• Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
หน้าแรก อ่านข่าวย้อนหลัง ข่าว ประชาสัมพันธ์ 100 บริษัทที่ปล่อยแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ร้อยละ 71 ของโลก

100 บริษัทที่ปล่อยแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ร้อยละ 71 ของโลก

อีเมล พิมพ์ PDF

100รายงาน Carbon Major Report ทำการวิจัยโดยองค์กรไม่แสวงหากำไร CDP ภายใต้ความร่วมมือกับ Climate Accountability institute ระบุว่า บริษัท 100 แห่งเป็นผู้ปล่อยแก๊สเรือนกระจกสูงถึงร้อยละ 71 ของแก๊สเรือนกระจกที่ปลดปล่อยรวมกันทั่วโลกตั้งแต่ปี .. 2531


ผู้ผลิตเชื้อเพลิงฟอสซิลเพียงไม่กี่รายเท่านั้นที่กุมกุญแจในการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบเกี่ยวกับการปลดปล่อยแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์” Pedro Faria ผู้จัดการฝ่ายเทคนิค จากองค์กรไม่แสวงหากำไรด้านสิ่งแวดล้อม CDP กล่าว

ตามปกติแล้ว การปลดปล่อยแก๊สเรือนกระจกปริมาณมากจะจัดเก็บในรูปแบบข้อมูลระดับชาติ แต่รายงานชิ้นนี้จะเน้นไปที่ผู้ผลิตเชื้อเพลิงฟอสซิล โดยรวมข้อมูลจากฐานข้อมูลที่เปิดเผยต่อสาธารณะ ซึ่งรายงานฉบับดังกล่าวจะเป็นฉบับแรกของรายงานอีกหลายชิ้นซึ่งจะเน้นย้ำบทบาทของบริษัทและนักลงทุนในการรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

รายงานดังกล่าวพบว่าการปลดปล่อยแก๊สเรือนกระจกในระดับอุตสาหกรรมนับตั้งแต่ .. 2531 ซึ่งเป็นปีก่อตั้งคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Intergovernmental Panel on Climate Change: IPCC) โดยมีข้อมูลเพียง 25 บริษัทและรัฐวิสาหกิจ แต่สัดส่วนการปล่อยแก๊สเรือนกระจกก็มากพอที่จะมีนัยสำคัญต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

บริษัทอย่าง ExxonMobil Shell BP และ Chevron ถูกระบุเป็นบริษัทอันดับต้นๆ ที่ปล่อยแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์และถือหุ้นโดยนักลงทุน หากเชื้อเพลิงฟอสซิลยังถูกขุดในอัตราเช่นเดียวกับในอดีต ต่อเนื่องไปอีก 28 ปี ในรายงานได้ระบุว่าอุณหภูมิโลกเฉลี่ยจะสูงขึ้น 4 องศาเซลเซียสภายในปลายศตวรรษนี้ และจะนำไปสู่ภัยพิบัติทางธรรมชาติครั้งใหญ่ เช่น การสูญพันธุ์ รวมถึงความเสี่ยงที่จะขาดแคลนอาหาร

ในขณะที่บริษัทมีบทบาทสำคัญในการก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ Pedro Faria ระบุว่า กำแพงสำคัญที่ทำให้ยังไม่เกิดการเปลี่ยนแปลงคือแรงกดดันระหว่างการทำกำไรระยะสั้นและความเร่งด่วนในการลดการปล่อยแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์

การศึกษาโดย Carbon Tracker เมื่อ .. 2558 พบว่าบริษัทเชื้อเพลิงฟอสซิลเสี่ยงที่จะขาดทุนมูลค่ากว่า 2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐในทศวรรษหน้าเนื่องจากการลงทุนอย่างต่อเนื่องในโครงการถ่านหิน น้ำมัน และแก๊สธรรมชาติ ซึ่งอาจสูญเสียมูลค่าทั้งหมดหากต้องเผชิญกับการดำเนินการในระดับโลกเพื่อรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศรวมถึงความก้าวหน้าจากพลังงานหมุนเวียน ซึ่งอาจส่งผลร้ายต่อนักลงทุนในบริษัทเชื้อเพลิงฟอสซิล

CDP ระบุเป้าหมายของการเผยแพร่รายงานคือการเพิ่มความโปร่งใสของผู้ผลิตเชื้อเพลิงฟอสซิลรวมทั้งช่วยให้นักลงทุนเข้าใจความเสี่ยงที่เกิดจากการถือหุ้นในบริษัทเชื้อเพลิงฟอสซิล
.
.

100
.
.
.

