในปีนี้ได้ตกลงกำหนดไว้เป็น ช่วงเวลาตั้งแต่วันที่ 16 สิงหาคม 2558 ถึง 16 พฤศจิกายน 2558

 

นักวิชาการหนุนชาวบ้านสร้างฐานเศรษฐกิจชุมชนในพื้นที่โปแตชอุดรธานี

อีเมล พิมพ์ PDF

โปแตซ24 ตุลาคม 58 ณ วัดอรุณธรรมรังษี บ้านโนนสมบูรณ์ ต.ห้วยสามพาด อ.ประจักษ์ศิลปาคม จ.อุดรธานี คณะวิทยาศาสตร์ สาขาวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยราชภัฎอุดรธานี ร่วมกับ สถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดเวทีแลกเปลี่ยนปัญหาเศรษฐกิจและสุขภาวะชุมชน : ทางเลือกทางรอดในอนาคต ภายใต้โครงการสานพลังสังคมเครือข่ายนักวิชาการและนักกิจกรรมทางสังคมรุ่นใหม่ เพื่อแก้ไขปัญหาความไม่เป็นธรรมและปัญหาสุขภาวะภาคอีสาน โดยการสนับสนุนงบประมาณจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) มีตัวแทนชาวบ้านในพื้นที่เข้าร่วมจำนวนกว่า 30 คน

 

Pmove ออกแถลงการณ์เร่งแก้ไขปัญหาเขื่อนปากมูลให้เป็นตามข้อตกลง

อีเมล พิมพ์ PDF

เขื่อนปากมูล23 ตุลาคม 2558 ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (ขปส.) หรือ Pmove ได้ออกแถลงการณ์ฉบับพิเศษ เรื่อง หยุดสร้างเขื่อนไขเผชิญหน้า เร่งแก้ไขปัญหาตามข้อตกลง ที่มาของการออกแถลงการณ์ในครั้งนี้เกิดจากรณีที่สมศักดิ์ จังตระกูล ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในจังหวัดเรื่องเขื่อนปากมูลได้มีมติให้ปิดเขื่อนปากมูลในปลายเดือนตุลาคมนี้ ซึ่งทาง Pmove เห็นว่าเป็นการละเมิดฝ่าฝืนมติที่ประชุมของคณะกรรมการอำนวยการแก้ไขปัญหาเขื่อนปากมูลตามที่ได้ตกลงกันได้ก่อนหน้านี้

 

เชื้อเพลิงฟอสซิลถูกกว่าพลังงานแสงอาทิตย์และลม จริงหรือ ?

อีเมล พิมพ์ PDF

พลังงานลมปัจจุบัน ลมกลายเป็นแหล่งผลิตพลังงานไฟฟ้าที่ราคาถูกที่สุดในประเทศเยอรมันและอังกฤษโดยไม่จำเป็นต้องได้รับการอุดหนุนจากรัฐบาล อ้างอิงจากรายงานการวิเคราะห์ล่าสุดของ Bloomberg New Energy Finance (BNEF) นับว่าเป็นครั้งแรกที่ต้นทุนพลังงานหมุนเวียนได้ข้ามผ่านต้นทุนของเชื้อเพลิงฟอสซิลในกลุ่มประเทศเศรษฐกิจ G7

แต่เรื่องนี้ดูจะน่าสนใจน้อยกว่าสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้นในสหรัฐอเมริกา

 

โซลาร์เซลล์โปร่งใส ทางเลือกใหม่ของพลังงานทดแทน

อีเมล พิมพ์ PDF

โซลาร์เซลล์โปร่งใสหากใครเคยนั่งทำงานในตึกที่หันหน้าไปทางทิศใต้ในช่วงฤดูร้อนคงจะทราบถึงพลังความร้อนจากดวงอาทิตย์ที่ทะลุผ่านหน้าต่างได้เป็นอย่างดี ปัจจุบัน ไม่มีสถาปนิกคนใดที่จะออกแบบพื้นที่ทำงานเช่นนั้นโดยไม่เคลือบกระจกเพื่อลดความร้อนจากแสงอาทิตย์

แต่ถ้าหากเราสามารถเคลือบกระจกที่ทำงานได้ดีกว่าแค่ป้องกันแสงจากพระอาทิตย์ล่ะ ? จะเป็นอย่างไรหากแผ่นฟิล์มบางๆ จะสามารถดักจับพลังงานจากดวงอาทิตย์เพื่อใช้สำหรับแสงไฟในออฟฟิซ คอมพิวเตอร์ หรือแม้แต่เปิดเครื่องปรับอากาศ ?

