• Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
หน้าแรก อ่านข่าวย้อนหลัง ข่าว ประชาสัมพันธ์ 'ทวาย' ในความงามของ สุลักษณ์ ศิวรักษ์

'ทวาย' ในความงามของ สุลักษณ์ ศิวรักษ์

อีเมล พิมพ์ PDF
เพลานี้ อ.สุลักษณ์ ศิวรักษ์ มูลนิธิเสฐียรโกเศศ-นาคะประทีปชวนทุกคนมาหลงรักทวาย ผ่านการเรียนรู้อดีต เข้าใจปัจจุบัน และเดินหน้าไปสู่อนาคต ...“ทวาย” เคยเป็นเมืองหนึ่งในราชอาณาจักรไทยเมื่อครั้นก่อนการสิ้นสถานภาพราชธานีกรุงศรีอยุธยา คราวกรุงแตกวันที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2310 หรือ 2.5 ศตวรรษที่ผ่านมา ซึ่งเหตุการณ์เสียกรุงครั้งนั้น เมืองทวาย ตะนาวศรี และมะริด ได้ตกเป็นของพม่า
รู้หรือไม่?... ‘บ้านทวาย’ หรือชุมชนทวายจำนวนหนึ่งพักพิงอยู่ในเมืองไทยมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 1 ยาวนานมากระทั่งยุคปัจจุบัน ที่ระแวกวัดยานนาวา จังหวัดกรุงเทพฯ
การเดินทางไปยังเมืองทวายประเทศพม่า นั้นไม่สะดวก ต้องต่อรถหลายต่อ ความเจริญยังเข้าไม่ถึงนัก ซึ่งเป็นคุณสมบัติบางประการในการช่วยรักษาทวายไว้ได้ เพราะหากการเดินทางเต็มไปด้วยความสะดวกความเจริญ สิ่งเหล่านี้จะอำนวยประโยชน์ต่อทุนข้ามชาติ แต่ส่งผลตรงข้ามกับคนเล็กคนน้อยและชาวทวายเอง
ความเจริญไม่ใช่สิ่งดีงามตลอดไป ความเจริญเป็นสิ่งที่นำความหายนะมาให้ไม่ใช่น้อย
อ.สุลักษณ์ กล่าวว่า ผมเป็นคนโชคดีที่มีโอกาสไปเยี่ยมทวาย ได้เห็นว่าวัดยังเป็นศูนย์กลางของชุมชนทวาย ชุมชนทวายยังรักษาเอกลักษณ์ วัฒนธรรม ภาษาดั้งเดิมไว้ได้อย่างน่าภูมิใจ และชาวบ้านพร้อมร่วมใจกันต่อสู้กับสิ่งทันสมัย ความเจริญ ที่ทุนข้ามพรมแดนได้เข้ามายัดเยียดให้แสดงถึงศักดิ์ศรี ความภาคภูมิใจในวัฒนธรรม และภาษาของตนเอง ผมหวังว่าชาวทวายจะสามารถรักษาเอกลักษณ์เหล่านี้ไว้ได้ ให้สมศักดิ์ศรีบรรพบุรุษที่สืบทอดกันเรื่อยมาสู่ยุคปัจจุบัน
