• Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
หน้าแรก อ่านข่าวย้อนหลัง ข่าว ประชาสัมพันธ์ 27 ปี มูลนิธิสืบนาคะเสถียร EP 24 แผนยุทธศาสตร์มูลนิธิสืบนาคะเสถียร

27 ปี มูลนิธิสืบนาคะเสถียร EP 24 แผนยุทธศาสตร์มูลนิธิสืบนาคะเสถียร

อีเมล พิมพ์ PDF

มูลนิธิสืบนาคะเสถียรนับแต่ก่อตั้งมูลนิธิสืบนาคะเสถียร เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2533 เป็นต้นมา การดำเนินงานของมูลนิธิสืบฯ จะมีแผนดำเนินงานรายปี ซึ่งกำหนดเป็นนโยบายจากคณะกรรมการมูลนิธิ ใช้งบประมาณจากดอกผลของเงินทุนและการสนับสนุนจากองค์กรและบุคคลต่างๆ เนื้อหาของการดำเนินงานจะครอบคลุมวัตถุประสงค์หลักของมูลนิธิสืบฯ เป็นต้นว่า การส่งเสริมการทำงานของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร – ห้วยขาแข้งส่งเสริมสวัสดิการเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าทั่วประเทศ รณรงค์ป้องกันรักษาผืนป่า สัตว์ป่า และทรัพยากรธรรมชาติ โดยดำเนินการเพื่อสืบสานเจตนารมณ์ของคุณสืบ นาคะเสถียร ตลอดมา


เมื่อมูลนิธิสืบฯ ดำเนินการมาครบ 9 ปี ในวันที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2542 หรือ ค.ศ. 1999 กำลังจะย่างเข้า ค.ศ. 2000 เป็นปีที่ 10 ของมูลนิธิสืบฯ คณะกรรมการได้พิจารณาและเห็นพ้องกันว่า มูลนิธิสืบฯ จำเป็นที่จะต้องมีแผนยุทธศาสตร์เพื่อกำหนดทิศทางและบทบาทในอนาคตของมูลนิธิสืบฯ ให้ชัดเจน โดยจัดลำดับความสำคัญของงานที่จะปฏิบัติ เพื่อให้แน่ใจว่า มูลนิธิสืบฯ จะใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อผืนป่า สัตว์ป่า และทรัพยากรธรรมชาติ ทั้งยังช่วยให้ผู้ที่เกี่ยวข้อง ทั้งคณะกรรมการและเจ้าหน้าที่มูลนิธิสืบฯ องค์กร และบุคคลต่างๆ ที่ประสานงานกับมูลนิธิ ประชาชน และผู้มีอุปการคุณทั่วไปได้แจ่มแจ้งต่อบทบาทของมูลนิธิสืบนาคะเสถียร

การทำแผนเริ่มจากการทบทวนผลการดำเนินงานที่ผ่านมา นำมาจากแผนกลยุทธ์โดยคณะกรรมการบริหาร เจ้าหน้าที่ และอาสาสมัครมูลนิธิสืบฯ ผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัยและได้รับสนับสนุนผู้ชำนาญการด้านแผนกลยุทธ์จาก Fauna and Flora International (FFI) ซึ่งเป็นองค์กรเอกชนเพื่อการอนุรักษ์ของประเทศอังกฤษ โดยการสนับสนุนงบประมาณจากสถานทูตอังกฤษประจำประเทศไทยและสายการบิน British Airways มีคุณเบลินดา สจ๊วต ค็อกซ์ เป็นตัวตั้งตัวตีในการเสนอเรื่องการทำแผนงานและหาทุนสนับสนุนในการเชิญผู้ชำนาญมากด้านแผนกลยุทธ์มาช่วยคิด

จุดมุ่งหมายในการทำแผนกลยุทธ์ในครั้งนั้นหรือครั้งแรก เพื่อเตรียมความพร้อมให้มูลนิธิสืบฯ ก้าวสู่บทบาทสำคัญระดับประเทศ ในฐานะองค์กรชั้นนำด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ป่าไม้ และสัตว์ป่า และเพื่ออธิบายถึงวิธีการหลักๆ หรือกลยุทธ์ต่างๆ ที่มูลนิธิสืบฯ จะนำมาใช้ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายหรือวัตถุประสงค์ในระยะยาว

