• Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
หน้าแรก อ่านข่าวย้อนหลัง ข่าว ประชาสัมพันธ์ 27 ปี มูลนิธิสืบนาคะเสถียร EP 12 10 ปี สืบ นาคะเสถียร

27 ปี มูลนิธิสืบนาคะเสถียร EP 12 10 ปี สืบ นาคะเสถียร

อีเมล พิมพ์ PDF

มูลนิธิสืบนาคะเสถียร10 ปีแห่งการจากไปของคุณสืบ นาคะเสถียร ถ้าจะว่านานก็เหมือนนาน และถ้าเป็นคนที่ต้องทำงานเพื่อสานต่อเจตนาของคุณสืบแล้วดูเหมือนวันเวลาเพิ่งผ่านไปไม่นานเท่าไหร่


ในความรู้สึกเมื่อครบรอบ 10 ปีคุณสืบจากไป ผู้เขียนมีความเข้าใจคุณสืบเป็นอย่างยิ่งว่าทำไมคุณสืบต้องทำการเช่นนั้น เข้าใจเป็นอย่างดีว่าภายใต้สถานการณ์ปัญหาป่าไม้สัตว์ป่าที่กดดัน ทำให้คนทำงานอนุรักษ์ไม่มีทางเลือกมากนัก เข้าใจว่าการตั้งความหวังจากคนมีอำนาจ ผู้กุมนโยบาย เป็นเรื่องที่หวังไม่ได้ เพราะท่านทั้งหลายไม่มีความเข้าใจ ไม่สนับสนุน ไม่ยินยอมพร้อมใจใดๆ จึงทำให้ไม่มีทางออกสำหรับคนที่มุ่งมั่นจริงจังในการทำงาน

ปัญหาของป่าไม้ สัตว์ป่า เป็นเรื่องที่ถ้าได้มองจริงๆ แล้วแทบไม่มีทางออก เพราะปัญหาสำคัญของการทำลายป่าส่วนใหญ่มาจากนโยบายของรัฐ นโยบายที่ออกมาแต่ละครั้งก็มีส่วนที่ทำให้ป่าพัง ไม่มีใครมองแบบภาพรวม ที่จะนึกถึงความสัมพันธ์เชื่อมโยงของระบบนิเวศ ส่งผลให้ในเวลานั้นปัญหาการทำลายป่าไม้ รังแกสัตว์ป่าจึงยังมีอยู่

การก้าวเข้ามารับตำแหน่งเป็นประธานมูลนิธิสืบนาคะเสถียรนั้น เป็นภาระที่หนักมาก แต่ตอนที่ได้รับการทาบทามจากกลุ่มคนที่จัดตั้งมูลนิธิฯ นั้นก็ได้คิดใคร่ครวญแล้วว่า คุณสืบเสียสละทุกอย่างได้ ไม่ว่ากาย วาจา ใจ แม้กระทั่งชีวิตให้กับป่าไม้สัตว์ป่า แล้วทำไมเราจะไม่ยอมช่วยเหลือบ้าง ก็เลยตอบรับและทุ่มเทกับการทำงานอย่างเต็มที่ ทำอย่างตั้งใจ พยายามทำงานเพื่องานอย่างดีที่สุด อันเป็นหลักสำคัญที่ยึดถือในการทำงานตลอดระยะเวลา 40 ปี ใช้ความสามารถที่มีทำงานโดยไม่หวังอะไรจากสิ่งที่ทำ ไม่หวังผลประโยชน์ใดๆ นอกจากเป้าประสงค์ของงานและความต้องการที่จะทำให้บรรลุเป้าหมายปลายทางนั้น

คำถามที่ได้รับตลอดเวลาในฐานะประธานมูลนิธิในช่วง 10 ปีแรกที่รับตำแหน่ง ก็คือสัตว์ป่าเพิ่มจำนวนขึ้นหรือลดลง ผืนป่าถูกทำลายน้อยลงหรือไม่ ? ตอบได้โดยตรงเลยว่า 10 ปีแรกนั้น แม้งานอนุรักษ์จะเติบโตมากกว่าเมื่อเวลาที่คุณสืบยังมีชีวิตอยู่แต่สัตว์ป่าก็ยังถูกรุกราน พื้นที่ป่ายังลดน้อยถอยลง

ถ้าเป็นเช่นนั้นแล้วน่าจะยุติการทำงานหรือไม่ เพราะผลโดยรวมแล้วมันไม่มีอะไรดีขึ้น ต่อเรื่องนี้ผู้เขียนมีความเห็นอย่างเต็มร้อยว่าต้องทำต่อไป เพราะท่ามกลางกระแสความวุ่นวายของสังคมในขณะนั้น การแย่งชิงทรัพยากรธรรมชาติ เป็นปัญหาใหญ่ที่เพิ่มสูงขึ้น หากเราทั้งหลายไม่ร่วมมือร่วมใจกันกำหนดทิศทางของป่าไทย และปฏิบัติอย่างเคร่งครัด ปัญหาการสูญเสียทรัพยากรที่ไม่อาจเรียกคืนมาได้คงจะเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ลูกหลานเราต้องนั่งเสียใจในภายหน้าแน่แท้

