• Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
หน้าแรก อ่านข่าวย้อนหลัง ข่าว ประชาสัมพันธ์ นวัตกรรมพันธบัตรป่าไม้ในประเทศอังกฤษ

นวัตกรรมพันธบัตรป่าไม้ในประเทศอังกฤษ

อีเมล พิมพ์ PDF
เป็นเวลาหลายปี ที่โครงการนวัตกรรมหลายโครงการต่างพยายามที่จะดึงดูดการลงทุน และเป็นเวลาหลายปี ที่นักลงทุนภาคเอกชนต่างผลักดันให้ภาครัฐหาทางลงทุนในการปกป้องผืนป่า
“พันธบัตรป่าไม้” นวัตกรรมการลงทุนที่เพิ่งเปิดจำหน่ายเมื่อปลายปีที่ผ่านมา จะช่วยปิดช่องว่างโดยเปิดโอกาสการลงทุนจากภาคเอกชนเพื่อกระตุ้นให้ภาคเอกชนลดการตัดไม้ทำลายป่า
พันธบัตรป่าไม้จะเปิดโอกาสให้นักลงทุนสามารถเลือกลงทุนในตราสารทางการเงินที่สามารถเลือกรับได้ทั้งผลตอบแทนปกติ และอีกผลตอบแทนทางเลือกคือ คาร์บอนเครดิตที่ได้รับการรับรอง (Verified Carbon Credits - VCUs) จากโครงการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการทำลายป่าและความเสื่อมโทรมของป่าในประเทศกำลังพัฒนา (Reducing Emission from Deforestation and Forest Degradation in Developing Countries– REDD) โครงการ REDD จะมอบผลตอบแทนให้กับผู้ถือครองที่ดินที่ช่วยปกป้องผืนป่า และช่วยดูดซับแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ที่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
พันธบัตรป่าไม้นี้พัฒนาขึ้นภายใต้ความร่วมมือของบรรษัทการเงินระหว่างประเทศ (International Finance Corporation - IFC)ภายใต้เครือธนาคารโลก และ BHP Billiton บริษัทผู้นำด้านทรัพยากร ภายใต้การสนับสนันเชิงเทคนิคจากบริษัทที่ปรึกษา Baker & McKenzie และองค์กรไม่แสวงหากำไร Conservation International (CI)
ที่ผ่านมา REDD ยังประสบความสำเร็จไม่มากนัก เนื่องจากการขาดตลาดคาร์บอนที่มีสภาพคล่อง และต้องพึ่งพิงความสมัครใจจากภาคธุรกิจ และยังไม่มีความต้องการซื้อที่แน่นอนจากภาคเอกชน
“หากพิจารณาถึงขนาดของปัญหา ถ้าเราต้องการลดการตัดไม้ทำลายป่าลงครึ่งหนึ่งภายในทศวรรษหน้า ก็จำเป็นต้องใช้เงินประมาณ 100 ถึง 300 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะขับเคลื่อนเงินทุนจากนักลงทุนสถาบัน ซึ่งมากกว่าภาครัฐและภาคการกุศลอย่างมีนัยสำคัญ” Agustin Silvaniรองประธานด้าน conservation finance ของ CI กล่าว “กลไก REDD เดิมนั้นไม่ดึงดูดนักลงทุนสถาบันมากนัก เนื่องจากจำเป็นต้องมีความเชี่ยวชาญด้านคาร์บอน หรือมีความสนใจเกี่ยวกับป่าไม้”
พันธบัตรป่าไม้จำช่วยสร้างช่องทางให้ภาคเอกชนช่วยปกป้องป่า Agustin Silvani กล่าวเสริม “มันมีความแตกต่างระหว่างการริเริ่มโครงการหรือผลิตภัณฑ์ที่สามารถเลียนแบบได้ กับสินทรัพย์ใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อน ซึ่งนี่คือสิ่งที่เรากำลังพยายามสร้าง และได้ผลลัพธ์คือพันธบัตรป่าไม้”
พันธบัตรป่าไม้ทำงานอย่างไร
