• Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
หน้าแรก อ่านข่าวย้อนหลัง ข่าว ประชาสัมพันธ์ 27 ปี มูลนิธิสืบนาคะเสถียร EP 20 ศศิน เฉลิมลาภ

27 ปี มูลนิธิสืบนาคะเสถียร EP 20 ศศิน เฉลิมลาภ

อีเมล พิมพ์ PDF

มูลนิธิสืบนาคะเสถียรประมาณ พ.ศ. 2545 ช่วงที่ผลการสำรวจวิจัยผืนป่าตะวันตก ทั้งด้านชีววิทยา สัตว์ป่า พรรณพืช ชนิดป่า ด้านสังคม เศรษฐกิจ ชุมชน ที่ตั้งถิ่นฐานอยู่ภายในป่า และกำลังวิเคราะห์เพื่อสรุปผลเป็นรายงานและแผนที่เพื่อใช้เป็นฐานในการจัดการผืนป่าตะวันตกเชิงระบบนิเวศ โดยฝ่ายที่เกี่ยวข้องทั้งสามฝ่าย คือ ภาครัฐ เจ้าหน้าที่ กรมป่าไม้ โดยสำนักเลขานุการ WEFCOM ภาคคนกลางคือ มูลนิธิสืบนาคะเสถียร และภาคประชาชน หรือภาคประชาสังคม คือ คณะกรรมการอนุรักษ์ผืนป่าตะวันตกและเครือข่าย มีความคิดเห็นพ้องตรงกันว่า จะต้องทำงานต่อไป เพื่อรักษาระบบนิเวศคุณค่าของผืนป่าตะวันตกไว้ให้ได้ ในหลักการโดยรวมคือ คนอยู่ได้ ป่าอยู่ได้ สัตว์ป่าอยู่ได้


ในส่วนของมูลนิธิสืบฯ เรามองหาผู้ที่จะทำหน้าที่ผู้จัดการโครงการ โดยเวลานั้นผู้เขียนทำหน้าที่ผู้อำนวยการโครงการอยู่แล้ว คุณสมบัติของผู้จัดการโครงการนั้น นอกจากทำหน้าที่บริหารจัดการแล้ว จะต้องทำงานประสานได้ทั่วทิศด้วยความนอบน้อมถ่อมตน

เลขาธิการมูลนิธิ คุณวันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์ แนะนำว่า อาจารย์ศศิน เฉลิมลาภซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งรองเลขาธิการเหมาะสมที่จะทำงานนี้ แต่ตอนนั้น อ.ศศิน ยังเป็นอาจารย์อยู่ที่คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต นอกจากสอนนิสิตแล้ว ยังทำหน้าที่รองผู้อำนวยการด้านกิจการนิสิตด้วย

ผู้เขียนได้ชักชวน อ.ศศิน ให้มารับหน้าที่ผู้จัดการโครงการ พร้อมทำงานเต็มเวลาที่มูลนิธิสืบฯ โดยโน้มน้าวว่า การเป็นอาจารย์แล้วมีโอกาสออกมาปฏิบัติงานสนามนั้น แม้ต่อไปพบว่าไม่ถูกจริต ก็อาจเอาประสบการณ์จากการทำงานจริงในพื้นที่กลับไปประกอบการเรียนการสอนในฐานะอาจารย์ได้ดีกว่า

ท้ายที่สุด อ.ศศิน ก็ลาออกจากอาจารย์มหาวิทยาลัยมาทำงานเป็นผู้จัดการโครงการจอมป่า หรือ โครงการจัดการพื้นที่คุ้มครองอย่างมีส่วนร่วม โดยก่อนจะเริ่มทำงาน อ.ศศินได้โดยขอสัญญากับผู้เขียนว่า “อาจารย์รตยาห้ามตายก่อนโครงการเสร็จ” น่าสนุกที่ตอนนั้นผู้เขียนตอบรับปากไปว่าจะไม่ตายก่อน ส่วนโครงการจอมป่า สิ้นวาระที่ 1 เมื่อพ.ศ. 2552 และวาระที่ 2 เมื่อ พ.ศ. 2558 โครงการจบแล้ว แต่งานยังไม่จบ ผู้เขียนเลยยังตายไม่ได้
.
.

ศศิน เฉลิมลาภ
.
.