สำหรับภาพรวมการทำงานของมูลนิธิสืบนาคะเสถียรในรอบ 10 ปีนั้น ส่วนมากได้กล่าวได้ไว้ในบทต่างๆ แล้ว แต่จะขอสรุปรวบยอดในที่นี่อีกครั้ง

การทำงานของมูลนิธิสืบนาคะเสถียรตลอด 10 ปีที่ผ่านมา อย่างแรกเราพยายามทำให้พื้นที่ตรงที่คุณสืบเสียสละชีวิตเป็นสถานที่ที่เมื่อคนเข้าไปแล้วได้เข้าใจความคิดของคุณสืบ จึงได้สร้างรูปปั้นและอนุสรณ์สถานเอาไว้ใช้ประโยชน์เป็นห้องประชุม เป็นที่สำหรับจัดนิทรรศการ รักษาบ้านที่คุณสืบเสียชีวิตไว้ นอกจากนี้ยังร่วมจัดการอบรมผู้พิทักษ์ป่า เจ้าหน้าที่ ลูกจ้างป่ารายวัน ให้พวกเขาได้รู้ถึงคุณค่าของป่า ต่อมาก็พยายามสนับสนุนการอนุรักษ์ป่าทั้งผืน ซึ่งหมายถึงผืนป่าตะวันตกแทนที่จะดูแลเฉพาะทุ่งใหญ่นเรศวรและห้วยขาแข้ง

อย่างที่สอง ก็เป็นงานเรื่องการสร้างจิตสำนึก ซึ่งมีตั้งแต่การจัดอบรม เผยแผ่ข้อมูลให้ความรู้ หาแนวร่วมต่างๆ

งานส่วนที่สาม เป็นงานเฝ้าระวังสิ่งที่จะทำให้ผืนป่าถูกทำลายทั้งทางตรงและทางอ้อม มูลนิธิสืบฯ พยายามที่จะนำเรื่องราวเหล่านั้นออกมาเผยแพร่ให้สังคมได้รับรู้ เป็นต้นว่าเรื่องโครงการสร้างเขื่อนในป่าแม่วงก์ อุทยานแห่งชาติแม่วงก์ ซึ่งจะเป็นการทำลายสัตว์ป่า ที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่า ความหลากหลายทางชีวภาพ และโครงการที่ตัดถนนผ่านป่าอนุรักษ์อันเป็นช่องทางบุกรุกตามเข้าไปด้วย

งานอีกส่วนหนึ่งเป็นงานเสริมสร้างขวัญและกำลังใจ รวมทั้งประสิทธิภาพให้แก่คนรักษาป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า อุทยานแห่งชาติ คนร้อยคนที่ทำหน้าที่ทำหน้าที่ดูแลพื้นที่แต่ละแห่งมีเพียงประมาณ 10 คนเท่านั้นที่เป็นข้าราชการ ที่เหลือ 90 คนเป็นลูกจ้างชั่วคราว เขาไม่มีรายได้อื่นนอกจากค่าจ้างรายวัน ทางมูลนิธิสืบฯ ก็สืบสานความคิดคุณสืบจัดตั้งกองทุนผู้พิทักษ์ป่า ถ้าหากบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ ทางมูลนิธิสืบฯ ก็ดูแลลูกเขาให้ ถ้าไม่มีลูกก็มอบเงินให้ครอบครัวเขา

สำหรับในปีที่ 10 นั้น มูลนิธิสืบฯ ได้จัดการรำลึกครั้งใหญ่ขึ้นเพื่อรำลึกถึงการเสียสละชีวิตของคุณสืบ นาคะเสถียร และเพื่อกระตุ้นเตือนให้คนทั่วไปมีสำนึกในการช่วยดูแลและปกป้องทรัพยากรธรรมชาติ ป่าไม้ สัตว์ป่า สภาพแวดล้อมของประเทศ โดยทีมงานเจ้าหน้าที่มูลนิธิสืบฯ ได้จัดเป็นโครงการต่างๆ ต่อเนื่องกัน 6 โครงการประกอบไปด้วย

โครงการ ค่ายเยาวชนสืบสานงานสืบ เป็นการอบรมเชิงปฏิบัติการให้กับเยาวชน ได้รู้จักและทำความเข้าใจเกี่ยวกับแนวคิดการทำงานของคุณสืบ นาคะเสถียร โดยจัดขึ้นเมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม - 1 สิงหาคมที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง

การแสดงภาพวาดของศิลปิน ภายใต้ชื่อ สานงานศิลป์ 10 ปี สืบ นาคะเสถียร เป็นการจัดแสดงภาพวาดจากศิลปิรที่มีชื่อเสียง เพื่อประมูลรายได้เข้ากองทุนผู้พิทักษ์ป่า รวมทั้งการจัดนิทรรศการ ผลงานของเครือข่ายองค์กรอนุรักษ์ต่างๆ โดยจะจัดขึ้นในวันที่ 19 – 21 สิงหาคม ที่ห้างสรรพสินค้า ดิ อิมโพเรียม สุขุมวิท