พันบัตรป่าไม้ที่ขายในตลาดหลักทรัพย์ประเทศอังกฤษจะช่วยสนับสนุนโครงการ REDDบริเวณระเบียงป่า Kasigau ทางตะวันออกของประเทศเคนยา โดยนักลงทุนสามารถเลือกว่าจะรับผลตอบแทนเป็นเงินสด คาร์บอนเครดิต หรือส่วนผสมของทั้งสองอย่าง กลไกดังกล่าวเกิดขึ้นได้จากการสนับสนุนด้านราคาจาก BHP Billiton
นักลงทุนในพันธบัตรป่าไม้สามารถเลือกรับเป็นคาร์บอนเครดิตเพื่อใช้หักกลับ (offset) กับรอยเท้าคาร์บอนขององค์กร หรือนำไปขายในตลาดคาร์บอน หรือเลือกที่จะรับผลตอบแทนเป็นตัวเงินแบบตราสารทางการเงินทั่วไปก็ได้ ทางเลือกดังกล่าวจะดึงดูดนักลงทุนสถาบันมากขึ้น ในขณะที่ยังคงช่วยลดการตัดไม้ทำลายป่าที่ได้รับการรับรองในรูปของเครดิตจากโครงการ REDD ซึ่งดำเนินการหลากหลายกิจกรรมตั้งแต่การปกป้องผืนป่า อาทิ การลาดตระเวน หรือการคำนวณคาร์บอนสะสม การพัฒนาชุมชนที่สนับสนุนการใช้ชีวิตที่เป็นมิตรกับผืนป่า อาทิ การปลูกป่าเพิ่มเติม การสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อผลิตถ่านไม้ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รวมทั้งโรงงานทำเสื้อผ้าออร์แกนิก
พันธบัตรดังกล่าวเป็นการเน้นย้ำความสำคัญของปัญหาการตัดไม้ทำลายป่าที่เกิดขึ้นทั่วโลก เพราะทุกๆ ปี โลกสูญเสียพื้นที่ป่าราว 34 ล้านไร่ของป่าในเขตร้อน หรือขนาดประมาณประเทศคอสตาริกา นอกจากนี้ การตัดไม้ทำลายป่ายังคิดเป็นการปล่อยแก๊สเรือนกระจกราวร้อยละ 11 จากกิจกรรมของมนุษย์ทั้งหมด การปกป้องพื้นที่ป่าจึงมีบทบาทสำคัญในการบรรลุเป้าหมายไม่ให้อุณหภูมิเพิ่มขึ้นเกิน 2 องศาเซลเซียสตามข้อตกลงปารีส
สรุปโครงสร้างพันธบัตรป่าไม้
- บรรษัทการเงินระหว่างประเทศ (IFC) จะเป็นผู้ออกพันธบัตรป่าไม้ และนำเงินลงทุนที่ได้ไปใช้สนับสนุนกลไกการรักษาป่าอย่างยั่งยืนของภาคเอกชน
- นักลงทุนสามารถเลือกผลตอบแทนเป็นตัวเงิน คาร์บอนเครดิต หรือส่วนผสมของทั้งสองอย่าง
- เมื่อถึงเวลาจ่ายผลตอบแทน IFC จะทำการซื้อคาร์บอนเครดิตจากโครงการ REDDโดยจะส่งมอบคาร์บอนเครดิตให้กับนักลงทุน หรือเงินสดในมูลค่าที่เท่ากัน โดยนักลงทุนสามารถนำคาร์บอนเครดิตไปจำหน่ายได้ในตลาดรอง
- นักลงทุนไม่ต้องเผชิญความเสี่ยงจากโครงการ REDD แต่จะเผชิญความเสี่ยงของ IFC ซึ่งเป็นองค์กรที่สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือระบุสถานะความน่าเชื่อถือสูงสุด (ระดับ AAA โดย S&P และ Aaaโดย Moody’s)
- พันธบัตรนี้ได้รับการสนับสนุนกลไกจำหน่ายคาร์บอนจาก BHP Billiton เพื่อให้มั่นใจได้ว่า REDD จะสามารถจำหน่ายคาร์บอนเครดิตที่ได้รับการรับรอง (VCUs) ได้ถึงจำนวนขั้นต่ำต่อปี เพื่อให้โครงการสามารถเดินหน้าได้อย่างยั่งยืน
ถอดความและเรียบเรียงจาก
New bond aims to unlock private investment to protect forests
Forests Bond (FACTSHEET)
Forest Bond (Presentation)
ถอดความและเรียบเรียงโดย รพีพัฒน์ อิงคสิทธิ์
พันธบัตรป่าไม้เป็นเวลาหลายปี ที่โครงการนวัตกรรมหลายโครงการต่างพยายามที่จะดึงดูดการลงทุน และเป็นเวลาหลายปี ที่นักลงทุนภาคเอกชนต่างผลักดันให้ภาครัฐหาทางลงทุนในการปกป้องผืนป่า

