• Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
หน้าแรก เราทำงานให้พี่สืบ ศศิน เฉลิมลาภ บทความโดยศศิน เฉลิมลาภ อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

อีเมล พิมพ์ PDF
ไปๆ มาๆ ตำแหน่งอธิบดีกรมอุทยานฯ คนต่อไปที่ต้องทำงานต่อจากคุณดำรงค์ พิเดช ก็กลายเป็นตำแหน่งที่มีปัญหา ว่าใครจะมาและถูกเฝ้ามองว่าจะเป็นใคร มาเพื่อทำงานต่อเนื่องกับคุณดำรงค์ หรือมาเปลี่ยนแปลงเรื่องต่างๆ ที่ปรากฏการณ์ดำรงค์ พิเดชได้ทำให้เกิดขึ้น จนป่านนี้วันที่ผมเขียนเรื่องนี้ก็ไม่รู้ว่าใครจะมานั่งเก้าอี้ร้อนๆ หรือเขารอจนอุ่นๆ เย็นเสียก่อนค่อยตั้งก็ไม่รู้
แน่นอนว่าในปรากฏการณ์ดำรงค์ ที่ทำให้สถานการณ์ป่าเมืองไทยมีสีสันอย่างยิ่ง ในช่วงเวลาที่ผ่านมาก็มีทั้งฝ่ายบวก ฝ่ายลบ คิดเห็นต่างๆกัน ผมลองสำรวจความเห็นของตัวเองในฐานะของคนนอกที่ทำงานเกี่ยวข้องว่าอยากให้อธิบดีคนใหม่ทำอะไรต่อจากคุณดำรงค์
ผมอยากให้มีการจัดการตรวจสอบพื้นที่เอกชนที่ยึดถือครอบครองในพื้นที่อุทยานแห่งชาติและเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า อย่างต่อเนื่อง แต่ตั้งคณะทำงานเจ๋งๆ จากภายนอกมาร่วมทำงาน และสร้างกรอบการทำงานที่สามารถตอบคำถามสังคมว่าหากไม่ทุบทิ้งจะมีวิธีไหนที่ทำให้ได้พื้นที่ที่ทำหน้าที่ป่าคืนให้คนไทย แต่ทำให้ทุกฝ่ายยอมรับ โดยไม่ต้องเกี้ยเซี้ย เบี่ยงไปเป็นการเช่า หรือ ผ่อนผันกันไม่รู้จบ แต่อาจจะเป็นการสร้างข้อตกลงแบบที่สังคมยอมรับบนหลักการทางกฎหมายและการมีส่วนร่วมบนหลักนิติธรรม
การไล่รื้อธุรกิจท่องเที่ยวรีสอร์ตในพื้นที่อุทยาน ถ้าจะให้สวย มันน่าจะมีการตรวจสอบบุคลากรที่ทำหน้าที่ควบคุมภายในกรมเอง ที่มีการปล่อยปละละเลยควบคู่ไปกับการตรวจสอบเอกชนให้ชัดเจนด้วยว่าหากปัญหาเกิดจากการทำงานของคนในเองก็ต้องมีมาตรการจัดการเช่นกัน
ผมอยากให้แยกแยะพื้นที่ปัญหาทับซ้อนชุมชนชาวบ้านออกจากพื้นที่บุกรุกโดยนายทุนโดยวางแผนแก้ไขปัญหาบนรัฐธรรมนูญที่บัญญัติมาตรารับรองสิทธิชุมชน ค่อยๆ ดำเนินการโดยอาศัยเงื่อนไขมติคณะรัฐมนตรี ที่ผ่อนผันอนุโลมให้ชุมชนอยู่ และค่อยๆหาทางควบคุมมิให้ขยายออกโดยมิเปลี่ยนมือ
อธิบดีกรมนี้คนใหม่ควรปรับทัศนคติเรื่องบุคลากรที่จบจากสถาบันการศึกษาสายวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และโรงเรียนป่าไม้แพร่ เพราะเป็นเรื่องที่จบมานับสิบปี ความรู้ความสามารถที่เรียนมาคงไม่ต่างกันมาก แต่ต้องพิจาณาการทำงานจากผลงานที่ผ่านมา ผมเคยเจอคนที่จบจากป่าไม้แพร่ตั้งหลายคนที่ทำงานดีมีอุดมการณ์ ทำงานได้ ตัดสินใจเด็ดขาด ในขณะที่นักวนศาสตร์หลายคนก็มัวแต่อิงหลักการจนทำงานไม่คล่อง ที่ผ่านมากก็มีเรื่องรุ่นโน้นรุ่นนี้ทะเลาะกัน มาตั้งหลักกันใหม่บนเหตุผล และความเหมาะสมแต่ละบุคคลกันไป
ปัญหาใหญ่ของกรมนี้ อีกเรื่องคือเรื่องเงินทอน และเรื่องอัตราจ้างที่ไม่มีคนทำงานจริง ที่เรียกว่าผี จริงปัญหาเรื่องนี้อาจจะมีในทุกกรมเช่นกัน แต่ กรมนี้มันเกี่ยวข้องกับทรัพยากรสำคัญ ค่อยๆปรับ ไม่รับส่งนาย ไม่เก็บก๊อก ค่อยๆลดๆเรื่องอย่างนี้ลงอย่างเป็นเรื่องเป็นราว ผมว่าจะได้ใจคนทำงานส่วนใหญ่ แต่อย่างว่าปัญหาแบบนี้จะให้จบให้หมดแบบเบ็ดเสร็จเป็นไปไม่ได้ แต่หากอธิบดีมาจากคนทำงานก็ค่อยๆปรับให้ไม่หนักนัก ค่อยๆดีขึ้น ผมก็ว่าน่าจะพอทำได้
เรายังเก็บป่าที่สำคัญ ทรัพยากรทางชีวภาพระดับโลกไว้ได้พอสมควร งานที่ไม่ชัดคืองานศึกษาวิจัย ทำให้ป่าของเราเป็นป่าที่มีคุณค่าในด้านทรัพยากรความหลากหลายทางชีวภาพในระดับโลกให้มีงานวิจัยออกมาให้ประจักษ์ เพื่อรักษาป่าเอาไว้อย่างถาวร ไม่ใช่เอะอะก็ให้กรมชลประทานมาขอทำเขื่อนกันง่ายๆ แบบเขื่อนแม่วงก์ เขื่อนแก่งเสือเต้น
อย่าลืมเรื่องสวัสดิภาพสวัสดิการเจ้าหน้าที่และลูกจ้างพิทักษ์ป่า ตลอดจนแม่บ้านในพื้นที่อนุรักษ์ ซึ่งเป็นกลไกสำคัญของการทำงานรักษาป่า
เอาแค่นี้ก่อนก็แล้วกันครับ
ไปๆ มาๆ ตำแหน่งอธิบดีกรมอุทยานฯ คนต่อไปที่ต้องทำงานต่อจากคุณดำรงค์ พิเดช ก็กลายเป็นตำแหน่งที่มีปัญหา ว่าใครจะมาและถูกเฝ้ามองว่าจะเป็นใคร มาเพื่อทำงานต่อเนื่องกับคุณดำรงค์ หรือมาเปลี่ยนแปลงเรื่องต่างๆ ที่ปรากฏการณ์ดำรงค์ พิเดชได้ทำให้เกิดขึ้น จนป่านนี้วันที่ผมเขียนเรื่องนี้ก็ไม่รู้ว่าใครจะมานั่งเก้าอี้ร้อนๆ หรือเขารอจนอุ่นๆ เย็นเสียก่อนค่อยตั้งก็ไม่รู้

