• Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size

สืบชะตา "ป่าชุมชน"

อีเมล พิมพ์ PDF
กลับจากเวทีป่าชุมชนขอบป่าขาแข้งได้สองวัน สามทุ่มของคืนวันที่ 26 มีนาคม ผมเดินทางตามนัดหมายของตะวันฉาย หงษ์วิไล หัวหน้าภาคสนามพื้นที่นครสวรรค์และกำแพงเพชร ที่จะจัดงานประชุมคณะกรรมการป่าชุมชนพื้นที่กำแพงเพชร ที่โรงเรียนบ้านเขาวังเยี่ยมในวันเสาร์ที่ 27 มีนาคม คืนนั้นผมติดตามการพยากรณ์อากาศพบว่าวันรุ่งขึ้นเราต้องเจอกับ “พายุฤดูร้อน”

โรงเรียนเขาวังเยี่ยมตั้งอยู่ใกล้เขาลูกเล็กๆ ที่ชุมชนร่วมกันรักษาป่าและร่วมกับมูลนิธิสืบฯเสนอจัดตั้งเป็นป่าชุมชนต่อกรมป่าไม้ ในเช้าวันที่ 27 ขณะที่ผมลงจากรถลมพัดแรงและแดดส่องผ่านเมฆลงมาเป็นสีเหลืองอ่อน เรารู้ว่าอีกสักครู่อาจจะต้องเผชิญกับพายุจริงๆ น้องๆทีมงานตรวจเช็คเต็นท์นิทรรศการให้มั่นคง คณะกรรมการค่อยๆทยอยกันมา วันนี้รองผู้ว่ากำแพงเพชรมาร่วมงาน แกนนำชุมชนพร้อมกันแล้วและทักทายกับคณะกรรมการภูมินิเวศจากพื้นที่อื่นๆ อุ้มผาง นครสวรรค์ และ อุทัยธานี

เกือบสิบปีที่แล้วคนเมืองคุ้นชื่อกับการทำงานเครือข่ายป่าแม่เปินแม่วง ที่มีลุงพรมมา ลุงฉ่ำ ลุงแบน ลุงจวน เป็นหัวเรี่ยวหัวแรง รักษาป่าปางสักและเขาหล่นเขาแหลมไว้ได้จนถึงทุกๆวันนี้ ที่ฝั่งใต้ของอุทัยยังมีป่าพุต่อที่เขาลูกใหญ่ลูกเดียวกับวัดถ้ำพระธาตุเมืองเทพของอาจารย์ประนอมนั่นแหล่ะ ที่ช่วยกันรักษาป่ามาร่วมสามสิบปีมีน้ำประปาภูเขาใช้ฟรีจากป่ามาถึงวันนี้ จนได้รางวัลอนุรักษ์มากมาย มีชื่อเสียงคู่กันมากับพื้นที่ป่าห้วยหินดำทางฝั่งอำเภอด่านช้าง ที่พี่น้องกะเหรี่ยงใช้วิถีวัฒนธรรมรักษาป่ารักษาไร่หมุนเวียนจนได้รับการยอมรับในระดับประเทศเช่นกัน

