• Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size

นางสิงห์ สะกิดสงฆ์

อีเมล พิมพ์ PDF

นับแต่เกษียณอายุราชการจากตำแหน่งผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ จนวัยย่างเข้า 77 ปี ในวันนี้ อ.รตยา จันทรเทียร ในตำแหน่งประธานมูลนิธิสืบ นาคะเสถียร ยังคงทำงานอย่างขันแข็ง ทุกเช้าจะขับรถจากบ้านพักแถวเอกมัย มายังสำนักงานมูลนิธิสืบ ซึ่งตั้งอยู่แถวคลองมหานาค ฝั่งตรงข้ามกับตลาดโบ๊เบ๊ และยังคงเข้าออกพื้นที่ป่าทุ่งใหญ่ตะวันตก อันเป็นพื้นที่ทำงานของมูลนิธิสืบฯอย่างสม่ำเสมอ

ภารกิจเหล่านี้ ทำให้เธอได้มาซึ่งสมญานาม นางเสือเฝ้าป่า

"หยุดทำงานไม่ได้ อยู่กับบ้านเฉยๆ แล้วกลัวตัวเองเฉา ถ้ายังมีแรงก็จะทำไปเรื่อยๆ" น้ำเสียงมั่นคง หนักแน่น แต่ทว่าอ่อนโยนนัก

มรสุมรอบด้านที่กำลังรุมเร้าทรัพยากรในผืนป่า และคนที่ทำงานกับป่า ที่ผ่านมา ล้วนเป็นเรื่องหนักอกที่คอยบั่นทอนความรู้สึกของหญิงชราคนนี้นัก โดยเฉพาะประเด็นล่าสุดที่กำลังเป็นข้อถกเถียง และมูลนิธิสืบฯเองตกเป็นผู้ต้องหา ว่าด้วยการคุกคามขัดขวางพระไม่ให้เข้าไปปลีกวิเวกและบำเพ็ญตนในป่า

อันเนื่องมาจากกฎเหล็กล่าสุดของกรมป่าไม้ ที่เตรียมจะผลักดันที่พักสงฆ์ และสำนักสงฆ์ที่สร้างรุกพื้นที่ป่า จากการสำรวจสำนักสงฆ์และที่พักสงฆ์ที่มีอยู่ 5 พันกว่าแห่ง ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ พบว่า 68 แห่ง ที่ต้องผลักดันให้ออกจากป่าโดยเร็ว ประเด็นนี้ลุกลามไปถึง การเข้าไปธุดงค์ของพระสงฆ์ในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ ซึ่งเรื่องนี้มูลนิธิสืบฯยืนยันมาตลอดว่าไม่เห็นด้วย

"ในสมัยก่อน พระที่เข้าไปแสวงหา หรือบำเพ็ญภาวนาในป่า ท่านก็จะเข้าไปเพียงรูปเดียว หรืออาจจะมีลูกศิษย์ ผู้ติดตามเข้าไปด้วย ไม่ เกิน 3 คน เท่านั้น แต่สมัยนี้ไม่ได้เป็นแบบนั้น การเข้าไปแสวงหาความหลุดพ้นในป่า มักจะยกขบวนเข้าไปทีละมากๆ มีเครื่องมือเครื่องใช้อำนวยความสะดวกมากมาย ไม่มีแล้วที่จะเข้าไปแสวงหาความสงบเพียงลำพังเหมือนในอดีต"

ในผืนป่าตะวันตก ป่าอนุรักษ์ที่มูลนิธิสืบฯทำงานอยู่นั้น มีชุมชนกะเหรี่ยงอยู่ราว 129 ชุมชน กว่าครึ่งหนึ่งในชุมชนเหล่านี้ก็จะมีวัดเล็กๆ และสำนักสงฆ์ตั้งอยู่ แต่ละวัด หรือแต่ละสำนักสงฆ์จะมีพระ และสามเณร ที่ละ 1 หรือ 2 รูป หรือไม่เกิน 3 รูปเท่านั้น แน่นอนว่าวัดหรือสำนักสงฆ์เหล่านี้ อ.รตยาไปสำรวจเยี่ยมเยือนมาแล้วทั้งสิ้น

"ถ้าจะถามว่า พระสงฆ์และสามเณร ที่อยู่ในวัดป่าในชุมชนกะเหรี่ยงเล็กๆ ห่างไกลเหล่านี้ถึงขั้นทำงานด้านสิ่งแวดล้อม และได้ขึ้นชื่อว่าเป็นพระอนุรักษ์หรือเปล่า คงไม่ถึงขั้นนั้น ไม่ถึงกับออกสอนชาวบ้านว่าจะต้องดูแลป่าอย่างไร หรือต้องทำงานอย่างที่เจ้าหน้าที่ของมูลนิธิฯทำ แต่ท่านมีวัตรปฏิบัติที่เป็นวิถีของท่าน มีกุฏิอเนกประสงค์ที่สร้างขึ้นง่ายๆ หลังเดียวใช้ทำทุกอย่างได้หมด มีความเป็นอยู่ง่ายๆ สอดคล้องกับวิถีธรรมชาติ เห็นด้วยกับการที่ไม่ให้เพิ่มปริมาณการสร้างวัดหรือสำนักสงฆ์ในป่าเพิ่มขึ้น และที่ไหนที่สร้างอย่างไม่ถูกต้อง หรือรุกรานป่าก็ต้องดำเนินการ"

