• Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
หน้าแรก แถลงการณ์ แถลงการณ์ คัดค้าน การขยายเส้นทางหมายเลข 12 ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติน้ำหนาว

คัดค้าน การขยายเส้นทางหมายเลข 12 ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติน้ำหนาว

อีเมล พิมพ์ PDF
คัดค้าน การขยายเส้นทางหมายเลข 12 ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติน้ำหนาว
แถลงการณ์คัดค้าน การก่อสร้างขยายเส้นทางหมายเลข 12 ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติน้ำหนาว จังหวัดเพชรบูรณ์โดย เครือข่ายองค์กรและกลุ่มอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
ตามที่กรมทางหลวง จะดำเนินการก่อสร้างขยายทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 12 บริเวณเส้นทางระหว่างหล่มสัก-ชุมแพ ซึ่งจะผ่านกลางอุทยานแห่งชาติน้ำหนาว จังหวัดเพชรบูรณ์ เพื่อจะใช้เป็นเส้นทางคมนาคมเชื่อมต่อระหว่างภาคเหนือกับภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ของประเทศไทย และมีเป้าหมายจะเชื่อมต่อภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สายทางเริ่มต้นที่อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ถึงจังหวัดมุกดาหาร โดยกู้เงินจากธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเซีย (ADB) มาดำเนินการ
ปัจจุบันรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ของโครงการดังกล่าว ได้ผ่านความเห็นชอบของคณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (คชก.) เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และเตรียมนำเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ในวันพุธที่ 28 ธันวาคม 2559 นั้น
จากการที่เครือข่ายองค์กรและกลุ่มอนุรักษ์ฯ สำรวจพื้นที่ที่จะมีการก่อสร้างขยายเส้นทางดังกล่าว พบว่า ปัจจุบันมีช้างป่าจำนวนมากที่เดินข้ามถนนสายนี้เพื่อใช้เป็นแหล่งหากิน และเป็นที่อยู่อาศัยตลอดระยะทางของถนนที่ตัดผ่านอุทยานแห่งชาติ เป็นระยะทางทั้งสิ้น 43 กิโลเมตร โดยตลอดเส้นทางดังกล่าว ทางอุทยานแห่งชาติได้จัดทำป้ายเตือนอยู่เป็นระยะเพื่อบ่งบอกว่าเป็นทางที่สัตว์ใช้ข้าม ผู้ขับขี่บนท้องถนนควรใช้ความระมัดระวัง นอกจากนี้ ห่างทางหลวงหมายเลข 12 ระยะทางเพียง 2 กิโลเมตร ยังมีโป่งขนาดใหญ่ที่ฝูงสัตว์จำนวนมากใช้เป็นแหล่งหากินอยู่เป็นประจำ ดังนั้นการขยายถนนดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศในพื้นที่อย่างแน่นอน เครือข่ายองค์กรและกลุ่มอนุรักษ์ฯ จึงขอคัดค้านการดำเนินโครงการดังกล่าว โดยมีเหตุผลดังต่อไปนี้
1. รายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมโครงการก่อสร้างขยายทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 12 ขาดความน่าเชื่อถือ และไม่เปิดเผยข้อมูลการศึกษาผลกระทบและโครงการต่อสาธารณะได้รับรู้และมีส่วนร่วมในการพิจารณาถึงความเหมาะสมที่จะดำเนินการ อันขาดหลักธรรมาภิบาลของรัฐบาลไทยที่มุ่งเน้นการบริหารราชการแผ่นดินที่โปร่งใส สามารถตรวจสอบได้ และกิจกรรมที่ทำไม่ควรสร้างผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติป่าไม้และสัตว์ป่าที่มีความสำคัญในฐานะเป็นต้นทุนธรรมชาติของมนุษย์ทุกคน
2. การก่อสร้างขยายเส้นทางเป็นการทำลายป่าน้ำหนาวให้แยกออกเป็นสองส่วน นอกจากพื้นที่ป่าลดลงแล้ว ยังส่งผลให้ระบบนิเวศแยกขาดออกจากกันกระทบต่อความหลากหลายทางชีวภาพ และเมื่อถนนมีขนาดความกว้างมากขึ้นกว่าเดิม โอกาสในการเชื่อมต่อระบบนิเวศในพื้นที่จึงเป็นไปได้ยากมากขึ้นเพราะสัตว์ป่าที่เดินทางข้ามไปมามีโอกาสถูกทำร้าย หรือเกิดอุบัติเหตุกับรถยนต์ที่เดินทางผ่านไปมา แม้ใน EIA จะได้เสนอให้มีการจัดทำสะพานรถข้ามยกระดับสูงประมาณ 10 เมตร ระยะทางยาวประมาณ 500 เมตร จำนวน 5 แห่ง เพื่อให้สัตว์ป่าลอดใต้สะพานได้นั้นยังไม่เพียงพอและไม่สอดคล้องกับพฤติกรรมสำหรับการใช้งานจริงของสัตว์ป่าขนาดใหญ่ในพื้นที่
3. สภาพเส้นทางที่ผ่านอุทยานแห่งชาติน้ำหนาวรวมถึงในหลายๆช่วงตลอดเส้นทางหมายเลข 12 มีความสูงชัน ไม่เหมาะสมสำหรับการขนส่งสินค้าด้วยรถยนต์ขนาดใหญ่ ซึ่งปัจจุบันจะเลี่ยงใช้ทางหลวงหมายเลข 2216 ที่มีความลาดชันน้อยกว่า ดังนั้น การก่อสร้างขยายเส้นทางจึงเป็นการลงทุนที่ไม่เกิดประโยชน์และไม่มีความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ รัฐบาลจึงควรศึกษาเปรียบเทียบประเมินความเหมาะสมใหม่ก่อนการตัดสินใจดำเนินการตามแบบเดิมๆ
4. การดำเนินการดังกล่าวขัดกับมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน 2550 ข้อ 2.2 เส้นทางสาธารณะเดิมที่มีอยู่แล้ว ไม่ให้ขยายช่องจราจร โดยให้ปรับปรุงผิวจราจรหรือการชะลอความเร็วแทน
ด้วยเหตุนี้ เครือข่ายองค์กรและกลุ่มอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จึงขอให้คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติระงับการพิจารณาข้อมูลรายงานการรวิเคราห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่ไม่ชอบธรรมนี้ และเสนอให้รัฐบาลยุติการดำเนินโครงการดังกล่าว เพื่อทบทวนการศึกษาในรายละเอียดข้อมูลให้ครบถ้วนและรอบด้านมากยิ่งขึ้น อันสอดคล้องกับหลักธรรมาภิบาลในการบริหารประเทศ รวมถึงแนวนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการฟื้นฟู ดูแลรักษาผืนป่าที่เหลืออยู่น้อยเต็มทีในประเทศไทยต่อไป
เครือข่ายองค์กรและกลุ่มอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
สมาคมอนุรักษ์สัตว์ป่า(WCS)ประเทศไทย
มูลนิธิสืบนาคะเสถียร
ชมรมอนุรักษ์นกและธรรมชาติล้านนา
มูลนิธิโลกสีเขียว
A call for Animal Rights
กลุ่มใบไม้
สมาคมอนุรักษ์นกและธรรมชาติแห่งประเทศไทย
กลุ่มรักษ์เขาใหญ่
กลุ่มอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพและสิ่งแวดล้อม
อุทยานแห่งชาติน้ำหนาวแถลงการณ์คัดค้าน การก่อสร้างขยายเส้นทางหมายเลข 12 ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติน้ำหนาว จังหวัดเพชรบูรณ์โดย เครือข่ายองค์กรและกลุ่มอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