อ.ศศิน ทำงานในฐานะผู้จัดการด้วยความสุข สนุกสนาน มิช้ามินานหลังจากนั้น เธอก็รับเป็นผู้อำนวยการโครงการ โดยมีคุณภาณุเดช เกิดมะลิรับเป็นผู้จัดการ งานที่มูลนิธิสืบฯ รับดำเนินการดังกล่าว โดยสรุป คือ การประสานกับผู้คนที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่ป่าตะวันตก ซึ่งมีทั้งเจ้าหน้าที่ป่าไม้ หัวหน้าเขตอุทยานแห่งชาติและเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ลงไปจนถึงผู้พิทักษ์ป่า ผู้นำชุมชนทางจิตวิญญาณ ผู้นำชุมชนที่เป็นทางการอย่างกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ชาวบ้าน มีเจ้าหน้าที่ภาคสนามของมูลนิธิที่ฝังตัวอยู่ในชุมชนกลางป่า ไปจนถึงประชาคมจังหวัด ฝ่ายปกครอง และกลุ่มคนอีกหลายๆ กลุ่มในส่วนงานที่เกี่ยวข้องกับกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชต้องประสานกับผู้อำนวยการสำนักบริหาร ผู้อำนวยการสำนักต่างๆ ไปจนถึงรองอธิบดี และอธิบดีของกรม

ครั้งหนึ่งในการตระเวนทำงาน ณ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก ผู้เขียนมิได้เดินทางไปด้วย แต่มาทราบเรื่องราวภายหลังจากการเล่าสู่กันฟังว่า ในช่วงค่ำของการเดินทางจากถนนลาดยางไปยังสังขละบุรี มีทางแยกข้ามเขาผ่านหมู่บ้านสเน่พ่อง ต้องขับรถขึ้นเขาลงห้วยไปยังหมู่บ้านเกาะสเดิ่ง อ.ศศิน ปรารถว่า เรากำลังจะเข้าแดนซ่งทะลี เป็นแดนศักดิ์สิทธิ์ตามวัฒนธรรมกะเหรี่ยงโผล่ เขาห้ามเดินทางกลางคืน ห้ามนำเครื่องดองของเมาเข้าไป เรากำลังทำผิดกฎ ขณะที่ผู้ขับรถ นักขับมือหนึ่งของมูลนิธิสืบฯ คุณภาณุเดช เกิดมะลิ กำลังขับรถลงห้วย มองไปฝั่งตรงข้ามเห็นแสงไฟคู่หนึ่งที่ตลิ่งฟากโน้น เข้าใจว่าชาวบ้านจุดไฟนำทางไว้ให้ แต่เมื่อขับรถลงห้วยตรงไปยังแสงไฟคู่นั้น ก็ปรากฏว่ารถลงน้ำลึกลงทุกที จนไปจมกับหินก้อนใหญ่ใต้น้ำ เคราะห์ดีที่เปิดหน้าต่างรถไว้ เลยพากันหลุดออกจากรถได้ อ.ศศินได้ใช้ความชำนาญในการว่ายน้ำ เพราะเป็นเด็กอยุธยา ช่วยว่ายพาบางคนที่ว่ายน้ำไม่แข็งขึ้นฝั่ง ปรากฏว่าปลอดภัยโดยทั่วกัน พอดีมีชุดนักฟุตบอลที่มูลนิธิสืบฯ เตรียมไปฝากทีมนักเรียนเกาะสะเดิ่งไม่เปียกน้ำ จึงได้อาศัยผลัดผ้าเป็นทีมฟุตบอลมูลนิธิ ผิงไฟรอการช่วยเหลือที่หาดกรวดริมห้วยนั้น

ด้วยความเป็น ศศิน เฉลิมลาภ งานโครงการจอมป่า ที่มูลนิธิรับผิดชอบ คือ ชุมชนในป่าก็ดำเนินไปด้วยดี การทำงานชุมชนกลุ่มที่อยู่ไกลที่สุด คือ กะเหรี่ยงปกาญอโผล่ ในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผางและทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันออก ที่มีอยู่ 14 หมู่บ้าน เรียงรายตลอดลำน้ำแม่จันจนไปถึงบ้านแม่จันทะ ก็สามารถทำงานได้ลุล่วงไปได้ด้วยดี

สำหรับทั้ง 14 ชุมชนที่ว่านี้ กว่าจะเข้าไปถึงต้องเดินทางไปถึงอุ้มผาง ใช้เวลา 12 ชั่วโมงเต็ม แล้วรุ่งขึ้นจึงเดินทางต่อเข้าพื้นที่ เมื่อเริ่มทำงานประมาณ พ.ศ. 2550 ถนนเลียบห้วยแม่จันเดินทางสะดวกเฉพาะหน้าแล้งเท่านั้น ความที่ห่างไกลเมือง ทำให้มีข้อดีว่าชุมชนเหล่านี้จะดำรงชีวิตตามวัฒนธรรมกะเหรี่ยงดั้งเดิมที่เคารพในธรรมชาติ ผลิตเท่าที่ใช้ ใช้ธรรมชาติเท่าที่จำเป็น เป็นต้นแบบของแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง แต่ก็มีข้อเสียคือเมื่อเจ็บไข้ได้ป่วยแล้วเดินทางไปโรงพยาบาลยากมาก
.
.

ศศิน เฉลิมลาภ
.
.