โครงการนิทรรศการเผยแพร่ 100 โรงเรียน 10 มหาวิทยาลัย เพื่อเผยแพร่แนวคิดในการทำงานของคุณสืบ นาคะเสถียร โดยการเชิญชวนให้ชุมนุม ชมรมอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมต่างๆ ในโรงเรียนและมหาวิทยาลัย ร่วมจัดนิทรรศการเกี่ยวกับอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติภายในสถาบัน เริ่มตั้งแต่เดือนสิงหาคมถึงเดือนกันยายน ..2543

การทำบุญอุทิศส่วนกุศล เป็นกิจกรรมที่ได้ดำเนินการต่อเนื่องมาตลอดระยะเวลา 9 ปี เพื่อร่วมทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้แก่ผู้ล่วงลับ และสรรพชีวิตในผืนป่าห้วยขาแข้ง ในวันที่ 31 สิงหาคม - 1 กันยายน 2543 อนุสรณ์สถานสืบนาคะเสถียร เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง

คอนเสิร์ต “10 ฅนดนตรี 10 ปี สืบ นาคะเสถียร เป็นกิจกรรมเพื่อรณรงค์เผยแพร่ผลงานของมูลนิธิฯ ต่อสาธารณชนโดยผ่านเวทีการแสดงของศิลปินนักร้องทั้ง 10 คน เช่น แอ๊ด คาราบาว หงา คาราวาน สุรสีห์ อิทธิกุล มาโนช พุฒตาล ศุ บุญเลี้ยง จรัล มโนเพชร ฯลฯ หอประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

และการจัดงานสัมนาวิชาการเรื่อง ทิศทางป่าไม้เมืองไทย เป็นเวทีวิชาการโดยรายการทิศบ้านทางเมือง ถ่ายทอดสดทางสถานีโทรทัศน์ ช่อง 11 ในวันที่ 3 กันยายน

ในวาระรำลึก 10 ปี สืบ นาคะเสถียรนี้ นอกจากภาพรวมการทำงานและการจัดงานกิจกรรมที่ได้กล่าวถึงไปแล้ว มีอีกเรื่องหนึ่งที่อยากบันทึกไว้ในที่นี้คือ สารคดี “10 ปีที่จากไปของสืบ นาคะเสถียร โดยนิตยสารสารคดี ที่มีคุณวันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์ เป็นบรรณาธิการ

คุณวันชัยเป็นเพื่อนรุ่นน้องคนสนิทของคุณสืบ และเป็นสื่อมวลชนเพียงไม่กี่คนที่มีโอกาสตามคุณสืบไปทำงานอพยพสัตว์ป่าตกค้างที่เขื่อนเชี่ยวหลาน ทั้งยังเป็นกรรมการตั้งแต่แรกตั้งองค์กร ในนิตยสารสารคดีฉบับ “10 ปีที่จากไปของสืบ นาคะเสถียร(ฉบับที่ 186 เดือนสิงหาคม 2543) คุณวันชัยได้เขียนประวัติของคุณสืบ นาคะเสถียร ไว้อย่างละเอียด เป็นงานสารคดีที่ถูกนำมาใช้เป็นข้อมูลหลักในการอ้างอิงเรื่องราวของคุณสืบอยู่จนถึงปัจจุบัน

คุณวันชัย ได้เขียนเปิดเรื่องราวไว้อย่างน่าสนใจ เธอได้เขียนว่าธันวาคม 2542 อาจารย์ธีรยุทธ บุญมี แห่งคณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้รายงานผลการสำรวจประชามติความคิดเห็นของคนไทยเพื่อสะท้อนภาพรวมสังคมในด้านต่างๆ ก่อนที่จะย่างเข้าสู่ปี 2000 หนึ่งในแบบสำรวจประชามติมีการตั้งคำถามว่า ในรอบ 50 ปีที่ผ่านมา ท่านเสียดายการจากไปของสามัญชนผู้ใดมากที่สุด 10 อันดับ ผลปรากฏว่า อันดับ 1 คือ หลวงปู่แหวน อันดับ 2 คือ สืบ นาคะเสถียร มีคะแนนนำ ... คึกฤทธิ์ ปราโมช, พุ่มพวง ดวงจันทร์, ป๋วย อึ๊งภากรณ์, ท่านพุทธทาสภิกขุ, ปรีดี พนมยงค์, จอมพล . พิบูลสงคราม, พุทธทาสภิกขุ

จะเห็นได้ว่า แม้เวลาจะผ่านมานานครบทศวรรษ แต่คุณงามความดีของคุณสืบนั้นยังคงอยู่ในใจสาธารณชนคนไทยไม่จางหายและเชื่อว่ายังคงมีมาอยู่จนถึงทุกวันนี้
.

.
บทความโดย รตยา จันทรเทียร ประธานที่ปรึกษามูลนิธิสืบนาคะเสถียร
.

 

 

รับข่าวสาร