หนึ่งในห้าของอุตสาหกรรมที่ปล่อยแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ทั่วโลกได้รับเงินลงทุนจากภาครัฐ โดยในรายงานระบุว่าบริษัทดังกล่าวยิ่งควรมีความรับผิดชอบที่จะแจ้งต่อนักลงทุนว่าบริษัทได้ลงทุนในโครงการที่ปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์จำนวนมาก รวมทั้งกระตุ้นให้บริษัทเปิดเผยความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ” Pedro Faria กล่าว

Michael Brune กรรมการผู้จัดการ Sierra Club องค์กรไม่แสวงหากำไรด้านสิ่งแวดล้อมในสหรัฐอเมริการะบุว่า นักลงทุนควรจะเลิกลงทุนในพลังงานฟอสซิลเพราะไม่ใช่แค่ความเสี่ยงในเชิงจริยธรรม แต่การลงทุนดังกล่าวยังเสี่ยงในด้านเศรษฐกิจ เพราะโลกกำลังเคลื่อนห่างออกจากการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลสู่โลกที่ใช้พลังงานสะอาด และกำลังเปลี่ยนผ่านในอัตราเร่ง นักลงทุนที่ยังคงถือหุ้นในบริษัทเชื้อเพลิงฟอสซิลจะต้องเผชิญกับความเสี่ยงที่มากขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ยังมีกลุ่มบริษัทที่กระทำการสวนทางกับบริษัทตามที่ระบุในรายงาน” Michael Brune กล่าว และอธิบายต่อว่าบริษัทกว่า 100 แห่ง เช่น Apple Facebook Google และ Ikea ได้ให้คำมั่นว่าจะใช้พลังงานหมุนเวียน 100 เปอร์เซ็นต์ ภายใต้โครงการริเริ่ม RE100 และบริษัทอย่าง Volva ก็ประกาศว่าจะผลิตแต่รถพลังงานไฟฟ้าหรือไฮบริดภายในปี .. 2562

บริษัทน้ำมันและแก๊สธรรมชาติก็มีส่วนร่วมในขบวนดังกล่าวโดยลงทุนในอุตสาหกรรมเขียว เช่น Shell ที่ก่อตั้งหน่วยธุรกิจด้านพลังงานหมุนเวียนตั้งแต่ .. 2558 โดยมีมูลค่าการลงทุนทั้งสิ้น 17. พันล้านดอลลาร์สหรัฐ นอกจากนี้ ตัวแทนของบริษัท Chevron ก็ให้สัมภาษณ์บริษัทมุ่งมั่นในการจัดการการปลดปล่อยแก๊สเรือนกระจก และลงทุนในโครงการขนาดใหญ่ 2 โครงการเพื่อดักจับและกักเก็บแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ ส่วนบริษัท BP ก็ระบุว่าจะเป็นส่วนหนึ่งของการแก้ปัญหาโดยการลงทุนในพลังงานหมุนเวียนและนวัตกรรมคาร์บอนต่ำ ในขณะที่ ExxonMobil ซึ่งเผชิญกับสถิติด้านสิ่งแวดล้อมที่ค่อนข้างแย่ ก็ระบุว่ากำลังศึกษาเทคโนโลยีดักจับและกักเก็บคาร์บอน

แต่การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวก็ยังเร็วไม่พอ รายงานวิจัยซึ่งเผยแพร่เมื่อปีที่ผ่านมาโดย Paul Stevens จากสถาบันคลังสมอง Chatham House ระบุว่าบริษัทน้ำมันข้ามชาติอาจไม่มีที่ยืนอีกต่อไป และบริษัทดังกล่าวอาจพบจุดจบที่ไม่สวยนักภายในทศวรรษหน้าหากยังไม่เปลี่ยนโมเดลธุรกิจจากหน้ามือเป็นหลังมือ

นักลงทุนปัจจุบันก็มีทางเลือกอนาคตของอุตสาหกรรมน้ำมันถูกเขียนเอาไว้แล้ว ทางเลือกคือบริษัทจะนำเงินกลับมาให้นักลงทุนโดยนำไปลงทุนในอุตสาหกรรมสำหรับอนาคตจริงๆ หรือเขาแค่หวังว่าจะไม่ใช่คนสุดท้ายที่ออกจากสนามธุรกิจ

ดูรายชื่อบริษัททั้ง 100 แห่งได้ที่ https://goo.gl/s2BGPX โดยมีบริษัทสัญชาติไทยคือบริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) ติดอยู่อันดับที่ 83
.

 


.

ถอดความและเรียบเรียงจาก Just 100 companies responsible for 71% of global emissions, study says
โดย Tess Riley
ถอดความและเรียบเรียงโดย รพีพัฒน์ อิงคสิทธิ์
.

 

รับข่าวสาร