• Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size

คิดยกกำลัง 2 : ประเมินสถานการณ์น้ำปี 2017

อีเมล พิมพ์ PDF
ปัญหาสิ่งแวดล้อมในปี พ.ศ. 2560 เรื่องที่ต้องเตรียมรับมือเป็นอันดับแรก คือ เรื่องน้ำท่วม ซึ่งดูได้จากแนวโน้มจากปีที่ผ่านๆ มา ไล่มาตั้งแต่ พ.ศ. 2549 - 2550 ที่ปริมาณระดับน้ำค่อนข้างเยอะ ต่อมา พ.ศ. 2551 - 2552 ปริมาณน้ำอยู่ในระดับปกติ พ.ศ. 2553 เริ่มมีน้ำเยอะ และเกิดน้ำท่วมใหญ่ใน พ.ศ. 2554
ต่อมา พ.ศ. 2555 น้ำยังมีปริมาณเยอะ และค่อยๆ ลดลงมาใน พ.ศ. 2556 พอ พ.ศ. 2557 - 2558 เราเจอวิกฤตแล้ง และในปีที่ผ่านมา พ.ศ. 2559 กลับมามีน้ำเยอะอีกครั้ง
พอย้อนดูสถิติจะเห็นว่ามันเป็นลักษณะของธรรมชาติที่ขึ้นลงอย่างนี้ ฉะนั้น พ.ศ. 2560 นี้ จะเป็นปีน้ำจะมีปริมาณมาก แต่คงไม่เกิดน้ำท่วมรุนแรงเหมือน พ.ศ. 2554 เพราะในปีดังกล่าวเป็นคาบของน้ำท่วมใหญ่รอบ 100 ปี โอกาสที่จะเกิดได้ คือ 1 ใน 100
อย่างไรก็ตาม มองเพียงวัฎจักรธรรมชาติอย่างเดียวคงไม่อาจตัดสินได้ จำเป็นต้องมองปัจจัยอื่นประกอบให้รอบด้าน เช่น หากน้ำในเขื่อนมีปริมาณแล้วบริหารน้ำไม่ดี บวกกับแนวโน้มทางธรรมชาติที่ว่าฝนจะมาเยอะ และเราไม่ได้ทำการพร่องน้ำให้พอ เมื่อฝนมาจริงๆ เขื่อนก็จะไม่มีประโยชน์เพราะไม่มีที่ให้เก็บน้ำ แต่ขณะเดียวกันหากพร่องน้ำมากเกินไป ก็อาจต้องเผชิญกับวิกฤตแล้ง ซึ่งนี่ไม่ใช่เรื่องธรรมชาติอีกต่อไป
สำหรับสถานการณ์ป่าไม้ในปีที่ผ่านมา ค่อนข้างเป็นเรื่องน่ายินดีเพราะแทบไม่ถูกทำลายเลย ซึ่งเกิดจากการมีมาตรการต่างๆ ออกมาจัดการ แต่รัฐบาลต้องวางระบบให้ดี โดยเฉพาะการเพิ่มประสิทธิภาพของหน่วยป้องกันรักษาป่าให้แก่กรมป่าไม้
เรื่องสำคัญ คือ ทำอย่างไรไม่ให้เกิดภูเขาหัวโล้นเพิ่ม เรื่องนี้ควรให้ความสำคัญมากกว่าไปปลูกป่าบนเขาหัวโล้น
หากรัฐบาลนี้ต้องการจะปฏิรูปก็ต้องปฏิรูปในเรื่องการเพิ่มประสิทธิภาพแก่หน่วยป้องกันรักษาพื้นที่ป่าสงวนให้แก่กรมป่าไม้เป็นอันดับแรก
ประเด็นสิ่งแวดล้อมเรื่องสุดท้าย การใช้มาตรา 44 ยุติโครงการเหมืองแร่ทองคำ ต่อประเด็นนี้ควรมีการตั้งเป็นยุธศาสตร์แร่แห่งชาติ มองความคุ้มค้าว่าคุ้มหรือไม่ หากไม่คุ้มก็ไม่ต้องทำ
หากจะให้มีการทำเหมือง ก็ควรใช้เท่าที่จำเป็นอย่างเรื่องของหินก่อสร้าง หรือแร่ที่มีความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ ซึ่งความคุ้มค่าในที่นี้หมายความว่ามีความคุ้มค่าพอที่จะเอามาดูแลสิ่งแวดล้อมและประชาชนด้วย
ถ้าต้องซื้อที่ของประชาชนก็ต้องซื้อทั้งระบบ ไม่ใช่ไปค่อยๆ ไล่ซื้อด้วยการเอามลพิษไปไว้หน้าบ้านเขาก่อนแล้วค่อยซื้อ ถ้าธุรกิจที่ทำมีความคุ้มค่าจริงๆ ประชาชนที่ต้องย้ายออกไปก็ต้องได้รับความคุ้มค่าด้วย
น้ำท่วมปัญหาสิ่งแวดล้อมในปี พ.ศ. 2560 เรื่องที่ต้องเตรียมรับมือเป็นอันดับแรก คือ เรื่องน้ำท่วม ซึ่งดูได้จากแนวโน้มจากปีที่ผ่านๆ มา ไล่มาตั้งแต่ พ.ศ. 2549 - 2550 ที่ปริมาณระดับน้ำค่อนข้างเยอะ ต่อมา พ.ศ. 2551 - 2552 ปริมาณน้ำอยู่ในระดับปกติ พ.ศ. 2553 เริ่มมีน้ำเยอะ และเกิดน้ำท่วมใหญ่ใน พ.ศ. 2554

