• Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
หน้าแรก อ่านข่าวย้อนหลัง ข่าว ประชาสัมพันธ์ 27 ปี มูลนิธิสืบนาคะเสถียร EP 7 ก้าวเล็กๆ ขององค์กร part 1

27 ปี มูลนิธิสืบนาคะเสถียร EP 7 ก้าวเล็กๆ ขององค์กร part 1

อีเมล พิมพ์ PDF
เมื่อแรกตั้งมูลนิธิสืบนาคะเสถียร มูลนิธิฯ ได้ขอใช้พื้นที่ของกองอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมป่าไม้ เป็นที่ทำงาน แต่เนื่องจากพื้นที่บริเวณนั้นมีเนื้อที่จำกัด ไม่อาจให้เจ้าหน้าที่มูลนิธิฯ ไปนั่งทำงานประจำได้ สหภาพการเคหะแห่งชาติ จึงได้จัดงาน “รำลึกถึง สืบ นาคะเสถียร” ขึ้นในวันที่ 28 – 29 ตุลาคม พ.ศ. 2533 และมอบรายได้จำนวน 265,709.75 บาท ให้แก่มูลนิธิสืบฯ เพื่อให้องค์กรนำไปใช้ในการตั้งสำนักงาน
สำนักงานมูลนิธิฯ แห่งแรก ตั้งอยู่ที่ชั้นใต้ดิน ชั้นเดียวกับลานจอดรถของสมาคมนิสิตเก่ามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (สมก.) เป็นห้องเล็กๆ พื้นที่ประมาณ 30 ตารางเมตร พอดีสำหรับเจ้าหน้าที่สามคน และพอสำหรับตั้งโต๊ะประชุมย่อมๆ อีกหนึ่งโต๊ะ
งานทำงานในระยะแรกนั้น ส่วนใหญ่กรรมการของมูลนิธิสืบฯ แต่ละคนจะรับหน้าที่นำภารกิจแต่ละเรื่องกลับไปดำเนินการที่สำนักงานของตนเอง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเอกสาร สิ่งตีพิมพ์ เช่น หนังสือ ชีวิตและความตายของ สืบ นาคะเสถียร โดย คุณวันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์ ก็นำกลับไปทำที่สำนักงานนิตยสารสารคดี หรือบันทึกธรรมชาติ ดวงใจแห่งไพรพฤกษ์ โดยคุณดวงดาว สุวรรณรังสี คุณปริญญากร วรวรรณ และคุณปัณยา ไชยะคำ ก็นำกลับไปทำที่สำนักงานของตนเช่นเดียวกัน
ในปีต่อมา เมื่อกิจกรรมของมูลนิธิฯ เป็นรูปธรรมที่ชัดเจน มีเป้าหมายหลัก คือ งานส่งเสริมการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมของประเทศให้อยู่ในสภาพที่ดี เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนตลอดไป กิจกรรมเพื่อสนองเป้าหมายหลัก ได้แก่ การให้ความสนับสนุนงานอนุรักษ์ผืนป่าและสัตว์ป่าของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้งและเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร การเฝ้าระวังเหตุอันจะยังผลให้ผืนป่าและสัตว์ป่าถูกทำลาย การขยายแนวร่วมเพื่อช่วยกันอนุรักษ์ธรรมชาติ การจัดสร้างอนุสรณ์สถาน สืบ นาคะเสถียร การหาเงินเข้ากองทุนผู้พิทักษ์ป่า การจัดตั้งกองทุนเพื่อศึกษาวิจัยความรู้เรื่องธรรมชาติ ระบบนิเวศชีวิตพืชและสัตว์ป่า ฯลฯ ซึ่งมูลนิธิฯ เรียกร้องเงินสนับสนุนจากเพื่อนพ้องน้องพี่และท่านที่เคารพทั้งหลาย
และเพื่อสนองงานที่เพิ่มพูนขึ้น จึงได้ย้ายสำนักงานของมูลนิธิฯ จากชั้นใต้ดิน ขึ้นมาอยู่ที่ชั้นสองของอาคาร สมก. ซึ่งมีพื้นที่กว้างขวางเพียงพอ แต่ก็ต้องจ่ายค่าเช่าสูงขึ้น
