• Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
หน้าแรก อ่านข่าวย้อนหลัง ข่าว ประชาสัมพันธ์ ช่วงเวลาแห่งการรอคอย... เตรียมผนวกพื้นที่ “อุทยานฯ เฉลิมรัตนโกสินทร์”

ช่วงเวลาแห่งการรอคอย... เตรียมผนวกพื้นที่ “อุทยานฯ เฉลิมรัตนโกสินทร์”

อีเมล พิมพ์ PDF
ช่วงเวลาแห่งการรอคอย “พื้นที่เตรียมผนวกอุทยานฯ เฉลิมรัตนโกสินทร์”
กรมอุทยานฯ เดินหน้าเตรียมยื่นเรื่องขอผนวกพื้นที่อุทยานฯ เฉลิมรัตนโกสินทร์ เพื่อเชื่อมโยงพื้นที่อนุรักษ์และดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติให้เกิดสมดุลที่ยั่งยืน
แต่เดิมพื้นที่ 101,890 กว่าไร่ ที่รอเตรียมผนวกเป็นพื้นที่อุทยานแห่งชาติ อยู่ความดูแลของกรมป่าไม้ คือป่าสงวนแห่งชาติป่าโรงงานกระดาษไทยแปลงที่ 6 และป่าสงวนแห่งชาติป่าหนองรี ตั้งอยู่ ต.เขาโจด อ.ศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี มีลักษณะเป็นป่าดิบเขา ป่าเบญจพรรณ และป่าเต็งรัง สัตว์ป่าใช้ประโยชน์ในพื้นที่มากมาย ทั้งช้างป่า หมูป่า กระต่าย กวาง ละมั่ง เนื้อทราย และเก้ง ซึ่งเมื่อครั้งอดีตราว 20 กว่าปีก่อนมีการให้สัมปทานพื้นที่จำนวนหนึ่งแก่เหมืองแร่ชนิด แฟลด์ สปาร์ โดยมีระยะเวลา ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2536-2565 ซึ่งปัจจุบันได้หยุดกิจกรรมการทำเหมืองแล้ว และส่งมอบพื้นที่กลับคืนให้กรมป่าไม้ โดยเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการอพยพชุมชนกว่า 200 คนที่มาอาศัยในพื้นที่ตั้งแต่เริ่มทำเหมืองเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
โดยพื้นที่ดังกล่าวเป็นเขตติดต่อกับอุทยานฯเฉลิมรัตนโกสินทร์ และต่อเนื่องกับพื้นที่เตรียมประกาศเขตห้ามล่าศรีสวัสดิ์ ที่กำลังรอการดำเนินการอยู่ โดยนายสุชัย หรดี หัวหน้าอุทยานฯ เฉลิมรัตนโกสินทร์ ได้ต่อสู้มาอย่างยาวนานในการประกาศป่าผืนนี้ในเป็นพื้นที่อนุรักษ์
การผลักดันให้เป็นพื้นที่เตรียมผนวกนี้ดำเนินการเรื่อยมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2548-2549 จากการผลัดดันระดับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเรื่อยมากระทั่งระดับจังหวัด และผ่านมติความเห็นชอบจากกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เมื่อ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2553 จากนั้นได้ดำเนินการตรวจสอบแผนที่จัดทำแนวเขต ร่างพระราชกฤษฎีกา เพื่อเสนอต่อกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทช.) ต่อไป
นายสุชัย หรดี กล่าวถึงสาเหตุของความล่าช้าในการผนวกพื้นที่อุทยานแห่งชาติเฉลิมรัตนโกสินทร์ว่า เนื่องจากปัญหาด้านบุคลากรไม่เพียงพอ การผลัดเปลี่ยนเจ้าหน้าที่ในกรมทำให้การดำเนินการไม่ต่อเนื่อง และสถานการณ์ทางการเมืองช่วง 2-3 ปีนั้นไม่นิ่ง ทำให้การประกาศพื้นบริเวณป่าสงวนแห่งชาติโรงงานกระดาษไทยแปลงที่ 6 และป่าสงวนแห่งชาติป่าหนองรี เป็นพื้นที่อุทยานฯ เฉลิมรัตนโกสินทร์ หยุดชะงักไป มาถึงปัจจุบันในรัฐบาลยุคนี้มีความคาดหวังว่าจะเดินหน้าต่อได้รับการประกาศในที่สุด หากรวมพื้นที่อุทยานฯ เดิมกับพื้นที่เตรียมผนวกเข้าด้วยกันก็จะมีพื้นที่ประมาณแสนห้ากว่าไร่
