• Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
หน้าแรก ห้องสมุด เขื่อน อุทยานแห่งชาติแม่วงก์วันนี้ ขอโอกาสธรรมชาติฟื้นฟู

อุทยานแห่งชาติแม่วงก์วันนี้ ขอโอกาสธรรมชาติฟื้นฟู

อีเมล พิมพ์ PDF
หลังจากเป็นอุทยานแห่งชาติมานานกว่า 24 ปี ในวันนี้กำลังถูกกระแสกดดันจากรัฐ และกลุ่มคนบางกลุ่มอีกครั้ง เพื่อเสนอก่อสร้างเขื่อนแม่วงก์ และถนนทางหลวงคลองลาน – อุ้มผาง ทั้งๆ ที่สถานภาพป่าไม้โดยเฉพาะป่าสักธรรมชาติ และสถานภาพสัตว์ป่าใกล้สูญพันธุ์หลายชนิด กำลังฟื้นฟูอย่างยิ่ง และเป็นความหวังของคนนครสวรรค์ กำแพงเพชร และคนไทยทั้งประเทศที่เข้าใจคุณค่าของการอนุรักษ์ป่าไม้และสัตว์ป่า และพื้นที่นี้ยังคงความหวังขององค์กรอนุรักษ์ระดับนานาชาติอีกด้วย เพราะอุทยานแห่งชาติแม่วงก์เป็นส่วนหนึ่งของผืนป่าตะวันตก ซึ่งเป็นผืนป่าอนุรักษ์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดแห่งภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีพื้นที่อนุรักษ์รวมกันถึง 11.7 ล้านไร่ หรือ 18,000 ตารางกิโลเมตร
ที่สำคัญอีกประการหนึ่งคือ อุทยานแห่งชาติแม่วงก์ยังเป็นเสมือนเกราะป้องกันผืนป่ามรดกโลกคือ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง ซึ่งเป็นพื้นที่อนุรักษ์ที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย
เมื่อมองย้อนหลังไปประมาณ 30 ปี ก่อนที่ทางราชการจะประกาศพื้นที่อุทยานแห่งชาติ และอพยพชุมชนชาวเขาหลายชุมชนออกจากป่าแม่วงก์ โดยจัดสรรที่ทำกินให้นอกเขตอุทยานฯ ราษฎรที่อาศัยอยู่กลางป่าแม่วงก์ในยุคนั้นทำไร่ ทั้งไร่ถาวรและเลื่อนลอย ล่าสัตว์ ตัดไม้ จนกระทั่งพื้นที่หลายส่วนของป่าแม่วงก์มีสภาพเสื่อมโทรมอย่างหนักในอดีต เช่น สภาพป่าไร่ร้างผืนใหญ่ สภาพตอเก่า โดยเฉพาะตอไม้สัก กระจัดกระจาย และสภาพสัตว์ป่าขนาดใหญ่ที่ถูกพรานล่าจนสูญพันธุ์ หรือเกือบสูญพันธุ์ เช่น ช้างป่า เสือโคร่ง วัวแดง กวางป่า ที่แทบหมดสิ้นจากป่าแม่วงก์
สัตว์ป่ากำลังฟื้นชีวิตชีวา ให้กับป่าแม่วงก์
ป่าแม่วงก์วันนี้ สัตว์ป่าที่สำคัญหลายชนิด กำลังกลับฟื้นคืนมาอย่างเห็นได้ชัด ทั้งนี้เป็นผลสำเร็จของการดูแลรักษา และคงความต่อเนื่องของป่าแม่วงก์กับผืนป่าใหญ่ คือเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้งและผืนป่าตะวันตก ทำให้สัตว์ป่าเคลื่อนย้ายจากป่าสมบูรณ์มาสู่บริเวณพื้นที่ฟื้นฟูของป่าแม่วงก์โดยธรรมชาติในวันนี้ บริเวณ “ลานนกยูง” ซึ่งนกยูงเคยสูญพันธุ์ไป เราจะพบนกยูงไทยกระจายพันธุ์ ส่งเสียงร้อง ฟื้นชีวิตให้กับ “ลานนกยูง” อีกครั้ง บริเวณหากทรายตามลำน้ำแม่วงก์ก็สามารถพบรอยกวางป่าหนาแน่น ซึ่งเอ 20 ปีก่อน แทบไม่พบร่องรอยกวางป่าเลย