 

แรงบันดาลใจบน ‘พรมสื่อศิลป์ เพื่อผืนป่า’

อีเมล พิมพ์ PDF

ศิลปะสนามสี พรมสื่อศิลป์ เพื่อผืนป่าบริษัท เท็กซ์ไทล์ แกลลอรี่ จำกัด (พาซาญ่า : PASAYA) ร่วมกับ ธนาคารไทยพาณิชย์ มูลนิธิป่าเขตร้อน มูลนิธิสืบนาคะเสถียร บริษัท โลกแห่งแบบ จำกัด และศิลปินรับเชิญ ได้จัดโครงการ “ศิลปะสนามสี พรมสื่อศิลป์ เพื่อผืนป่า” ภายใต้แนวคิด “BRING ART INTO EVERYONE'S LIFE” ผ่าน Color Field Rug Collection เป็นงานสิ่งทอที่อาศัยแนวทางศิลปะสนามสี มาเป็นวิธีการสื่อความรู้สึกและจินตนาการในการสร้างสรรค์ผลงานใหม่ๆ ในรูปแบบที่แตกต่างกันตามแรงบันดาลใจของแต่ละท่าน

 

นิทรรศการเสื้อยืด 'เราทำงานให้พี่สืบ'

อีเมล พิมพ์ PDF

เราทำงานให้พี่สืบตลอดระยะเวลา 25 ปีนับตั้งแต่วันก่อตั้งมูลนิธิสืบนาคะเสถียร เพื่อสืบสานเจตนารมณ์ ของตำนานนักอนุรักษ์ผู้ล่วงลับ มูลนิธิสืบนาคะเสถียร ได้ดำเนินกิจกรรมมากมายเพื่อรักษาผืนป่าใหญ่ให้คนไทยทั้งชาติ ไม่ว่าจะเป็นการคัดค้านโครงการต่างๆ ที่มีผลกระทบต่อผืนป่า ตลอดจนการส่งเสริมความรู้และรณรงค์เพื่อสร้างจิตสำนึกให้ประชาชนมีความห่วงแหนทรัพยากรธรรมชาติที่เหลืออยู่ ดังที่ปรากฎในหน้าสื่อขององค์กรตลอดจนสื่อสาธารณะต่างๆ

 

ศิลปะสนามสี พรมสื่อศิลป์ เพื่อผืนป่า

อีเมล พิมพ์ PDF

PASAYA15 ตุลาคม PASAYA ร่วมกับ มูลนิธิป่าเขตร้อน ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) มูลนิธิสืบนาคะเสถียร และ บริษัท โลกแห่งแบบ จำกัด จัดงานแถลงข่าวเปิดตัวโครงการ “ศิลปะสนามสี พรมสื่อศิลป์ เพื่อผืนป่า” (Color Field on Rug for Life) ที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร เพื่อเปิดตัวพรมนวัตกรรมสื่อศิลปะ Color Fields และเพื่อหาเงินสนับสนุนการสร้างหน่วยพิทักษ์ป่าพะบ่ง ในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก

 

ไทยพาณิชย์ - มูลนิธิสืบฯ ร่วมพัฒนาวิสาหกิจชุมชนในผืนป่าตะวันตก

อีเมล พิมพ์ PDF

มูลนิธิสืบนาคะเสถียร13 ตุลาคม 2558 ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) และมูลนิธิสืบนาคะเสถียร ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลง โครงการพัฒนาวิสาหกิจชุมชนในผืนป่าตะวันตก สนับสนุนงบประมาณ 30 ล้านบาท หนุนสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชนรอบป่าตะวันตกประกอบอาชีพเป็นมิตรกับผืนป่า

 

