• Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
หน้าแรก อ่านข่าวย้อนหลัง ข่าว ประชาสัมพันธ์ รูปธรรมขวบปีแรก งานลาดตระเวนเชิงคุณภาพทั่วทั้งผืนป่าตะวันตก

รูปธรรมขวบปีแรก งานลาดตระเวนเชิงคุณภาพทั่วทั้งผืนป่าตะวันตก

อีเมล พิมพ์ PDF
พ.ศ. 2559 เป็นปีแรกที่มูลนิธิสืบนาคะเสถียร เริ่มดำเนินโครงการพัฒนาระบบงานอนุรักษ์ในผืนป่าตะวันตก โดยได้มุ่งเน้นผลักดันและส่งเสริมให้เกิดกิจกรรมลาดตระเวนเชิงคุณภาพทั่วทั้งผืนป่า โดยนำเอาโมเดลการทำงานของพื้นที่มรดกโลกทุ่งใหญ่ – ห้วยขาแข้ง มาเป็นแบบอย่าง
นริศ บ้านเนิน ผู้จัดการโครงการส่วนงานพื้นที่คุ้มครอง มูลนิธิสืบนาคะเสถียร เล่าถึงที่มาโครงการว่า จากโมเดลความสำเร็จของงานลาดตระเวนเชิงคุณภาพในพื้นที่มรดกโลกที่สามารถลดและป้องกันภัยคุกคามได้เป็นอย่างดี มูลนิธิสืบนาคะเสถียรจึงมีแนวคิดที่จะนำกิจกรรมการลาดตระเวนเชิงคุณภาพมาขยายผลสู่พื้นที่อื่นๆ รอบป่าตะวันตก
มากไปกว่านั้น ผู้จัดการโครงการบอกว่า งานนี้เป็นการทำงานร่วมกันทั้งผืนป่า ไม่ใช่ต่างคนต่างทำตามเขตพื้นที่ แต่เป็นการกำหนดเป้าหมายร่วมกันเพื่อรักษาระบบนิเวศผืนป่าและสัตว์ป่าทั่วทั้งผืนป่าตะวันตก ซึ่งที่ผ่านมายังไม่เคยมีการทำงานในรูปแบบนี้อย่างเป็นรูปธรรมในพื้นที่ใด
ตลอด 1 ปีที่ผ่านมา โครงการพัฒนาระบบงานอนุรักษ์ในผืนป่าตะวันตกได้รับความร่วมมือจากพื้นที่อนุรักษ์ทั้งป่าตะวันตก และจากสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ทั้ง 3 แห่งในผืนป่าตะวันตก ประกอบด้วย สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 12 (นครสวรรค์) และสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 14 (ตาก) ทำให้การขับเคลื่อนงานมีรูปธรรมที่เห็นผลงานออกมาชัดเจน
ปัจจุบันลาดตระเวนเชิงคุณภาพทั้งผืนป่าตะวันตก ได้แบ่งเส้นทางการลาดตระเวนออกเป็น 24 เส้นลาดตระเวน และ 1 จุดสกัดร่วมกับชุมชน กระจายออกไปทั่วทั้งป่าตะวันตกตามความเหมาะสมไปยังแหล่งที่มีระบบนิเวศสำคัญและพื้นที่ที่มีความเปราะบาง และเสียงต่อการถูกคุกคาม
“เรากำหนดเส้นทางลาดตระเวนภายใต้แนวคิดที่ไม่ยึดติดว่าตรงนี้เป็นพื้นที่อนุรักษ์ของใคร แต่นำจุดเด่นของพื้นที่ในป่าตะวันตกมาเป็นตัวกำหนดการทำงานร่วมกัน เช่น ลาดตระเวนเพื่อเสือ เพื่อบ้านของนกเงือก พันธุ์กรรมพืช การกระจายตัวของสัตว์ป่า และภัยคุกคามต่างๆ”
นริศเล่าว่า ข้อดีของการทำงานร่วมกันระหว่างพื้นที่ คือ การช่วยเหลือกันในแบบพี่สอนน้อง พื้นที่อนุรักษ์บางแห่งอาจมีประสบการณ์เรื่องงานลาดตระเวนมากกว่าอีกแห่ง การทำงานร่วมกันจึงเป็นการแชร์ประสบการณ์ถึงกันโดยตรง และทำให้รู้จักการแก้ไขปัญหาร่วมกันอย่างเป็นทีม ผ่านการมองภาพผืนป่าใหญ่ทั้งระบบ
“ภัยคุกคามในผืนป่าหลายครั้งเกิดขึ้นในพื้นที่คาบเกี่ยวระหว่างพื้นที่อนุรักษ์ หากมีการทำงานประสานร่วมกันระหว่างพื้นที่ การแก้ปัญหาก็จะทำเสร็จได้อย่างรวดเร็ว”
หลังภารกิจงานลาดตระเวนแต่ละเดือนจบลง จะมีการประชุมสรุปผลการเดินลาดตระเวนตลอดทุกครั้ง และต้องมีหัวหน้าพื้นที่อนุรักษ์เข้าร่วมประชุมด้วยทุกครั้ง เพื่อรับทราบและหาทางแก้ปัญหาภายในวงประชุม และนำผลไปดำเนินการปฏิบัติต่อไป
ในอนาคตข้อมูลที่ได้จากการลาดตระเวนทั้งหมดถูกนำมารวบรวมและสร้างเป็นศูนย์ข้อมูลงานลาดตระเวนเชิงคุณภาพในผืนป่าตะวันตก ให้เกิดระบบฐานข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพ สำหรับเป็นแหล่งข้อมูลในการทำงานของเจ้าหน้าที่อนุรักษ์
อนึ่ง โครงการพัฒนาระบบงานอนุรักษ์ในผืนป่าตะวันตก นอกจากผลักดันระบบงานลาดตระเวนและการจัดทำฐานข้อมูลยังมีกิจกรรมอื่นๆ ในโครงการที่ได้ดำเนินการไปแล้ว เช่น กิจกรรมทบทวนทักษะการใช้แผนที่ GPS การทดสอบสภาพร่างกาย การฝึกงานนำเสนอข้อมูล กิจกรรมอบรมเจ้าหน้าที่ประสานงานชุมชนเพื่อลดความขัดแย้งที่อาจเกิดขึ้นจากการดูแลรักษาป่าระหว่างเจ้าหน้าที่อนุรักษ์กับประชาชน รวมถึงการสร้างขวัญและกำลังใจในพื้นที่ด้วยการมอบเสบียง และอุปกรณ์ที่มีความจำเป็นสำหรับการทำงาน
นริศทิ้งท้ายว่า ตลอดทั้งปีที่ผ่านมาคุณภาพของงานอาจยังไม่เทียบเท่าการทำงานของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่มรดกโลก แต่ก็จะพยายามผลักดันประสานงานให้เกิดความเข้มข้นทุกๆ พื้นที่ให้ได้ในอนาคต
ลาดตระเวนพ.ศ. 2559 เป็นปีแรกที่มูลนิธิสืบนาคะเสถียร เริ่มดำเนินโครงการพัฒนาระบบงานอนุรักษ์ในผืนป่าตะวันตก โดยได้มุ่งเน้นผลักดันและส่งเสริมให้เกิดกิจกรรมลาดตระเวนเชิงคุณภาพทั่วทั้งผืนป่า โดยนำเอาโมเดลการทำงานของพื้นที่มรดกโลกทุ่งใหญ่ – ห้วยขาแข้ง มาเป็นแบบอย่าง

