• Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
หน้าแรก เราทำงานให้พี่สืบ ศศิน เฉลิมลาภ บทความโดยศศิน เฉลิมลาภ คุณค่าป่าตะวันตกและยี่สิบปีหลังจากคุณสืบเสียชีวิต

คุณค่าป่าตะวันตกและยี่สิบปีหลังจากคุณสืบเสียชีวิต

อีเมล พิมพ์ PDF
นิตยสารสารคดี ฉบับเดือนตุลาคม ปี 2533 ลงบทสัมภาษณ์ สืบ นาคะเสถียร ที่สัมภาษณ์ไว้ก่อนที่จะยิงตัวตายเมื่อ 1 กันยายน ปีเดียวกันไว้ว่า

“ผมว่าประเทศไทยถ้าสามารถเก็บป่าธรรมชาติเอาไว้ได้ประมาณร้อยละ 20 แล้วเราใช้อย่างถูกต้อง หมายถึง เก็บเอาไว้เพื่อให้มันอำนวยประโยชน์ในแง่ของการควบคุมสภาวะแวดล้อมอะไรต่างๆ เป็นแหล่งผลิตของธาตุอาหารหรือความอุดมสมบูรณ์ให้กับพื้นที่ลุ่มน้ำตอนล่าง ถ้าเราใช้ป่าทั้งหมดที่เป็นแหล่งกำเนิดความอุดมสมบูรณ์ไปแล้ว เราจะไปหาความอุดมสมบูรณ์ได้ที่ไหน”


ความหมายก็คือสืบต้องการให้เราเก็บพื้นที่ยอดเขาสำคัญไว้เป็นแหล่งต้นน้ำในรูปแบบของพื้นที่คงสภาพดั้งเดิมของป่าไว้ให้ได้ 20 %

แน่นอนว่าในขณะนั้นเรามีพื้นที่ที่ “ปกคลุม” ด้วยป่ามากกว่านั้นแน่ๆ จากข้อมูลแล้วก็น่าจะอยู่ที่ 35 %  แต่การจัดการอนุรักษ์ที่อยู่ภายใต้สถานภาพป่าสงวนแห่งชาติย่อมไม่มีอะไรแน่นอนว่าเราจะรักษาพื้นที่ไว้ได้ ในขณะนั้นเรามีพื้นที่อุทยานแห่งชาติ 63 แห่ง และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าประมาณ 40 แห่ง (รวม 103 แห่ง) พื้นที่ก็น่าจะราว 10 กว่า % ของพื้นที่ป่าที่ปกคลุมแผ่นดินอยู่ทั้งหมด แต่จนถึงปัจจุบันหลังจากที่สืบตายไป 20 ปี เรามีอุทยานแห่งชาติรวมกับพื้นที่เตรียมประกาศ 148 แห่ง และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า 60 แห่ง (รวม 208 แห่ง) ดูจากตัวเลขแล้วจะเห็นว่าเราเพิ่มพื้นที่อนุรักษ์ป่าธรรมชาติไว้ได้กว่าเท่าตัว แต่พื้นที่ป่าอนุรักษ์ที่ว่าก็มีประมาณ 18 % ของพื้นที่ประเทศไทย ในขณะที่ป่าที่ปกคลุมประเทศลดลงเหลือประมาณ 30 %

ดังนั้นก็หมายความว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการประกาศพื้นที่อนุรักษ์ก็ได้ทำเป้าหมายในใจของพี่สืบได้พอสมควรทีเดียว  แต่สถานการณ์ในภาพรวมของป่าสงวนก็เป็นไปตามคาดเช่นเดียวกัน ส่วนการจัดการที่ยังเป็นปัญหาในเรื่องต่างๆอีกมากมายก็ต้องยกไว้อีกเรื่องหนึ่ง

การทำงานของมูลนิธิสืบนาคะเสถียรพยายามจำกัดพื้นที่ในงานรณรงค์เคลื่อนไหว และสนับสนุนการทำงานของเจ้าหน้าที่ ให้อยู่ในพื้นที่ผืนป่าตะวันตก ที่รวมอุทยานแห่งชาติ  11 แห่ง และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า 5 แห่ง มีห้วยขาแข้งและทุ่งใหญ่นเรศวรเป็นพื้นที่มรดกโลกอยู่ใจกลาง ผมเคยคำนวณดูพบว่า ป่าตะวันตกมีเนื้อที่ 18,730 ตารางกิโลเมตร หรือ คิดเป็น 3.5 % ของพื้นที่ประเทศไทย เท่ากับประมาณ 1 ใน 10 ของพื้นที่ป่าประเทศไทย

วันนี้ฝ่ายวิชาการของมูลนิธิลองรวบรวมข้อมูลคุณค่าของผืนป่าตะวันตกที่เป็นรูปธรรมง่ายๆ จากข้อมูลทุติยภูมิที่พอหาได้ ผมพบตัวเลขโดยประมาณจากข้อมูลน้ำท่าทั่วไปของกรมชลประทานว่า วันนี้ผืนป่าตะวันตกเป็นต้นน้ำในพื้นที่ 4 ลุ่มน้ำหลัก คือ แม่กลองทั้งลุ่ม ท้าจีนทั้งลุ่ม บางส่วนของเจ้าพระยา และแม่ปิง คิดปริมาณน้ำท่าที่แม่กลอง 15,000 ล้าน ลบ.ม. ท่าจีน 200 ล้าน ลบ.ม. เจ้าพระยา 1200 ล้าน ลบ.ม. แม่ปิง 880 ล้าน ลบ.ม. รวมทั้งหมดกว่า 17,000 ล้าน ลบ. เมตร หรือ เท่ากับ 20 % ของปริมาณน้ำที่คนไทยใช้ทั้งประเทศ!!!