'พิทักษ์ป่า' - มากกว่าความเห็นใจคือความเข้าใจ

อีเมล พิมพ์ PDF
พิทักษ์ป่าในช่วงหลายปีให้หลัง ประเทศไทยเกิดนโยบายสนับสนุนให้คนไทยท่องเที่ยวภายในประเทศมากยิ่งขึ้น เพื่อเพิ่มการหมุนเวียนเม็ดเงินภายในประเทศ โดยสถานที่ท่องเที่ยวอย่างอุทยานแห่งชาติ หรือแม้กระทั่งเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าถึงแม้ไม่มีนโยบายสนับสนุนการท่องเที่ยว แต่ก็ยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับต้นๆ ในกลุ่มผู้รักธรรมชาติ แต่จะมีสักกี่คนที่ทราบถึงเบื้องหลังของผู้ทำงาน ที่ทุ่มเททั้งกำลังกายและกำลังใจเพื่อรักษาป่าเอาไว้ให้คนไทยได้ใช้เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจไปอีกแสนนาน
 

เวทีประชุมถอดบทเรียนการทำงานของเจ้าหน้าที่มูลนิธิสืบนาคะเสถียร

อีเมล พิมพ์ PDF

25 ปี สืบ นาคะเสถียรเวทีประชุมถอดบทเรียนการทำงานของเจ้าหน้าที่มูลนิธิสืบนาคะเสถียร ในงาน 25 ปี สืบนาคะเถียร เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2588 ที่หอศิลปวัฒนธรรมกรุงเทพมหานคร โดยในเวทีได้พูดถึงเรื่องราวการทำงานตั้งแต่อดีตปัจจุบัน รวมถึงทิศทางการทำงานในอนาคตของทางมูลนิธิฯ ในภาคส่วนต่างๆ ของการทำงาน ซึ่งผู้ร่วมเสวนาประกอบด้วย อ.รตยา จันทรเทียร ประธานมูลนิธิสืบนาคะเสถียร ภาณุเดช เกิดมะลิ รองเลขาธิการมูลนิธิสืบนาคะเสถียร นริศ บ้านเนิน เจ้าหน้าที่ภาคสนามมูลนิธิสืบนาคะเสถียรประจำพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี และ อรยุพา สังขะมาน เจ้าหน้าที่ฝ่ายวิชาการมูลนิธิสืบนาคะเสถียร

 

สติ๊กเกอร์ไลน์ สืบ นาคะเสถียร

อีเมล พิมพ์ PDF
สืบ นาคะเสถียร
 

กิจกรรม รำลึก 25 ปี สืบ นาคะเสถียร

อีเมล พิมพ์ PDF

25 ปี สืบ นาคะเสถียร

 

[PHOTO ESSAY] 25 ปี รำลึกสืบ นาคะเสถียร (ตอนที่3)

อีเมล พิมพ์ PDF
วันสุดท้าย ของการจัดงาน “รำลึก 25 ปี สืบ นาคะเสถียร” เป็นวันที่มีทั้งงานวิชาการและความบันเทิงให้ได้มาสัมผัสกันโดยเฉพาะวงดนตรีที่ทำให้ห้องประชุมแทบระเบิด จำนวนผู้เข้าชมล้นออกไปถึงโถงด้านนอกเลยทีเดียว
แต่อย่างไรก็ตาม งานวิชาการเป็นสิ่งที่เราให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก โดยเฉพาะการปลูกฝังจิตสำนึกให้หนุ่มสาวเยาวชนผู้จะเป็นกำลังของชาติในอนาคตต่อไป ผ่านการล้อมวงพูดคุยกับเครือข่ายชมรมอนุรักษ์จากมหาวิทยาลัยต่างๆ พูดคุยแลกเปลี่ยนกิจกรรม ความคิด เพื่อเป็นแรงใจและแนวทางการดำเนินงานของกันอีกต่อไป
โดยมีผู้ใหญ่อย่าง อ.ศศิน เฉลิมลาภ เป็นผู้นำเสนอ คิดประเด็น ให้การแลกเปลี่ยนความคิดมีความหลากหลาย มีความชัดเจนยิ่งขึ้น
ก่อนเวทีเสวนาจบลง อ.รตยา จันทรเทียร ได้กล่าวให้โอวาทกับนิสิตนักศึกษาที่มาร่วมเสวนากันในวันนี้ เป็นแรงบันดาลใจให้น้องๆ ทำงานอนุรักษ์ต่อไปในอนาคต
ปกวันสุดท้าย ของการจัดงาน “รำลึก 25 ปี สืบ นาคะเสถียร” เป็นวันที่มีทั้งงานวิชาการและความบันเทิงให้ได้มาสัมผัสกันโดยเฉพาะวงดนตรีที่ทำให้ห้องประชุมแทบระเบิด จำนวนผู้เข้าชมล้นออกไปถึงโถงด้านนอกเลยทีเดียว
 