มูลนิธิสืบฯ ได้พบว่าชุมชนทั้ง 14 ชุมชนตลอดริมลำน้ำแม่จัน ยังมีหมอชาวบ้านที่เคยได้รับการฝึกเป็นลูกมือหมอ เรียกกันว่า “หมอปฏิวัติ” เมื่อครั้งที่นักเรียนหมอหรือหมอจริงๆ เข้าป่าเมื่อ พ.ศ. 2519 – 2525 ได้มีการฝึกหนุ่มๆ สาวๆ ชาวกะเหรี่ยงให้ทำงานเป็นผู้ช่วยหมอ และเป็นที่น่าสนใจว่าหมอปฏิวัติเหล่านี้ยังทำหน้าที่จนมาถึงปัจจุบัน แต่ละคนมีความสามารถหลายอย่าง บางคนก็มีความสามารถเฉพาะทาง มีทั้งที่เป็นหมอตำแย สามารถเย็บแผลทำแผลได้ มีฝีมือผ่าฝี ฉีดยาให้น้ำเกลือได้ ส่วนใหญ่พบว่ายังมีเครื่องมืออยู่ แต่จะขาดหยูกยาสำหรับรักษา มูลนิธิสืบฯ เลยทำโครงการหายาและอุปกรณ์ที่จำเป็นมาสนับสนุน รวมถึงการจัดกิจกรรมทบทวนความรู้ด้านการปฐมพยาบาลเบื้องต้น

ด้วยการทำงานกับหมอปฏิวัติ ทำให้การทำงานเดินลาดตระเวนสำรวจพื้นที่ใช้ประโยชน์ชุมชนว่าชาวบ้านใช้พื้นที่ทำไร่หมุนเวียนอยู่บริเวณใดบ้าง คิดเป็นพื้นที่เท่าใด มีการหารือกันหลังการสำรวจไปจนถึงการร่วมกันรักษาแนวเขตสำรวจไม่ให้ขยายเข้าไปในพื้นที่ป่าอีก มีการประชุมวางกติกาในการดูแลพื้นที่แนวเขตใช้ประโยชน์ เช่นว่า ไม่มีการขายพื้นที่ให้แก่คนภายนอก

ที่ทำให้ชาวบ้านไว้วางใจมูลนิธิสืบฯ ก็ด้วยคุณสมบัติของ อ.ศศิน ที่สร้างความไว้เนื้อเชื่อใจต่อชุมชนจนสำเร็จ เธอสามารถร้องเพลงปฏิวัติร่วมกับคณะหมอปฏิวัติได้อย่างสนุกสนาน ทั้งๆ ที่ตอนที่นักศึกษาเข้าป่าเมื่อ พ.ศ. 2519 นั้น เธอเพิ่งมีอายุ 10 - 11 ขวบเท่านั้น

ในเชิงวิชาการ อ.ศศิน เป็นนักวิชาการ นอกจากการฝึกอบรมให้ความรู้ด้วยตนเองเป็นวิทยากรแล้ว อ.ศศิน นิยมที่จะเผยแพร่ความรู้สู่สาธารณะด้วยการจัดทำเอกสารวิชาการในเรื่องต่างๆ ทั้งที่เป็นผู้รับผิดชอบเองและเป็นผู้สนับสนุนให้เพื่อนร่วมงานดำเนินการ เอกสารสำคัญที่ อ.ศศิน ได้ดำเนินการผลิตและเผยแพร่ไปยังผู้เฝ้าป่าทั่วประเทศ คือ คู่มือการมีส่วนร่วมและจัดการความขัดแย้งในผืนป่าตะวันตก นอกนั้นก็มี ตัวแบบของการป้องกันและรักษาทรัพยากรป่าไม้และสัตว์ป่า อุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ จัดทำโดย อุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ และมูลนิธิสืบนาคะเสถียร ต่อมาได้ทำตัวแบบในพื้นที่คุ้มครองอื่นๆ อีกในกลุ่มป่าตะวันตก ก็เป็นอีกหนึ่งงานวิชาการที่ อ.ศศิน สามารถผลักดันให้เกิดขึ้นได้

ในฐานะเลขาธิการและต่อมาเป็นประธานมูลนิธิ (18 กันยายน 2558) อ.ศศิน ได้ปรับปรุงการบริหารงานภายในมูลนิธิสืบนาคะเสถียรหลายประการ เป็นต้นว่า การจัดทำและใช้แผนยุทธศาสตร์มูลนิธิเป็นทิศทางการทำงานของมูลนิธิ แผนยุทธศาสตร์หรือแผนกลยุทธ์ของมูลนิธิสืบฯ ได้ริเริ่มจัดทำตั้งแต่เข้าสู่ ค.ศ. 2000 (พ.ศ. 2543) ในหลักการว่าทรัพยากรของมูลนิธิสืบฯ มีจำกัด จำเป็นต้องจัดทิศทางการทำงานเพื่อให้ใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดยังประโยชน์สูงสุดแก่ทรัพยากรธรรมชาติ สืบสานเจตนาคุณสืบ นาคะเสถียร
.
.

