• Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
หน้าแรก อ่านข่าวย้อนหลัง ข่าว ประชาสัมพันธ์ ระงับและตรวจสอบรายงานผลการศึกษา EHIA โรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา

ระงับและตรวจสอบรายงานผลการศึกษา EHIA โรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา

อีเมล พิมพ์ PDF

โรงไฟฟ้าถ่านหินจากการที่คณะกรรมการผู้ชำนาญการ หรือ คชก. ได้พิจารณารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ และได้อนุมัติผ่านรายงาน EHIA โรงไฟฟ้าถ่านหินเทพาไปแล้วนั้น ถือเป็นกระบวนการอนุมัติที่ขาดความชอบธรรมในหลายประการ และไม่มีความรอบด้านในการสืบค้นข้อเท็จจริงในระดับพื้นที่ และมากไปกว่านั้น คือ การเปิดพื้นที่เข้าไปรับฟังความคิดเห็นของประชาชนไม่จริงจังทั่วถึงตามเจตนารมย์ของกฎหมาย ทั้งที่โครงการดังกล่าวเป็นโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่เมื่อเทียบกับโรงไฟฟ้าทั่วไปซึ่งมีกำลังการผลิตมากถึง 2,200 เมกกะวัตต์ ซึ่งจะก่อผลกระทบในวงกว้างต่อประชาชนหลายจังหวัด


รัฐบาลจะต้องให้ความสนใจและให้ความสำคัญกับทุกขั้นตอนในกระบวนการศึกษารายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม เพราะรายงานฉบับนี้ขาดความถูกต้องในหลายประการ เครือข่ายประชาชนจังหวัดชายแดนใต้ปกป้องสิทธิชุมชนและสิ่งแวดล้อมเพื่อสันติภาพและเครือข่ายคนสงขลา ปัตตานี ไม่เอาโรงไฟฟ้าถ่านหิน เห็นว่าการทำหน้าที่อนุมัติรายงานของ คชก. ยังขาดมิติองค์ประกอบต่างๆ ดังที่ได้กล่าวไว้แล้วโดยเฉพาะการนำหลักวิชาการและหลักธรรมาภิบาลมาใช้ในกระบวนการพิจารณาอนุมัติ

นอกจากนี้ ยังมีเหตุผลเชิงประจักษ์ที่สังคมไม่อาจยอมรับต่อการทำหน้าที่ของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย และบริษัทที่ปรึกษาโครงการ ดังนี้

1. จุดที่ตั้งโรงไฟฟ้ามีชุมชนและประชาชนอยู่อาศัยที่ไม่ใช่เป็นที่รกร้างว่างเปล่าอย่างที่กล่าวอ้าง เพราะในเนื้อที่ 3,000 กว่าไร่ อันเป็นที่ตั้งโครงการมีบ้านเรือนจำนวนมากถึง 250 หลังคาเรือน มีศาสนสถาน คือ วัด 1 แห่ง มัสยิด 3 แห่ง และมีโรงเรียนปอเนาะ (สอยศาสนาเอกชน) 1 แห่ง กุโบร์ (สุสาน) 2 แห่ง ซึ่งถือเป็นชุมชนที่มีวิถีวัฒนธรรมอย่างสงบมาอย่างยาวนาน

2. กระบวนการศึกษาผลกระทบเ้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ หรือ EHIA ไม่มีความชอบธรรมตั้งแต่เริ่มต้น การเร่งเดินหน้าโครงการก็ยิ่งเกิดความผิดพลาดเรื่อยมา ตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง ทั้งนี้ กฟผ. อาจจะมีความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนในเรื่อง “กระบวนการมีส่วนร่วม” ซึ่งไม่ได้ตรงตามเจตนาของระเบียบหรือข้อกฎหมายที่มีไว้ต่อเรื่องนี้ และตลอดการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นทุกครั้งไม่ได้สร้างการมีส่วนร่วมอย่างแม้จริง คือ การสั่งสมปัญหาและความผิดพลาด

3. การเอื้อประโยชน์อันเป็นการสร้างแรงจูงใจเพียงเพื่อให้ผู้คนเข้ามาลงชื่อเพื่อรับของแจก คือ ข้าวสาร และการแจกเสื้อโต๊บ ซึ่งเป็นชุดสวมใส่เฉพาะของผู้ชายมุสลิม (ซึ่งได้มีการแจกจ่ายไว้ก่อนหน้าแล้ว) จึงเห็นได้ชัดว่าผู้เข้ามาร่วมเวทีถึงจะมีจำนวนมากแต่ก็มาด้วยเจตนาที่ไม่ตรงกับวัตถุประสงค์ของการจัดเวที และเห็นได้ว่าเมื่อมีการลงทะเบียนรับข้าวของเสร็จเรียบร้อยแล้ว คนส่วนใหญ่ได้เดินทางกลับในทันที โดนไม่ได้สนใจที่จะรับฟังเนื้อหาสาระจากเวทีแต่อย่างใด

4. ประชาชนผู้ได้รับผลกระทบตัวจริง ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้ที่อาจใช้ความรุนแรง ก่อความไม่สงบ เสมือนเป็นโจรร้ายชายแดนใต้ จึงถูกปิดกั้นไม่ให้เข้าร่วมเวที โดยการออกคำสั่งของผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลาให้มีการประกาศเป็นพื้นที่ควบคุมเพื่อรักษาความสงบบริเวณโดยรอบของเวที ให้ได้ส่งกองกำลังทหาร และตำรวจจำนวนมากในการคุ้มกันพื้นที่อย่างเข้มข้น พร้อมด้วยอาวุธหนักพร้อมมือ ถือเป็นการจัดบรรยากาศเสมือนจะไม่ใช่เวทีรับฟังความคิดเห็นของประชาชน

