• Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
หน้าแรก อ่านข่าวย้อนหลัง ข่าว ประชาสัมพันธ์ 27 ปี มูลนิธิสืบนาคะเสถียร EP 11 มหากาพย์เขื่อนแม่วงก์ part 5

27 ปี มูลนิธิสืบนาคะเสถียร EP 11 มหากาพย์เขื่อนแม่วงก์ part 5

อีเมล พิมพ์ PDF
กว่า 20 ปี ที่ทำหน้าที่คัดค้านโครงการเขื่อนแม่วงก์มา แม้จะเผชิญกับอุปสรรคหนักหนา แต่อย่างน้อยที่สุดการถ่วงดุลนั้นก็ช่วยให้ผืนป่าแม่วงก์ได้รับโอกาสฟื้นฟูตัวเองจนกลับมาเป็นผืนป่าที่อุดมสมบูรณ์อีกครั้ง
ผู้เขียนนั้นโชคดีมีโอกาสได้ไปเยี่ยมชมผืนป่าแห่งนี้หลายต่อครั้งนับตั้งแต่วันที่ถูกเรียกว่าป่าเสื่อมโทรมจนถึงวันที่ป่ากลับคืนมาสมบูรณ์เช่นในปัจจุบัน ทั้งเคยดูจากภายนอกและเดินเท้าเข้าป่านอนค้างอ้างแรมในบริเวณที่คงกลายผืนน้ำหาก EHIA ผ่านความเห็นชอบ
จากอดีตที่เคยเป็นไร่ซากมาวันนี้ผืนป่าแม่วงก์เป็นอย่างไร ขออนุญาตอ้างอิงข้อมูลจากหนังสือเขื่อนแม่วงก์ทำลายป่าไม้และสัตว์ป่าอย่างไร จัดทำโดย องค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล WWF ประเทศไทย และสมาคมอนุรักษ์สัตว์ป่า (Wildlife Conservation Society- WCS) คัดมาสั้นๆ เป็นต้นว่า ต้นสักหลายต้นในพื้นที่อุทยานแห่งชาติแม่วงก์ที่ผ่านมาทำสัมปทานไม้เมื่อครั้งอดีตได้มีการงอกให้คลุมต้นเดิมจนเติบโตมีขนาดใหญ่ชี้ให้เห็นสภาพป่าที่กำลังฟื้นตัวอย่างชัดเจนหลังจากการได้รับการอนุรักษ์มาเกือบ 30 ปี กวางป่าที่เคยถูกล่าจากพื้นที่จนเกือบสูญพันธุ์ก็ได้ฟื้นฟูจำนวนประชากรเพิ่มมากขึ้น สามารถพบเห็นตัวได้บ่อยมีร่องรอยทั้งรอยตีนและรอยเล็มหญ้าให้เห็นได้ทั่วไป โดยเฉพาะพื้นที่ราบริมน้ำแม่เรวาซึ่งเป็นแหล่งหากินและอาศัยที่สำคัญ แน่นอนว่าการเพิ่มขึ้นของกวางนั้นมีผลต่อสัตว์ป่าล่าอย่างเสือโคร่ง การอนุรักษ์กวางป่าจึงเป็นอีกทางของการอนุรักษ์เสือโคร่งที่กำลังกระจายตัวจากเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้งมาสู่พื้นที่อุทยานแห่งชาติแม่วงก์ โดยมีหลักฐานเชิงประจักษ์ทั้งร่องรอยและภาพจากกล้องดักถ่าย