แน่นอนว่าในปรากฏการณ์ดำรงค์ ที่ทำให้สถานการณ์ป่าเมืองไทยมีสีสันอย่างยิ่ง ในช่วงเวลาที่ผ่านมาก็มีทั้งฝ่ายบวก ฝ่ายลบ คิดเห็นต่างๆกัน ผมลองสำรวจความเห็นของตัวเองในฐานะของคนนอกที่ทำงานเกี่ยวข้องว่าอยากให้อธิบดีคนใหม่ทำอะไรต่อจากคุณดำรงค์

ผมอยากให้มีการจัดการตรวจสอบพื้นที่เอกชนที่ยึดถือครอบครองในพื้นที่อุทยานแห่งชาติและเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า อย่างต่อเนื่อง แต่ตั้งคณะทำงานเจ๋งๆ จากภายนอกมาร่วมทำงาน และสร้างกรอบการทำงานที่สามารถตอบคำถามสังคมว่าหากไม่ทุบทิ้งจะมีวิธีไหนที่ทำให้ได้พื้นที่ที่ทำหน้าที่ป่าคืนให้คนไทย แต่ทำให้ทุกฝ่ายยอมรับ โดยไม่ต้องเกี้ยเซี้ย เบี่ยงไปเป็นการเช่า หรือ ผ่อนผันกันไม่รู้จบ แต่อาจจะเป็นการสร้างข้อตกลงแบบที่สังคมยอมรับบนหลักการทางกฎหมายและการมีส่วนร่วมบนหลักนิติธรรม