นอกจากนี้ ข้อมูลล่าสุดยังปรากฏว่าเสือโคร่งในป่าแม่วงก์กำลังฟื้นฟูอย่างชัดเจน โดยเสือโคร่งส่วนหนึ่งกระจายตัวมาจากเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง หากสามารถควบคุมการล่าสัตว์ป่าได้อย่างต่อเนื่องและจริงจังในป่าแม่วงก์ คาดว่าอีกประมาณไม่เกิน 10 ปี อุทยานแห่งชาติแม่วงก์จะกลายเป็นอุทยานแห่งชาติที่มีประชากรเสือโคร่งและสัตว์ป่าใกล้สูญพันธุ์อื่นๆ ชุกชุม และเป็นแหล่งทำรายได้จากการท่องเที่ยวเชิงนิเวศให้กับคนท้องถิ่นและประเทศได้เป็นอย่างดี
หากสร้างเขื่อนแม่วงก์ สัตว์ป่าที่กำลังฟื้นฟูเหล่านี้ก็จะสูญเสียแหล่งหญ้าและอาหารริมลำน้ำที่สำคัญและถูกรบกวนนานัปการทั้งในระหว่างก่อสร้าง และภายหลังสร้างเขื่อนเสร็จแล้ว โดยที่เขื่อนจะนำไปสู่ปัญหาการล่าสัตว์ที่ควบคุมได้ยาก เพราะเป็นการง่ายต่อพรานล่าสัตว์ที่จะใช้เรือ หรืแพ เข้าถึงพื้นที่ได้อย่างสะดวก โดยสามารถเห็นได้อย่างชัดเจนจากความเสื่อมโทรม และการสูญพันธุ์ของสัตว์ป่า ในบริเวณป่าที่มีอ่างเก็บน้ำเกิดขึ้นแทบทุกแห่งในประเทศไทย
หากตัดถนนเป็นทางหลวงเชื่อมระหว่างอำเภอคลองลานและอำเภออุ้มผาง ผืนป่าตะวันตกถูกแบ่งแยกขาดจากกัน สัตว์ป่าหลายชนิดจะหลีกเลี่ยงถนนและคนรบกวน และจะเปิดโอกาสให้เกิดการบุกรุกแผ้วถางป่าอีกเป็นปริมาณมหาศาล จากชุมชนชาวเขา ดังเช่นที่เคยเกิดขึ้นแล้วในพื้นที่สองฝั่งถนนระหว่างอำเภอแม่สอดกับอำเภออุ้มผางที่ถูกแผ้วถางอย่างหนักหน่วงดังที่เป็นข่าวในขณะนี้ ส่วนสัตว์ป่าใกล้สูญพันธุ์ที่กำลังฟื้นตัวก็จะถูกล่าอีกอย่างควบคุมไม่ได้ในที่สุด
ป่าสักธรรมชาติ กำลังฟื้นตัว
ป่าสักธรรมชาติบริเวณริมห้วยแม่เรวา ที่เคยถูกตัดฟันอย่างหนักในอดีต ปัจจุบันต้นสักหลายต้นมีขนาดใหญ่โตจนบางต้นขึ้นคลุมตอไม้สักเดิม ส่วนไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ดั้งเดิมที่รอดพ้นจากการถูกตัดฟันในอดีตก็ยังคงเห็นได้ เช่น กะบาก เสลา แดง และอื่นๆ ต้นเต็ง ต้นรัง หลายต้นมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางโตเกือบ 1 เมตร นับอายุคงเป็นร้อยปี รอดพ้นจากพวกตัดไม้มาได้จนถึงทุกวันนี้ เนื่องจากเป็นอุทยานแห่งชาติ
