• Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
หน้าแรก อ่านข่าวย้อนหลัง ข่าว ประชาสัมพันธ์ 7 ข้อเรียกร้องป้องกันนักต่อสู้ถูกบังคับสูญหาย

7 ข้อเรียกร้องป้องกันนักต่อสู้ถูกบังคับสูญหาย

อีเมล พิมพ์ PDF

สิทธิมนุษยชน31 มกราคม PROTECTION international ร่วมกับ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ สถานทูตแคนาดา โครงการพัฒนาคนรุ่นใหม่เพื่อการเปลี่ยนแปลงสังคม (มูลนิธิอาสาสมัครเพื่อสังคม) และภาคีเครือข่าย จัดงานเปิดตัวนิทรรศการภาพถ่ายอุทิศให้นักปกป้องสิทธิมนุษยชนชื่อ “แด่นักสู้ผู้จากไป” For Those Who Died Trying


ผู้แทนจาก PROTECTION international กล่าวว่า การจัดงานแสดงนิทรรศการภาพถ่าย “แด่นักสู้ผู้จากไป” For Those Who Died Trying ในครั้งนี้ถือเป็นการรำลึกถึงความยากลำบากในการต่อสู้และความอยุติธรรมที่นักต่อสู้เหล่านี้ต้องพบเจอ ซึ่งภาพทั้งหมดถ่ายจากสถานที่จริงที่นักต่อสู้ถูกสังหารและบังคับให้สูญหายโดยคุณ Luke Duggleby

ทั้งนี้ นักต่อสู้ถูกสังหารและบังคับให้สูญหายนั้นมีจำนวนที่มากแต่มีเพียงไม่กี่กรณีเท่านั้นที่มีการสอบสวนและคดีขึ้นสู่ชั้นศาล  สิ่งที่เกิดขึ้นจังทำให้เห็นอย่างชัดเจนว่ารัฐและกระบวนการยุติธรรมในบ้านเรานั้นล้มเหลว เพราะมีหลายคดีที่ผู้กระทำความผิดยังลอยนวลจนทำให้กลายเป็นวัฒนธรรมลอยนวลพ้นผิด (aculture of impunity) หรือการที่ผู้กระทำผิดละเมิดสิทธิของผู้อื่นแล้วไม่ต้องรับผิด (accountability) ซึ่งปัญหานี้ที่ฝังรากลึกอยู่กับสังคมและการเมืองไทยมายาวนาน

นอกจากการแสดงนิทรรศการภาพถ่าย และเสวนาในประเด็นต่างๆ แล้วในงานยังมาการแถลงข้อเรียกร้องถึงรัฐ ต่อแนวทางในการป้องกันไม่ให้นักต่อสู้เรื่องสิทธิมนุษยชนถูกบังคับให้สูญหายและถูกสังหารจำนวน 7 ข้อโดยมีเนื้อหาดังนี้
.
.

สิทธิมนุษยชน
.
.

1. รัฐไทยและคนในสังคมไทยควรต่อสู้กับการลอยนวลพ้นผิด ในกรณีการละเมิดนักปกป้องสิทธิมนุษยชนโดยเฉพาะระดับชุมชน โดยสร้างความเชื่อมั่นว่าจะดำเนินการตรวจสอบอย่างรวดเร็วและเที่ยงธรรม ผู้กระทำผิดจะต้องรับผิด และผู้ที่ตกเป็นเหยื่อจะได้รับความยุติธรรมโดยทันทีและมีการเยียวยาที่เหมาะสม

2. รัฐต้องมีการสอบสวนและประกันให้เกิดความยุติธรรมต่อกรณีการข่มขู่ คุกคามและทำร้ายนักปกป้องสิทธิมนุษยชน

3. รัฐบาลไทยต้องหยุดการข่มขู่ จับกุม ฟ้องร้อง คุกคามประชาชนที่ลุกขึ้นมาปกป้องสิทธิมนุษยชน โดยเฉพาะประเด็นปัญหาการเข้าถึงมี่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติ

4. รัฐบาลไทยต้องปฏิบัติการอย่างทันทีในการสนับสนุนบทบาทและความชอบธรรมของนักปกป้องสิทธิมนุษยชนโดยเปิดเผยต่อสาธารณะ เพื่อให้เกิดการบรรลุสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม รวมถึงสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง ซึ่งสามารถหนุนให้นักปกป้องสิทธิมนุษยชนดำเนินการร่วมกับเจ้าหน้าที่รัฐในการส่งเสริม ตรวจสอบและการปกป้องสิทธิมนุษยชน ที่สำคัญคือป้องกันมิให้รัฐและหรือเจ้าหน้าที่รัฐเป็นผู้ละเมิดสิทธิมนุษยชนเอง

5. กำหนดให้การทรมานและการบังคับให้หายสาบสูญเป็นความผิดทางอาญา ฐานความผิดดังกล่าวต้องสอดคล้องกับนิยามที่กำหนดไว้ในอนุสัญญาต่อต้านการทรมานและการปฏิบัติหรือการลงโทษอื่นที่โหดร้ายไร้มนุษยธรรมหรือที่ย่ำยีศักดิ์ศรี และอนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยการคุ้มครองบุคคลจากการหายสาบสูญ และต้องได้รับการสืบสวนสอบสวนโดยทันที เป็นกลางและมีประสิทธิภาพโดยต้องนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษได้แม้ไม่พบตัวหรือไม่พบชิ้นส่วนศพก็ตาม และต้องตระหนักว่าสิทธิในการรับทราบความจริงเกี่ยวกับชะตากรรมของเหยื่อเป็นสิทธิโดยสมบูรณ์ที่ไม่อาจปฏิเสธได้

6. ในทุกกรณีของการคุ้มครองนักปกป้องสิทธิมนุษยชนต้องกำหนดแนวทางการคุ้มครองพยานอย่างมีประสิทธิภาพและชัดเจนว่าเจ้าหน้าที่ที่ทำหน้าที่คุ้มครองพยานต้องไม่เป็นเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานเดียวกันหรือใกล้ชิดกับหน่วยงานที่ถูกกล่าวหาว่าทำการทรมานหรือบังคับให้หายสาบสูญ เพื่อให้ความมั่นใจว่าผู้กระทำผิดจะไม่มีอิทธิพลต่อกลไกการคุ้มครองพยาน

7. กำหนดให้องค์ประกอบของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติและคณะกรรมการที่เข้ามาทำหน้าที่ในการป้องกันการสังหารและการทรมานและบังคับบุคคลสูญหาย ต้องมีหลักประกันความเป็นอิสระเพื่อไม่ให้คณะกรรมการถูกแทรกแซงจากผู้มีอำนาจและผู้มีอิทธิพลและควรกำหนดให้มีสัดส่วนของภาคประชาสังคมในจำนวนที่สมดุลกับกรรมการโดตำแหน่งที่มาจากภาครัฐ อีกทั้งต้องพิจารณาถึงการมีส่วนร่วมของนักปกป้องสิทธิมนุษยชน ผู้เสียหายและญาติผู้เสียหายด้วย

หมายเหตุ นิทรรศการภาพถ่าย “แด่นักสู้ผู้จากไป” For Those Who Died Trying เพื่อรำลึกถึงความยากลำบากในการต่อสู้และความอยุติธรรมที่นักต่อสู้เหล่านี้ต้องพบเจอด้วย โดยผลงานที่จัดแสดงทั้งหมดเป็นผลงานของ Luke Duggleby ที่ได้ลงไปถ่ายแต่ละรูปในสถานที่จริงที่นักต่อสู้ถูกสังหารและบังคับให้สูญหาย งานแสดงนิทรรศการภาพถ่ายจัดแสดงที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ชั้น L ต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 5 กุมภาพันธ์

โดยในวันที่ 4 - 12 กุมภาพันธ์ที่จะถึงนี้จะจัดแสดงที่จังหวัดเชียงใหม่โดยร่วมกับคณะจัดงาน Chiang Mai Photo Festival 2017 สาขาวิชาศิลปะการถ่ายภาพ คณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ วันที่ 7 - 12 กุมภาพันธ์ 2560 จัดที่จังหวัดสงขลา โดยร่วมกับคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ และวันที่ 21-17 กุมภาพันธ์ 2560 จัดที่จังหวัดมหาสารคามโดยร่วมกับคณะ วิทยาลัยการเมืองการปกครอง มหาวิทยาลัยมหาสารคาม

 



ที่มา องค์กร PROTECTION international

 

รับข่าวสาร