แม้จะยังไม่ได้รับการประกาศเป็นพื้นที่อุทยานแต่เจ้าหน้าที่อุทยานฯ เฉลิมรัตนโกสินทร์ก็ยังปฏิบัติงานอย่างแข็งขันภายใต้กรอบที่สามารถดำเนินการได้ ซึ่งหากมีการกระทำผิดในพื้นที่อุทยานฯ จะส่งเรื่องให้กรมป่าไม้ดำเนินการและเป็นเจ้าของคดีตามกระบวนกฎหมายต่อไป รวมถึงมีการลาดตระเวนร่วมในพื้นที่ ทั้งหน่วยป้องกันกรมป่าไม้, เจ้าหน้าที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าสลักพระ, เจ้าหน้าที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าศรีสวัสด์ และเจ้าหน้าที่อุทยานฯ เขื่อนศรีนครินทร์ เพื่อลดปัญหาภัยคุกคามต่างๆ เช่น การบุกรุกพื้นที่ การล่าสัตว์ การตัดไม้ และการเผาป่า ซึ่งหากเจ้าหน้าที่ไม่ดูแลเสียแต่วันนี้ภัยคุกคามดังกล่าวก็อาจจะทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้นและความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติอาจถึงคราวต้องหมดไป
แต่ด้วยข้อจำกัดด้านงบประมาณ อุปกรณ์ยานพาหนะ และที่สำคัญอัตรากำลังเจ้าหน้าที่ ที่ปัจจุบันมีเจ้าหน้าที่เดินลาดตระเวนดูแลราว 20 คน ซึ่งไม่เพียงพอต่อการดูแลพื้นที่กว่า 150,000 ไร่ การประกาศให้เป็นพื้นที่อุทยานฯ จะสามารถแก้ไขปัญหาดังกล่าวได้
หากมีการประกาศเป็นพื้นที่อุทยานฯ แล้ว นายสุชัย หรดี วางเป้าหมายไว้ว่าจะตั้งหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติขึ้น 2 หน่วย หน่วยละ 6-7 คน เพื่อเพิ่มอัตรากำลังดูแลและปกป้องพื้นที่ได้สะดวก พื้นที่ก็จะได้รับการคุ้มครองอีกทั้งยังสร้างความเชื่อมั่นให้แก่เจ้าหน้าที่สร้างแรงใจและความเข้มแข็งในการทำงาน และชาวบ้านเกรงกลัวมากขึ้นไม่กล้าฉวยโอกาสเข้ามาหาประโยชน์ไม่ว่าจะเป็นการบุกรุก การล่าสัตว์ และการตัดไม้ ด้านพื้นที่ที่เคยได้รับสัมปทานเป็นเหมืองแร่ นายสุชัย หรดี กล่าวว่า พื้นที่นี้มีความอุดมสมบูรณ์อยู่แล้วทั้งด้านพรรณพืขและสัตว์ป่า หากไม่มีมนุษย์เข้ามารบกวนหรือคุกคาม ป่าจะฟื้นฟูเองตามธรรมชาติ
ด้านนายประวุธ เปรมปรีดิ์ หัวหน้าหน่วยควบคุมพื้นที่เตรียมประกาศเขตห้ามล่าสัตว์ป่าศรีสวัสดิ์ อธิบายสภาพพื้นที่เมื่อคราวพาคณะสำรวจดูพื้นที่ว่า พื้นที่เตรียมผนวกเป็นพื้นที่อุทยานฯ เฉลิมรัตนโกสินทร์เป็นพื้นที่ราบกลางหุบเขา มีความเหมาะสมในการอพยพเคลื่อนย้ายของสัตว์ป่า ซึ่งจะแนวทางเดียวกันกับการประกาศเป็นเขตห้ามล่าศรีสวัสดิ์ ที่จะรองรับการอพยพของสัตว์ป่า ไม่ว่าจะเคลื่อนไปทางทิศบนหรือลงล่างก็ตาม การประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติขึ้นมา ผมเชื่อมั่นว่าเมื่อได้รับการคุ้มครองแล้ว ความหลากหลายทางชีวภาพ ความเป็นอิสระของสัตว์ป่า จะได้กลับคืนมาในที่สุด สร้างความต่อเนื่องและมีความอุดมสมบูรณ์ยิ่งขึ้น
จากการลงพื้นที่บริเวณเหมืองแร่ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของป่าสงวนแห่งชาติป่าโรงงานกระดาษไทยแปลงที่ 6 ที่จะกลายเป็นพื้นที่อุทยานฯ เฉลิมรัตนโกสินในอนาคต แม้ยังปรากฏร่องรอยกิจกรรมการทำเหมืองและการอาศัยของชุมชน แต่ป่ายังคงความอุดมสมบูรณ์และค่อยๆ ฟื้นสภาพตามลำดับ โดยมีรอยตีนสัตว์ป่าและมูลสัตว์ป่า โดยเฉพาะช้างป่าที่อาศัยอยู่บริเวณนี้ ซึ่งปรากฏทั้งรอยตีน กองมูลจำนวนมาก เสียงร้องตอนกลางคืน และรอยเสียดสีบนไหล่ทาง รวมไปถึงสามารถพบเห็นนกประจำถิ่น นกอพยพ เช่น นกจับแมลงสีคล้ำ (Dark-sided Flycatcher) และนกเงือก ที่มาร้องปลุก “กก...กก...กก” แต่เช้าตรู่ สิ่งเหล่านี้เองที่บ่งชี้ว่าผืนป่ายังมีความอุดมสมบูรณ์
อุทยานแห่งชาติเฉลิมรัตนโกสินทร์กรมอุทยานฯ เดินหน้าเตรียมยื่นเรื่องขอผนวกพื้นที่ "อุทยานฯ เฉลิมรัตนโกสินทร์" เพื่อเชื่อมโยงพื้นที่อนุรักษ์และดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติให้เกิดสมดุลที่ยั่งยืน


