• Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size

คิดถึงเม็ดทรายของเฒ่าเบน

อีเมล พิมพ์ PDF

Local Heroมีคนมาขอซื้อที่ดินบ้านคุณแล้วคุณไม่อยากขาย...จะตั้งราคาเท่าไหร่ดี? เขาจะได้ไม่กล้าซื้อ? - เฒ่าเบน เจ้าของกระท่อมแห่งชายหาดหมู่บ้านประมงชนบทเฟอร์เนส ประเทศสกอตแลนด์ ตะแกลองใจหนุ่มแม็ค นักธุรกิจเจ้าหน้าที่ซื้อขายที่ดินจากบริษัทน้ำมันโดยการใช้กระป๋องตักทรายมาเทให้ประมาณราคาขายว่าตัวเลขหน่วยค่าเงินเท่ากับเม็ดทราย....


แน่นอนหนุ่มแม็ค ไม่คิดจะลองนับเพราะมันน่าจะยาก และคงเดาว่าคงเป็นตัวเลขมหาศาลเกินกว่าที่จะซื้อได้ในความเป็นจริง หลังจากที่พยายามเอารูปหาดทรายสวยๆ จากที่ต่างๆ มาให้ตาเฒ่าเบนดู เพื่อยื่นข้อเสนอว่าจะไปซื้อที่ดินชายหาดที่อื่นมาแลกเปลี่ยนให้ด้วยซ้ำเพื่อให้ตาเฒ่าได้ย้ายไปอยู่ที่ชายหาดเหมือนเดิม

ตาเฒ่าทะเล จอมเก๋ามาเฉลยว่าจริงๆ แล้วเม็ดทรายที่แกประมาณไว้มันไม่มากเท่าไหร่ จริงๆ แล้วก็พอจะซื้อได้ และนั่นคือความเชี่ยวของเฒ่าที่อยู่กับเม็ดทราย และดวงดาวพร่างฟ้าทุกวันคืน

นั่นคือเนื้อเรื่องในภาพยนตร์อินดี้เมื่อยี่สิบกว่าปีที่แล้ว เรื่อง Local Hero ผมจำได้แม่นว่าดูที่โรงหนังเล็กๆ ชั้นบนของสยามเซ็นเตอร์ ตอนเรียนอยู่สักปี 4 เป็นความประทับใจที่ต้องไปดูซ้ำอีกสองรอบ
.
.

local hero
.
.

เวลาผ่านมาหลายปี ผมมีโอกาสดูหนังเรื่องนี้ซ้ำอีกหลายรอบ ค่อยๆ ตีความลูกเล่นของผู้กำกับและเขียนบท ที่ชื่อบิล ฟอร์ไซธ์ เกี่ยวกับเรื่องจำนวนเม็ดทรายของเฒ่าเบน

ผมคิดว่าเขาคงคิดถึงเรื่องราคา กับ ความจริง หรือคุณค่าที่แท้จริง อะไรประมาณนั้น ผ่านการทดสอบว่าคุณรู้แค่ไหนว่าจำนวนเงินเท่านั้นเท่านี้ มันประมาณไหนเมื่อเปรียบเทียบกับสิ่งที่ต้องแลกมาในความรู้ที่ยากเย็นเช่น ทดลองนับเม็ดทราย

แน่นอนว่าตาเฒ่าแน่ใจว่า คนหนุ่มจากเมืองที่หวังจะเอาเงินมาฟาดหัวแกให้ทิ้งบ้านช่องไม่กล้ารับนับเม็ดทรายแน่นอน

คุณบิล ฟอร์ไซธ์ อาจจะนึกอะไรแบบที่ผมคิดหรือเปล่าไม่รู้นะ แต่ผมคิดว่ามันอาจจะเป็นสัญลักษณ์หนึ่งให้คนมาซื้อที่ดินได้รู้จักกับแผ่นดิน ว่ามันมีองค์ประกอบของอะไรที่ละเอียดซับซ้อนอยู่แค่ไหน อย่างน้อยชายหาดที่เป็นแผ่นดินถิ่นฐานของผู้คนก็ประกอบด้วยเม็ดทรายมากมาย แล้วราคาที่ตั้งให้จริงๆ แล้วก็แค่ส่วนเสี้ยวของคุณค่าของชายหาดทั้งหมดเมื่อเทียบกับจำนวนเม็ดทราย

คุณค่าความหมายของแผ่นดินถิ่นฐานก็คงเช่นกัน มันมีอะไรซับซ้อน ที่นับไม่ได้ หรือไม่คิดว่าจะนับเหมือนทรายจำนวนนั้น
.
.

.
.