5. การจัดเวที ค.2 คือการจัดรับฟังเฉพาะกลุ่ม เพื่อให้มีการรับรู้ข้อมูลที่เป็นบริบทของชุมชน ซึ่งต้องจัดเวทีรับฟังอย่างกระจาย ทั่วถึง และเปิดเผย แต่กลับพบว่าไม่ได้มีการเข้ามารับฟังความคิดเห็นคนในพื้นที่แต่อย่างใด และไม่เป็นที่รับรู้ว่ามีการจัดเวทีเหล่านั้นหรือไม่ แบบไหน อย่างไร และการที่ กฟผ. ได้ออกมาให้เหตุผลถึงกลวิธีดังกล่าวว่าเป็นการให้ผลตอบแทนกับผู้เข้าร่วมประชุมถือเป็นปกติ การแจกข้าวสารคือการสนับสนุนชาวนา จึงไม่ใช่สิ่งที่ยอมรับได้ เพราะแทบจะไม่มีเวทีการรับฟังความคิดเห็นใดที่ใช้วิธีการเช่นนี้ ขึงเห็นได้ว่า “การมีส่วนร่วม” ในความหมายตามวิธีดังกล่าวนั้นคือความผิดเพี้ยนของกระบวนการนี้ตั้งแต่ต้น

6. ผลจากการศึกษาเหล่านั้นกลายเป็นข้อยกพร่องของเนื้อหาสาระอย่างเห็นได้ชัด เช่น ในรายงาน EHIA ที่ระบุว่าพื้นที่เทพาเป็นป่าเต็งรัง ในคลองน้ำเค็มมีปลากระดี่ ปลาช่อน และมีจอกแหนด้วย ป่าชายเลนเทพาไม่มีต้นโกงกาง สัตว์หน้าดินมีความหนาแน่นต่ำมากจนเสมือนที่นี่เป็นทะเลเสื่อมโทรม จึงถือเป็นข้อมูลที่มีความขัดแย้งกับสภาพความเป็นจริงในพื้นที่ เมื่อเป็นเช่นนี้แล้วจะยังมีความน่าเชื่อถือของเนื้อหาสาระในส่วนอื่นของรายงานทั้งหมดได้อย่างไร และจะเป็นไปได้หรือไม่ว่ารายงานฉบับนี้ คือ การคัดลอกจากรายงานโครงการอื่นและไม่ได้สะท้อนเนื้อหาของพื้นที่จริง

รัฐบาลจะต้องมีการติดตาม ตรวจสอบในสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดนี้ เพื่อสร้างความถูกต้องให้เกิดขึ้นกับสังคมและไม่ปล่อยให้ความผิดพลาดอันนี้กลายเป็นชนวนเหตุแห่งความขัดแย้งแบบไม่มีที่สิ้นสุดหลังจากนี้

รัฐบาลจังต้องดำเนินการเพื่อให้เกิดความเป็นธรรม ดังต่อไปนี้

1. รัฐบาลจะต้องสั่งระงับรายงานการศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ของโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา จังหวัดสงขลา ที่ได้ผ่านการอนุมัติของคณะผู้ชำนาญการเมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2560 ไว้ก่อน

2. ให้มีการตั้งคณะกรรมการที่ได้รับการยอมรับทั้งสองฝ่าย เพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบความถูกต้องของรายงานทั้งในมิติของเนื้อหาสาระ และกระบวนการที่ทำให้ได้มาซึ่งรายงานทั้งหมด และจะต้องเปิดเผยให้สาธารณะรับรู้อย่างตรงไปตรงมา หากมีความไม่ชอบในการจัดทำรายงานชิ้นนี้ไม่ว่าในด้านเนื้อหาสาระหรือกระบวนการได้มาซึ่งเนื้อหาสาระก็จะต้องยกเลิกรายงานฉบับนี้ทั้งหมด

เครือข่ายประชาชนจังหวัดชายแดนใต้ปกป้องสิทธิชุมชนและสิ่งแวดล้อมเพื่อสันติภาพและเครือข่ายคนสงขลา ปัตตานี ไม่เอาโรงไฟฟ้าถ่านหิน ในฐานะของประชาชนในพื้นที่ผู้ได้รับผลกระทบโดยตรง ขอแสดงเจตนาบริสุทธิ์ในการแสดงความคิดเห็นและขอยื่นข้อเสนอนี้เพื่อให้รัฐบาลได้พิจารณาทางออกที่เหมาะสมกับสถานการณ์ปัญหาที่เกิดขึ้น และจะรอติดตามความคืบหน้าต่อเรื่องนี้จนกว่าจะได้คำตอบโดยหวังว่ารัฐบาลจะให้ความสำคัญกับเหตุการณ์ดังกล่าวเบื้องต้น ที่พยายามจะสื่อสารให้เห็นถึงความผิดปกติของโครงการดังกล่าวทั้งหมด
.

 


.
ที่มา หนังสือเรื่อง ขอให้ระงับและตรวจสอบรายงานผลการศึกษา EHIA โรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา ถึง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดย เครือข่ายประชาชนจังหวัดชายแดนใต้ปกป้องสิทธิชุมชนและสิ่งแวดล้อมเพื่อสันติภาพและเครือข่ายคนสงขลา ปัตตานี ไม่เอาโรงไฟฟ้าถ่านหิน ลงวันที่ 24 สิงหาคม 2560
.

 

 

รับข่าวสาร


บทความที่เกี่ยวข้อง