แต่เดิมพื้นที่ 101,890 กว่าไร่ ที่รอเตรียมผนวกเป็นพื้นที่อุทยานแห่งชาติเฉลิมรัตนโกสินทร์ อยู่ความดูแลของกรมป่าไม้ คือพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าโรงงานกระดาษไทยแปลงที่ 6 และป่าสงวนแห่งชาติป่าหนองรี ตั้งอยู่ ต.เขาโจด อ.ศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี มีลักษณะเป็นป่าดิบเขา ป่าเบญจพรรณ และป่าเต็งรัง มีสัตว์ป่าใช้ประโยชน์ในพื้นที่มากมาย ทั้งช้างป่า หมูป่า กระต่าย กวาง ละมั่ง เนื้อทราย และเก้ง


ป่าอุทยานฯ เฉลิมรัตนโกสินทร์
ป่าดิบเขาในอดีตเป็นเส้นทางเหมืองแร่


ซึ่งเมื่อครั้งอดีตราว 20 กว่าปีก่อนมีการอนุญาตการทำสัมปทานเหมืองแร่ในพื้นที่จำนวนหนึ่ง เป็นแร่ชนิด แฟลด์ สปาร์ โดยมีระยะเวลา ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2536-2565 ปัจจุบันได้หยุดกิจกรรมการทำเหมือง และส่งมอบพื้นที่กลับคืนให้กรมป่าไม้ โดยเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการอพยพชุมชนกว่า 200 คนที่มาอาศัยในพื้นที่ตั้งแต่เริ่มทำเหมืองเป็นที่เรียบร้อยแล้ว


เหมืองแร่รัฐภูมิ
สัมปทานเหมืองแร่ ต.เขาโจด อ.ศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี
.
.
โดยพื้นที่ดังกล่าวเป็นเขตติดต่อกับอุทยานฯ เฉลิมรัตนโกสินทร์ มีความต่อเนื่องกับพื้นที่เตรียมประกาศเขตห้ามล่าศรีสวัสดิ์ ที่กำลังรอการดำเนินการอยู่ รวมถึงติดต่ออุทยานฯ เขื่อนศรีนครินทร์ และเขตห้ามล่าสัตว์ป่าสลักพระ ซึ่งการประกาศเป็นพื้นที่อุทยานฯ จะเป็นการสร้างความต่อเนื่องในการจัดการดูแลและเชื่อมผืนป่าให้เป็นแผ่นเดียวกันยังคุณประโยชน์แก่สัตว์ป่าและพรรณพืชทั้งหลาย โดยนายสุชัย หรดี หัวหน้าอุทยานฯ เฉลิมรัตนโกสินทร์ ได้ต่อสู้มาอย่างยาวนานในการประกาศป่าผืนนี้ในเป็นพื้นที่อนุรักษ์

ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2548-2549 มีการผลักดันให้เป็นพื้นที่เตรียมผนวกนี้ดำเนินการเรื่อยมา จากระดับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเรื่อยมากระทั่งระดับจังหวัด และผ่านมติความเห็นชอบจากกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เมื่อ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2553 จากนั้นได้ดำเนินการตรวจสอบแผนที่จัดทำแนวเขต ร่างพระราชกฤษฎีกา เพื่อเสนอต่อกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทช.) ต่อไป


แผนที่อุทยานฯ เฉลิมรัตนโกสินทร์
แผนที่แสดงเขตติดต่อระหว่างพื้นที่อนุรักษ์ โดยส่วนหนึ่งของพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติโรงงานกระดาษไทยแปลงที่ 6
และป่าสงวานแห่งชาติป่าหนองรี จะถูกผนวกเป็นพื้นที่อุทยานฯ เฉลิมรัตนโกสิน


นายสุชัย หรดี กล่าวถึงสาเหตุของความล่าช้าในการผนวกพื้นที่อุทยานแห่งชาติเฉลิมรัตนโกสินทร์ว่า "เนื่องจากปัญหาด้านบุคลากรไม่เพียงพอ การผลัดเปลี่ยนเจ้าหน้าที่ในกรมทำให้การดำเนินการไม่ต่อเนื่อง และสถานการณ์ทางการเมืองช่วง 2-3 ปีนั้นไม่นิ่ง ทำให้การประกาศพื้นบริเวณป่าสงวนแห่งชาติโรงงานกระดาษไทยแปลงที่ 6 และป่าสงวนแห่งชาติป่าหนองรี เป็นพื้นที่อุทยานฯ เฉลิมรัตนโกสินทร์ หยุดชะงักไป มาถึงปัจจุบันในรัฐบาลยุคนี้มีความคาดหวังว่าจะเดินหน้าต่อได้รับการประกาศในที่สุด หากรวมพื้นที่อุทยานฯ เดิมกับพื้นที่เตรียมผนวกเข้าด้วยกันก็จะมีพื้นที่ประมาณแสนห้ากว่าไร่"

แม้จะยังไม่ได้รับการประกาศเป็นพื้นที่อุทยานแต่เจ้าหน้าที่อุทยานฯ เฉลิมรัตนโกสินทร์ก็ยังปฏิบัติงานอย่างแข็งขันภายใต้กรอบที่สามารถดำเนินการได้ ซึ่งหากมีการกระทำผิดในพื้นที่อุทยานฯ จะดำเนินการส่งเรื่องให้กรมป่าไม้ผู้เป็นเจ้าของคดีตามกระบวนกฎหมายจัดการต่อไป รวมถึงมีการลาดตระเวนร่วมในพื้นที่ ทั้งหน่วยป้องกันกรมป่าไม้, เจ้าหน้าที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าสลักพระ, เจ้าหน้าที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าศรีสวัสด์ และเจ้าหน้าที่อุทยานฯ เขื่อนศรีนครินทร์ เพื่อลดปัญหาภัยคุกคามต่างๆ เช่น การบุกรุกพื้นที่ การล่าสัตว์ การตัดไม้ และการเผาป่า ซึ่งหากเจ้าหน้าที่ไม่ดูแลเสียแต่วันนี้ภัยคุกคามดังกล่าวก็อาจจะทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้นและความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติอาจถึงคราวต้องหมดไป
.
.
บริเวณช้างไถตัวกับไหล่ทาง
ข้างเส้นทางเข้าพื้นที่สัมปทานเหมืองแร่ปรากฏร่องรอยช้างป่า
.
.
แต่ด้วยข้อจำกัดด้านงบประมาณ อุปกรณ์ยานพาหนะ และที่สำคัญอัตรากำลังเจ้าหน้าที่ ที่ปัจจุบันมีเจ้าหน้าที่เดินลาดตระเวนดูแลเพียง 20 คน ซึ่งไม่เพียงพอต่อการดูแลพื้นที่กว่า 150,000 ไร่ การเร่งประกาศให้เป็นพื้นที่อุทยานฯ เฉลิมรัตนโกสินทร์จะสามารถตอบโจทย์การแก้ไขปัญหาดังกล่าวได้

