• Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
หน้าแรก เราทำงานให้พี่สืบ ศศิน เฉลิมลาภ บทความโดยศศิน เฉลิมลาภ ธรรมชาติมาหานคร : มาบตาพุด นิคมอุตสาหกรรมที่ต้องเฝ้าระวัง ตอนที่ 2

ธรรมชาติมาหานคร : มาบตาพุด นิคมอุตสาหกรรมที่ต้องเฝ้าระวัง ตอนที่ 2

อีเมล พิมพ์ PDF
คนรุ่นผมเติบโตมากับคำว่า "โชติช่วงชัชวาลย์" เราค้นพบปิโตรเลียม ก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทย และวาดฝันกันว่าจะเอาก๊าสธรรมชาติมาใช้เป็นวัตถุดิบในการทำอุตสาหกรรมปิโตรเคมี และขยายไปสู่อุตสาหกรรมอื่นๆ
โรงงานอุตสาหกรรมในอดีตเป็นเพียงโรงงานเล็กๆ กระทั่งมีแนวคิดทำเป็นนิคมอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ มีบำบัดน้ำเสียรวม บำบัดอากาศ อย่างดี เพื่อที่จะควบคุมมลพิษและมีกระบวนการจัดการที่ดีขึ้น
เรื่องนี้เป็นความจริงส่วนหนึ่ง มาบตาพุดสามารถจัดการด้านสิ่งแวดล้อมโดยทั่วไปดูสะอาดสะอ้าน ไม่มีควันดำ ไม่มีกลิ่นเหม็น ไม่มีน้ำไหลสีดำ และตลอด 30 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยก็เจริญรุ่งเรืองด้วยเม็ดเงินที่ต่างชาติเอามาลงทุน สร้างงาน สร้างสินค้าส่งออก ทำให้ประเทศไทยเป็นประเทศอุตสาหกรรม
แต่ปัญหาใหญ่ คือ นิคมอุตสาหกรรมต้องดูแลเรื่องสิ่งแวดล้อมให้ได้ แต่นิคมอุตสาหกรรมกลับคิดแต่เรื่องขยายพื้นที่อยู่ตลอดเวลา กรมควบคุมมลพิษ สำนักนโยบายและแผนสิ่งแวดล้อมที่ต้องดูรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมก็ไม่ได้มีอำนาจอะไรในการห้าม จนเกิดเหตุระเบิด มีฝุ่น มีควัน เป็นเรื่องราวใหญ่โตจึงจะมาประกาศเป็นเขตควบคุมมลพิษ
ท้ายที่สุด เรื่องผังเมือง ถ้าจะมีการทำอุตสาหกรรมระดับนี้ต้องมีการกำหนดผังเมืองให้ดี ไม่ใช่ปล่อยให้นิคมอุตสาหกรรมขยายไปทำหาดทรายพังหมด ปล่อยให้อากาศที่เห็นใสใสเต็มแล้วด้วยมลพิษ ตลอดน้ำเสียที่ไหลลงทะเล ดังนั้น ผังเมืองต้องเป็นตัวกำหนดให้นิคมอุตสาหกรรมอยู่ในผังอย่างถูกต้อง มีพื้นที่กันชนระหว่างนิคมอุตสาหกรรมกับที่อยู่อาศัยของชุมชนอย่างชัดเจน แต่เราก็ยังทำไม่ได้ ชุมชนยังอยู่กลางนิคมอุตสาหกรรม พื้นที่กันชนก็โดนการเมืองแทรกแซงกลายเป็นพื้นที่โรงงานไปเสียหมด จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่หยุดที่จะขยายนิคมอุตสาหกรรมออกไปอีก
ผมไม่ทราบว่าการแลกครั้งนี้คุ้มหรือไม่ แต่หากจะแลกกันอีกก็อยากให้ชั่งใจดีๆ กันเสียก่อนเถอะครับ
มาบตาพุดคนรุ่นผมเติบโตมากับคำว่า "โชติช่วงชัชวาลย์" เราค้นพบปิโตรเลียม ก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทย และวาดฝันกันว่าจะเอาก๊าสธรรมชาติมาใช้เป็นวัตถุดิบในการทำอุตสาหกรรมปิโตรเคมี และขยายไปสู่อุตสาหกรรมอื่นๆ

โรงงานอุตสาหกรรมในอดีตเป็นเพียงโรงงานเล็กๆ กระทั่งมีแนวคิดทำเป็นนิคมอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ มีบำบัดน้ำเสียรวม บำบัดอากาศ อย่างดี เพื่อที่จะควบคุมมลพิษและมีกระบวนการจัดการที่ดีขึ้น

เรื่องนี้เป็นความจริงส่วนหนึ่ง มาบตาพุดสามารถจัดการด้านสิ่งแวดล้อมโดยทั่วไปดูสะอาดสะอ้าน ไม่มีควันดำ ไม่มีกลิ่นเหม็น ไม่มีน้ำไหลสีดำ และตลอด 30 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยก็เจริญรุ่งเรืองด้วยเม็ดเงินที่ต่างชาติเอามาลงทุน สร้างงาน สร้างสินค้าส่งออก ทำให้ประเทศไทยเป็นประเทศอุตสาหกรรม

แต่ปัญหาใหญ่ คือ นิคมอุตสาหกรรมต้องดูแลเรื่องสิ่งแวดล้อมให้ได้ แต่นิคมอุตสาหกรรมกลับคิดแต่เรื่องขยายพื้นที่อยู่ตลอดเวลา กรมควบคุมมลพิษ สำนักนโยบายและแผนสิ่งแวดล้อมที่ต้องดูรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมก็ไม่ได้มีอำนาจอะไรในการห้าม จนเกิดเหตุระเบิด มีฝุ่น มีควัน เป็นเรื่องราวใหญ่โตจึงจะมาประกาศเป็นเขตควบคุมมลพิษ
.
.

มาบตาพุด
.
.
ท้ายที่สุด เรื่องผังเมือง ถ้าจะมีการทำอุตสาหกรรมระดับนี้ต้องมีการกำหนดผังเมืองให้ดี ไม่ใช่ปล่อยให้นิคมอุตสาหกรรมขยายไปทำให้หาดทรายพังหมด ปล่อยให้อากาศที่เห็นใสใสเต็มแล้วด้วยมลพิษ ตลอดน้ำเสียที่ไหลลงทะเล ดังนั้น ผังเมืองต้องเป็นตัวกำหนดให้นิคมอุตสาหกรรมอยู่ในผังอย่างถูกต้อง มีพื้นที่กันชนระหว่างนิคมอุตสาหกรรมกับที่อยู่อาศัยของชุมชนอย่างชัดเจน แต่เราก็ยังทำไม่ได้ ชุมชนยังอยู่กลางนิคมอุตสาหกรรม พื้นที่กันชนก็โดนการเมืองแทรกแซงกลายเป็นพื้นที่โรงงานไปเสียหมด จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่หยุดที่จะขยายนิคมอุตสาหกรรมออกไปอีก

ผมไม่ทราบว่าการแลกครั้งนี้คุ้มหรือไม่ แต่หากจะแลกกันอีกก็อยากให้ชั่งใจดีๆ กันเสียก่อนเถอะครับ
ชมย้อนหลังธรรมชาติมาหานครทุกตอนทาง www.newtv.co.th/mahanakhon

 

รับข่าวสาร