ความสมบูรณ์ของป่าแม่วงก์นั้นยังสามารถชี้วัดได้จากนาก นากเป็นสัตว์ป่าที่บ่งชี้คุณภาพของลำน้ำ เพราะนากจะอาศัยอยู่ในลำน้ำที่สะอาดเท่านั้น ลำน้ำแม่วงก์โดยเฉพาะบริเวณแม่เรวา ถือเป็นพื้นที่ที่มีความเหมาะสมและสำคัญของการเป็นพื้นที่อาศัยของนากและสัตว์น้ำหลายชนิด การปรากฏของนอกในพื้นที่ชี้ให้เห็นถึงความชุกชุมของปลาที่เป็นอาหารของนากและความบริบูรณ์ของระบบนิเวศในลำนำแม่วงก์
ที่ว่ามานี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของการอนุรักษ์และชะลอการพัฒนาที่จะส่งผลกระทบต่อผืนป่าที่หลายฝ่ายช่วยกันทำงาน นับตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันและคงสืบต่อเนื่องถึงอนาคต
ทั้งหมดที่กล่าวมาก็อาจเรียกว่ามันเป็นมหากาพย์งานอนุรักษ์ของมูลนิธิสืบนาคะเสถียร ซึ่งผู้เขียนพยายามรวบรัดให้เห็นถึงภาพรวมสำคัญในบางบทบางตอน เพราะดังที่ได้เท้าความไว้ตั้งแต่ตอนเริ่มต้นบทว่า โครงการเขื่อนแม่วงก์นั้นมีมาก่อนการตั้งมูลนิธิสืบนาคะเสถียรเสียอีก
ครั้งหนึ่งน้องๆ เจ้าหน้าที่มูลนิธิสืบนาคะเสถียร เคยถามผู้เขียนว่า เคยคิดไหมว่าจะต้องคัดค้านโครงการเขื่อนแม่วงก์มายาวนานจนถึงทุกวันนี้ ผู้เขียนได้ตอบไปว่า “เมื่อมีสิ่งที่ต้องทำเราก็ต้องทำไม่ได้เป็นห่วงว่าจะทำไม่เสร็จ หรือต้องทำซ้ำไปซ้ำมาหลายหนเราถือว่ามันเป็นหน้าที่โดยจริยธรรมของคนที่ทำงานทางด้านนี้ ก็อยากฝากถึงคนรุ่นต่อไป จนถึงผู้อ่านทุกท่านให้ช่วยกันดูแลผืนป่าและสัตว์ป่าไว้ให้คงอยู่ต่อไปตราบนานที่สุด”
ผู้เขียน รตยา จันทรเทียร ประธานที่ปรึกษามูลนิธิสืบนาคะเสถียร
เขื่อนแม่วงก์กว่า 20 ปี ที่ทำหน้าที่คัดค้านโครงการเขื่อนแม่วงก์มา แม้จะเผชิญกับอุปสรรคหนักหนา แต่อย่างน้อยที่สุดการถ่วงดุลนั้นก็ช่วยให้ผืนป่าแม่วงก์ได้รับโอกาสฟื้นฟูตัวเองจนกลับมาเป็นผืนป่าที่อุดมสมบูรณ์อีกครั้ง