หากมีการประกาศเป็นพื้นที่อุทยานฯ แล้ว นายสุชัย หรดี วางเป้าหมายไว้ว่าจะตั้งหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติขึ้น 2 หน่วย หน่วยละ 6-7 คน เพื่อเพิ่มอัตรากำลังดูแลและปกป้องพื้นที่ได้สะดวก พื้นที่ก็จะได้รับการคุ้มครองอีกทั้งยังสร้างความเชื่อมั่นให้แก่เจ้าหน้าที่สร้างแรงใจและความเข้มแข็งในการทำงาน และชาวบ้านเกรงกลัวมากขึ้นไม่กล้าฉวยโอกาสเข้ามาหาประโยชน์ไม่ว่าจะเป็นการบุกรุก การล่าสัตว์ และการตัดไม้ ด้านพื้นที่ที่เคยได้รับสัมปทานเป็นเหมืองแร่ นายสุชัย หรดี กล่าวว่า พื้นที่นี้มีความอุดมสมบูรณ์อยู่แล้วทั้งด้านพรรณพืขและสัตว์ป่า หากไม่มีมนุษย์เข้ามารบกวนหรือคุกคาม ป่าจะฟื้นฟูเองตามธรรมชาติ
.
.
พื้นที่เหมืองแร่รัฐภูมิเก่า
บริเวณลานที่เคยเป็นจุดตั้งชุมชนบริเวณเหมืองแร่กว่า 200 คน ซึ่งเคยมีทั้งบ้าน ร้านค้า ร้านคาราโอเกะ
.
.
ด้านนายประวุธ เปรมปรีดิ์ หัวหน้าหน่วยควบคุมพื้นที่เตรียมประกาศเขตห้ามล่าสัตว์ป่าศรีสวัสดิ์ อธิบายสภาพพื้นที่ขณะพาคณะสำรวจพื้นที่ว่า พื้นที่เตรียมผนวกเป็นพื้นที่อุทยานฯ เฉลิมรัตนโกสินทร์เป็นพื้นที่ราบกลางหุบเขา มีความเหมาะสมในการอพยพเคลื่อนย้ายของสัตว์ป่า ซึ่งจะแนวทางเดียวกันกับการประกาศเป็นเขตห้ามล่าศรีสวัสดิ์ ที่จะรองรับการอพยพของสัตว์ป่า ไม่ว่าจะเคลื่อนไปทางทิศบนหรือลงล่างก็ตาม การประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติขึ้นมา ผมเชื่อมั่นว่า เมื่อได้รับการคุ้มครองแล้ว ความหลากหลายทางชีวภาพ ความเป็นอิสระของสัตว์ป่า จะได้กลับคืนมาในที่สุด สร้างความต่อเนื่องและมีความอุดมสมบูรณ์ยิ่งขึ้น


นกจับแมลงสีคล้ำ (Dark-sided Flycatcher)
นกจับแมลงสีคล้ำ (Dark-sided Flycatcher)
.
.
จากการลงพื้นที่บริเวณเหมืองแร่ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของป่าสงวนแห่งชาติป่าโรงงานกระดาษไทยแปลงที่ 6 ที่จะกลายเป็นพื้นที่อุทยานฯ เฉลิมรัตนโกสินทร์ในอนาคต แม้ยังปรากฏร่องรอยกิจกรรมการทำเหมืองและการอาศัยของชุมชน แต่ป่ายังคงความอุดมสมบูรณ์และค่อยๆ ฟื้นสภาพตามลำดับ โดยมีรอยตีนสัตว์ป่าและมูลสัตว์ป่า โดยเฉพาะช้างป่าที่อาศัยอยู่บริเวณนี้ ซึ่งปรากฏทั้งรอยตีน กองมูลจำนวนมาก เสียงร้องตอนกลางคืน และรอยเสียดสีบนไหล่ทาง รวมไปถึงสามารถพบเห็นนกประจำถิ่น นกอพยพ เช่น นกจับแมลงสีคล้ำ (Dark-sided Flycatcher) และนกเงือก ที่มาร้องปลุก “กก...กก...กก” แต่เช้าตรู่
.
สิ่งเหล่านี้เองที่บ่งชี้ว่าผืนป่ายังมีความอุดมสมบูรณ์ และหากมีการจัดการดูแลอย่างเป็นระบบด้วยสรรพกำลังเจ้าหน้าที่ผู้เข้มแข็งแล้ว ทรัพยากรธรรมชาติก็จะเกิดความสมดุลและยั่งยืน
.
.
เรียบเรียงบทความโดย พัชริดา พงษปภัสร์ เจ้าหน้าที่สื่อสารองค์กร มูลนิธิสืบนาคะเสถียร



 

รับข่าวสาร