อ.รตยาบอก ว่า ค่อนข้างลำบากใจ กับการที่คนแก่อย่างเธอ จะออกมาหนุนหรือสนับสนุนการผลักดันสำนักสงฆ์ หรือที่พักสงฆ์ให้ออกจากป่า รวมทั้งกีดกันการเข้าไปปลีกวิเวกในป่าของเหล่าพระสงฆ์องค์เจ้า เพราะวัย 77 ปี ย่อมเป็นวัยที่ต้องเข้าหาพระหาเจ้ากันแล้ว พระต้องการจะทำอะไรเพื่อให้บรรลุธรรม ควรจะสนับสนุนตามประสาพุทธศาสนิกชนที่ดี ทั้งนี้มีพระสงฆ์ส่วนหนึ่งที่ยังมีความเชื่อและความต้องการที่จะเข้าป่า เพื่อฝึกจิตและบำเพ็ญตนให้บรรลุธรรม การแสดงความเห็นและมีจุดยืนแบบนี้ไม่เหมาะสมกับวัยเอาเสียเลย

"ป่าก็ ถือเป็นบ้านของสัตว์ ถ้าเราคิดให้ดีๆ ลองถามตัวเองเอาเถิดว่า กรณีของการเดินธุดงค์ของพระในป่านั้นเดินไปเป็นขบวน ป่าที่เคยสงบก็เหมือนมีผู้บุกรุก สัตว์ที่เคยอยู่ในที่ของเขาก็ต้องหนีไปอยู่ที่อื่น เพราะถูกคนบุกรุกบ้าน หากใครมาบุกบ้านเรา จนทำให้เราต้องหนีไปอยู่ที่อื่นเราจะชอบใจไหม คนซึ่งถือเป็นผู้เจริญแล้วควรจะทำไหม"

แสดงว่าถ้าพระเข้าป่าเพียงรูปเดียว หรือ 2 รูป จะไม่คัดค้านใช่ไหม

เธอบอกว่า มีน้อยที่จะเป็นแบบนั้น เพราะที่เข้าป่าไปส่วนใหญ่จะเข้าเป็นคณะ แต่ถึงมีก็ยังไม่เห็นด้วย มีตัวอย่างให้เห็นอยู่บ่อยๆ เรื่องพระหลงป่า เจ้าหน้าที่ป่าไม้ต้องออกตามหา แต่ในบางเวลา บางพื้นที่ ที่เหมาะสมเข้าใจว่ากรมอุทยานฯก็จะอนุญาตให้เดินธุดงค์เข้าไปได้ แต่ไม่ใช่ป่าลึก ที่อันตรายทั้งต่อตัวพระเอง หรือต่อสัตว์ป่า

หญิงชราบอกว่า เธอก็เป็นพุทธศาสนิกชนคนหนึ่งที่ปฏิบัติธรรม ฝึกสมาธิอย่างสม่ำเสมอ และมีความเชื่อในวัตรปฏิบัติของครูบาอาจารย์ที่เจริญภาวนาสมาธิกลางป่าใน อดีต นำเอาประสบการณ์และความรู้ที่ได้จากการศึกษาเหล่านั้นมาสั่งสอนคนรุ่นหลังจน มีลูกศิษย์ลูกหามากมาย แต่เมื่อยุคสมัยเปลี่ยน การใช้วิธีการแบบเดิมย่อมไม่เหมาะสมอีกแล้ว

ถ้าจะมีคนตั้งคำถามว่า มีคนพาล หรือคนไม่หวังดีต่อป่าเข้าไปทำร้ายป่า ล่าสัตว์ ตัดไม้อยู่เยอะแยะทำไมไม่ไปจัดการตรงนั้น กลับมาค้านเล็กค้านน้อยกับพระซึ่งมีอยู่น้อยมากๆ ทำไม อาจารย์จะตอบคำถามนี้อย่างไร

เธอยิ้มอย่างมีเมตตา ก่อนจะบอกว่า ใครก็ตามที่ทำไม่ถูกคนที่มีหน้าที่จะต้องทำอะไรกับคนเหล่านี้ก็ต้องเคลื่อน ไหว ต้องเข้าไปจัดการทั้งสิ้น

"ลองคิดอีกที ในแง่ของศีล 5 การที่เราต้องการจะแสวงหาความสงบ หรือต้องการบรรลุธรรม แต่ต้องแลกกับความสูญเสียของผู้อื่น ต้องทำให้สัตว์ป่าเดือดร้อน เขาต้องหนีไปอยู่ที่อื่น ซึ่งอาจถูกสัตว์อื่นกิน หรือทำร้าย แต่เราบรรลุธรรม เราได้คำตอบในสิ่งที่เราแสวงหา ถามว่า การได้มาของสิ่งเหล่านี้มีวิถีที่ถูกต้องแล้วหรือยัง"

เป็นคำถาม ที่ทิ้งไว้ให้ทุกคนหาคำตอบเอาเอง 

 

รับข่าวสาร