• Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
หน้าแรก อ่านข่าวย้อนหลัง ข่าว ประชาสัมพันธ์ เพิ่มพื้นที่อนุรักษ์ ‘เขตห้ามล่าสัตว์ป่าศรีสวัสดิ์’

เพิ่มพื้นที่อนุรักษ์ ‘เขตห้ามล่าสัตว์ป่าศรีสวัสดิ์’

อีเมล พิมพ์ PDF
เพิ่มพื้นที่อนุรักษ์ ‘เขตห้ามล่าสัตว์ป่าศรีสวัสดิ์’
กรมอุทยานฯ เตรียมผลักดันพื้นที่เตรียมการประกาศเขตห้ามล่าศรีสวัสดิ์ให้เป็น “เขตห้ามล่าสัตว์ป่าศรีสวัสดิ์” อย่างเป็นทางการ เพื่อนำไปสู่การบริหารจัดการพื้นที่ป่าที่เป็นระบบมาตรฐาน และคาดว่าจะแล้วเสร็จในปีงบประมาณ 2560
พื้นที่เตรียมการประกาศเขตห้ามล่าศรีสวัสดิ์ ตั้งอยู่ตำบลนาสวน อำเภอศรีสวัสดิ์ จังหวัดกาญจนบุรี แต่เดิมเป็นที่ดินที่ได้หวงห้ามไว้เพื่อใช้ประโยชน์ในราชการทหารตามพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตหวงห้ามที่ดิน พุทธศักราช 2481 และเป็นที่ราชพัสดุ พื้นที่มีลักษณะเป็นภูเขาสูงชัน รวมถึงเป็นแหล่งต้นน้ำที่มีน้ำไหลตลอดทั้งปี คงความอุดมสมบูรณ์และหลากหลายทางระบบนิเวศ ประกอบไปด้วย ป่าดิบแล้ง ป่าเบญจพรรณ ป่าเต็งรัง และป่าสนสองใบ จากการสำรวจและเก็บข้อมูลของเจ้าหน้าที่พบว่าด้านทรัพยากรสัตว์ป่าในพื้นที่ มีทั้ง เสือโคร่ง กระทิง ช้าง ฝูงหมาใน และหมูป่าเป็นจำนวนมาก
จะเห็นได้ว่าพื้นที่ยังคงความอุดมสมบูรณ์ แต่ยังขาด ‘การจัดการ’ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ไม่สามารถดูแลพื้นที่ได้ ไม่ว่าจะเป็นการวางแผนงาน วางแผนงบประมาณ และการจัดสรรเจ้าหน้าที่เข้ามาดูแล ป้องกัน และรักษาทรัพยากรธรรมชาติทั้งป่าและสัตว์ป่าได้
กรมอุทยานฯจึงมีเป้าหมายมาช้านานแล้วที่จะจัดการดูแลพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรมให้ทรัพยากรป่าไม้และสัตว์ป่าเกิดความอุดมสมบูรณ์และยั่งยืน นายประวุธ เปรมปรีดิ์ หัวหน้าหน่วยควบคุมพื้นที่เตรียมประกาศเขตห้ามล่าสัตว์ป่าศรีสวัสดิ์ กล่าวว่า กรมอุทยานฯมีเป้าหมายประกาศพื้นที่ตรงนี้เป็นเขตห้ามล่าสัตว์ป่ามานานแล้ว โดยได้แต่งตั้งคณะทำงานขึ้นมาดูแลพื้นที่ในเบื้องต้นเป็นที่เรียบร้อย และคาดว่าภายในปีงบประมาณ 2560 การประกาศพื้นที่ให้เป็นเขตห้ามล่าสัตว์ป่าศรีสวัสดิ์จะสำฤทธิ์ผล
ด้านการเตรียมการพื้นที่ จากมติของคณะกรรมการบริหารจัดการพื้นที่ราชพัสดุ จังหวัดกาญจนบุรี มีมติว่า หากกรมอุทยานฯจะประกาศให้เป็นพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่อนุรักษ์ ให้กันพื้นที่ติดชุมชน อาทิ ที่ทำกิน วัด โรงเรียน ออก เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาการซ้อนทับกันในอนาคต จากการสำรวจของเจ้าหน้าที่พบการบุกรุกบางส่วนและได้ดำเนินการตามมติของคณะกรรมการเรียบร้อยแล้ว ซึ่งการนำเรื่องต่างๆ เข้าสู่สภาท้องถิ่น องค์การบริหารส่วนตำบลนาแม่แฉลบและองค์การบริหารส่วนตำบลนาสวน สนับสนุนการประกาศพื้นที่ดังกล่าวให้เป็นพื้นที่อนุรักษ์ของชาวไทยทั้งประเทศ
หัวหน้าหน่วยควบคุมพื้นที่เตรียมประกาศเขตห้ามล่าสัตว์ป่าศรีสวัสดิ์ ระบุถึงสถานะการดำเนินการปัจจุบันว่า ขณะนี้ขั้นตอนอยู่ในระยะรอรับหนังสือความยินยอมจากกองทัพบกในเรื่องการขอใช้พื้นที่ โดยจากการประสานของผู้ปฏิบัติงานในระดับพื้นที่ ทางกองพลทหารราบที่ 9 ไม่มีข้อติดขัดในการที่จะใช้พื้นที่นี้เป็นพื้นที่อนุรักษ์ และหากได้รับหนังสือความยินยอมกลับมาก็จะนำไปสู่คณะรัฐมนตรีและประกาศให้เป็นเขตห้ามล่าสัตว์ป่าภายใต้การดูแลของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เขตห้ามล่าสัตว์ป่าศรีสวัสดิ์ก็จะเป็นพื้นที่อนุรักษ์น้องใหม่ที่จะได้รับการดูแลอย่างเป็นรูปธรรม
