• Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
หน้าแรก อ่านข่าวย้อนหลัง ข่าว ประชาสัมพันธ์ 27 ปี มูลนิธิสืบนาคะเสถียร EP 16 โครงการรักษาผืนป่าตะวันตกเชิงระบบนิเวศ part 3

27 ปี มูลนิธิสืบนาคะเสถียร EP 16 โครงการรักษาผืนป่าตะวันตกเชิงระบบนิเวศ part 3

อีเมล พิมพ์ PDF

wefcomหลังจากที่เริ่มการวางรากฐานเพื่อทำโครงการ รักษาผืนป่าตะวันตกเชิงระบบนิเวศเป็นที่เรียบร้อยในช่วงปี 2540 ด้วยความสนับสนุนของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ใน พ.ศ. 2541 องค์กรด้านสิ่งแวดล้อมประเทศเดนมาร์ก DANCED ได้เข้ามาศึกษาแผนงานและกิจกรรมฝึกอบรม ฯลฯ ที่กำลังปฏิบัติอยู่ จนได้มีการประชุมและเจรจาร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในท้ายที่สุดได้ข้อสรุปว่า DANCED ตกลงสนับสนุนโครงการอนุรักษ์ผืนป่าตะวันตกเชิงระบบนิเวศ ระหว่างปี พ.ศ. 2542 – 2545 และภายหลังได้ขยายกรอบเวลาทำงานออกไปถึงปี 2546


เป้าหมายสูงสุดของโครงการจัดการป่าตะวันตกเชิงระบบนิเวศ (WEFCOM Ecosystem Management Project หรือที่เรียกกันทั่วไปว่าโครงการ WEFCOM’) ที่ดำเนินการระหว่างปี .. 2542 – 2546 ก็คือเพื่อจะรักษาคุณภาพของระบบนิเวศของผืนป่าตะวันตกให้คงอยู่อย่างยั่งยืนโดยยึดหลักการพื้นฐานสำคัญ 4 ข้อ คือ (1) ต้องถือว่าผืนป่าตะวันตกโดยธรรมชาติเป็นป่าผืนเดียวกัน คือเป็น Western Forest Complex หรือ Western Forest Ecosystem (2) ต้องวางแผนเพื่อการอนุรักษ์เป็นกรอบปฏิบัติเดียวกันทั้งผืนป่า (3) ต้องเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ (4) ต้องรักษาและคงไว้ซึ่งคุณค่าของผืนป่าอย่างยั่งยืน

ซึ่งผลที่ได้รับจากการทำโครงการ WEFCOM ขออธิบายเป็นข้อๆ ดังนี้

1. ด้านการปรับปรุงระบบและโครงสร้างในการบริหารงาน กรมป่าไม้ได้จัดตั้งสำนักงานจัดการผืนป่าตะวันตก เรียกสั้นๆ ว่าสำนักงาน WEFCOM ทำหน้าที่เป็นแกนกลางประสานกิจกรรมด้านต่างๆ เพื่อให้งานอนุรักษ์ผืนป่าตะวันตกดำเนินไปได้อย่างสมบูรณ์

2. ด้านการสร้างฐานข้อมูลและระบบสารสนเทศ ในการจัดการและระบบการจัดการด้านนิเวศวิทยาของผืนป่าตะวันตก มีการสำรวจอย่างรวดเร็วในด้านของสัตว์ป่า ชนิดป่า การชะล้างพังทลายของดิน ชุมชน พื้นที่ท่องเที่ยว นับเป็นครั้งแรกที่ระบบนิเวศวิทยาของผืนป่าตะวันตก รวมถึงข้อมูลทางภูมิศาสตร์ สังคม ได้รับการสำรวจวิจัยในเชิงวิทยาศษสตร์ และวิเคราะห์ ให้เห็นภาพรวมและความต่อเนื่องกันของผืนป่าทั้งผืน

