• Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
หน้าแรก อ่านข่าวย้อนหลัง ข่าว ประชาสัมพันธ์ 27 ปี มูลนิธิสืบนาคะเสถียร EP 11 มหากาพย์เขื่อนแม่วงก์ part 3

27 ปี มูลนิธิสืบนาคะเสถียร EP 11 มหากาพย์เขื่อนแม่วงก์ part 3

อีเมล พิมพ์ PDF

เขื่อนแม่วงก์พ.ศ. 2556 รัฐบาลได้ดึงเอาโครงการก่อสร้างเขื่อนแม่วงก์ไปบรรจุไว้ในโครงการบริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้านบาท ที่ได้อนุมัติอนุญาติให้ดำเนินการ แต่เมื่อดูในรายละเอียด ณ เวลานั้น รายงานวิเคราะห์ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพโครงการเขื่อนแม่วงก์ยังไม่แล้วเสร็จ แต่รัฐบาลได้การอนุมัติอนุญาติโครงการที่มีผลกระทบต่อผืนป่าและสัตว์ป่าไปเสียแล้ว จึงเป็นหน้าที่ของไอ้พวกนักอนุรักษ์ต้องออกมาคำราม


.ศศิน เฉลิมลาภ ที่เวลานั้นยังเป็นเลขาธิการมูลนิธิสืบนาคะเสถียรและเป็นกำลังหลักในการวางยุทธศาสตร์การทำงานเรื่องการคัดค้านเขื่อนแม่วงก์ ได้ออกความเห็นว่า สถานการณ์ของเขื่อนแม่วงก์คงไม่อาจประท้วงได้ด้วยวิธีเดิม จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนวิธี .ศศินจึงเสนอจะพาตัวเธอเดินประท้วงเพื่อให้เกิดความสนใจต่อปัญหาที่เกิดขึ้น

ในแผนที่อ.ศศินวางไว้ในเบื้องต้น เธอจะตั้งใจจะเดินจากกรุงเทพฯ ไปจนถึงอุทยานแห่งชาติแม่วงก์ แต่ในวงหารือของคณะกรรมการและเครือข่ายที่ร่วมกันคัดค้านโครงการเขื่อนแม่วงก์เสนอว่าให้เดินจากแม่วงก์มากรุงเทพฯ จะเป็นการดีกว่า เพราะการเดินจากกรุงเทพฯ ไปแม่วงก์นั้นพลันแต่จะทำให้เสียงค่อยๆ เงียบหาย หากแต่เดินจากแม่วงก์มากรุงเทพฯ แล้วค่อยๆ สะสมกำลังมาจะดูเป็นการดีเสียกว่า

เรื่องที่หลายคนเข้าใจผิด คิดว่าการเดินเท้าของอ.ศศินนั้นเป็นการประท้วงรัฐบาลและโครงการเขื่อนแม่วงก์ แต่อันที่จริงเป็นการเดินเท้าเพื่อคัดค้านรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมโครงการดังกล่าวที่ยังบกพร่อง เพราะถูกคณะกรรมการผู้ชำนาญตีกลับให้ไปทำใหม่ แต่กลับโดนเร่งรัดให้ผ่านร่วมไปกับโครงการบริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้าน

ในความเห็นของมูลนิธิสืบนาคะเสถียร และอ.ศศิน เราต่างเห็นตรงกันว่า มันคือการทำลายมาตรฐานการทำ EHIA อย่างสิ้นซาก นั่นจึงเป็นที่มาของการเดินเท้าประท้วง

การเดินเท้าคัดค้านนั้นเริ่มต้นในวันที่ 10 กันยายน .. 2556 ออกเดินตั้งแต่เช้าตรู่ จากบริเวณหน่วยพิทักษ์ป่าแม่เรวา อุทยานแห่งชาติแม่วงก์ จุดที่จะเป็นพื้นที่สร้างเขื่อน ผู้เขียนไม่ได้ไปร่วมเดินในวันแรก แต่ได้รับฟังคำบอกเล่าจากน้องๆ ทีมงานเจ้าหน้าที่มูลนิธิสืบนาคะเสถียรว่าในเช้ามืดวันนั้นมีฝนตกลงมาให้พอชุ่มฉ่ำดับร้อน ก่อนออกเดินก็ได้ไหว้ศาลเจ้าแม่เรวากันก่อน .ศศิน เล่าว่าได้ขอพรให้ดวงวิญญาณพี่สืบ พ่อปู่ฤาษีทุ่งใหญ่ที่เคารพ และเจ้าแม่แม่เรวา ช่วยดลบันดาลใจให้ผู้ที่ต้องการเขื่อนเปลี่ยนใจ

ระยะแรกของการเดินเท้านั้นสมาชิกร่วมเดินมีไม่กี่คน จะมีก็แต่เจ้าหน้าที่มูลนิธิสืบนาคะเสถียรเดินเป็นเพื่อนร่วมทาง ในบันทึกแรกนั้นบอกไว้ว่าเริ่มเดินกันแค่ 6 คน แต่ก็ค่อยๆ ทยอยเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตามจำนวนวันและระยะทาง เช่นเดียวกับการทำหน้าที่ของสื่อมวลชนที่เงียบเหงาในวันเริ่มต้น แต่ค่อยๆ ทยอยมีข่าวตามออกมาในภายหลัง
.
.