ความจำเป็นในการประกาศให้เป็นพื้นที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าศรีสวัสดิ์
1. พื้นที่บริเวณนี้จะเป็นแนวเชื่อมของสัตว์ป่า
เพิ่มโอกาสในการกระจายเคลื่อนย้ายถิ่นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่า ไม่ได้อยู่เป็นเกาะ ดังนั้นหากเพิ่มพื้นที่สำหรับเป็นแนวเชื่อมป่าเหล่านี้ และจัดการพื้นที่ให้เกิดความมั่นคงด้วยระบบการจัดการที่ชัดเจน การอพยพของสัตว์ป่าจะเป็นไปตามครรลองธรรมชาติ เกิดการขยายและสืบพันธุ์ โอกาสเกิดปัญหาเลือดชิด (Inbreeding) ที่จะทำให้สายพันธุ์สัตว์อ่อนแอและเป็นโรคก็จะลดลงไปด้วย เมื่อมีการกระจายตัวของสัตว์ป่าเพิ่มขึ้น ก็จะสร้างสมดุลต่อทรัพยากรสัตว์ป่าเอง
ยกตัวอย่างกรณีการอพยพเคลื่อนย้ายของสัตว์ป่า เช่น ช้างป่าฝูงใหญ่ที่อาศัยบริเวณพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระอพยพไปทางทิศเหนือไปยังอุทยานฯเขื่อนศรีนครินทร์ อุทยานฯเฉลิมรัตนโกสินทร์ และปรากฏการณ์เดินทางของเสือที่เดินจากเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้งมายังเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ
ยังช่วยลดความขัดแย้งระหว่างชาวบ้านกับสัตว์ป่า โดยเฉพาะช้างป่าให้บรรเทาลงได้ เนื่องจากพื้นที่บริเวณนี้จะเป็นช่องทางที่มั่นคงในการอพยพของสัตว์ป่า
2. แหล่งต้นน้ำที่สำคัญ
แม้พื้นที่ใกล้เคียงจะมีเขื่อนศรีนครินทร์ แต่การดูดน้ำจากเขื่อนไปใช้ต้องสูญเสียค่าใช้จ่าย ทั้งไฟฟ้าและน้ำมัน หากเรามองภาพรวมของประเทศเราต้องตระหนักต่อการใช้ทรัพยากรเป็นสำคัญ
บริเวณพื้นที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าที่กำลังจะได้รับการประกาศในอนาคต เป็นพื้นที่แหล่งต้นน้ำที่สำคัญ มีป่าไม้ที่ยังคงอุดมสมบูรณ์ช่วยดูดซับน้ำและค่อยๆ ปล่อยน้ำสู่ลำธารต่างๆ มีน้ำไหลตลอดทั้งปี จากลำห้วยหลักๆ เช่น ลำห้วยแม่ปลาสร้อย ลำห้วยดงเสลา ลำห้วยปลายนาสวน และลำห้วยองสิต ไหลลงสู่เขื่อนศรีนครินทร์ ผ่านจังหวัดกาญจนบุรี ราชบุรี สมุทรสาคร ผ่านแม่กลองและลงสู่ทะเลอ่าวไทย ตลอดเส้นทางน้ำนี้เองได้อำนวยประโยชน์ต่อชุมชนทั้งต้นน้ำและปลายน้ำต่อไป
3. ตอบสนองนโยบายของรัฐ
จากการที่รัฐบาลไทยได้มีนโยบายการป่าไม้แห่งชาติ ที่รัฐบาลทุกยุคสมัยต้องมีการประกาศพื้นที่อนุรักษ์ให้ได้ 25% ของพื้นที่ประเทศไทย การประกาศให้พื้นที่ดังกล่าวเป็นเขตห้ามล่าสัตว์ศรีสวัสดิ์ แม้จะเป็นพื้นที่ขนาดเล็กแต่ก็จะเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่อนุรักษ์ที่จะได้ถูกบริหารจัดการให้มีประสิทธิภาพและครบตามเป้าที่รัฐบาลได้วางไว้ รวมถึงเป็นการตอบโจทย์การเมืองระหว่างประเทศ ที่รัฐบาลไทยได้การลงนามอนุสัญญาต่างๆ ไว้ในเวทีโลก
เพิ่มพื้นที่อนุรักษ์ ‘เขตห้ามล่าสัตว์ป่าศรีสวัสดิ์’กรมอุทยานฯ เตรียมผลักดันพื้นที่เตรียมการประกาศเขตห้ามล่าศรีสวัสดิ์ให้เป็น “เขตห้ามล่าสัตว์ป่าศรีสวัสดิ์” อย่างเป็นทางการ เพื่อนำไปสู่การบริหารจัดการพื้นที่ป่าอย่างเป็นรูปธรรม และคาดว่าจะแล้วเสร็จในปีงบประมาณ 2560