3. แผนที่เขตการจัดการผืนป่าตะวันตกเชิงระบบนิเวศ โดยการรวบรวมข้อมูลทั้งทุติยภูมิและปฐมภูมิ โดยวิธีการประเมินสถานภาพอย่างรวดเร็ว (Rapid Asesment) นำไปวิเคราะห์จัดทำฐานข้อมูล GIS (ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์) จัดประชุมผู้มีส่วนได้เสีย ทั้งภาครัฐ ภาคประชาชนหลายคณะ หลายครั้ง จนท้ายที่สุดได้แผนที่เขตการจัดการผืนป่าตะวันตกเชิงระบบนิเวศ (Ecosystembased Management Zones of Western Forest Complex) แสดงปัจจัยสำคัญในผืนป่า 4 อย่าง ได้แก่ ความชุกชุมของสัตว์ป่าชนิดสำคัญ ความสำคัญของชนิดป่าและความเป็นเอกลักษณ์ อัตราการชะล้างพังทลายของดิน และการใช้ประโยชน์พื้นที่ทั้งในส่วนที่เป็นที่อยู่อาศัยและทำเกษตรกรรมของชุมชนและ แหล่งนันทนาการ

โดยสรุปในแผนที่ได้แบ่งผืนป่าตะวันออกเป็นสี่เขตใหญ่ คือ

(1) เขตป่าอนุรักษ์เพื่อสงวนและคุ้มครองสภาพธรรมชาติเข้มงวด ส่วนมากพบในพื้นที่ใจกลางผืนป่าตะวันตก 6,388 ตร.กม. หรือร้อยละ 32.55 ของพื้นที่ทั้งหมด

(2) เขตป่าอนุรักษ์เพื่อการคุ้มครองสภาพธรรมชาติ ซึ่งแบ่งเป็น 3 เขตย่อย คือ สมบูรณ์มาก สมบูรณ์ปานกลาง และสมบูรณ์น้อย รวม 11,730 ตร.กม. หรือร้อยละ 59.87 ของพื้นที่ทั้งหมด

(3) เขตป่าอนุรักษ์เพื่อการศึกษาและนันทนาการ ซ้อนทับกับเขตที่ 1 จำนวน 31 แห่ง ซ้อนทับกับเขตที่ 2 จำนวน 81 แห่ง และไม่ซ้อนทับกับเขตที่ 4 จำนวน 8 แห่ง

(4) เขตป่าอนุรักษ์ที่มีการใช้ประโยชน์โดยชุมชน แบ่งเป็น 2 เขตย่อย คือ ซ้อนทับกับเขตที่ 1 พื้นที่ 115 ตร.กม. คิดเป็นร้อยละ 0.59 ของพื้นที่ทั้งหมด และไม่ซ้อนทับกับเขตที่ 1 พื้นที่ 652 ตร.กม. คิดเป็นร้อยละ 3.32 ของพื้นที่ทั้งหมด

นอกจากนี้ ยังเป็นพื้นที่แหล่งน้ำอีกประมาณ 737 ตร.กม. หรือร้อยละ 3.76 ของพื้นที่ทั้งหมด

4. เพิ่มประสิทธิภาพบุคลากร มีคณะบุคคลสามคณะที่เกี่ยวข้องโดยตรงต่อการอนุรักษ์ป่าตะวันตก ได้แก่ คณะที่หนึ่ง คณะเจ้าหน้าที่ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า หัวหน้าอุทยานแห่งชาติ เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า รวมถึงลูกจ้างชั่วคราวคณะที่สอง คือ ประชาชน ที่ตั้งถิ่นฐานอยู่ในป่าอนุรักษ์ รวมถึงเจ้าหน้าที่มูลนิธิสืบนาคะเสถียร และคณะที่สามก็คือภาคประชาสังคมและเครือข่ายของ 6 จังหวัด การดำเนินการในเรื่องนี้ มีการฝึกอบรม ศึกษาดูงานร่วมระหว่างคณะกรรมการอนุรักษ์ผืนป่าตะวันตก(กอต.) และหัวหน้าเขตฯ หัวหน้าอุทยานฯ และมีการอบรมตามหลักสูตรที่พัฒนาขึ้นสำหรับผู้ทำหน้าที่พิทักษ์ป่า มีผู้เข้ารับการฝึกอบรมถึง 600 คน โดยให้ความรู้หลักสองด้าน คือ ด้านการสื่อความหมายเผยแพร่คุณค่า ประชาสัมพันธ์ และด้านการป้องกันและปราบปราม พร้อมทั้งฝึกผู้มีความสามารถทำหน้าที่เป็นผู้ฝึกอบรมแก่รุ่นต่อๆ ไปด้วย