ผมไม่จำเป็นต้องบอกชาวทวายว่า ท่าเรือน้ำลึก ถนนอันทันสมัยต่างๆ จะนำความเลวร้ายอะไรมาให้ทวายบ้าง เพียงท่านทั้งหลายไปดูมาบตาพุด ก็จะเห็นได้เลยว่านิคมอุตสาหกรรมนั่นได้ทำลายชาวบ้าน ทำลายปลา ทำลายทะเล สร้างมลพิษเป็นอันมาก ผมหวังว่าสิ่งเลวร้ายเหล่านี้จะไม่เกิดขึ้นที่ทวาย แต่ผมเกรงว่าถ้าเราไม่ต่อสู้ให้ทันท่วงที สิ่งที่จะเกิดกับทวาย จะเลวร้ายยิ่งกว่ามาบตาพุด
การต่อสู้กับการพัฒนาผิดๆ นั้นเป็นมิจฉาทิฏฐิของคนปัจจุบัน
อ.สุลักษณ์ ท้าวความถึงโครงการการพัฒนาต่างๆ ของนายทุนผู้หวังช่วงชิงทวายมาจากชาวทวายเอง ว่า โครงการทวายเริ่มขึ้นตั้งแต่สมัยทักษิณ ชินวัตร มาจนถึงยุคสมัยคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) การปกครองตอนนี้ก็เลวร้ายพอๆ กัน ที่เห็นเงิน เห็นอำนาจ เห็นทรัพยากรเป็นประโยชน์เพื่อเทคโนโลยีแบบใหม่ เพราะฉะนั้นการต่อสู้พวกนี้จะยาก แต่เราจำเป็นต้องไม่ก้มหัวให้ และการไม่ก้มหัวให้นั้นต้องหวนกลับมาหาวัฒนธรรมดั้งเดิม ภูมิใจในศิลปะ วัฒนธรรม ศาสนธรรม ศาสนสถาน ซึ่งชาวทวายช่วยกันรักษาเอกลักษณ์ได้อย่างกลมเกลียวกัน
โคด “รักด้วยสติปัญญา ต้องไม่รักแบบผิดๆ เหมือนบางคนที่ ‘รัก’ เพียงต้องการใช้ทวายเป็นครื่องมือในการสร้างอุตสาหกรรมความร่ำรวย เพื่อประโยชน์ส่วนตน”
หวังว่าคนไทยจะหลงรักทวาย ด้วยการเห็นมองเห็นคุณค่า ความงามสิ่งประเสริฐการรักษาศักดิ์ศรี และรักวัฒนธรรมของทวายให้คงความสวยและความพริ้งไพเราะ ตลอดไปชั่วกาลนาน
เรียบเรียงบทความจากการกล่าวเปิดงานนิทรรศการ "หลงรักทวาย" โดย อ.สุลักษณ์ ศิวรักษ์ มูลนิธิเสฐียรโกเศศ-นาคะประทีป ในวันที่ 24 มค. 2560 ที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพ
พัชริดา พงษปภัสร์ เจ้าหน้าที่สื่อสารองค์กร มูลนิธิสืบนาคะเสถียร
ทวายเพลานี้ อ.สุลักษณ์ ศิวรักษ์ มูลนิธิเสฐียรโกเศศ-นาคะประทีปชวนทุกคนมาหลงรักทวาย ผ่านการเรียนรู้อดีต เข้าใจปัจจุบัน และเดินหน้าไปสู่อนาคต... “ทวาย” เคยเป็นเมืองหนึ่งในราชอาณาจักรไทยเมื่อครั้นก่อนการสิ้นสถานภาพราชธานีกรุงศรีอยุธยา คราวกรุงแตกวันที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2310 หรือ 2.5 ศตวรรษที่ผ่านมา ซึ่งเหตุการณ์เสียกรุงครั้งนั้น เมืองทวาย ตะนาวศรี และมะริด ได้ตกเป็นของพม่า