การไล่รื้อธุรกิจท่องเที่ยวรีสอร์ตในพื้นที่อุทยาน ถ้าจะให้สวย มันน่าจะมีการตรวจสอบบุคลากรที่ทำหน้าที่ควบคุมภายในกรมเอง ที่มีการปล่อยปละละเลยควบคู่ไปกับการตรวจสอบเอกชนให้ชัดเจนด้วยว่าหากปัญหาเกิดจากการทำงานของคนในเองก็ต้องมีมาตรการจัดการเช่นกัน

ผมอยากให้แยกแยะพื้นที่ปัญหาทับซ้อนชุมชนชาวบ้านออกจากพื้นที่บุกรุกโดยนายทุนโดยวางแผนแก้ไขปัญหาบนรัฐธรรมนูญที่บัญญัติมาตรารับรองสิทธิชุมชน ค่อยๆ ดำเนินการโดยอาศัยเงื่อนไขมติคณะรัฐมนตรี ที่ผ่อนผันอนุโลมให้ชุมชนอยู่ และค่อยๆหาทางควบคุมมิให้ขยายออกโดยมิเปลี่ยนมือ

อธิบดีกรมนี้คนใหม่ควรปรับทัศนคติเรื่องบุคลากรที่จบจากสถาบันการศึกษาสายวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และโรงเรียนป่าไม้แพร่ เพราะเป็นเรื่องที่จบมานับสิบปี ความรู้ความสามารถที่เรียนมาคงไม่ต่างกันมาก แต่ต้องพิจาณาการทำงานจากผลงานที่ผ่านมา ผมเคยเจอคนที่จบจากป่าไม้แพร่ตั้งหลายคนที่ทำงานดีมีอุดมการณ์ ทำงานได้ ตัดสินใจเด็ดขาด ในขณะที่นักวนศาสตร์หลายคนก็มัวแต่อิงหลักการจนทำงานไม่คล่อง ที่ผ่านมากก็มีเรื่องรุ่นโน้นรุ่นนี้ทะเลาะกัน มาตั้งหลักกันใหม่บนเหตุผล และความเหมาะสมแต่ละบุคคลกันไป

ปัญหาใหญ่ของกรมนี้ อีกเรื่องคือเรื่องเงินทอน และเรื่องอัตราจ้างที่ไม่มีคนทำงานจริง ที่เรียกว่าผี จริงปัญหาเรื่องนี้อาจจะมีในทุกกรมเช่นกัน แต่ กรมนี้มันเกี่ยวข้องกับทรัพยากรสำคัญ ค่อยๆปรับ ไม่รับส่งนาย ไม่เก็บก๊อก ค่อยๆลดๆเรื่องอย่างนี้ลงอย่างเป็นเรื่องเป็นราว ผมว่าจะได้ใจคนทำงานส่วนใหญ่ แต่อย่างว่าปัญหาแบบนี้จะให้จบให้หมดแบบเบ็ดเสร็จเป็นไปไม่ได้ แต่หากอธิบดีมาจากคนทำงานก็ค่อยๆปรับให้ไม่หนักนัก ค่อยๆดีขึ้น ผมก็ว่าน่าจะพอทำได้

เรายังเก็บป่าที่สำคัญ ทรัพยากรทางชีวภาพระดับโลกไว้ได้พอสมควร งานที่ไม่ชัดคืองานศึกษาวิจัย ทำให้ป่าของเราเป็นป่าที่มีคุณค่าในด้านทรัพยากรความหลากหลายทางชีวภาพในระดับโลกให้มีงานวิจัยออกมาให้ประจักษ์ เพื่อรักษาป่าเอาไว้อย่างถาวร ไม่ใช่เอะอะก็ให้กรมชลประทานมาขอทำเขื่อนกันง่ายๆ แบบเขื่อนแม่วงก์ เขื่อนแก่งเสือเต้น

อย่าลืมเรื่องสวัสดิภาพสวัสดิการเจ้าหน้าที่และลูกจ้างพิทักษ์ป่า ตลอดจนแม่บ้านในพื้นที่อนุรักษ์ ซึ่งเป็นกลไกสำคัญของการทำงานรักษาป่า

เอาแค่นี้ก่อนก็แล้วกันครับ
 

รับข่าวสาร