• Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
หน้าแรก เราทำงานให้พี่สืบ ศศิน เฉลิมลาภ บทความโดยศศิน เฉลิมลาภ ทีมเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันออก รางวัลทีมนักอนุรักษ์ สืบ นาคะเสถียร

ทีมเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันออก รางวัลทีมนักอนุรักษ์ สืบ นาคะเสถียร

อีเมล พิมพ์ PDF
เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมามีการมอบรางวัลทีมนักอนุรักษ์ สืบ นาคะเสถียร บนเวทีคอนเสิร์ต 20 ปี สืบ นาคะเสถียรที่หอประชุมใหญ่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เนื่องจากคณะกรรมการมูลนิธิสืบได้ประชุมกันและมีความเห็นว่าเราควรให้กำลังใจคนทำงานที่อยู่ในป่าลึกที่สุดของผืนป่าตะวันตก ที่แม้จะประสบปัญหานานับประการในความทุรกันดารของพื้นที่มากมาย แต่ก็ได้ร่วมกันแสดงให้เห็นว่าการทำงานประสานกันเป็นทีมด้วยจิตใจที่เข้มแข็งย่อมสามารถจัดการปัญหาในการรักษาป่าใหญ่ที่อาจจะกล่าวได้ว่ามีสัตว์ป่าชุกชุมที่สุดของประเทศไว้ได้อย่างไร

เราทำงานกับทีมงานทุ่งใหญ่ตะวันออกอย่างใกล้ชิดมาเกือบ 7 ปี กับหัวหน้าเขตสองท่านคือ หัวหน้าวิทยา ศรีสุวรรณ และ หัวหน้าสมปอง ทองสีเข้ม สิ่งที่เราประทับใจในวิธีทำงานกับหัวหน้าและทีมงานนั่นคือ การทำงานแก้ปัญหาเรื่อง “คน” ที่อยู่ในป่า โดยวิธีที่ยืนอยู่บนพื้นฐานการอนุรักษ์ ข้อกฏหมาย และกลยุทธ์ที่มีประสิทธิภาพ

คนในป่าทุ่งใหญ่เป็นพี่น้องกะเหรี่ยงโผล่ว ที่ผ่านเหตุการณ์เข้าร่วมในขบวนการปฏิวัติในสงครามคอมมิวนิสต์เมื่อสามสิบปีที่แล้ว แต่ความห่างไกลของพื้นที่ก็ปิดกั้นให้ความคิด วัฒนธรรมของพวกเขายังคงเข้มแข็งอยู่มากทั้งความเชื่อเรื่องวัฒนธรรม และจิตใจแบบนักรบปฏิวัติ ดังนั้นการที่จะยอมรับคนนอกที่เข้าไปทำงานอนุรักษ์ป่าด้วยข้อกฏหมายที่เข้มงวดย่อมสร้างความขัดแย้งไม่พอใจต่อกันเรื่อยมา เจ้าหน้าที่อนุรักษ์คนหนึ่งของทุ่งใหญ่เล่าให้ฟังว่า ถ้าเข้าไปในหมู่บ้านก็หมายความว่าต้องมีเรื่องราวเข้าไปจับกุมกัน เดินผ่านหมู่บ้านก็ต้องระมัดระวังตัวให้ดี

แน่นอนว่าฝ่ายชุมชนก็มองเจ้าหน้าที่ด้วยท่าทีหวาดระแวง และแน่นอนว่าอารมณ์ความรู้สึก โกรธแค้น หวาดกลัว และต่ำต้อยน้อยใจก็เป็นเรื่องฝังใจต่อเจ้าหน้าที่ที่เข้าไปทำงาน แม้ว่าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเองก็จะรับคนในหมู่บ้านหลายคนเข้าเป็นลูกจ้างทำงานด้วยก็ตาม

หลังจากที่มูลนิธิสืบและกรมอุทยานแห่งชาติร่วมกันจัดทำโครงการจอมป่า หรือ การจัดการพื้นที่คุ้มครองอย่างมีส่วนร่วม (Joint Management of Protected Area-JoMPA) เราเริ่มเข้าไปทำความรู้จักกับหมู่บ้าน 6 หมู่บ้านที่เรียงรายอยู่บนฝั่งน้ำแม่จัน ไปสบน้ำแม่กลอง อันประกอบไปด้วย หมู่บ้านยูไนท์ เกริงโบ แม่จันทะ ทิบาเก ตะละโค่ง และช่องแป๊ะ แต่ด้วยความห่างไกลของพื้นที่ทำให้มูลนิธิสืบเองก็ไม่สามารถจัดหาเจ้าหน้าที่ประจำตามโครงการที่เข้าทำงานประสานในพื้นที่ได้ แต่นั่นดูเหมือนจะไม่ใช่ปัญหา เมื่อหัวหน้าเขตได้มอบหมายให้มีเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบงานด้านประชาสัมพันธ์ที่มีทักษะในการทำงานกับผู้คนมาประสานกับเราในเรื่องนี้ และมีการวางแผนการทำงานร่วมกับหน่วยพิทักษ์ป่าช่องแป๊ะที่อยู่ในโซนพื้นที่ชุมชน เราเข้าพื้นที่และชักชวนชาวบ้านให้เริ่มพูดคุยกันหลายครั้ง จนเริ่มสนิทสนมคุ้นเคยต่อกัน จนในที่สุดเมื่อหัวหน้าสมปองเข้ามาเราสามารถหาข้อกฏหมายที่สามารถสำรวจแนวเขตวงนอกของไร่หมุนเวียนตามวัฒนธรรมของชาวบ้านได้สำเร็จด้วยแนวคิดเพื่อการควบคุมขอบเขตตามมติคณะรัฐมนตรี 30 มิ.ย. 41 โดยใช้บทบาทการทำงานเพื่การ “อนุรักษ์และป้องกัน” ของพนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ทำให้ชุมชนและเจ้าหน้าที่รับรู้แนวเขตร่วมกัน พัฒนาจนกระทั่งเกิดคณะกรรมการหมู่บ้านที่คอยดูแลการทำไร่หมุนเวียนที่ยอมรับร่วมกันกับเจ้าหน้าที่มาตลอดระยะเวลาประมาณ 4 ปีที่ผ่านมา การทำงานที่ประสบความสำเร็จนี้มีพื้นฐานมาจากการยอมรับ “สิทธิ” ของชุมชนที่เป็นชุมชนท้องถิ่นดั้งเดิมให้ทำหมุนเวียนในที่ที่เคยทำ