แถลงการณ์ : พิจารณาทางเลือกในการจัดการน้ำแบบบูรณาการ

อีเมล พิมพ์ PDF
แถลงการณ์ขอให้พิจารณาทางเลือกในการจัดการน้ำแบบบูรณาการ กรณีไม่ต้องสร้างเขื่อนในอุทยานแห่งชาติแม่วงก์ จังหวัดนครสวรรค์
จากการที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมชลประทาน ได้มีการเสนอรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม สำหรับโครงการหรือกิจการที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรงทั้งทางด้านคุณภาพสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติและสุขภาพของประชาชน โครงการเขื่อนแม่วงก์ จังหวัดนครสวรรค์ (EHIA) ต่อสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) ซึ่งเตรียมที่จะมีการจัดประชุมคณะกรรมการผู้ชำนาญการ (คชก.) พิจารณารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมด้านการพัฒนาแหล่งน้ำอีกครั้ง ในวันศุกร์ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2558 เพื่อเสนอต่อคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ (กกวล.) พิจารณาในขั้นตอนต่อไป ในช่วงเวลาที่ผ่านมา ท่ามกลางการทักท้วงของคนในสังคมเป็นจำนวนมากทั้งองค์กรพัฒนาเอกชนด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมต่างๆ รวมทั้งมูลนิธิสืบนาคะเสถียร และความเห็นของคณะทำงานตรวจสอบข้อมูลทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่ทางกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้แต่งตั้งขึ้นเพื่อพิจารณาข้อมูลวิชาการ ด้านป่าไม้ สัตว์ป่า ความหลากหลายทางชีวภาพ การบริหารจัดการน้ำ รวมทั้งประโยชน์และความคุ้มค่าที่จะได้รับจากการสร้างเขื่อนที่ต้องแลกมาด้วยผืนป่าแม่วงก์ ซึ่งเป็นแหล่งต้นน้ำลำธารที่สำคัญ ทั้งนี้ผู้ศึกษาไม่สามารถแก้ไขและชี้แจงประเด็นดังกล่าว ให้เป็นที่ยอมรับแก่ทุกภาคส่วนในสังคมได้
มูลนิธิสืบนาคะเสถียร จึงขอแสดงเจตนารมณ์ที่จะคัดค้านการก่อสร้างเขื่อนในอุทยานแห่งชาติ
แม่วงก์ จังหวัดนครสวรรค์ และใคร่ขอเสนอให้มีการพิจารณาทางเลือกในการจัดการน้ำแบบบูรณาการ กรณีไม่ต้องสร้างเขื่อนในอุทยานแห่งชาติแม่วงก์ โดยมีรายละเอียดดังนี้
1. ในกรณีของการก่อสร้างเขื่อนแม่วงก์ และกรณีของการใช้ทางเลือกในการบริหารจัดการน้ำแบบบูรณาการ การไม่ต้องสร้างเขื่อนในอุทยานแห่งชาติแม่วงก์ จะได้ปริมาณน้ำที่ใกล้เคียงกัน กล่าวคือ การก่อสร้างเขื่อนแม่วงก์ จะได้ปริมาณน้ำ 250 ล้านลูกบาศก์เมตรโดยประมาณ ส่วนการใช้ทางเลือกในการจัดการน้ำแบบบูรณาการ กรณีไม่ต้องสร้างเขื่อนในอุทยานแห่งชาติแม่วงก์ จะได้ปริมาณน้ำ 200 ล้านลูกบาศก์เมตร โดยประมาณ