จาก “ต้นทุน” ที่ว่ามา ตะวันฉาย หงส์วิลัย เจ้าหน้าที่ภาคสนามจังหวัดนครสวรรค์-กำแพงเพชร สมบัติ ชูมา เจ้าหน้าที่ภาคสนามจังหวัดอุทัย และนริศ บ้านเนิน เจ้าหน้าที่ภาคสนามจังหวัดสุพรรณบุรี ขยายผลจากเครือข่ายต้นทุน ประสบการณ์ต้นทุน และป่าต้นทุน ออกไปชักชวนผู้คนมาร่วมกันดูแลป่ากลางไร่ใกล้บ้าน จนวันนี้เรามีตัวอย่างการจัดการป่าที่ทำท่าว่าจะไปได้ดีมากมายตั้งแต่ด้านเหนือ ที่บ้านวังเยี่ยม บ้านไร่พิจิตร บ้านมอรังงาม บ้านเพชรนิยม บ้านแปลงสี่ จังหวัดกำแพงเพชร เป็นตัวอย่างที่ชัดเจน บ้านบุ่งผักหนาม บ้านคลองห้วยหวาย บ้านเขาแหลม บ้านปางสัก บ้านเขามะตูม จังหวัดนครสวรรค์ ต่อเนื่องกับ บ้านปางสัก บ้านเขามะตูม บ้านเขาเขียว บ้านบึงเจริญ บ้านเขาวง ทางจังหวัดอุทัยธานี ซึ่งรวมถึง บ้านอีซ่าพัฒนา บ้านห้วยร่วม บ้านกระแหน่ คลองแห้ง มาจนถึงปางสวรรค์ ไซเบอร์ บ้านดง และบ้านใหม่ร่มเย็น ชุมชนเหล่านี้กำลังตื่นตัวกับการได้ร่วม “จัดการ” แหล่งความมั่นคงทางอาหารและเศรษฐกิจชุมชน ของเขาเอง โดยมีการทำงานที่อีกฟากเขาจังหวัดสุพรรณที่ป่าชุมชนเก่าแก่ห้วยหินดำขยายความคิดออกไปอีกนับสิบป่าโดย จนถึงขอบของจังหวัดกาญจนบุรีอีกด้วย

สรุปได้วันนี้ว่าเราสามารถร่วมกับชาวบ้านสำรวจทำแผนที่ป่าใกล้บ้านเสนอเป็นป่าชุมชนได้ถึง 97 ป่า ทำงานกับพี่น้อง 135 ชุมชน ใน 22 ตำบล 10 อำเภอ 5 จังหวัด จนถึงวันนี้ทำท่าว่า “ถนนสายเครือข่ายป่าชุมชน” ของเราจะขยายยาวต่อเนื่องออกไปกว่าที่เคยคุยๆไว้แต่แรกจากอำเภอสองอำเภอไปสู่สี่จังหวัดเสียแล้ว

พวกเราหวังเป็นอย่างยิ่งว่า เครือข่ายที่เกิดขึ้นนี้จะมีส่วนสำคัญในการสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชนในการเป็นจุดเริ่มในการดึงความภาคภูมิใจและการเสริมประสบการณ์และฟื้นฟูภูมิรู้ในการอยู่ร่วมกับธรรมชาติแบบชาวบ้านให้กลับมา เพื่อนำไปสู่การจัดตั้งแกนนำของชุมชนที่มีพลังเอาธุระกับงานส่วนรวมอื่นๆของชุมชนและขยายสู่ระดับเครือข่ายที่มีกำลังไปถึงระดับภูมิภาคและระดับประเทศต่อไป

และยังหวังอีกว่าพวกเราจะได้เพื่อน ได้พันธมิตร ในการร่วมอนุรักษ์ “ผืนป่าตะวันตก” ที่ต่อเนื่องจากห้วยขาแข้งไปยังอุทยานพุเตย อุทยานถ้ำธารลอด ทางใต้ และอุทยานแม่วงก์ คลองลาน คลองวังเจ้าทางเหนือ โดยเป็นเครือข่ายป่าชุมชนรอบป่าอนุรักษ์ผืนใหญ่หนุนเสริมเกื้อกูลกัน

การทำงานสามสี่ปีที่ผ่านมาคงนับได้แค่เป็นการเริ่มต้น และยังไม่สามารถประเมินความสำเร็จได้ชัดเจนนัก แต่สิ่งที่เห็นและพบมาในเวลานี้บอกได้ดีว่าภูมิคุ้มกันของชุมชนถูกกระตุ้นและเริ่มต้นต่อสู้กับปัญหาต่างๆได้เองเพิ่มเรื่อยๆแล้ว

ขณะที่ลมพัดแรงขึ้นหลังจากพิธีถวายสังฆทานเสร็จสิ้น รองผู้ว่าอยู่ร่วมเสวนากับแกนนำป่าชุมชนในเวทีใต้เต็นท์ที่กำลังสะบัดสู้กับลมแรง โดยมีผมเป็นผู้ดำเนินรายการ เนื้อหาเสวนาดูเข้มข้น คำพูดแต่ละคำที่ออกมาจากคนทำงานเหมือนเจตนาที่ร่วมกันไม่หวั่นไหวต่อพายุลมแรง ที่พัดหลังคาเต็นท์จนเปิด