“พันธบัตรป่าไม้” นวัตกรรมการลงทุนที่เพิ่งเปิดจำหน่ายเมื่อปลายปีที่ผ่านมา จะช่วยปิดช่องว่างโดยเปิดโอกาสการลงทุนจากภาคเอกชนเพื่อกระตุ้นให้ภาคเอกชนลดการตัดไม้ทำลายป่า

พันธบัตรป่าไม้จะเปิดโอกาสให้นักลงทุนสามารถเลือกลงทุนในตราสารทางการเงินที่สามารถเลือกรับได้ทั้งผลตอบแทนปกติ และอีกผลตอบแทนทางเลือก คือ คาร์บอนเครดิตที่ได้รับการรับรอง (Verified Carbon Credits - VCUs) จากโครงการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการทำลายป่าและความเสื่อมโทรมของป่าในประเทศกำลังพัฒนา (Reducing Emission from Deforestation and Forest Degradation in Developing Countries– REDD) โครงการ REDD จะมอบผลตอบแทนให้กับผู้ถือครองที่ดินที่ช่วยปกป้องผืนป่า และช่วยดูดซับแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ที่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

พันธบัตรป่าไม้นี้พัฒนาขึ้นภายใต้ความร่วมมือของบรรษัทการเงินระหว่างประเทศ (International Finance Corporation - IFC) ภายใต้เครือธนาคารโลก และ BHP Billiton บริษัทผู้นำด้านทรัพยากร ภายใต้การสนับสนันเชิงเทคนิคจากบริษัทที่ปรึกษา Baker & McKenzie และองค์กรไม่แสวงหากำไร Conservation International (CI)

ที่ผ่านมา REDD ยังประสบความสำเร็จไม่มากนัก เนื่องจากการขาดตลาดคาร์บอนที่มีสภาพคล่อง และต้องพึ่งพิงความสมัครใจจากภาคธุรกิจ และยังไม่มีความต้องการซื้อที่แน่นอนจากภาคเอกชน

“หากพิจารณาถึงขนาดของปัญหา ถ้าเราต้องการลดการตัดไม้ทำลายป่าลงครึ่งหนึ่งภายในทศวรรษหน้า ก็จำเป็นต้องใช้เงินประมาณ 100 ถึง 300 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะขับเคลื่อนเงินทุนจากนักลงทุนสถาบัน ซึ่งมากกว่าภาครัฐและภาคการกุศลอย่างมีนัยสำคัญ” Agustin Silvani รองประธานด้าน conservation finance ของ CI กล่าว “กลไก REDD เดิมนั้นไม่ดึงดูดนักลงทุนสถาบันมากนัก เนื่องจากจำเป็นต้องมีความเชี่ยวชาญด้านคาร์บอน หรือมีความสนใจเกี่ยวกับป่าไม้”

พันธบัตรป่าไม้จำช่วยสร้างช่องทางให้ภาคเอกชนช่วยปกป้องป่า Agustin Silvani กล่าวเสริม “มันมีความแตกต่างระหว่างการริเริ่มโครงการหรือผลิตภัณฑ์ที่สามารถเลียนแบบได้ กับสินทรัพย์ใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อน ซึ่งนี่คือสิ่งที่เรากำลังพยายามสร้าง และได้ผลลัพธ์คือพันธบัตรป่าไม้”
.
.