นริศ บ้านเนิน ผู้จัดการโครงการส่วนงานพื้นที่คุ้มครอง มูลนิธิสืบนาคะเสถียร เล่าถึงที่มาโครงการว่า จากโมเดลความสำเร็จของงานลาดตระเวนเชิงคุณภาพในพื้นที่มรดกโลกที่สามารถลดและป้องกันภัยคุกคามได้เป็นอย่างดี มูลนิธิสืบนาคะเสถียรจึงมีแนวคิดที่จะนำกิจกรรมการลาดตระเวนเชิงคุณภาพมาขยายผลสู่พื้นที่อื่นๆ รอบป่าตะวันตก 
.
.

นริศ บ้านเนิน
นริศ บ้านเนิน ผู้จัดการโครงการส่วนงานพื้นที่คุ้มครอง
.
.
มากไปกว่านั้น ผู้จัดการโครงการบอกว่า งานนี้เป็นการทำงานร่วมกันทั้งผืนป่า ไม่ใช่ต่างคนต่างทำตามเขตพื้นที่ แต่เป็นการกำหนดเป้าหมายร่วมกันเพื่อรักษาระบบนิเวศผืนป่าและสัตว์ป่าทั่วทั้งผืนป่าตะวันตก ซึ่งที่ผ่านมายังไม่เคยมีการทำงานในรูปแบบนี้อย่างเป็นรูปธรรมในพื้นที่ใด

ตลอด 1 ปีที่ผ่านมา โครงการพัฒนาระบบงานอนุรักษ์ในผืนป่าตะวันตกได้รับความร่วมมือจากพื้นที่อนุรักษ์ทั้งป่าตะวันตก และจากสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ทั้ง 3 แห่งในผืนป่าตะวันตก ประกอบด้วย สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 12 (นครสวรรค์) และสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 14 (ตาก) ทำให้การขับเคลื่อนงานมีรูปธรรมที่เห็นผลงานออกมาชัดเจน

ปัจจุบันลาดตระเวนเชิงคุณภาพทั้งผืนป่าตะวันตก ได้แบ่งเส้นทางการลาดตระเวนออกเป็น 24 เส้นลาดตระเวน และ 1 จุดสกัดร่วมกับชุมชน กระจายออกไปทั่วทั้งป่าตะวันตกตามความเหมาะสมไปยังแหล่งที่มีระบบนิเวศสำคัญและพื้นที่ที่มีความเปราะบาง และเสียงต่อการถูกคุกคาม
.
.