เมื่อเราไม่หวั่นไหว ในที่สุดลมแรงก็หยุดให้งานดำเนินต่อไป ทั้งเวทีถอดบทเรียนในช่วงบ่าย และงานดนตรีตอนเย็นที่ผมไม่ได้อยู่ร่วมด้วย

วันต่อๆมาผมได้ข่าวจากตะวันฉายว่า ผู้ใหญ่จำนวน ทับทอง ประธานเครือข่ายป่ากำแพงเพชรถึงกับหลั่งน้ำตาแห่งความปิติออกมาหลังงานเสร็จ

เมื่อต้นปีเราจัดงานแบบนี้ขึ้นครั้งหนึ่งที่บ้านปางสัก จังหวัดนครสวรรค์ ครั้งนั้นมีพี่หงา คาราวาน ขับรถพร้อมทีมงานมาแสดงดนตรีที่น่าประทับใจมาด้วย เราวางแผนกันไว้จะจัดงานสืบชะตาป่ากันอีกครั้งที่สุพรรณบุรี และแน่นอนว่าในเวทีนี้เองที่ ลุงวิเชียร ประธานป่าห้วยรัง ลุงหนา ประธานป่าชุมชนเขาเขียว และผู้ใหญ่สุนัย ประธานป่าเขาไม้นวล จากพื้นที่อุทัยธานีซึ่งเป็นแขกที่มาร่วมงาน ชักชวนผมว่า เราจะต้องจัดงานปลูกต้นไม้ทำบุญร่วมกันเพื่อฟื้นฟูเครือข่ายอุทัยที่ล้าลงให้สำเร็จบ้างในช่วงเข้าพรรษานี้ให้ได้

แค่นี้ก็ทำให้คนทำงานอย่างเราหัวใจพองโตและพร้อมที่จะทำงานร่วมกับแกนนำเหล่านี้ให้ดีที่สุดต่อไป ไม่ว่าจะมีลมพายุ หรืออุปสรรคใดๆ เราก็จะฝ่าข้ามไปพร้อมกัน

ขอบคุณการทำงานร่วมกับมูลนิธิเครือข่ายคณะกรรมการอนุรักษ์ผืนป่าตะวันตก ที่ได้ร่วมกันทำงานในจังหวัดกำแพงเพชร นครสวรรค์ และอุทัยธานี ขอบคุณสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) และโครงการโครงการความร่วมมือด้านการพัฒนาแห่งประเทศเดนมาร์ค (DANIDA) ที่สนับสนุนงบประมาณการทำงาน ขอบคุณศูนย์ฝึกอบรมวนศาสตร์ชุมชน (RECOFT) ที่ทิ้งต้นทุนการทำงานที่สำคัญไว้ให้มากมาย ขอบคุณความร่วมมือจากภาครัฐทั้งจากกรมป่าไม้ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช องค์กรปกครองท้องถิ่น ตลอดจนท่านกำนันและผู้ใหญ่บ้านทุกท่านที่ทำให้การทำงานเดินหน้ามาได้ถึงวันนี้ สุดท้ายต้องขอบคุณพี่น้องจากเครือข่ายป่าทุกคนที่มอบมิตรภาพและพลังใจให้กันและกันอยู่เสมอ

ภาพวันนี้ผมเชื่อว่าเป็น “ภาพฝัน” ที่สวยงามของผู้ชายชื่อ สืบ นาคะเสถียร ที่เคยเดินทางล่วงหน้ามาบนถนนสายนี้เมื่อเกือบ 20 ปี ที่แล้ว


เขียนเมื่อ 23 เมษายน 2553
 

เพิ่มคอมเมนต์ใหม่

รหัสป้องกันความปลอดภัย
รีเฟรช


รับข่าวสาร


บทความที่เกี่ยวข้อง