การย้ายที่ทำการมูลนิธิฯ เป็นครั้งที่สาม เกิดขึ้นเมื่อต้นปี พ.ศ. 2545 โดยมูลนิธิฯ อยู่ระหว่างเตรียมการที่จะรับงานโครงการจัดการพื้นที่คุ้มครองอย่างมีส่วนร่วมในผืนป่าตะวันตก (โครงการจอมป่า) ในด้านของการทำงานอย่างมีส่วนร่วมกับชุมชนในป่า และองค์กรท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ผืนป่าตะวันตก ประกอบกับ อ.สุรพล สุดารา มารับหน้าที่ประธานมูลนิธิสืบนาคะเสถียร ตั้งแต่วันที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2544 และได้ทราบว่ากรมวิทยาศาสตร์การแพทย์เดิม ที่ถนนบำรุงเมือง อยู่ใกล้โรงพยาบาลหัวเฉียว กำลังว่างอยู่เนื่องจากกรมฯ ได้ย้ายไปอยู่ ณ ศูนย์ราชการที่แจ้งวัฒนะแล้ว อาจารย์สุรพล จึงได้ดำเนินการทำเรื่องขอใช้พื้นที่ของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์เป็นสำนักงานมูลนิธิสืบนาคะเสถียรแห่งใหม่ ซึ่งทางกรมฯ ได้อนุญาตให้มูลนิธิสืบฯ สามารถใช้อาคารตึกสามชั้นของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์เดิมได้ โดยกรมฯ อนุญาตให้มูลนิธิสืบฯ ใช้เป็นสำนักงานได้เฉพาะชั้นที่สองและชั้นที่สาม ในขณะนั้นมูลนิธิสืบฯ มีเจ้าหน้าที่ที่ทำงานประจำอยู่ในสำนักงาน 7 – 8 คน
มูลนิธิสืบฯ ย้ายสำนักงานอีกครั้งมาที่อยู่ถนนติวานนท์ ใกล้สถาบันโรคทรวงอก แยกแคราย เมื่อเดือนมกราคม พ.ศ. 2558 ด้วยเหตุว่าอาคารสำนักงานเดิมนั้น ทางผู้ดูแลต้องการปรับปรุงพื้นที่ไปใช้ประโยชน์ในด้านอื่นแทนที่ตัวอาคารเดิม การย้ายครั้งล่าสุดนี้และหวังว่าจะไม่ย้ายอีก เพราะอาคารที่ตั้งมูลนิธิสืบฯ ได้จัดซื้อเป็นทรัพย์สินขององค์กร ตัวอาคารเป็นตึกแถวหนึ่งคูหา แต่เป็นตึกแถวที่ทแยงกว้างทางด้านหลังกว้างเท่ากับสองคูหา ความสูงสี่ชั้นมีชั้นลอย มูลนิธิสืบฯ ได้ย้ายมาอยู่ที่นี่หลังจากที่ไปดูมาหลายๆ แห่งแล้ว กรรมการมูลนิธิฯ ก็เห็นกันว่า ทำเลของตึกแถวตรงนี้มีความเหมาะสม เพราะในอนาคตรถไฟฟ้าสายสีชมพูจะผ่านหน้าสำนักงาน
เมื่อกรรมการเห็นตรงกันแล้ว จึงได้อนุมัติซื้อตึก รวมราคาและค่าปรับปรุงประมาณ 10.5 ล้านบาท ใช้เงินทุนมูลนิธิสืบฯ โดยเปลี่ยนจากเงินฝากธนาคารเป็นอสังหาริมทรัพย์ สำหรับการปรังปรุงได้รับความอนุเคราะห์ช่วยเหลือจาก บริษัท แปลน อาร์คิเทค จำกัด ที่ออกแบบอาคารอนุสรณ์สถาน สืบ นาคะเสถียร ณ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้งมาช่วยออกแบบและปรับปรุงอาคารให้พร้อมใช้เป็นสำนักงาน
ที่อยู่สำนักงานมูลนิธิสืบนาคะเสถียร ในปัจจุบัน สามารถติดต่อได้ที่ มูลนิธิสืบนาคะเสถียร เลขที่ 140 ถนนติวานนท์ ตำบลบางกระสอ อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี รหัสไปรษณีย์ 11000
มูลนิธิสืบนาคะเสถียรเมื่อแรกตั้งมูลนิธิสืบนาคะเสถียร มูลนิธิฯ ได้ขอใช้พื้นที่ของกองอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมป่าไม้ เป็นที่ทำงาน แต่เนื่องจากพื้นที่บริเวณนั้นมีเนื้อที่จำกัด ไม่อาจให้เจ้าหน้าที่มูลนิธิฯ ไปนั่งทำงานประจำได้ สหภาพการเคหะแห่งชาติ จึงได้จัดงาน “รำลึกถึง สืบ นาคะเสถียร” ขึ้นในวันที่ 28 – 29 ตุลาคม พ.ศ. 2533 และมอบรายได้จำนวน 265,709.75 บาท ให้แก่มูลนิธิสืบฯ เพื่อให้องค์กรนำไปใช้ในการตั้งสำนักงาน