ต่อมา พ.ศ. 2555 น้ำยังมีปริมาณเยอะ และค่อยๆ ลดลงมาใน พ.ศ. 2556 พอ พ.ศ. 2557 - 2558 เราเจอวิกฤตแล้ง และในปีที่ผ่านมา พ.ศ. 2559 กลับมามีน้ำเยอะอีกครั้ง

พอย้อนดูสถิติจะเห็นว่ามันเป็นลักษณะของธรรมชาติที่ขึ้นลงอย่างนี้ ฉะนั้น พ.ศ. 2560 นี้ จะเป็นปีน้ำจะมีปริมาณมาก แต่คงไม่เกิดน้ำท่วมรุนแรงเหมือน พ.ศ. 2554 เพราะในปีดังกล่าวเป็นคาบของน้ำท่วมใหญ่รอบ 100 ปี โอกาสที่จะเกิดได้ คือ 1 ใน 100
.
.

น้ำท่วม
.
.

อย่างไรก็ตาม มองเพียงวัฎจักรธรรมชาติอย่างเดียวคงไม่อาจตัดสินได้ จำเป็นต้องมองปัจจัยอื่นประกอบให้รอบด้าน เช่น หากน้ำในเขื่อนมีปริมาณแล้วบริหารน้ำไม่ดี บวกกับแนวโน้มทางธรรมชาติที่ว่าฝนจะมาเยอะ และเราไม่ได้ทำการพร่องน้ำให้พอ เมื่อฝนมาจริงๆ เขื่อนก็จะไม่มีประโยชน์เพราะไม่มีที่ให้เก็บน้ำ แต่ขณะเดียวกันหากพร่องน้ำมากเกินไป ก็อาจต้องเผชิญกับวิกฤตแล้ง ซึ่งนี่ไม่ใช่เรื่องธรรมชาติอีกต่อไป

สำหรับสถานการณ์ป่าไม้ในปีที่ผ่านมา ค่อนข้างเป็นเรื่องน่ายินดีเพราะแทบไม่ถูกทำลายเลย ซึ่งเกิดจากการมีมาตรการต่างๆ ออกมาจัดการ แต่รัฐบาลต้องวางระบบให้ดี โดยเฉพาะการเพิ่มประสิทธิภาพของหน่วยป้องกันรักษาป่าให้แก่กรมป่าไม้

เรื่องสำคัญ คือ ทำอย่างไรไม่ให้เกิดภูเขาหัวโล้นเพิ่ม เรื่องนี้ควรให้ความสำคัญมากกว่าไปปลูกป่าบนเขาหัวโล้น

หากรัฐบาลนี้ต้องการจะปฏิรูปก็ต้องปฏิรูปในเรื่องการเพิ่มประสิทธิภาพแก่หน่วยป้องกันรักษาพื้นที่ป่าสงวนให้แก่กรมป่าไม้เป็นอันดับแรก
.
.

ป่าไม้
.
.

ประเด็นสิ่งแวดล้อมเรื่องสุดท้าย การใช้มาตรา 44 ยุติโครงการเหมืองแร่ทองคำ ต่อประเด็นนี้ควรมีการตั้งเป็นยุธศาสตร์แร่แห่งชาติ มองความคุ้มค้าว่าคุ้มหรือไม่ หากไม่คุ้มก็ไม่ต้องทำ

หากจะให้มีการทำเหมือง ก็ควรใช้เท่าที่จำเป็นอย่างเรื่องของหินก่อสร้าง หรือแร่ที่มีความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ ซึ่งความคุ้มค่าในที่นี้หมายความว่ามีความคุ้มค่าพอที่จะเอามาดูแลสิ่งแวดล้อมและประชาชนด้วย

ถ้าต้องซื้อที่ของประชาชนก็ต้องซื้อทั้งระบบ ไม่ใช่ไปค่อยๆ ไล่ซื้อด้วยการเอามลพิษไปไว้หน้าบ้านเขาก่อนแล้วค่อยซื้อ ถ้าธุรกิจที่ทำมีความคุ้มค่าจริงๆ ประชาชนที่ต้องย้ายออกไปก็ต้องได้รับความคุ้มค่าด้วย

รายการคิดยกกำลัง 2 ออกอากาศครั้งแรก 19 มกราคม 2560


 

รับข่าวสาร


บทความที่เกี่ยวข้อง