ศศิน เฉลิมลาภ
.
.

มูลนิธิสืบนาคะเสถียรจัดทำแผนยุทธศาสตร์ทุกๆ 4 ปี โดยในยุคหลัง อ.ศศิน เข้าบริหารในฐานะเลขาธิการก็ได้เพิ่มมุมมองในด้านต่างๆ เข้าไปในการวางแผน มีการวางเป้าหมายและการประเมินผล เพื่อให้คนทำงานได้เข้าใจในงานที่ตนรับหน้าที่อย่างลึกซึ้ง เช่น ในแผนยุทธศาสตร์ปัจจุบัน พ.ศ. 2559 – 2562 ได้ขยายพื้นที่ป่าตะวันตกที่มูลนิธินาคะเสถียรจะเข้าไปเกี่ยวข้องจากเดิมเฉพาะพื้นที่ป่าอนุรักษ์ 17 แห่ง เนื้อที่ 12 ล้านไร่ เป็น 20 ล้านไร่ รวมพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติที่อยู่ประชิดพื้นที่คุ้มครองเข้าไปด้วยโดยเป้าหมายหลัก คือ ในพื้นที่ป่าที่ประชิดพื้นที่คุ้มครองที่ใดยังคงสภาพป่าธรรมชาติอยู่ให้รักษาสภาพนั้นไว้ให้ได้ นับเป็นเป้าหมายที่ท้าทายอย่างมาก แต่หาก อ.ศศิน และคณะเจ้าหน้าที่ในยุคปัจจุบันทำสำเร็จก็จะคงประโยชน์ถึงคนไทยทุกคน

อ.ศศิน ขยันขันแข็งทำงาน ดูแลมูลนิธิสืบฯ มาได้เป็นอย่างดี จนถึงวันที่ผู้เขียนตัดสินใจยุติบทบาทประธานมูลนิธิเมื่อผ่านรอบก้าวที่ 25 ขององค์กร ด้วยเหตุว่ามูลนิธิสืบนาคะเสถียรอยู่ในวาระที่จะก้าวไปข้างหน้า ด้วยทีมงานที่ก้าวหน้า และความมุ่งมั่นที่จะทำงานเพื่อพี่สืบ นาคะเสถียร ด้วยเครื่องมือสมัยใหม่ เช่น เครื่องมือสำหรับประชาสัมพันธ์อย่างการใช้โซเชี่ยลมีเดียแทนที่เครื่องมือเดิมๆ

สำหรับผู้เขียนนั้นมีความเห็นว่า อ.ศศิน ดูมีความพร้อมที่จะเป็นประธานมูลนิธิสืบนาคะเสถียรคนใหม่ ด้วยผลงานที่ผ่านมา เธอเป็นที่ยอมรับของผู้คนหลายระดับ หลายวงการ โดยเฉพาะในกลุ่มคนหนุ่มสาว เห็นว่า อ.ศศิน ยังมีพลังอีกมากที่จะทำงานเพื่อพี่สืบได้อย่างมีประสิทธิภาพ มูลนิธิสืบฯ ก็น่าจะทำประโยชน์ให้กับสังคมได้มากกว่าถ้า อ.ศศิน รับเป็นประธาน นั่นคือ เหตุผลโดยรวม

สำหรับเหตุผลส่วนตัวก็มีอยู่ว่าผู้เขียนอายุย่างเข้า 85 ปี แล้ว (11 ธันวาคม พ.ศ. 2559 ครบ 85 ปี จะตายวันตายพรุ่งมิรู้ที่ ให้ปรารมภ์สมบัติของเรานี้ ถ้าแม้นหากบุญพี่ไม่จีรัง จงช่วยกันดำริตริตรองดู – พระราชนิพนธ์ เรื่อง สังข์ทอง พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย)

ผู้เขียนจึงขอลาออกและนำเสนอ อ.ศศิน เฉลิมลาภเป็นประธานมูลนิธิต่อที่ประชุมคณะกรรมการมูลนิธิ ซึ่งได้เลือกตั้งให้ อ.ศศิน เฉลิมลาภ ดำรงตำแหน่งประธานมูลนิธิสืบนาคะเสถียร ตั้งแต่วันที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2558 เป็นการก้าวสู่ปีที่ 26 ของมูลนิธิสืบนาคะเสถียร เป็นต้นไป

 

.


.
บทความโดย รตยา จันทรเทียร ประธานที่ปรึกษามูลนิธิสืบนาคะเสถียร

 

.

 

รับข่าวสาร


บทความที่เกี่ยวข้อง