หากพื้นที่ส่วนนี้กลายเป็นเขื่อนแม่วงก์ นอกจากป่าที่มีระดับต่ำกว่าระดับ 200 เมตรจากระดับน้ำทะเล จะถูกน้ำท่วมหมดแล้ว ป่าที่อยู่ข้างเคียงอ่างเก็บน้ำก็จะถูกลักลอบตัดฟันและลากลงอ่างเก็บน้ำเพื่อซุกซ่อนหรือขนออก อย่างยากที่จะควบคุม ดังเช่นที่เคยเกิดขึ้นกับอ่างเก็บน้ำทั้งขนาดเล็กและใหญ่เกือบทุกแห่งในประเทศ ไม้เต็ง รัง กะบาก ขนาดใหญ่ ใกล้อ่างเก็บน้ำ คงเป็นที่หมายปองของพวกทำไม้เถื่อนเป็นอันดับแรกๆ ป่าสักที่กำลังเติบโตฟื้นคืนมากว่า 20-30 ปี คงตกเป็นเป้าหมายอันดับต้นๆ ของพวกทำไม้เพื่อแปรรูปทำเฟอร์นิเจอร์เลยทีเดียว
บทสรุป
จะเห็นว่าหากมีการสร้างเขื่อนแม่วงก์ หรือตัดถนนสายอำเภอคลองลานถึงอำเภออุ้มผาง ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมจะไม่ได้เกิดเฉพาะที่อุทยานแห่งชาติแม่วงก์เท่านั้น แต่จะกระทบต่อผืนป่าต้นน้ำที่ดีที่สุดของประเทศ คือ ผืนป่าตะวันตก และจะนำไปสู่การทำลายป้านน้ำอย่างขนานใหญ่ ในที่สุดจะส่งผลเสียทางด้านสิ่งแวดล้อมต่อผู้ใช้น้ำ ทั้งแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำแม่กลอง
และขอเน้นว่าประเทศไทยลงทุนรักษาป่าอนุรักษ์มาเป็นระยะเวลายาวนาน โดยใช้งบประมาณและกำลังคนจำนวนมาก เราไม่ควรอย่างยิ่งที่จะให้เกิดโครงการก่อสร้าง หรือโครงการพัฒนาขนาดใหญ่ในยุคนี้
จึงขอเรียกร้องให้ผู้เกี่ยวข้องพิจารณายุติโครงการพัฒนาขนาดใหญ่ในพื้นที่อนุรักษ์ทั้งในอุทยานแห่งชาติแม่วงก์ และที่อื่นๆ โดยคำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมระยะยาวที่จะกระทบต่อคนในสังคมไทยในอนาคต
อนรรฆ พัฒนวิบูลย์ ผู้อำนวยการสมาคมอนุรักษ์สัตว์ป่า WCS ประเทศไทย
มติชน 11 เมษายน 2555
หลังจากเป็นอุทยานแห่งชาติมานานกว่า 24 ปี ในวันนี้กำลังถูกกระแสกดดันจากรัฐ และกลุ่มคนบางกลุ่มอีกครั้ง เพื่อเสนอก่อสร้างเขื่อนแม่วงก์ และถนนทางหลวงคลองลาน – อุ้มผาง ทั้งๆ ที่สถานภาพป่าไม้โดยเฉพาะป่าสักธรรมชาติ และสถานภาพสัตว์ป่าใกล้สูญพันธุ์หลายชนิด กำลังฟื้นฟูอย่างยิ่ง และเป็นความหวังของคนนครสวรรค์ กำแพงเพชร และคนไทยทั้งประเทศที่เข้าใจคุณค่าของการอนุรักษ์ป่าไม้และสัตว์ป่า และพื้นที่นี้ยังคงความหวังขององค์กรอนุรักษ์ระดับนานาชาติอีกด้วย เพราะอุทยานแห่งชาติแม่วงก์เป็นส่วนหนึ่งของผืนป่าตะวันตก ซึ่งเป็นผืนป่าอนุรักษ์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดแห่งภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีพื้นที่อนุรักษ์รวมกันถึง 11.7 ล้านไร่ หรือ 18,000 ตารางกิโลเมตร