พื้นที่เตรียมการประกาศเขตห้ามล่าศรีสวัสดิ์ ตั้งอยู่ตำบลนาสวน อำเภอศรีสวัสดิ์ จังหวัดกาญจนบุรี แต่เดิมเป็นที่ดินที่ได้หวงห้ามไว้เพื่อใช้ประโยชน์ในราชการทหารตามพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตหวงห้ามที่ดิน พุทธศักราช 2481 และเป็นที่ราชพัสดุ พื้นที่มีลักษณะเป็นภูเขาสูงชัน รวมถึงเป็นแหล่งต้นน้ำที่มีน้ำไหลตลอดทั้งปี คงความอุดมสมบูรณ์และหลากหลายทางระบบนิเวศ ประกอบไปด้วย ป่าดิบแล้ง ป่าเบญจพรรณ ป่าเต็งรัง และป่าสนสองใบ จากการสำรวจและเก็บข้อมูลของเจ้าหน้าที่พบว่าด้านทรัพยากรสัตว์ป่าในพื้นที่ มีทั้ง เสือโคร่ง กระทิง เก้งหม้อ ช้าง ฝูงหมาใน และหมูป่าเป็นจำนวนมาก
.
.
เก้งหม้อ
เก้งหม้อ
.
.
จะเห็นได้ว่าพื้นที่ยังคงความอุดมสมบูรณ์ แต่ยังขาด ‘การจัดการ’ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ไม่สามารถดูแลพื้นที่ได้ ไม่ว่าจะเป็นการวางแผนงาน วางแผนงบประมาณ และการจัดสรรเจ้าหน้าที่เข้ามาดูแล ป้องกัน และรักษาทรัพยากรธรรมชาติทั้งป่าและสัตว์ป่าได้