2. งบประมาณในการจัดทำทางเลือกในการบริหารจัดการน้ำแบบบูรณาการ กรณีไม่ต้องสร้างเขื่อนในอุทยานแห่งชาติแม่วงก์ มีค่าใช้จ่ายในการจัดทำโครงการถูกกว่างบประมาณที่จะใช้ในการก่อสร้างเขื่อนแม่วงก์ ถึงกว่า 6 เท่าตัวกล่าวคือ โครงการก่อสร้างเขื่อนแม่วงก์ ใช้งบประมาณทั้งสิ้น 13,000 ล้านบาท ขณะที่ทางเลือกการจัดการน้ำแบบบูรณาการ กรณีไม่ต้องสร้างเขื่อนในอุทยานแห่งชาติแม่วงก์ ใช้งบประมาณในการจัดทำโครงการ 1,940 ล้านบาท โดยประมาณ
3. คุณค่าของป่าที่ราบต่ำริมน้ำแม่วงก์และผืนป่าตะวันตก ซึ่งมีศักยภาพเพียงพอต่อการเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติ หากมีการสร้างเขื่อนขนาดใหญ่ในอุทยานแห่งชาติแม่วงก์ จะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อระบบนิเวศ และการกระจายถิ่นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าในผืนป่าตะวันตก ที่ได้ผ่านการอนุรักษ์และฟื้นฟูประชากรจนประสบความสำเร็จมาตลอดระยะเวลากว่า 20 ปี
มูลนิธิสืบนาคะเสถียร จึงขอยืนยันเจตนารมณ์ที่จะคัดค้านการก่อสร้างเขื่อนในพื้นที่อุทยานแห่งชาติแม่วงก์ และใคร่ขอนำเสนอ “ทางเลือกในการจัดการน้ำแบบบูรณาการ กรณีไม่ต้องสร้างเขื่อนในอุทยานแห่งชาติแม่วงก์”โดยขอวิงวอนให้ท่านรับฟังข้อคิดเห็นต่างๆอย่างรอบด้าน และตระหนักถึงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม บนความถูกต้องตามหลักวิชาการเป็นสำคัญ ทั้งนี้มูลนิธิสืบนาคะเสถียร ยินดีประสานความร่วมมือในการให้ข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่แม่วงก์ต่อไป
รายชื่อองค์กรเครือข่ายอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
มูลนิธิสืบนาคะเสถียร
มูลนิธิเพื่อการบริหารจัดการน้ำแบบบูรณาการ
มูลนิธิโลกสีเขียว
กลุ่มศิลปินรักผืนป่าตะวันตก
สมาคมอนุรักษ์สัตว์ป่า (WCS) ประเทศไทย
กลุ่มพิทักษ์สิ่งแวดล้อมพยุหะอ.พยุหะคีรีจ.นครสวรรค์
กลุ่มสมาชิกนักกิจกรรมที่เคยทำงานกับคณะกรรมการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสภาพแวดล้อม 16 สถาบันและเพื่อน
สมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน
กองทุนสัตว์ป่าโลกสากล (WWF) ประเทศไทย
คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมภาคเหนือตอนล่าง
มูลนิธิเครือข่ายอนุรักษ์ป่าตะวันตก
สมาคมอนุรักษ์นกและธรรมชาติแห่งประเทศไทย
มูลนิธิคณะกรรมการอนุรักษ์ผืนป่าตะวันตก
มูลนิธิสถาบันปฏิปัณ
มูลนิธิสืบศักดิ์สินแผ่นดินสี่แคว
เครือข่ายป่าชุมชน จังหวัดนครสวรรค์
มูลนิธิบัณฑิตอาสาสมัคร
เครือข่ายป่าชุมชนขอบป่าตะวันตก จังหวัดกำแพงเพชร
เครือข่ายชุมชนคนรักษ์ป่าเขาแม่กระทู้
กลุ่มอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพและสิ่งแวดล้อม
กลุ่มใบไม้
มูลนิธิฟื้นฟูชีวิตและธรรมชาติ
เครือข่ายเยาวชนต้นกล้าน้อย
กลุ่ม Big Tree
ขอทางเลือกจัดการน้ำ ไม่เอาเขื่อนแม่วงก์แถลงการณ์ขอให้พิจารณาทางเลือกในการจัดการน้ำแบบบูรณาการ กรณีไม่ต้องสร้างเขื่อนในอุทยานแห่งชาติแม่วงก์ จังหวัดนครสวรรค์
 