การคิดแผนกลยุทธ์เริ่มตั้งแต่ การทบทวนการทำงานขององค์กรตลอดทั้ง 9 ปีที่ผ่านมาว่ามีผลเป็นอย่างไรต่อผืนป่า สัตว์ป่า และทรัพยากรที่เราดูแล สำรวจความคิดเห็นจากสาธารณชนว่ารู้จักมูลนิธิสืบนาคะเสถียรหรือไม่ รู้หรือเปล่าว่ามูลนิธิสืบฯ ทำงานอะไร และมีความคาดหวังอยากให้มูลนิธิสืบฯ ทำงานอะไร ก็นำมาสรุปรวมกัน โดยมีผู้เชี่ยวชาญจาก FFI ช่วยเหลืออีกแรง

เนื้อหาในแผนกลยุทธ์มูลนิธิสืบนาคะเสถียร (Strategic Planning of the Seub Nakhasathien Foundation) ที่ได้จัดทำขึ้นเป็นครั้งแรกเพื่อใช้ในปี 2542 – 2545 (ค.ศ. 1999 - 2002) มีข้อความสั้นๆ เพียง 4 หน้ากระดาษเอ 4 แต่ได้งานตามสาระสำคัญของการที่จะอนุรักษ์ผืนป่า สัตว์ป่า และแหล่งธรรมชาติไว้ เพื่อประโยชน์ของพวกเราทั้งหลาย เสมือนได้ประมวลงานที่คุณสืบ นาคะเสถียร ทำมาแล้วและงานที่มูลนิธิสืบฯ ได้สืบสานเจตนาเข้าไว้ในแผนฉบับนี้

แผนกลยุทธ์มูลนิธิสืบฯ ประกอบไปด้วยคำอธิบายถึง หลักการทั่วไป หลักการอนุรักษ์ ภารกิจ วิสัยทัศน์ ปรัชญา และบทบาทและกลยุทธ์

เขียนหลักการการทำงานว่าจะต้องทำอยู่บนพื้นฐานของเรื่องใด เพื่อนำไปสู่สิ่งใด เป็นต้นว่า มูลนิธิสืบนาคะเสถียร มีหลักการว่าเป็นองค์กรอิสระไม่หวังผลกำไร และมีจุดยืนบนพื้นฐานประโยชน์ของธรรมชาติและมนุษยชาติ ต้องกำหนดวัตถุประสงค์ที่เป็นบูรณาการ สามารถบรรลุเป้าหมายได้ และปฏิบัติได้ในความเป็นจริง จากนั้นจึงค่อยลงรายละเอียดเพิ่มเติมในมิติของความเป็นองค์กรอนุรักษ์ที่ชื่อ “มูลนิธิสืบนาคะเสถียร” ซึ่งก็ได้เขียนออกมาเป็น หลักการอนุรักษ์ ยกตัวอย่างเช่น “ให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์ ปกป้องผืนป่าธรรมชาติผืนใหญ่ และแหล่งธรรมชาติ ซึ่งเป็นถิ่นฐานที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่า และความหลากหลายทางชีวภาพเป็นอันดับแรก”
.
.

ยุทธสาสตร์
.
.
.
สิ่งสำคัญ ก็คือ การกำหนดบทบาทและกลยุทธ์ ภารกิจ วิสัยทัศน์ และปรัชญา กล่าวในภาพรวมได้ความว่า


วิสัยทัศน์ คือ เป้าหมาย สิ่งที่ต้องการให้เป็นในระยะยาว อะไรคือสิ่งที่มูลนิธิสืบนาคะเสถียร อยากให้เกิดขึ้นต่อผืนป่าประเทศไทย แน่นอนว่า คือ การทำงานสืบทอดเจตนารมณ์ของคุณสืบ นาคะเสถียร เพื่อให้ผืนป่า สัตว์ป่า และแหล่งธรรมชาติในประเทศไทยได้รับการอนุรักษ์อย่างยั่งยืน และเอื้อประโยชน์ไปสู่คนรุ่นต่อไป

บทบาทและกลยุทธ์ คือสิ่งที่ต้องทำ คือ สิ่งที่กำหนดว่าจะทำอะไรบ้าง เช่น รณรงค์ ส่งเสริม สร้างจิตสำนึก สร้างเครือข่ายอนุรักษ์ เฝ้าระวังอันตรายที่จะเกิดขึ้นกับผืนป่า สัตว์ป่า และแหล่งธรรมชาติ สร้างความเชื่อมั่นในสวัสดิภาพของผู้ที่ทำงานในการอนุรักษ์ผืนป่า