แผนที่การลาดตระเวน
หลังเสร็จงานลาดตระเวน เจ้าหน้าที่จะนำข้อมูลที่บันทึกได้ระหว่างการปฏิบัติหน้าที่นำเสนอ ชี้เจงว่าพบสิ่งใดบ้าง มีการลงพิกัดต่างๆ ถึงสิ่งที่พบ เช่น ภัยคุกคาม หรือร่องรอยสัตว์ป่า ข้อมูลที่ได้จะเป็นหลักฐานทางวิทยาศาสตร์เพื่อใช้ในการวางแผนปฏิบัติงานในครั้งต่อไป
.
.
“เรากำหนดเส้นทางลาดตระเวนภายใต้แนวคิดที่ไม่ยึดติดว่าตรงนี้เป็นพื้นที่อนุรักษ์ของใคร แต่นำจุดเด่นของพื้นที่ในป่าตะวันตกมาเป็นตัวกำหนดการทำงานร่วมกัน เช่น ลาดตระเวนเพื่อเสือ เพื่อบ้านของนกเงือก พันธุ์กรรมพืช การกระจายตัวของสัตว์ป่า และภัยคุกคามต่างๆ”

นริศเล่าว่า ข้อดีของการทำงานร่วมกันระหว่างพื้นที่ คือ การช่วยเหลือกันในแบบพี่สอนน้อง พื้นที่อนุรักษ์บางแห่งอาจมีประสบการณ์เรื่องงานลาดตระเวนมากกว่าอีกแห่ง การทำงานร่วมกันจึงเป็นการแชร์ประสบการณ์ถึงกันโดยตรง และทำให้รู้จักการแก้ไขปัญหาร่วมกันอย่างเป็นทีม ผ่านการมองภาพผืนป่าใหญ่ทั้งระบบ

“ภัยคุกคามในผืนป่าหลายครั้งเกิดขึ้นในพื้นที่คาบเกี่ยวระหว่างพื้นที่อนุรักษ์ หากมีการทำงานประสานร่วมกันระหว่างพื้นที่ การแก้ปัญหาก็จะทำเสร็จได้อย่างรวดเร็ว”

หลังภารกิจงานลาดตระเวนแต่ละเดือนจบลง จะมีการประชุมสรุปผลการเดินลาดตระเวนตลอดทุกครั้ง และต้องมีหัวหน้าพื้นที่อนุรักษ์เข้าร่วมประชุมด้วยทุกครั้ง เพื่อรับทราบและหาทางแก้ปัญหาภายในวงประชุม และนำผลไปดำเนินการปฏิบัติต่อไป
.
.

ลาดตระเวนเชิงคุณภาพ
.
.
ในอนาคตข้อมูลที่ได้จากการลาดตระเวนทั้งหมดถูกนำมารวบรวมและสร้างเป็นศูนย์ข้อมูลงานลาดตระเวนเชิงคุณภาพในผืนป่าตะวันตก ให้เกิดระบบฐานข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพ สำหรับเป็นแหล่งข้อมูลในการทำงานของเจ้าหน้าที่อนุรักษ์

อนึ่ง โครงการพัฒนาระบบงานอนุรักษ์ในผืนป่าตะวันตก นอกจากผลักดันระบบงานลาดตระเวนและการจัดทำฐานข้อมูลยังมีกิจกรรมอื่นๆ ในโครงการที่ได้ดำเนินการไปแล้ว เช่น กิจกรรมทบทวนทักษะการใช้แผนที่ GPS การทดสอบสภาพร่างกาย การฝึกงานนำเสนอข้อมูล กิจกรรมอบรมเจ้าหน้าที่ประสานงานชุมชนเพื่อลดความขัดแย้งที่อาจเกิดขึ้นจากการดูแลรักษาป่าระหว่างเจ้าหน้าที่อนุรักษ์กับประชาชน รวมถึงการสร้างขวัญและกำลังใจในพื้นที่ด้วยการมอบเสบียง และอุปกรณ์ที่มีความจำเป็นสำหรับการทำงาน

นริศทิ้งท้ายว่า ตลอดทั้งปีที่ผ่านมาคุณภาพของงานอาจยังไม่เทียบเท่าการทำงานของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่มรดกโลก แต่ก็จะพยายามผลักดันประสานงานให้เกิดความเข้มข้นทุกๆ พื้นที่ให้ได้ในอนาคต

บทความโดย อาคม พรรณนิกร เจ้าหน้าที่ฝ่ายสื่อสารองค์กร มูลนิธิสืบนาคะเสถียร



 

รับข่าวสาร