ในวันที่โลกร้อนอย่างทุกวันนี้ มีตัวเลขจาก Intergovernmental Panel on Climate Change (IPCC) บอกว่าประเทศไทยมีอัตราการปล่อยกาซเรือนกระจกอยู่ที่ 8 ของโลกโดยจะเพิ่มจาก 345 ล้านตันจากปี 46 ไปที่ 559 ล้านตันในปี 63 โดยมาจากรุงเทพ 42 ล้านตัน ป่าตะวันตกน่าจะเก็บกาซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ 23.4 ล้านตันต่อปี ซึ่งคือ ประมาณครึ่งหนึ่งของผลผลิตโลกร้อนจากกรุงเทพฯ คำนวณทางเศรษฐศาสตร์เฉลี่ยตามราคาตลาดคาร์บอนโลกร้อนอะไรประมาณนี้ได้ 1,800 ล้านบาทต่อปี ไม่นับการผลิตออกซิเจนที่ปล่อยออกมากว่า 5 ล้านตันต่อปี

ป่าตะวันตกเป็นแหล่งรักษาพันธุกรรมและความหลากหลายของชนิดพันธุ์ในระดับโลก โดย สามารถยกตัวอย่าง ได้ถึงการเป็นแหล่งประชากรที่มั่นคงที่สุดของเสือโคร่ง (ประมาณ 200 ตัว) และช้างป่า (ประมาณ 600 ตัว) ถิ่นที่อยู่ของควายป่าฝูงสุดท้ายในประเทศไทย (ประมาณ 40 ตัว) และสัตว์ป่าขนาดใหญ่อื่นๆอีกมาก

เราลองประเมินกันดูในด้านคุณค่าทางเศรษฐกิจของแหล่งท่องเที่ยวในผืนป่าตะวันตกที่โดดเด่น ทั้งน้ำตกทีลอซู น้ำตกห้วยขมิ้น น้ำตกเอราวัณ น้ำตกไทรโยค น้ำตกเต่าดำ น้ำตกคลองลาน ถ้ำธารลอดน้อย-ใหญ่ ถ้ำเสาหิน ยอดเขาช่องเย็น และ อนุสรณ์สถานสืบนาคะเสถียร น่าจะทำรายได้ทางตรงต่อกรมอุทยานราวสี่สิบห้าสิบล้านบาทต่อปี แต่หากคำนวณทางเศรษฐศาตร์ถึงมูลค่าต่อเศรษฐกิจในท้องถิ่นและจังหวัดก็จะสูงขึ้นนับหลายร้อยเท่า

คนทำงานมูลนิธิสืบนาคะเสถียร ประมวลผลงานที่มีส่วนรักษาป่าหลังจากคุณสืบตายไปสิบเรื่องเด่นๆ ได้แก่ การประกาศพื้นที่ป่าห้วยขาแข้งและทุ่งใหญ่นเรศวรเป็นมรดกโลกจากการเขียนรายงานการสำรวจของคุณสืบนาคะเสถียร การก่อตั้งกองทุนผู้พิทักษ์ป่าให้ผู้พิทักษ์ป่าทั่วประเทศ การก่อสร้างอนุสรณ์สถาน “สืบนาคะเสถียร” ณ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง การดำเนินโครงการ “ป่าตะวันตก” เพื่ออนุรักษ์ป่าผืนใหญ่ที่สุดของประเทศไทย บทบาท NGO ที่ทำหน้าที่ Watch Dog-เฝ้าระวังป่าไม้ สัตว์ป่า และแหล่งธรรมชาติ ไว้ให้คนไทย การคัดค้านการก่อสร้างถนนสายคลองลาน-อุ้มผาง และสายสังขละบุรี-อุ้มผาง การคัดค้านเขื่อนแม่วงก์ การคัดค้านกฏหมายให้เช่าพื้นที่อุทยานแห่งชาติและเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า การดำเนินโครงการจัดการพื้นที่คุ้มครองอย่างมีส่วนร่วมกับชุมชน 129 ชุมชน ทั่วทั้งผืนป่าตะวันตก และการจัดตั้งป่าชุมชนรอบผืนป่าตะวันตก 135 ชุมชน และสร้างเครือข่ายภูมินิเวศ ร่วมอนุรักษ์ผืนป่าตะวันตก

ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน ที่จะถึงนี้เราจะสื่อสารกับมิตรผู้มีหัวใจอนุรักษ์ในงาน 20 ปี สืบนาคะเสถียร ที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ซึ่งจะแสดงนิทรรศการและงานเวทีต่างๆอย่างเต็มรูปแบบ อยากเชิญทุกท่านไปทำความรู้จักและทบทวนประวัติศาสตร์หน้าสำคัญของการอนุรักษ์ของประเทศไทยร่วมกัน

เขียนเมื่อ 30 สิงหาคม 2553
 

เพิ่มคอมเมนต์ใหม่

รหัสป้องกันความปลอดภัย
รีเฟรช


รับข่าวสาร


บทความที่เกี่ยวข้อง