รู้หรือไม่?... ‘บ้านทวาย’ หรือชุมชนทวายจำนวนหนึ่งพักพิงอยู่ในเมืองไทยมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 1 ยาวนานมากระทั่งยุคปัจจุบัน ที่ระแวกวัดยานนาวา จังหวัดกรุงเทพฯ

การเดินทางไปยังเมืองทวายประเทศพม่า นั้นไม่สะดวก ต้องต่อรถหลายต่อ ความเจริญยังเข้าไม่ถึงนัก ซึ่งเป็นคุณสมบัติบางประการในการช่วยรักษาทวายไว้ได้ เพราะหากการเดินทางเต็มไปด้วยความสะดวกความเจริญ สิ่งเหล่านี้จะอำนวยประโยชน์ต่อทุนข้ามชาติ แต่ส่งผลตรงข้ามกับคนเล็กคนน้อยและชาวทวายเอง

ความเจริญไม่ใช่สิ่งดีงามตลอดไป ความเจริญเป็นสิ่งที่นำความหายนะมาให้ไม่ใช่น้อย
.
.

ทวาย
.
.
อ.สุลักษณ์ กล่าวว่า ผมเป็นคนโชคดีที่มีโอกาสไปเยี่ยมทวาย ได้เห็นว่าวัดยังเป็นศูนย์กลางของชุมชนทวาย ชุมชนทวายยังรักษาเอกลักษณ์ วัฒนธรรม ภาษาดั้งเดิมไว้ได้อย่างน่าภูมิใจ และชาวบ้านพร้อมร่วมใจกันต่อสู้กับสิ่งทันสมัย ความเจริญ ที่ทุนข้ามพรมแดนได้เข้ามายัดเยียดให้แสดงถึงศักดิ์ศรี ความภาคภูมิใจในวัฒนธรรม และภาษาของตนเอง ผมหวังว่าชาวทวายจะสามารถรักษาเอกลักษณ์เหล่านี้ไว้ได้ ให้สมศักดิ์ศรีบรรพบุรุษที่สืบทอดกันเรื่อยมาสู่ยุคปัจจุบัน

ผมไม่จำเป็นต้องบอกชาวทวายว่า ท่าเรือน้ำลึก ถนนอันทันสมัยต่างๆ จะนำความเลวร้ายอะไรมาให้ทวายบ้าง เพียงท่านทั้งหลายไปดูมาบตาพุด ก็จะเห็นได้เลยว่านิคมอุตสาหกรรมนั่นได้ทำลายชาวบ้าน ทำลายปลา ทำลายทะเล สร้างมลพิษเป็นอันมาก ผมหวังว่าสิ่งเลวร้ายเหล่านี้จะไม่เกิดขึ้นที่ทวาย แต่ผมเกรงว่าถ้าเราไม่ต่อสู้ให้ทันท่วงที สิ่งที่จะเกิดกับทวาย จะเลวร้ายยิ่งกว่ามาบตาพุด

การต่อสู้กับการพัฒนาผิดๆ นั้นเป็นมิจฉาทิฏฐิของคนปัจจุบัน

อ.สุลักษณ์ ท้าวความถึงโครงการการพัฒนาต่างๆ ของนายทุนผู้หวังช่วงชิงทวายมาจากชาวทวายเอง ว่า โครงการทวายเริ่มขึ้นตั้งแต่สมัยทักษิณ ชินวัตร มาจนถึงยุคสมัยคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) การปกครองตอนนี้ก็เลวร้ายพอๆ กัน ที่เห็นเงิน เห็นอำนาจ เห็นทรัพยากรเป็นประโยชน์เพื่อเทคโนโลยีแบบใหม่ เพราะฉะนั้นการต่อสู้พวกนี้จะยาก แต่เราจำเป็นต้องไม่ก้มหัวให้ และการไม่ก้มหัวให้นั้นต้องหวนกลับมาหาวัฒนธรรมดั้งเดิม ภูมิใจในศิลปะ วัฒนธรรม ศาสนธรรม ศาสนสถาน ซึ่งชาวทวายช่วยกันรักษาเอกลักษณ์ได้อย่างกลมเกลียวกัน
.
.
สุลักษณ์ ศิวลักษณ์
.
.
หวังว่าคนไทยจะหลงรักทวาย ด้วยการเห็นมองเห็นคุณค่า ความงามสิ่งประเสริฐการรักษาศักดิ์ศรี และรักวัฒนธรรมของทวายให้คงความสวยและความพริ้งไพเราะ ตลอดไปชั่วกาลนาน

เรียบเรียงบทความจากการกล่าวเปิดงานนิทรรศการ "หลงรักทวาย" โดย อ.สุลักษณ์ ศิวรักษ์ มูลนิธิเสฐียรโกเศศ-นาคะประทีป ในวันที่ 24 มค. 2560 ที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพ
พัชริดา พงษปภัสร์ เจ้าหน้าที่สื่อสารองค์กร มูลนิธิสืบนาคะเสถียร

 

รับข่าวสาร