ขณะที่เนื้อเรื่องของหนังเรื่องนี้แต่งให้คนอื่นๆ ทั้งหมู่บ้านยินดีอย่างยิ่งที่จะขายที่ดินทั้งหมดเพื่อแลกกับเงินที่พอใจ หากต่อรองได้มากพอ และหนังก็ตลกร้ายให้เห็นว่าเพดานที่คนจะซื้อเตรียมไว้มันยังมากกว่าที่ชาวบ้านหารือกันเพื่อโก่งราคาเสียอีก

ในหนังเรื่องนี้แสดงให้เห็นกลไกความหยาบคายของทุนนิยมเต็มๆ และก็สะท้อนความเป็นจริงของสังคมที่มีเงินเป็นความฝันใหญ่ของใครๆ ทั้งนั้น

ในเรื่องนี้ หนุ่มแม็ค ผู้เดินทางข้ามทวีปมาจากบริษัทน้ำมันใหญ่จากอเมริกาเพื่อทำหน้าที่ซื้อที่ดินทั้งหมู่บ้านแห่งหนึ่งที่สกอตแลนด์ เพื่อเปลี่ยนเป็นอุตสาหกรรมน้ำมัน มาถึงสำนักงานที่สกอตแลนด์ก็มีฉากสำคัญให้เห็น คือ วิศวกรผู้ออกแบบพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมค่อยๆ ถอดโมเดลจำลองหมู่บ้านยกออกมาเป็นชิ้นๆ ทั้งบ้านและหาดทรายมอบให้แม็คถือเอาไว้ เหมือนเป็นหน้าที่ที่จะต้องไปยกบ้านช่องของชาวบ้านออกมาด้วยเงินของบริษัทยักษ์

เมื่อถอดโมเดลหมู่บ้านจำลองออกมา แล้วก็มีฉากให้วิศวกรหยิบโมเดลคลังน้ำมันอุตสาหกรรม วางประกอบเข้าแทนที่

ทำให้เราเห็นภาพการเปลี่ยนแปลงอย่างขุดรากถอนโคนในทันที

หนังเรื่องนี้ค่อยๆ ซึมอยู่ในหัวผมอยู่นมนาน ตั้งแต่สมัยดูใหม่ๆ ยังไม่มีเหตุการณ์อะไรที่ผมเห็นคาตาในบ้านในเมืองเราคล้ายกับหนังเรื่องนั้น

เพียงเพราะว่าผมไม่รู้ว่ากระบวนการเกิดนิคมอุตสาหกรรมที่ชายหาดมาบตาพุด และแหลมฉบังก็แทบจะถอดแบบโมเดลในหนังเรื่องนั้นมาเช่นกัน

เพียงแต่เปลี่ยนหมู่บ้านชาวประมงเท่ห์ เป็นตึกเล็กๆ เรียงรายสีขาวหลังคาสีสด เป็นหมู่บ้านไม้ริมทะเลบ้านเราก็แค่นั้น
.
.
Local Hero

Pennan, Aberdeenshire, Scotland, UK หนึ่งในสถานที่ใช้ถ่ายทำฉากหมู่บ้านที่ถูกซื้อในภาพยนตร์เรื่อง Local Hero

.
.

เม็ดทรายและผู้คน
ไม่แตกต่างกัน เพียงแต่ไม่มีตาเฒ่าเจ้าของกระท่อมที่ผู้กำกับออกแบบให้อยู่ในเพิงเล็กริมหาดที่ไม่มีแม้แต่ประตูจะเข้า ตะแกใช้วิธีปีนเข้าบ้านทางหน้าต่าง

เป็นสัญลักษณ์ว่า จะคุยกับแกก็คงจะไม่ใช้วิธีเข้าตามตรอกออกทางประตูได้ตามปกติ

หนังเรื่องนี้จบแบบโลกสวย แบบว่าหนุ่มแม็คค่อยๆ เข้าใจวิถีชีวิตที่สมบูรณ์และสวยงามของหมู่บ้าน แต่ก็ไม่ได้เปลี่ยนใจจะเลิกทำเพราะเป็นหน้าที่ที่รับมาแล้วจากประธานบริษัท จนกระทั่งเรื่องมาจบที่ตาเฒ่าประธานบริษัทน้ำมันที่ชอบดูดาว ตามมาดูปรากฏการณ์ฝนดาวตก ตามที่หนุ่มแม็คโทรไปบอกจนมาพบกับเฒ่าทะเลอย่างเบน และคุยกันถูกคอจนเปลี่ยนใจไม่สร้างนิคมอุตสาหกรรมน้ำมันแต่เปลี่ยนโครงการเป็นงานศึกษาวิจัยดาราศาสตร์ และสมุทรศาสตร์แทน

ผมผ่านข่าวสารข้อมูลที่มีคนต่อสู้เพื่อรักษาชุมชนไม่ว่าจะเป็นชายฝั่งทะเล หรือที่ดินถิ่นฐานอันอุดมจากการรุกคืบของอุตสาหกรรมรูปแบบต่างๆ ตั้งแต่โรงไฟฟ้าที่ชายฝั่งทะเล ท่อส่งกาซ เหมืองแร่ อุตสาหกรรมปิโตรเคมี ที่เกิดขึ้นได้บ้างไม่ได้บ้างแห่งแล้วแห่งเล่าในประเทศของเรา

ข่าวว่าปีหน้า เราจะเปิดให้ขุดทองทำเหมืองกันอีกหลายแห่ง ทำเหมือเกลือและโพแทสทั่วภาคอีสาน ไม่นับท่าเรืออุตสาหกรรมน้ำลึกที่ปากบารา และจะนะ

ทำไมผมคิดถึงเม็ดทรายของตาเฒ่าเบน คนนั้นในหนังเรื่อง Local Hero ก็ไม่รู้
.
.

บทความโดย ศศิน เฉลิมลาภ ประธานมูลนิธิสืบนาคะเสถียร
เผยแพร่ครั้งแรก นิตยสาร a day ฉบับที่ 174 คอลัมน์ไฟป่า
.
.

 

 

รับข่าวสาร