ตามที่กรมทางหลวง จะดำเนินการก่อสร้างขยายทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 12 บริเวณเส้นทางระหว่างหล่มสัก-ชุมแพ ซึ่งจะผ่านกลางอุทยานแห่งชาติน้ำหนาว จังหวัดเพชรบูรณ์ เพื่อจะใช้เป็นเส้นทางคมนาคมเชื่อมต่อระหว่างภาคเหนือกับภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ของประเทศไทย และมีเป้าหมายจะเชื่อมต่อภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สายทางเริ่มต้นที่อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ถึงจังหวัดมุกดาหาร โดยกู้เงินจากธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเซีย (ADB) มาดำเนินการ

ปัจจุบันรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ของโครงการดังกล่าว ได้ผ่านความเห็นชอบของคณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (คชก.) เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และเตรียมนำเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ในวันพุธที่ 28 ธันวาคม 2559 นั้น

จากการที่เครือข่ายองค์กรและกลุ่มอนุรักษ์ฯ สำรวจพื้นที่ที่จะมีการก่อสร้างขยายเส้นทางดังกล่าว พบว่า ปัจจุบันมีช้างป่าจำนวนมากที่เดินข้ามถนนสายนี้เพื่อใช้เป็นแหล่งหากิน และเป็นที่อยู่อาศัยตลอดระยะทางของถนนที่ตัดผ่านอุทยานแห่งชาติ เป็นระยะทางทั้งสิ้น 43 กิโลเมตร โดยตลอดเส้นทางดังกล่าว ทางอุทยานแห่งชาติได้จัดทำป้ายเตือนอยู่เป็นระยะเพื่อบ่งบอกว่าเป็นทางที่สัตว์ใช้ข้าม ผู้ขับขี่บนท้องถนนควรใช้ความระมัดระวัง นอกจากนี้ ห่างทางหลวงหมายเลข 12 ระยะทางเพียง 2 กิโลเมตร ยังมีโป่งขนาดใหญ่ที่ฝูงสัตว์จำนวนมากใช้เป็นแหล่งหากินอยู่เป็นประจำ ดังนั้น การขยายถนนดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศในพื้นที่อย่างแน่นอน เครือข่ายองค์กรและกลุ่มอนุรักษ์ฯ จึงขอคัดค้านการดำเนินโครงการดังกล่าว โดยมีเหตุผลดังต่อไปนี้

1. รายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมโครงการก่อสร้างขยายทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 12 ขาดความน่าเชื่อถือ และไม่เปิดเผยข้อมูลการศึกษาผลกระทบและโครงการต่อสาธารณะได้รับรู้และมีส่วนร่วมในการพิจารณาถึงความเหมาะสมที่จะดำเนินการ อันขาดหลักธรรมาภิบาลของรัฐบาลไทยที่มุ่งเน้นการบริหารราชการแผ่นดินที่โปร่งใส สามารถตรวจสอบได้ และกิจกรรมที่ทำไม่ควรสร้างผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติป่าไม้และสัตว์ป่าที่มีความสำคัญในฐานะเป็นต้นทุนธรรมชาติของมนุษย์ทุกคน

2. การก่อสร้างขยายเส้นทางเป็นการทำลายป่าน้ำหนาวให้แยกออกเป็นสองส่วน นอกจากพื้นที่ป่าลดลงแล้ว ยังส่งผลให้ระบบนิเวศแยกขาดออกจากกันกระทบต่อความหลากหลายทางชีวภาพ และเมื่อถนนมีขนาดความกว้างมากขึ้นกว่าเดิม โอกาสในการเชื่อมต่อระบบนิเวศในพื้นที่จึงเป็นไปได้ยากมากขึ้นเพราะสัตว์ป่าที่เดินทางข้ามไปมามีโอกาสถูกทำร้าย หรือเกิดอุบัติเหตุกับรถยนต์ที่เดินทางผ่านไปมา แม้ใน EIA จะได้เสนอให้มีการจัดทำสะพานรถข้ามยกระดับสูงประมาณ 10 เมตร ระยะทางยาวประมาณ 500 เมตร จำนวน 5 แห่ง เพื่อให้สัตว์ป่าลอดใต้สะพานได้นั้นยังไม่เพียงพอและไม่สอดคล้องกับพฤติกรรมสำหรับการใช้งานจริงของสัตว์ป่าขนาดใหญ่ในพื้นที่

3. สภาพเส้นทางที่ผ่านอุทยานแห่งชาติน้ำหนาวรวมถึงในหลายๆช่วงตลอดเส้นทางหมายเลข 12 มีความสูงชัน ไม่เหมาะสมสำหรับการขนส่งสินค้าด้วยรถยนต์ขนาดใหญ่ ซึ่งปัจจุบันจะเลี่ยงใช้ทางหลวงหมายเลข 2216 ที่มีความลาดชันน้อยกว่า ดังนั้น การก่อสร้างขยายเส้นทางจึงเป็นการลงทุนที่ไม่เกิดประโยชน์และไม่มีความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ รัฐบาลจึงควรศึกษาเปรียบเทียบประเมินความเหมาะสมใหม่ก่อนการตัดสินใจดำเนินการตามแบบเดิมๆ

4. การดำเนินการดังกล่าวขัดกับมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน 2550 ข้อ 2.2 เส้นทางสาธารณะเดิมที่มีอยู่แล้ว ไม่ให้ขยายช่องจราจร โดยให้ปรับปรุงผิวจราจรหรือการชะลอความเร็วแทน

ด้วยเหตุนี้ เครือข่ายองค์กรและกลุ่มอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จึงขอให้คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติระงับการพิจารณาข้อมูลรายงานการรวิเคราห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่ไม่ชอบธรรมนี้ และเสนอให้รัฐบาลยุติการดำเนินโครงการดังกล่าว เพื่อทบทวนการศึกษาในรายละเอียดข้อมูลให้ครบถ้วนและรอบด้านมากยิ่งขึ้น อันสอดคล้องกับหลักธรรมาภิบาลในการบริหารประเทศ รวมถึงแนวนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการฟื้นฟู ดูแลรักษาผืนป่าที่เหลืออยู่น้อยเต็มทีในประเทศไทยต่อไป


อุทยานแห่งชาติน้ำหนาว


เครือข่ายองค์กรและกลุ่มอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
สมาคมอนุรักษ์สัตว์ป่า (WCS) ประเทศไทย
มูลนิธิสืบนาคะเสถียร
ชมรมอนุรักษ์นกและธรรมชาติล้านนา
มูลนิธิโลกสีเขียว
A call for Animal Rights
กลุ่มใบไม้
สมาคมอนุรักษ์นกและธรรมชาติแห่งประเทศไทย
กลุ่มรักษ์เขาใหญ่
กลุ่มอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพและสิ่งแวดล้อม

 

รับข่าวสาร