สำนักงานมูลนิธิฯ แห่งแรก ตั้งอยู่ที่ชั้นใต้ดิน ชั้นเดียวกับลานจอดรถของสมาคมนิสิตเก่ามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (สมก.) เป็นห้องเล็กๆ พื้นที่ประมาณ 30 ตารางเมตร พอดีสำหรับเจ้าหน้าที่สามคน และพอสำหรับตั้งโต๊ะประชุมย่อมๆ อีกหนึ่งโต๊ะ

งานทำงานในระยะแรกนั้น ส่วนใหญ่กรรมการของมูลนิธิสืบฯ แต่ละคนจะรับหน้าที่นำภารกิจแต่ละเรื่องกลับไปดำเนินการที่สำนักงานของตนเอง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเอกสาร สิ่งตีพิมพ์ เช่น หนังสือ ชีวิตและความตายของ สืบ นาคะเสถียร โดย คุณวันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์ ก็นำกลับไปทำที่สำนักงานนิตยสารสารคดี หรือบันทึกธรรมชาติ ดวงใจแห่งไพรพฤกษ์ โดยคุณดวงดาว สุวรรณรังสี คุณปริญญากร วรวรรณ และคุณปัณยา ไชยะคำ ก็นำกลับไปทำที่สำนักงานของตนเช่นเดียวกัน

มูลนิธิสืบนาคะเสถียร
ป้ายชื่อสำนักงานมูลนิธิสืบนาคะเสถียร ที่ใช้มาตั้งแต่แรกเริ่มตั้งสำนักงานที่กสม.


ในปีต่อมา เมื่อกิจกรรมของมูลนิธิฯ เป็นรูปธรรมที่ชัดเจน มีเป้าหมายหลัก คือ งานส่งเสริมการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมของประเทศให้อยู่ในสภาพที่ดี เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนตลอดไป กิจกรรมเพื่อสนองเป้าหมายหลัก ได้แก่ การให้ความสนับสนุนงานอนุรักษ์ผืนป่าและสัตว์ป่าของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้งและเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร การเฝ้าระวังเหตุอันจะยังผลให้ผืนป่าและสัตว์ป่าถูกทำลาย การขยายแนวร่วมเพื่อช่วยกันอนุรักษ์ธรรมชาติ การจัดสร้างอนุสรณ์สถาน สืบ นาคะเสถียร การหาเงินเข้ากองทุนผู้พิทักษ์ป่า การจัดตั้งกองทุนเพื่อศึกษาวิจัยความรู้เรื่องธรรมชาติ ระบบนิเวศชีวิตพืชและสัตว์ป่า ฯลฯ ซึ่งมูลนิธิฯ เรียกร้องเงินสนับสนุนจากเพื่อนพ้องน้องพี่และท่านที่เคารพทั้งหลาย

และเพื่อสนองงานที่เพิ่มพูนขึ้น จึงได้ย้ายสำนักงานของมูลนิธิฯ จากชั้นใต้ดิน ขึ้นมาอยู่ที่ชั้นสองของอาคาร สมก. ซึ่งมีพื้นที่กว้างขวางเพียงพอ แต่ก็ต้องจ่ายค่าเช่าสูงขึ้น