พันธบัตรป่าไม้
.
.
พันธบัตรป่าไม้ทำงานอย่างไร
พันบัตรป่าไม้ที่ขายในตลาดหลักทรัพย์ประเทศอังกฤษจะช่วยสนับสนุนโครงการ REDDบริเวณระเบียงป่า Kasigau ทางตะวันออกของประเทศเคนยา โดยนักลงทุนสามารถเลือกว่าจะรับผลตอบแทนเป็นเงินสด คาร์บอนเครดิต หรือส่วนผสมของทั้งสองอย่าง กลไกดังกล่าวเกิดขึ้นได้จากการสนับสนุนด้านราคาจาก BHP Billiton

นักลงทุนในพันธบัตรป่าไม้สามารถเลือกรับเป็นคาร์บอนเครดิตเพื่อใช้หักกลับ (offset) กับรอยเท้าคาร์บอนขององค์กร หรือนำไปขายในตลาดคาร์บอน หรือเลือกที่จะรับผลตอบแทนเป็นตัวเงินแบบตราสารทางการเงินทั่วไปก็ได้ ทางเลือกดังกล่าวจะดึงดูดนักลงทุนสถาบันมากขึ้น ในขณะที่ยังคงช่วยลดการตัดไม้ทำลายป่าที่ได้รับการรับรองในรูปของเครดิตจากโครงการ REDD ซึ่งดำเนินการหลากหลายกิจกรรมตั้งแต่การปกป้องผืนป่า อาทิ การลาดตระเวน หรือการคำนวณคาร์บอนสะสม การพัฒนาชุมชนที่สนับสนุนการใช้ชีวิตที่เป็นมิตรกับผืนป่า อาทิ การปลูกป่าเพิ่มเติม การสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อผลิตถ่านไม้ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รวมทั้งโรงงานทำเสื้อผ้าออร์แกนิก

พันธบัตรดังกล่าวเป็นการเน้นย้ำความสำคัญของปัญหาการตัดไม้ทำลายป่าที่เกิดขึ้นทั่วโลก เพราะทุกๆ ปี โลกสูญเสียพื้นที่ป่าราว 34 ล้านไร่ของป่าในเขตร้อน หรือขนาดประมาณประเทศคอสตาริกา นอกจากนี้ การตัดไม้ทำลายป่ายังคิดเป็นการปล่อยแก๊สเรือนกระจกราวร้อยละ 11 จากกิจกรรมของมนุษย์ทั้งหมด การปกป้องพื้นที่ป่าจึงมีบทบาทสำคัญในการบรรลุเป้าหมายไม่ให้อุณหภูมิเพิ่มขึ้นเกิน 2 องศาเซลเซียสตามข้อตกลงปารีส

สรุปโครงสร้างพันธบัตรป่าไม้
.
.

พันธบัตรป่าไม้
.
.
- บรรษัทการเงินระหว่างประเทศ (IFC) จะเป็นผู้ออกพันธบัตรป่าไม้ และนำเงินลงทุนที่ได้ไปใช้สนับสนุนกลไกการรักษาป่าอย่างยั่งยืนของภาคเอกชน

- นักลงทุนสามารถเลือกผลตอบแทนเป็นตัวเงิน คาร์บอนเครดิต หรือส่วนผสมของทั้งสองอย่าง

- เมื่อถึงเวลาจ่ายผลตอบแทน IFC จะทำการซื้อคาร์บอนเครดิตจากโครงการ REDDโดยจะส่งมอบคาร์บอนเครดิตให้กับนักลงทุน หรือเงินสดในมูลค่าที่เท่ากัน โดยนักลงทุนสามารถนำคาร์บอนเครดิตไปจำหน่ายได้ในตลาดรอง

- นักลงทุนไม่ต้องเผชิญความเสี่ยงจากโครงการ REDD แต่จะเผชิญความเสี่ยงของ IFC ซึ่งเป็นองค์กรที่สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือระบุสถานะความน่าเชื่อถือสูงสุด (ระดับ AAA โดย S&P และ Aaaโดย Moody’s)

- พันธบัตรนี้ได้รับการสนับสนุนกลไกจำหน่ายคาร์บอนจาก BHP Billiton เพื่อให้มั่นใจได้ว่า REDD จะสามารถจำหน่ายคาร์บอนเครดิตที่ได้รับการรับรอง (VCUs) ได้ถึงจำนวนขั้นต่ำต่อปี เพื่อให้โครงการสามารถเดินหน้าได้อย่างยั่งยืน

ถอดความและเรียบเรียงจาก
Forests Bond (FACTSHEET)
Forest Bond (Presentation)
ถอดความและเรียบเรียงโดย รพีพัฒน์ อิงคสิทธิ์

 

รับข่าวสาร