กรมอุทยานฯจึงมีเป้าหมายมาช้านานแล้วที่จะจัดการดูแลพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรมให้ทรัพยากรป่าไม้และสัตว์ป่าเกิดความอุดมสมบูรณ์และยั่งยืน นายประวุธ เปรมปรีดิ์ หัวหน้าหน่วยควบคุมพื้นที่เตรียมประกาศเขตห้ามล่าสัตว์ป่าศรีสวัสดิ์ กล่าวว่า กรมอุทยานฯมีเป้าหมายประกาศพื้นที่ตรงนี้เป็นเขตห้ามล่าสัตว์ป่ามานานแล้ว โดยได้แต่งตั้งคณะทำงานขึ้นมาดูแลพื้นที่ในเบื้องต้นเป็นที่เรียบร้อย และคาดว่าภายในปีงบประมาณ 2560 การประกาศพื้นที่ให้เป็นเขตห้ามล่าสัตว์ป่าศรีสวัสดิ์จะสำฤทธิ์ผล

ด้านการเตรียมการพื้นที่ จากมติของคณะกรรมการบริหารจัดการพื้นที่ราชพัสดุ จังหวัดกาญจนบุรี มีมติว่า หากกรมอุทยานฯจะประกาศให้เป็นพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่อนุรักษ์ ให้กันพื้นที่ติดชุมชน อาทิ ที่ทำกิน วัด โรงเรียน ออก เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาการซ้อนทับกันในอนาคต จากการสำรวจของเจ้าหน้าที่พบการบุกรุกบางส่วนและได้ดำเนินการตามมติของคณะกรรมการเรียบร้อยแล้ว ซึ่งการนำเรื่องต่างๆ เข้าสู่สภาท้องถิ่น องค์การบริหารส่วนตำบลนาแม่แฉลบและองค์การบริหารส่วนตำบลนาสวน สนับสนุนการประกาศพื้นที่ดังกล่าวให้เป็นพื้นที่อนุรักษ์ของชาวไทยทั้งประเทศ
.
.
นายประวุธ เปรมปรีดิ์ หัวหน้าหน่วยควบคุมพื้นที่เตรียมประกาศเขตห้ามล่าสัตว์ป่าศรีสวัสดิ์
นายประวุธ เปรมปรีดิ์ หัวหน้าหน่วยควบคุมพื้นที่เตรียมประกาศเขตห้ามล่าสัตว์ป่าศรีสวัสดิ์
.
.
หัวหน้าหน่วยควบคุมพื้นที่เตรียมประกาศเขตห้ามล่าสัตว์ป่าศรีสวัสดิ์ ระบุถึงสถานะการดำเนินการปัจจุบันว่า ขณะนี้ขั้นตอนอยู่ในระยะรอรับหนังสือความยินยอมจากกองทัพบกในเรื่องการขอใช้พื้นที่ โดยจากการประสานของผู้ปฏิบัติงานในระดับพื้นที่ ทางกองพลทหารราบที่ 9 ไม่มีข้อติดขัดในการที่จะใช้พื้นที่นี้เป็นพื้นที่อนุรักษ์ และหากได้รับหนังสือความยินยอมกลับมาก็จะนำไปสู่คณะรัฐมนตรีและประกาศให้เป็นเขตห้ามล่าสัตว์ป่าภายใต้การดูแลของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เขตห้ามล่าสัตว์ป่าศรีสวัสดิ์ก็จะเป็นพื้นที่อนุรักษ์น้องใหม่ที่จะได้รับการดูแลอย่างเป็นรูปธรรม

ความจำเป็นในการประกาศให้เป็นพื้นที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าศรีสวัสดิ์

1. พื้นที่บริเวณนี้จะเป็นแนวเชื่อมของสัตว์ป่า
เพิ่มโอกาสในการกระจายเคลื่อนย้ายถิ่นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่า ไม่ได้อยู่เป็นเกาะ ดังนั้นหากเพิ่มพื้นที่สำหรับเป็นแนวเชื่อมป่าเหล่านี้ และจัดการพื้นที่ให้เกิดความมั่นคงด้วยระบบการจัดการที่ชัดเจน การอพยพของสัตว์ป่าจะเป็นไปตามครรลองธรรมชาติ เกิดการขยายและสืบพันธุ์ โอกาสเกิดปัญหาเลือดชิด (Inbreeding) ที่จะทำให้สายพันธุ์สัตว์อ่อนแอและเป็นโรคก็จะลดลงไปด้วย เมื่อมีการกระจายตัวของสัตว์ป่าเพิ่มขึ้น ก็จะสร้างสมดุลต่อทรัพยากรสัตว์ป่าเอง

