• Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size

เกษตรธรรมชาติ ทดแทนไร่ข้าวโพด

อีเมล พิมพ์ PDF
ดัชนีบทความ
เกษตรธรรมชาติ ทดแทนไร่ข้าวโพด
ศูนย์กสิกรรมธรรมชาติบ้านทุ่งนางครวญ
ปัญหา
ทำอะไรบ้าง
ผลการทำงาน
ทุกหน้า
วิธีการทำไร่หมุนเวียนของชาวกะเหรี่ยง เป็นการทำเกษตรที่เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมที่เป็นภูเขา เนื่องจากไม่มีธาตุอาหารที่ได้จากพัดพามาของน้ำ จึงต้องพักดินให้ฟื้นตัวจนเมื่อระยะเวลาหนึ่งซึ่งอาจถึง ๕ – ๑๐ ปี ก็จะเวียนกลับมาทำไร่ในพื้นที่เดิม โดยในภาพรวมแล้ว มักไม่ขยายพื้นที่ไปจาก “ไร่ซาก” ที่เคยทำกันมา นอกจากนี้ยังมีประเพณีการเก็บ “ป่าแก่” ไว้เป็นพื้นที่เก็บเห็ด หาหน่อ เป็นป่าถาวรเล็กๆ แทรกอยู่ทั่วไปในไร่กะเหรี่ยงปีหนึ่งเพียง ๓ – ๕ ไร่ สามารถมีผลผลิตพอเพียงสำหรับครอบครัวทั้งข้าวที่กินตลอดปี พริกที่ขายเอาเงิน และมีของแถม คือ ผัก สมุนไพร ยาสูบ และดอกไม้ ดังนั้น ไร่กะเหรี่ยงเล็กๆ จะให้ปัจจัยดำรงชีวิตอย่างพอเพียงมากกว่าไร่ประจำที่ปลูกพืชเชิงเดี่ยว  เป็นอย่างมาก นอกจากนี้พื้นที่ไร่ซากและป่าแก่ ทำหน้าที่เชื่อมต่อระบบนิเวศป่าโดยรอบ
แต่วันนี้พื้นที่ชุมชนในผืนป่าตะวันตกหลายแห่งปลูกพืชไร่อยู่ไม่กี่ชนิด คือ ข้าวโพด ฟักทอง มันเทศ เหล่านี้ล้วนเป็นเกษตรอุตสาหกรรมที่ต้องพึ่งเมล็ดพันธุ์และยาฆ่าแมลง ส่งมลพิษจากต้นน้ำถึงปลายน้ำ และเกษตรกรตกอยู่ในวงจรหนี้สินไม่รู้จบ ส่งผลให้ต้องเปิดพื้นที่ป่ามากขึ้นเรื่อยๆ เพื่อให้มีผลผลิตไปขายนำเงินมาใช้หนี้
การถากถางผืนป่าเป็นพื้นที่กว้างก่อให้เกิดความสูญเสียผืนป่าสมบูรณ์ครั้งใหญ่ การเร่งนำสภาพแวดล้อม   เชิงวนเกษตรหรือเกษตรธรรมชาติแทนที่พืชไร่เชิงเดี่ยวจึงเป็นความจำเป็นเร่งด่วนในการแก้ไขปัญหาการชะล้างพังทลายหน้าดิน และการขาดจากกันของระบบนิเวศ
วิธีการทำไร่หมุนเวียนของชาวกะเหรี่ยง เป็นการทำเกษตรที่เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมที่เป็นภูเขา เนื่องจากไม่มีธาตุอาหารที่ได้จากพัดพามาของน้ำ จึงต้องพักดินให้ฟื้นตัวจนเมื่อระยะเวลาหนึ่งซึ่งอาจถึง ๕ – ๑๐ ปี ก็จะเวียนกลับมาทำไร่ในพื้นที่เดิม โดยในภาพรวมแล้ว มักไม่ขยายพื้นที่ไปจาก “ไร่ซาก” ที่เคยทำกันมา นอกจากนี้ยังมีประเพณีการเก็บ “ป่าแก่” ไว้เป็นพื้นที่เก็บเห็ด หาหน่อ เป็นป่าถาวรเล็กๆ แทรกอยู่ทั่วไปในไร่กะเหรี่ยงปีหนึ่งเพียง ๓ – ๕ ไร่ สามารถมีผลผลิตพอเพียงสำหรับครอบครัวทั้งข้าวที่กินตลอดปี พริกที่ขายเอาเงิน และมีของแถม คือ ผัก สมุนไพร ยาสูบ และดอกไม้ ดังนั้น ไร่กะเหรี่ยงเล็กๆ จะให้ปัจจัยดำรงชีวิตอย่างพอเพียงมากกว่าไร่ประจำที่ปลูกพืชเชิงเดี่ยว  เป็นอย่างมาก นอกจากนี้พื้นที่ไร่ซากและป่าแก่ ทำหน้าที่เชื่อมต่อระบบนิเวศป่าโดยรอบ

แต่วันนี้พื้นที่ชุมชนในผืนป่าตะวันตกหลายแห่งปลูกพืชไร่อยู่ไม่กี่ชนิด คือ ข้าวโพด ฟักทอง มันเทศ เหล่านี้ล้วนเป็นเกษตรอุตสาหกรรมที่ต้องพึ่งเมล็ดพันธุ์และยาฆ่าแมลง ส่งมลพิษจากต้นน้ำถึงปลายน้ำ และเกษตรกรตกอยู่ในวงจรหนี้สินไม่รู้จบ ส่งผลให้ต้องเปิดพื้นที่ป่ามากขึ้นเรื่อยๆ เพื่อให้มีผลผลิตไปขายนำเงินมาใช้หนี้

การถากถางผืนป่าเป็นพื้นที่กว้างก่อให้เกิดความสูญเสียผืนป่าสมบูรณ์ครั้งใหญ่ การเร่งนำสภาพแวดล้อม   เชิงวนเกษตรหรือเกษตรธรรมชาติแทนที่พืชไร่เชิงเดี่ยวจึงเป็นความจำเป็นเร่งด่วนในการแก้ไขปัญหาการชะล้างพังทลายหน้าดิน และการขาดจากกันของระบบนิเวศ 


 

รับข่าวสาร