ที่สำคัญอีกประการหนึ่งคือ อุทยานแห่งชาติแม่วงก์ยังเป็นเสมือนเกราะป้องกันผืนป่ามรดกโลกคือ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง ซึ่งเป็นพื้นที่อนุรักษ์ที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย

เมื่อมองย้อนหลังไปประมาณ 30 ปี ก่อนที่ทางราชการจะประกาศพื้นที่อุทยานแห่งชาติ และอพยพชุมชนชาวเขาหลายชุมชนออกจากป่าแม่วงก์ โดยจัดสรรที่ทำกินให้นอกเขตอุทยานฯ ราษฎรที่อาศัยอยู่กลางป่าแม่วงก์ในยุคนั้นทำไร่ ทั้งไร่ถาวรและเลื่อนลอย ล่าสัตว์ ตัดไม้ จนกระทั่งพื้นที่หลายส่วนของป่าแม่วงก์มีสภาพเสื่อมโทรมอย่างหนักในอดีต เช่น สภาพป่าไร่ร้างผืนใหญ่ สภาพตอเก่า โดยเฉพาะตอไม้สัก กระจัดกระจาย และสภาพสัตว์ป่าขนาดใหญ่ที่ถูกพรานล่าจนสูญพันธุ์ หรือเกือบสูญพันธุ์ เช่น ช้างป่า เสือโคร่ง วัวแดง กวางป่า ที่แทบหมดสิ้นจากป่าแม่วงก์
แม่วงก์

สัตว์ป่ากำลังฟื้นชีวิตชีวา ให้กับป่าแม่วงก์
ป่าแม่วงก์วันนี้ สัตว์ป่าที่สำคัญหลายชนิด กำลังกลับฟื้นคืนมาอย่างเห็นได้ชัด ทั้งนี้เป็นผลสำเร็จของการดูแลรักษา และคงความต่อเนื่องของป่าแม่วงก์กับผืนป่าใหญ่ คือเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้งและผืนป่าตะวันตก ทำให้สัตว์ป่าเคลื่อนย้ายจากป่าสมบูรณ์มาสู่บริเวณพื้นที่ฟื้นฟูของป่าแม่วงก์โดยธรรมชาติในวันนี้ บริเวณ “ลานนกยูง” ซึ่งนกยูงเคยสูญพันธุ์ไป เราจะพบนกยูงไทยกระจายพันธุ์ ส่งเสียงร้อง ฟื้นชีวิตให้กับ “ลานนกยูง” อีกครั้ง บริเวณหากทรายตามลำน้ำแม่วงก์ก็สามารถพบรอยกวางป่าหนาแน่น ซึ่งเอ 20 ปีก่อน แทบไม่พบร่องรอยกวางป่าเลย

นอกจากนี้ ข้อมูลล่าสุดยังปรากฏว่าเสือโคร่งในป่าแม่วงก์กำลังฟื้นฟูอย่างชัดเจน โดยเสือโคร่งส่วนหนึ่งกระจายตัวมาจากเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง หากสามารถควบคุมการล่าสัตว์ป่าได้อย่างต่อเนื่องและจริงจังในป่าแม่วงก์ คาดว่าอีกประมาณไม่เกิน 10 ปี อุทยานแห่งชาติแม่วงก์จะกลายเป็นอุทยานแห่งชาติที่มีประชากรเสือโคร่งและสัตว์ป่าใกล้สูญพันธุ์อื่นๆ ชุกชุม และเป็นแหล่งทำรายได้จากการท่องเที่ยวเชิงนิเวศให้กับคนท้องถิ่นและประเทศได้เป็นอย่างดี

หากสร้างเขื่อนแม่วงก์ สัตว์ป่าที่กำลังฟื้นฟูเหล่านี้ก็จะสูญเสียแหล่งหญ้าและอาหารริมลำน้ำที่สำคัญและถูกรบกวนนานัปการทั้งในระหว่างก่อสร้าง และภายหลังสร้างเขื่อนเสร็จแล้ว โดยที่เขื่อนจะนำไปสู่ปัญหาการล่าสัตว์ที่ควบคุมได้ยาก เพราะเป็นการง่ายต่อพรานล่าสัตว์ที่จะใช้เรือ หรืแพ เข้าถึงพื้นที่ได้อย่างสะดวก โดยสามารถเห็นได้อย่างชัดเจนจากความเสื่อมโทรม และการสูญพันธุ์ของสัตว์ป่า ในบริเวณป่าที่มีอ่างเก็บน้ำเกิดขึ้นแทบทุกแห่งในประเทศไทย