สะเอียบ ประกาศไม่ร่วมมือกับหน่วยงานที่ผลักดันเขื่อน

อีเมล พิมพ์ PDF
สะเอียบ ขึ้นป้ายประกาศไม่ให้ความร่วมมือกับทุกหน่วยงานที่ผลักดัน เขื่อนยมบน เขื่อนยมล่าง (เขื่อนแม่น้ำยม) หรือ เขื่อนแก่งเสือเต้น บ้านดอนชัย ต.สะเอียบ อ.สอง จ.แพร่
เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2558 ชาวบ้านตำบลสะเอียบ อ.สอง จ.แพร่ จาก 4 หมู่บ้าน ได้แก่ บ้านดอนชัยหมู่ 1 , บ้านดอนชัยสักทอง หมู่ 9 , บ้านดอนแก้ว หมู่ 6 , และบ้านแม่เต้น หมู่ 5 กว่าร้อยคน ได้ประชุมปรึกษาหารือกันที่วัดดอนชัย ต.สะเอียบ เพื่อติดตามสถานการณ์การผลักดันเขื่อนของหน่วยงานต่างๆ และในวันนี้ได้มีการขึ้นป้ายประกาศ ไม่ให้ความร่วมมือใดๆ ทั้งสิ้น กับหน่วยงานที่สนับสนุนและผลักดันเขื่อนดังกล่าว
จากการที่ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ นายศักดิ์ สมบุญโต ได้มีการจัดประชุมหน่วยงานราชการ เพื่อผลักดันโครงการเขื่อนยมบน-เขื่อนยมล่าง (เขื่อนแม่น้ำยม) ซึ่งคือเขื่อนแก่งเสือเต้นที่แบ่งออกเป็น 2 ตอน โดยได้มีการประชุมหน่วยราชการมาถึง 5 ครั้ง ซึ่งในครั้งที่ 5 ได้เชิญรองผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ มาให้ประสบการณ์และบทเรียนในการเข้าถึงชาวบ้านและชุมชนผู้ได้รับผลกระทบจากเขื่อนผาจุก จ.อุตรดิตถ์ ที่สามารถอพยพชาวบ้านผู้ได้รับผลกระทบจากเขื่อนผาจุกออกจากพื้นที่ได้สำเร็จ เพื่อเป็นแนวทางในการทำงานของจังหวัดแพร่ เพื่อเข้าถึงชาวบ้านและชุมชนที่ได้รับผลกระทบต่อไป อันเป็นเหตุทำให้ชาวบ้านผู้ได้รับผลกระทบ ต.สะเอียบไม่พอใจเป็นอย่างยิ่ง
ในวันนี้ ชาวบ้าน ต.สะเอียบ จึงได้มีการขึ้นป้ายประกาศไม่ให้ความร่วมมือใดๆ ทั้งสิ้น กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการสนับสนุนและผลักดันเขื่อนดังกล่าว
ทั้งนี้คณะกรรมการคัดค้านเขื่อน 4 หมู่บ้าน ต.สะเอียบ ได้ชี้แจงให้ชาวบ้านได้รับรู้สถานการณ์ และชี้แจงถึงมาตรการตอบโต้ที่ชาวบ้านได้ร่วมกันเสนอและดำเนินการมา อาทิ การยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี เพื่อให้ยกเลิกเขื่อนดังกล่าว พร้อมเสนอแนวทางในการแก้ไขปัญหา 14 แนวทางในการแก้ไขปัญหา น้ำท่วม น้ำแล้ง ลุ่มน้ำยม การยื่นหนังสือถึงคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เพื่อให้ตรวจสอบการละเมิดสิทธิของชาวบ้านและชุมชน โดยทางคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนจะได้เรียกผู้ว่าราชการจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปชี้แจงในวันที่ 29 กันยายน 2558 นี้ ที่ สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ กรุงเพทฯ