ปัจจุบันเจ้าหน้าที่เดินเข้าออกในหมูบ้านด้วยท่าทีที่เป็นมิตรกัน มีเสียงทักทายเรียกกินข้าวอย่างสนิทใจ ดังนั้นเมื่อมีผู้ทำออกนอกกติการการเข้าไปตักเตือนร่วมกันโดยเจ้าหน้าที่และคณะกรรมการก็มีประสิทธิภาพ และเกิดการยอมรับจากคนส่วนใหญ่ในชุมชนจนถึงวันนี้มีการพัฒนาไปถึงขั้นร่วมเดินลาดตระเวนผืนป่ารอบพื้นที่ร่วมกันทำให้ชาวบ้านก็ได้เรียนรู้เป้าหมายและวิธีการทำงานของเจ้าหน้าที่ เจ้าหน้าที่ก็ย่อมได้เข้าอกเข้าใจและรู้ข้อมูลพื้นที่มากขึ้นจากเจ้าของป่าตัวจริง นอกจากนี้ทีมงานลาดตะเวนจากส่วนกลางของเขตที่เข้ามาเดินในชุมชนก็ได้รู้จักขอบเขตพื้นที่ทำกิน และเข้าอกเข้าใจกันดีเช่นกัน  ยิ่งปัจจุบันมีการเก็บข้อมูลร่องรอยภัยคุกคาม และร่องรอยสัตว์ป่าอย่างเป็นระบบ ก็ยิ่งทำให้ชุมชนรู้ว่าเจ้าหน้าที่นั้น “รู้” ข้อมูลทุกอย่าง และคนในชุมชนก็เริ่มเห็นความสำคัญของการรักษาของดีที่เขามีอยู่

จุดอ่อนของหน่วยพิทักษ์ป่าในโซนชุมชนที่มีเพียงหน่วยเดียวได้รับการแก้ไขโดยตั้งหน่วยชั่วคราวและจุดเฝ้าระวังในปากทางเข้าสู่พื้นที่ชุมชนเรียกว่าหน่วยทีชอแมที่ใกล้หมู่บ้านยูไนท์ และย้ายหน่วยซ่องแป๊ะออกไปที่ท้ายหมู่บ้านซ่องแป๊ะเพื่อเฝ้าระวังการลักลอบเข้ามากระทำผิดจากนอกพื้นที่ สิ่งที่ไม่น่าเชื่อคือความร่วมมือที่ชุมชนมีส่วนร่วมในการให้พื้นที่สร้างหน่วย และลงแรงมาช่วยงานด้วยความ “อุ่นใจ” ที่มีเจ้าหน้าที่ราชการมาอยู่ด้วย ผ่านไปมาก็ใช้เป็นที่พักค้างแรมแบ่งข้าวปลากันกิน

เรื่องที่เล่ามาดูเหมือนเป็นเรื่อง “ง่ายๆ” ที่ควรจะเกิดขึ้นอยู่แล้ว แต่สำหรับคนที่ทำงานกับป่ากับปัญหาความขัดแย้งของการอนุรักษ์ย่อมรู้ดีว่านี่เป็นเรื่องระดับ “ปรากฏการณ์” ทีเดียว

ในวาระครบรอบยี่สิบปีของมูลนิธิพวกเรายินดีอย่างยิ่งที่ได้รู้จักกับทีมงานทุ่งใหญ่ ได้ร่วมแรงร่วมใจ และทำให้เราได้เห็นว่าปัญหาอะไรก็ตามหากร่วมกันคิดหาทางออก หาวิธีการที่เป็นไปได้ และสร้างทีมทำงานให้สอดประสานกัน ก็สามารถจัดการเรื่องที่ดูเหมือนจะป็นไปไม่ได้ให้สำเร็จอย่างไม่น่าเชื่อ

พื้นที่อื่นๆในผืนป่าตะวันตกก็มีการจัดการในแนวทางนี้เช่นเดียวกันอย่างน่าชื่นชม แต่อย่างไรก็ตามในวาระยี่สิบปีของมูลนิธิสืบนาคะเสถียร ต้องขอบคุณทุ่งใหญ่ตะวันออกเป็นพิเศษ ที่แสดงให้เห็นว่า ถ้าทำจริงก็ทำได้ และเป็นกำลังใจและแนวทางให้เราขยายผลไปทั่วผืนป่าจนถึงปัจจุบัน

เขียนเมื่อ 26 กันยายน 2553
 

เพิ่มคอมเมนต์ใหม่

รหัสป้องกันความปลอดภัย
รีเฟรช


รับข่าวสาร


บทความที่เกี่ยวข้อง