5. การมีส่วนร่วมและความร่วมมือ คือ การประสานความร่วมมือระหว่างหัวหน้าเขตฯ และหัวหน้าอุทยานฯ กับ กอต. ซึ่งก่อนมีโครงการ WEFCOM ในแต่ละจังหวัดล้วนมีผู้เอาใจใส่งานอนุรักษ์ผืนป่าตะวันตกอยู่แล้ว แต่มีระดับความเข้มข้นในการทำงานแตกต่างกัน และรูปธรรมของความร่วมมือก็ได้ปรากฎชัดขึ้นในตอนนี้ โดยในช่วงเวลาของการทำโครงการ WEFCOM ได้มีผู้เข้าร่วมในกอต.และเครือข่ายชัดเจนขึ้น มีการเสริมความรู้ ความเข้าใจ โดยการอบรมศึกษาดูงานในพื้นที่ป่ารวมถึงการเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดทำแผนที่เขตการจัดการผืนป่าตะวันตกเชิงระบบนิเวศ

ใน กอต. ประกอบไปด้วย ผู้มีอาชีพที่หลากหลายแต่มีจิตสำนึกอนุรักษ์ธรรมชาติเต็มเปี่ยม เช่น พ่อค้า นักวิชาการ ครูอาจารย์ พระสงฆ์ อบต. กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ฯลฯ และ กอต. แต่ละจังหวัดยังมีเครือข่ายชุมชน เช่น เครือข่ายป่าชุมชนรวมอยู่ด้วย

ภายหลังเมื่อ ทั้งโครงการ WEFCOM เสร็จสิ้นลงแล้ว พื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าและอุทยานแห่งชาติในกลุ่มป่าตะวันตกแต่ละแห่งจะมีคณะกรรมการที่ปรึกษาเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าและอุทยานแห่งชาติ (PAC) เข้าไปช่วยเป็นที่ปรึกษาในการดูแลทรัพยากรในพื้นที่ ซึ่งคณะกรรมการที่ปรึกษาเหล่านี้ก็ไม่ใช่ใครที่ไหน ต่างล้วนแต่เป็นคณะกรรมการอนุรักษ์ผืนป่าตะวันตก หรือ กอต. แทบทั้งนั้น

นอกเหนือจากการดำเนินการตามข้อกำหนดในโครงการ WEFCOM ในช่วงเวลานี้ มูลนิธิสืบนาคะเสถียรยังได้ดำเนินกิจกรรมร่วมกับกอต.ต่อเนื่องในส่วนงานอื่นๆ เป็นต้นว่า การติดตามกฎหมายและนโยบายของภาครัฐที่อาจจะส่งผลกระทบต่อความยั่งยืนของผืนป่าและสัตว์ป่า เช่น การทำความเข้าใจกับประชาชนเรื่องไม่เห็นด้วยกับการสร้างเขื่อนแม่วงก์ การจะตัดถนนจากช่องเย็นไปอุ้มผาง งานพาผู้นำทางความคิดของสังคมเข้าไปสัมผัสผืนป่าตะวันตกเพื่อเปรียบเทียบกับป่าชุมชนที่อยู่นอกเขตอนุรักษ์ ก็เป็นส่วนหนึ่งของงานเผยแพร่คุณค่า ตลอดจนการหนุนงานอนุรักษ์ของพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า อุทยานแห่งชาติ และองค์กรอนุรักษ์อื่นๆ

ซึ่งอาจกล่าวโดยสรุปได้อีกอย่างว่า เครือข่ายอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมที่ทำงานอยู่ทั้งภายในและรอบๆ ผืนป่าตะวันตกนั้น ต่างเข้มแข็งมาจากโครงการ WEFCOM นั้นเอง

 


.
บทความโดย รตยา จันทรเทียร ประธานที่ปรึกษามูลนิธิสืบนาคะเสถียร
.

 

 

รับข่าวสาร