ผู้เขียนนั้นโชคดีมีโอกาสได้ไปเยี่ยมชมผืนป่าแห่งนี้หลายต่อครั้งนับตั้งแต่วันที่ถูกเรียกว่าป่าเสื่อมโทรมจนถึงวันที่ป่ากลับคืนมาสมบูรณ์เช่นในปัจจุบัน ทั้งเคยดูจากภายนอกและเดินเท้าเข้าป่านอนค้างอ้างแรมในบริเวณที่คงกลายผืนน้ำหาก EHIA ผ่านความเห็นชอบ

จากอดีตที่เคยเป็นไร่ซากมาวันนี้ผืนป่าแม่วงก์เป็นอย่างไร ขออนุญาตอ้างอิงข้อมูลจากหนังสือเขื่อนแม่วงก์ทำลายป่าไม้และสัตว์ป่าอย่างไร จัดทำโดย องค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล WWF ประเทศไทย และสมาคมอนุรักษ์สัตว์ป่า (Wildlife Conservation Society- WCS) คัดมาสั้นๆ เป็นต้นว่า ต้นสักหลายต้นในพื้นที่อุทยานแห่งชาติแม่วงก์ที่ผ่านมาทำสัมปทานไม้เมื่อครั้งอดีตได้มีการงอกให้คลุมต้นเดิมจนเติบโตมีขนาดใหญ่ชี้ให้เห็นสภาพป่าที่กำลังฟื้นตัวอย่างชัดเจนหลังจากการได้รับการอนุรักษ์มาเกือบ 30 ปี กวางป่าที่เคยถูกล่าจากพื้นที่จนเกือบสูญพันธุ์ก็ได้ฟื้นฟูจำนวนประชากรเพิ่มมากขึ้น สามารถพบเห็นตัวได้บ่อยมีร่องรอยทั้งรอยตีนและรอยเล็มหญ้าให้เห็นได้ทั่วไป โดยเฉพาะพื้นที่ราบริมน้ำแม่เรวาซึ่งเป็นแหล่งหากินและอาศัยที่สำคัญ แน่นอนว่าการเพิ่มขึ้นของกวางนั้นมีผลต่อสัตว์ป่าล่าอย่างเสือโคร่ง การอนุรักษ์กวางป่าจึงเป็นอีกทางของการอนุรักษ์เสือโคร่งที่กำลังกระจายตัวจากเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้งมาสู่พื้นที่อุทยานแห่งชาติแม่วงก์ โดยมีหลักฐานเชิงประจักษ์ทั้งร่องรอยและภาพจากกล้องดักถ่าย
.
.

แม่วงก์
.
.
.
ความสมบูรณ์ของป่าแม่วงก์นั้นยังสามารถชี้วัดได้จากนาก นากเป็นสัตว์ป่าที่บ่งชี้คุณภาพของลำน้ำ เพราะนากจะอาศัยอยู่ในลำน้ำที่สะอาดเท่านั้น ลำน้ำแม่วงก์โดยเฉพาะบริเวณแม่เรวา ถือเป็นพื้นที่ที่มีความเหมาะสมและสำคัญของการเป็นพื้นที่อาศัยของนากและสัตว์น้ำหลายชนิด การปรากฏของนอกในพื้นที่ชี้ให้เห็นถึงความชุกชุมของปลาที่เป็นอาหารของนากและความบริบูรณ์ของระบบนิเวศในลำนำแม่วงก์

ที่ว่ามานี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของการอนุรักษ์และชะลอการพัฒนาที่จะส่งผลกระทบต่อผืนป่าที่หลายฝ่ายช่วยกันทำงาน นับตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันและคงสืบต่อเนื่องถึงอนาคต

ทั้งหมดที่กล่าวมาก็อาจเรียกว่ามันเป็นมหากาพย์งานอนุรักษ์ของมูลนิธิสืบนาคะเสถียร ซึ่งผู้เขียนพยายามรวบรัดให้เห็นถึงภาพรวมสำคัญในบางบทบางตอน เพราะดังที่ได้เท้าความไว้ตั้งแต่ตอนเริ่มต้นบทว่า โครงการเขื่อนแม่วงก์นั้นมีมาก่อนการตั้งมูลนิธิสืบนาคะเสถียรเสียอีก

ครั้งหนึ่งน้องๆ เจ้าหน้าที่มูลนิธิสืบนาคะเสถียร เคยถามผู้เขียนว่า เคยคิดไหมว่าจะต้องคัดค้านโครงการเขื่อนแม่วงก์มายาวนานจนถึงทุกวันนี้ ผู้เขียนได้ตอบไปว่า “เมื่อมีสิ่งที่ต้องทำเราก็ต้องทำไม่ได้เป็นห่วงว่าจะทำไม่เสร็จ หรือต้องทำซ้ำไปซ้ำมาหลายหนเราถือว่ามันเป็นหน้าที่โดยจริยธรรมของคนที่ทำงานทางด้านนี้ ก็อยากฝากถึงคนรุ่นต่อไป จนถึงผู้อ่านทุกท่านให้ช่วยกันดูแลผืนป่าและสัตว์ป่าไว้ให้คงอยู่ต่อไปตราบนานที่สุด”
.

.
ผู้เขียน รตยา จันทรเทียร ประธานที่ปรึกษามูลนิธิสืบนาคะเสถียร
.
 

รับข่าวสาร