นายพิษณุ สร้อยเงิน คระกรรมการคัดค้านเขื่อน 4 หมู่บ้าน กล่าวว่า “การที่หน่วยงานต่างๆ ยังผลักดันเขื่อนยมบน-ยมล่างหรือเขื่อนแก่งเสือเต้น อยู่นั้น ได้สร้างความกังวลใจให้กับชาวบ้านเป็นอย่างมาก คนเฒ่าคนแก่ กินไม่ได้ นอนไม่หลับ ก่อให้เกิดโรคเครียดตามมา เราจึงขอให้หน่วยงานต่างๆ ได้ยุติการผลักดันโครงการเขื่อนเหล่านี้เสีย เพราะยังมีแนวทางอื่นๆ ในการแก้ไขปัญหาน้ำแล้งน้ำท่วมลุ่มน้ำยมที่ภาคประชาชนเสนอถึง 14 แนวทาง โดยไม่ต้องสร้างเขื่อนเหล่านี้ และยังสามารถแก้ไขปัญหาได้ดีกว่าการสร้างเขื่อนเหล่านี้เสียด้วยซ้ำ เราจึงขอให้นายกมีมติคณะรัฐมนตรี ยกเลิกเขื่อนเหล่านี้เพื่อความสงบสุขของชาวบ้านและชุมชน และเร่งใช้แนวทาง 14 แนวทางในการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมน้ำแล้งลุ่มน้ำยม เพื่อความผาสุกของพี่น้องประชาชนลุ่มน้ำยมทั้งลุ่มน้ำต่อไป” นายพิษณุ กล่าว
ด้านนายสมมิ่ง เหมืองร้อง ประธานคณะกรรมการคัดค้านเขื่อน 4 หมู่บ้าน กล่าวว่า “ชาวบ้านทั้ง 4 หมู่บ้านได้มีมติไม่ให้ความร่วมมือกับหน่วยงานที่สนับสนุนและผลักดันเขื่อน เราจะมีมาตรการตอบโต้กับทุกคนทุกหน่วยงานที่สนับสนุนและผลักดันเขื่อนเหล่านี้ เรายืนยันที่จะคัดค้านเขื่อนยมบน-ยมล่าง หรือเขื่อนแม่น้ำยม รวมทั้งคัดค้านเขื่อนแก่งเสือเต้น จนถึงที่สุด ล่าสุดเราได้ยื่นหนังสือต่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และทางคณะกรรมการสิทธิ์ได้เรียกชาวบ้านและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปชี้แจงที่กรุงเทพฯ ในวันที่ 29 กันยายน นี้” นายสมมิ่ง กล่าว
ท้ายสุด ชาวบ้านได้มีมติมอบหมายให้ตัวแทนชาวบ้านในนามคณะกรรมการคัดค้านเขื่อน 4 หมู่บ้าน ได้ดำเนินการยื่นหนังสือเรียกร้องต่อหน่วยงานต่างๆ อาทิ ผู้ตรวจการแผ่นดิน , กรมบัญชีกลาง , ศูนย์ดำรงธรรม , กรมการปกครอง , กระทรวงมหาดไทย เป็นต้น จากนั้น คณะกรรมการฯได้ทำการมอบป้ายประกาศฯ ให้กับตัวแทนชาวบ้านทั้ง 4 หมู่บ้าน เพื่อนำไปติดยังหน้าหมู่บ้านของตนเองต่อไป
สะเอียบสะเอียบ ขึ้นป้ายประกาศไม่ให้ความร่วมมือกับทุกหน่วยงานที่ผลักดัน เขื่อนยมบน เขื่อนยมล่าง (เขื่อนแม่น้ำยม) หรือ เขื่อนแก่งเสือเต้น บ้านดอนชัย ต.สะเอียบ อ.สอง จ.แพร่

เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2558 ชาวบ้านตำบลสะเอียบ อ.สอง จ.แพร่ จาก 4 หมู่บ้าน ได้แก่ บ้านดอนชัยหมู่ 1 , บ้านดอนชัยสักทอง หมู่ 9 , บ้านดอนแก้ว หมู่ 6 , และบ้านแม่เต้น หมู่ 5 กว่าร้อยคน ได้ประชุมปรึกษาหารือกันที่วัดดอนชัย ต.สะเอียบ เพื่อติดตามสถานการณ์การผลักดันเขื่อนของหน่วยงานต่างๆ และในวันดังกล่าวได้มีการขึ้นป้ายประกาศ ไม่ให้ความร่วมมือใดๆ ทั้งสิ้น กับหน่วยงานที่สนับสนุนและผลักดันเขื่อนดังกล่าว
 
บทความ อื่นๆ ...


page 6 of 18

รับข่าวสาร