ปรัชญา เป็นกรอบวิธีคิดของแนวการทำงานว่าสิ่งที่ต้องทำนั้นต้องทำอย่างไร

ซึ่งทั้งหมดนี้ สามารถนำมาสรุปสั้น เป็น ภารกิจมูลนิธิสืบนาคะเสถียร หรือเป็นสิ่งที่ใช้อธิบายอย่างสั้นๆ รวบรัด และได้ใจความ เมื่อมีคำถามว่ามูลนิธิสืบนาคะเสถียร ในแผนยุทธศาสตร์ที่คิดครั้งแรก ก็จะตอบกันว่า งานที่มูลนิธิสืบนาคะเสถียรทำคือ “ส่งเสริมการอนุรักษ์ และปกป้องป่า สัตว์ป่า และแหล่งธรรมชาติของประเทศไทย เพื่อความยั่งยืนของธรรมชาติ มนุษย์ และสังคม”

และนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ทุกๆ 4 ปี มูลนิธิสืบฯ ก็ได้มีการประชุมเพื่อวิเคราะห์ประเมินผลงานที่ผ่านมา และสถานการณ์รอบด้าน จัดทำแผนยุทธศาสตร์ของมูลนิธิสืบฯ ต่อเนื่องมาจนปัจจุบัน

การจัดทำแผนกลยุทธ์นั้นค่อยๆ มีพัฒนาการเพิ่มเติมขึ้นในแต่ละครั้งที่ดำเนินการทำแผนใหม่ โดยเฉพาะในช่วงที่ อ.ศศิน เฉลิมลาภ ดำรงตำแหน่งเลขาธิการ เธอพยายามหากลวิธีมาช่วยคิดเพื่อให้มูลนิธิสืบฯ สามารถสร้างแผนกลยุทธ์ที่ดีสำหรับไว้ใช้ปฏิบัติงานจริง

ในการจัดแผนกลยุทธ์ที่ อ.ศศิน เป็นคนดำเนินการ เธอได้เพิ่มแนวคิดต่างๆ เข้าไป เช่น ในการทบทวนการทำงาน ก็ได้เติมเรื่องการวิเคราะห์ตามเทคนิค SWAT หาจุดแข็ง จุดอ่อน อุปสรรค และโอกาส เพื่อทบทวนการทำงานในยุทธศาสตร์ที่ผ่านมาว่าสิ่งไหนสำเร็จ สิ่งไหนบกพร่อง และจะหาทางแก้ไขสิ่งนั้นอย่างไรในการวางแผนยุทธศาสตร์ของปีต่อไป และได้เพิ่มมุมมองต่างๆ เข้าไปจับผลของการทำงานว่าเป็นอย่างไร เช่น มุมมองด้านกองทุน สามารถบริหารค่าใช้จ่ายได้เหมาะสมหรือไม่ ส่วนไหนขาดหรือเกินอย่างไร มุมมองผลงานสู่สาธารณะ ที่บอกว่าการทำงานเป็นที่ยอมรับจากคนภายในนอกองค์กรหรือไม่ ส่วนมุมมองภายใน ก็มาทบทวนกันดูว่าแต่ละคนแต่ละฝ่ายสามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพเป็นไปตามแผนงานที่วางไว้หรือไม่ และมุมมองด้านการเรียนรู้และพัฒนา ซึ่งหมายความว่า มูลนิธิสืบนาคะเสถียร สามารถพัฒนาบุคลากรให้มีความสามารถในการปฏิบัติงานให้มีประสิทธิภาพได้มากน้อยแค่ไหน ทั้งยังรวมถึงเรื่องเทคโนโลยีเครื่องไม้เครื่องมือที่ใช้ในการปฏิบัติงานด้วย