เขื่อนแม่วงก์
.
.
.
การเดินนั้น หากพูดถึงผิวเผินเหมือนจะง่าย แต่ในสถานการณ์จริงนั้นเต็มไปด้วยความยากลำบาก ถึงกระนั้นทีมงานก็สามารถฟันฝ่าอุปสรรคต่างๆ นานามาได้ไม่ว่าจะเป็นแรงกดดันจากพื้นที่ที่ต้องการเขื่อนและต้องเดินผ่าน สภาพดินฟ้าอากาศที่มีทั้งร้อนและฝน การประสานงานต่างๆ ที่มีทั้งราบลื่นและทุลักทุเล ที่ผ่านกันมาได้ก็ด้วยความตั้งมั่นและทุ่มเทเพื่อจะรักษาพื้นที่ป่าแม่วงก์เอาไว้ให้เป็นมรดกแก่ประเทศชาติ

ผู้เขียนเองมีโอกาสได้ร่วมเดินเท้าในบางช่วงเป็นระยะทางสั้นๆ ของบางช่วงบางวัน และเป็นช่วงที่เริ่มมีสาธารณะชนตามมาสมทบในหลักร้อยแล้ว แต่ทุกครั้งที่ออกไปเดินและไปพบเห็นเหตุการณ์ก็รู้สึกปลื้มปิติที่ได้เห็นสาธารณะชนจากหลากหลายที่มาเข้าร่วมกิจกรรมนี้ ไม่ว่าจะนักเรียนนักศึกษาที่มีพลังหนุ่มสาวเป็นแรงเคลื่อน เครือข่ายสิ่งแวดล้อมจากแดนไกลที่อุตส่าห์เดินทางมาเพื่อร่วมเดินและให้กำลังใจ เด็กตัวเล็กตัวน้อยที่มากับพ่อแม่ คนสูงอายุที่รุ่นราวใกล้เคียงผู้เขียน บางคนร่างกายเจ็บป่วยต้องอาศัยไม้เท้า นั่งรถวีลแชร์ก็ยังมาร่วมเป็นกำลังใจ เพื่อนพ้องน้องพี่นักวิชาการ องค์กรอนุรักษ์ และสื่อมวลชนที่บางท่านถอดหัวโขนหน้าที่การงานมาร่วมเดิน ทั้งหมดล้วนเป็นภาพที่น่าประทับใจ บางท่านที่ไม่ได้ร่วมเดินแต่ก็มีแวะมาทักทายระหว่างทาง มอบสิ่งของจำเป็น เช่น เสบียง ยาทาแก้อาการเจ็บป่วย และภาพเช่นนี้ก็ปรากฎต่อเนื่องมาจนถึงวันสุดท้ายที่เดินมาถึงจุดหมาย หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ที่มีประชาชนมาร่วมขบวนหลายพันคนในวันที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2560

เหนือสิ่งอื่นใดขอกล่าวความประทับใจ ต่อความมุ่งมั่นของอ.ศศิน ที่นอกจากจะเดินตลอดระยะทางแล้วยังทำหน้าที่เป็นนักสื่อสารองค์กรบอกเล่าเรื่องราวรายทางบนเฟสบุ๊คของตัวเองอย่างสม่ำเสมอ และชื่นชมในความพยายามของทีมงานน้องๆ เจ้าหน้าที่มูลนิธิสืบนาคะเสถียรที่แม้จะเหนื่อยแค่ไหนแต่ต่างเก็บความท้อไว้ข้างหลังแล้วดึงความตั้งมั่นมาไว้ข้างหน้า

ถึงแม้โครงการเขื่อนแม่วงก์จะยังไม่ถูกถอดออกไป แต่ความดีงามของเหตุการณ์เดินเท้าคัดค้านเขื่อนแม่วงก์ก็จุดประกายให้สาธารณชนได้หันมาเหลียวมองการทำงานของไอ้พวกนักอนุรักษ์และเป็นแนวร่วมในการคัดค้านโครงการเขื่อนแม่วงก์มาจนถึงทุกวันนี้
.

.
ผู้เขียน รตยา จันทรเทียร ประธานที่ปรึกษามูลนิธิสืบนาคะเสถียร
.

 

 

รับข่าวสาร