หากตัดถนนเป็นทางหลวงเชื่อมระหว่างอำเภอคลองลานและอำเภออุ้มผาง ผืนป่าตะวันตกถูกแบ่งแยกขาดจากกัน สัตว์ป่าหลายชนิดจะหลีกเลี่ยงถนนและคนรบกวน และจะเปิดโอกาสให้เกิดการบุกรุกแผ้วถางป่าอีกเป็นปริมาณมหาศาล จากชุมชนชาวเขา ดังเช่นที่เคยเกิดขึ้นแล้วในพื้นที่สองฝั่งถนนระหว่างอำเภอแม่สอดกับอำเภออุ้มผางที่ถูกแผ้วถางอย่างหนักหน่วงดังที่เป็นข่าวในขณะนี้ ส่วนสัตว์ป่าใกล้สูญพันธุ์ที่กำลังฟื้นตัวก็จะถูกล่าอีกอย่างควบคุมไม่ได้ในที่สุด

ป่าสักธรรมชาติ กำลังฟื้นตัว
ป่าสักธรรมชาติบริเวณริมห้วยแม่เรวา ที่เคยถูกตัดฟันอย่างหนักในอดีต ปัจจุบันต้นสักหลายต้นมีขนาดใหญ่โตจนบางต้นขึ้นคลุมตอไม้สักเดิม ส่วนไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ดั้งเดิมที่รอดพ้นจากการถูกตัดฟันในอดีตก็ยังคงเห็นได้ เช่น กะบาก เสลา แดง และอื่นๆ ต้นเต็ง ต้นรัง หลายต้นมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางโตเกือบ 1 เมตร นับอายุคงเป็นร้อยปี รอดพ้นจากพวกตัดไม้มาได้จนถึงทุกวันนี้ เนื่องจากเป็นอุทยานแห่งชาติ

หากพื้นที่ส่วนนี้กลายเป็นเขื่อนแม่วงก์ นอกจากป่าที่มีระดับต่ำกว่าระดับ 200 เมตรจากระดับน้ำทะเล จะถูกน้ำท่วมหมดแล้ว ป่าที่อยู่ข้างเคียงอ่างเก็บน้ำก็จะถูกลักลอบตัดฟันและลากลงอ่างเก็บน้ำเพื่อซุกซ่อนหรือขนออก อย่างยากที่จะควบคุม ดังเช่นที่เคยเกิดขึ้นกับอ่างเก็บน้ำทั้งขนาดเล็กและใหญ่เกือบทุกแห่งในประเทศ ไม้เต็ง รัง กะบาก ขนาดใหญ่ ใกล้อ่างเก็บน้ำ คงเป็นที่หมายปองของพวกทำไม้เถื่อนเป็นอันดับแรกๆ ป่าสักที่กำลังเติบโตฟื้นคืนมากว่า 20-30 ปี คงตกเป็นเป้าหมายอันดับต้นๆ ของพวกทำไม้เพื่อแปรรูปทำเฟอร์นิเจอร์เลยทีเดียว

บทสรุป
จะเห็นว่าหากมีการสร้างเขื่อนแม่วงก์ หรือตัดถนนสายอำเภอคลองลานถึงอำเภออุ้มผาง ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมจะไม่ได้เกิดเฉพาะที่อุทยานแห่งชาติแม่วงก์เท่านั้น แต่จะกระทบต่อผืนป่าต้นน้ำที่ดีที่สุดของประเทศ คือ ผืนป่าตะวันตก และจะนำไปสู่การทำลายป้านน้ำอย่างขนานใหญ่ ในที่สุดจะส่งผลเสียทางด้านสิ่งแวดล้อมต่อผู้ใช้น้ำ ทั้งแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำแม่กลอง

และขอเน้นว่าประเทศไทยลงทุนรักษาป่าอนุรักษ์มาเป็นระยะเวลายาวนาน โดยใช้งบประมาณและกำลังคนจำนวนมาก เราไม่ควรอย่างยิ่งที่จะให้เกิดโครงการก่อสร้าง หรือโครงการพัฒนาขนาดใหญ่ในยุคนี้

จึงขอเรียกร้องให้ผู้เกี่ยวข้องพิจารณายุติโครงการพัฒนาขนาดใหญ่ในพื้นที่อนุรักษ์ทั้งในอุทยานแห่งชาติแม่วงก์ และที่อื่นๆ โดยคำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมระยะยาวที่จะกระทบต่อคนในสังคมไทยในอนาคต

อนรรฆ พัฒนวิบูลย์ ผู้อำนวยการสมาคมอนุรักษ์สัตว์ป่า WCS ประเทศไทย
มติชน 11 เมษายน 2555
 

รับข่าวสาร