ส่วนการเขียนแผนงานนั้น ก็ได้เพิ่มรายละเอียดปลีกย่อยลงไปอีกหลายเรื่อง เช่น เมื่อกำหนดยุทธศาสตร์ และกลยุทธ์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็จะกำหนดต่อไปว่าจะทำงานอะไร รูปแบบไหน ใครเป็นผู้รับผิดชอบ และดำเนินการเมื่อไหร่ถึงเมื่อไหร่ งานใหญ่ดูท่าว่าจะยากก็กำหนดเวลาไว้นานหน่อย งานไหนที่คิดว่าสามารถลงมือทำได้เลย เพราะมีทรัพยากรพร้อมแล้ว และปัจจัยภายนอกเกื้อหนุนก็จะลงมือทำในระยะเวลาที่น้อยลงมา และในการกำหนดโครงการต่างๆ ที่จะทำ ก็จะใส่งบประมาณลงไปด้วยว่างานไหนใช้เงินเท่าไหร่ ซึ่งเป็นข้อดีให้ฝ่ายบริหารและฝ่ายการเงินสามารถวิเคราะห์ได้อย่างทันท่วงทีว่างบประมาณที่มีอยู่ในขณะนั้นจะเพียงพอต่อการทำงานหรือไม่ ถ้าไม่พอจะปรับลดขนาดงานหรือว่าจะพยายามหางบประมาณมาเพิ่มเติมก็เป็นเรื่องที่ต้องหารือกันไปตามความจำเป็นของแต่ละงาน ก็อาจมีที่สมหวังและผิดหวังบ้าง แต่ทั้งหมดก็เพื่อให้งานรักษาผืนป่า สัตว์ป่า ได้ทำออกมาอย่างดีที่สุด

และสิ่งที่สำคัญที่สุดของการทำแผนกลยุทธ์ในช่วงหลังมานี้ คือ การมีส่วนร่วมของคนทำงาน เพราะเจ้าหน้าที่ทุกคนล้วนแต่เป็นผู้ปฏิบัติงานจริง ทำให้สามารถประเมินศักยภาพของสิ่งที่จะทำและผลที่จะตามมาได้อย่างชัดเจนนั้น รู้ว่าเรื่องไหนทำได้ เรื่องไหนมีข้อจำกัดอย่างไร สิ่งไหนยังต้องแก้ไข ก็จะใส่ลงไปในแผนงาน นอกเหนือจากนั้นก็เป็นเรื่องความฝันของแต่ละคนว่าอยากเห็นผืนป่าตะวันตก และป่าอนุรักษ์อื่นๆ ของประเทศไทยเป็นอย่างไร แต่ความฝันนั้นก็ต้องตั้งอยู่บนฐานของความเป็นจริงในสิ่งที่มีความเป็นไปได้ด้วย ซึ่งก็ต้องสารภาพเอาไว้ว่าก็มีบางงานที่ตั้งเป้าไว้สูง แต่ทำไม่สำเร็จอยู่หลายงาน แต่โดยภาพรวมนั้นส่วนมากมักจะผ่านเกณฑ์เป็นไปตามที่หวัง มีเพียงส่วนน้อยนิดเท่านั้นที่ทำไม่สำเร็จ เพราะอาจมีปัจจัยภายนอกเข้ามาเกี่ยวเนื่อง ส่วนปัจจัยภายในนั้นด้วยความพยายามของเจ้าหน้าที่ทุกคนจึงทำให้งานประสบความสำเร็จได้อย่างดงาม

ปัจจุบัน พ.ศ. 2560 มูลนิธิสืบนาคะเสถียร กำลังทำงานในกรอบยุทธศาสตร์ กิจกรรมและโครงการ ภายใต้ แผนยุทธศาสตร์มูลนิธิสืบนาคะเสถียร พ.ศ. 2559 – 2562 แผนนี้จัดทำโดยเจ้าหน้าที่มูลนิธิสืบฯ และคณะกรรมการ ซึ่งหวังว่าเมื่อถึงปี พ.ศ. 2562 แผนงานตามยุทธศาสตร์จะดำเนินการสำเร็จลุล่วงเป็นไปตามวิสัยทัศน์องค์กรที่เขียนเอาไว้ว่า

“ร่วมรักษาป่าใหญ่ให้คนไทยทั้งชาติ โดยมุ่งถ่ายทอดสถานการณ์ความสำคัญของทรัพยากรธรรมชาติให้สังคมและผู้มีอำนาจตัดสินใจรับรู้ ผลักดันให้เกิดการมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ผืนป่า สัตว์ป่า และแหล่งธรรมชาติของประเทศ โดยมีผืนป่าตะวันตกเป็นพื้นที่ต้นแบบ นำไปสู่การบริหารจัดการผืนป่าอนุรักษ์อื่นๆ”

 


.
บทความโดย รตยา จันทรเทียร ประธานที่ปรึกษามูลนิธิสืบนาคะเสถียร
.

 

 

รับข่าวสาร