การย้ายที่ทำการมูลนิธิฯ เป็นครั้งที่สาม เกิดขึ้นเมื่อต้นปี พ.ศ. 2545 โดยมูลนิธิฯ อยู่ระหว่างเตรียมการที่จะรับงานโครงการจัดการพื้นที่คุ้มครองอย่างมีส่วนร่วมในผืนป่าตะวันตก (โครงการจอมป่า) ในด้านของการทำงานอย่างมีส่วนร่วมกับชุมชนในป่า และองค์กรท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ผืนป่าตะวันตก ประกอบกับ อ.สุรพล สุดารา มารับหน้าที่ประธานมูลนิธิสืบนาคะเสถียร ตั้งแต่วันที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2544 และได้ทราบว่ากรมวิทยาศาสตร์การแพทย์เดิม ที่ถนนบำรุงเมือง อยู่ใกล้โรงพยาบาลหัวเฉียว กำลังว่างอยู่เนื่องจากกรมฯ ได้ย้ายไปอยู่ ณ ศูนย์ราชการที่แจ้งวัฒนะแล้ว อาจารย์สุรพล จึงได้ดำเนินการทำเรื่องขอใช้พื้นที่ของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์เป็นสำนักงานมูลนิธิสืบนาคะเสถียรแห่งใหม่ ซึ่งทางกรมฯ ได้อนุญาตให้มูลนิธิสืบฯ สามารถใช้อาคารตึกสามชั้นของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์เดิมได้ โดยกรมฯ อนุญาตให้มูลนิธิสืบฯ ใช้เป็นสำนักงานได้เฉพาะชั้นที่สองและชั้นที่สาม ในขณะนั้นมูลนิธิสืบฯ มีเจ้าหน้าที่ที่ทำงานประจำอยู่ในสำนักงาน 7 – 8 คน 

มูลนิธิสืบนาคะเสถียร
ห้องทำงานเจ้าหน้าที่มูลนิธิสืบนาคะเสถียร ชั้น 2 อาคารกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์


มูลนิธิสืบฯ ย้ายสำนักงานอีกครั้งมาที่อยู่ถนนติวานนท์ ใกล้สถาบันโรคทรวงอก แยกแคราย เมื่อเดือนมกราคม พ.ศ. 2558 ด้วยเหตุว่าอาคารสำนักงานเดิมนั้น ทางผู้ดูแลต้องการปรับปรุงพื้นที่ไปใช้ประโยชน์ในด้านอื่นแทนที่ตัวอาคารเดิม การย้ายครั้งล่าสุดนี้และหวังว่าจะไม่ย้ายอีก เพราะอาคารที่ตั้งมูลนิธิสืบฯ ได้จัดซื้อเป็นทรัพย์สินขององค์กร ตัวอาคารเป็นตึกแถวหนึ่งคูหา แต่เป็นตึกแถวที่ทแยงกว้างทางด้านหลังกว้างเท่ากับสองคูหา ความสูงสี่ชั้นมีชั้นลอย มูลนิธิสืบฯ ได้ย้ายมาอยู่ที่นี่หลังจากที่ไปดูมาหลายๆ แห่งแล้ว กรรมการมูลนิธิฯ ก็เห็นกันว่า ทำเลของตึกแถวตรงนี้มีความเหมาะสม เพราะในอนาคตรถไฟฟ้าสายสีชมพูจะผ่านหน้าสำนักงาน

เมื่อกรรมการเห็นตรงกันแล้ว จึงได้อนุมัติซื้อตึก รวมราคาและค่าปรับปรุงประมาณ 10.5 ล้านบาท ใช้เงินทุนมูลนิธิสืบฯ โดยเปลี่ยนจากเงินฝากธนาคารเป็นอสังหาริมทรัพย์ สำหรับการปรังปรุงได้รับความอนุเคราะห์ช่วยเหลือจาก บริษัท แปลน อาร์คิเทค จำกัด ที่ออกแบบอาคารอนุสรณ์สถาน สืบ นาคะเสถียร ณ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้งมาช่วยออกแบบและปรับปรุงอาคารให้พร้อมใช้เป็นสำนักงาน

ที่อยู่สำนักงานมูลนิธิสืบนาคะเสถียร ในปัจจุบัน สามารถติดต่อได้ที่ มูลนิธิสืบนาคะเสถียร เลขที่ 140 ถนนติวานนท์ ตำบลบางกระสอ อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี รหัสไปรษณีย์ 11000


บทความโดย รตยา จันทรเทียร ประธานที่ปรึกษามูลนิธิสืบนาคะเสถียร
 

รับข่าวสาร