ยกตัวอย่างกรณีการอพยพเคลื่อนย้ายของสัตว์ป่า เช่น ช้างป่าฝูงใหญ่ที่อาศัยบริเวณพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระอพยพไปทางทิศเหนือไปยังอุทยานฯเขื่อนศรีนครินทร์ อุทยานฯเฉลิมรัตนโกสินทร์ และปรากฏการณ์เดินทางของเสือที่เดินจากเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้งมายังเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ

ยังช่วยลดความขัดแย้งระหว่างชาวบ้านกับสัตว์ป่า โดยเฉพาะช้างป่าให้บรรเทาลงได้ เนื่องจากพื้นที่บริเวณนี้จะเป็นช่องทางที่มั่นคงในการอพยพของสัตว์ป่า
.
.
แผนที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าศรีสวัสดิ์
แผนที่เตรียมการประกาศเขตห้ามล่าสัตว์ป่าศรีสวัสดิ์ มีแนวเขตติดต่อกับพื้นที่อนุรักษ์อื่นๆ รอบด้าน
การประกาศพื้นที่ให้เป็นเขตห้ามล่าฯจึงเป็นการเพิ่มแนวเชื่อมเส้นทางการอพยพของสัตว์ป่าที่จะมีความมั่นคงขึ้นภายใต้การดูแล
.
.
2. แหล่งต้นน้ำที่สำคัญ
แม้พื้นที่ใกล้เคียงจะมีเขื่อนศรีนครินทร์ แต่การดูดน้ำจากเขื่อนไปใช้ต้องสูญเสียค่าใช้จ่าย ทั้งไฟฟ้าและน้ำมัน หากเรามองภาพรวมของประเทศเราต้องตระหนักต่อการใช้ทรัพยากรเป็นสำคัญ

บริเวณพื้นที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าที่กำลังจะได้รับการประกาศในอนาคต เป็นพื้นที่แหล่งต้นน้ำที่สำคัญ มีป่าไม้ที่ยังคงอุดมสมบูรณ์ช่วยดูดซับน้ำและค่อยๆ ปล่อยน้ำสู่ลำธารต่างๆ มีน้ำไหลตลอดทั้งปี จากลำห้วยหลักๆ เช่น ลำห้วยแม่ปลาสร้อย ลำห้วยดงเสลา ลำห้วยปลายนาสวน และลำห้วยองสิต ไหลลงสู่เขื่อนศรีนครินทร์ ผ่านจังหวัดกาญจนบุรี ราชบุรี สมุทรสาคร ผ่านแม่กลองและลงสู่ทะเลอ่าวไทย ตลอดเส้นทางน้ำนี้เองได้อำนวยประโยชน์ต่อชุมชนทั้งต้นน้ำและปลายน้ำต่อไป

3. ตอบสนองนโยบายของรัฐ
จากการที่รัฐบาลไทยได้มีนโยบายการป่าไม้แห่งชาติ ที่รัฐบาลทุกยุคสมัยต้องมีการประกาศพื้นที่อนุรักษ์ให้ได้ 25% ของพื้นที่ประเทศไทย การประกาศให้พื้นที่ดังกล่าวเป็นเขตห้ามล่าสัตว์ศรีสวัสดิ์ แม้จะเป็นพื้นที่ขนาดเล็กแต่ก็จะเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่อนุรักษ์ที่จะได้ถูกบริหารจัดการให้มีประสิทธิภาพและครบตามเป้าที่รัฐบาลได้วางไว้ รวมถึงเป็นการตอบโจทย์การเมืองระหว่างประเทศ ที่รัฐบาลไทยได้การลงนามอนุสัญญาต่างๆ ไว้ในเวทีโลก
.
.
เรียบเรียงบทความโดย พัชริดา พงษปภัสร์ เจ้าหน้าที่สื่อสารองค์กร มูลนิธิสืบนาคะเสถียร
.
.
 

รับข่าวสาร