• Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
หน้าแรก อ่านข่าวย้อนหลัง ข่าว ประชาสัมพันธ์ "งานลาดตระเวนเชิงคุณภาพ" ท้าทายมรดกโลก

"งานลาดตระเวนเชิงคุณภาพ" ท้าทายมรดกโลก

อีเมล พิมพ์ PDF
งานลาดตระเวน ท้าทายมรดกโลก - ดร.อนรรฆ พัฒนวิบูลย์ ผู้อำนวยการสมาคมอนุรักษ์ป่า (WCS)
สัตว์ป่ามีชีวิตอยู่ได้ภายใต้การป้องกันที่ดีเท่านั้น
วารสาร Science ซึ่งเป็นนิตยสารชื่อดังระดับโลกระบุว่า “การบังคับใช้กฎหมายมีผลต่อสัตว์ป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ มากกว่าการพยายามสร้างแรงจูงใจ”
ยกตัวอย่างอุทยานแห่งชาติเซเรงเกติ (Serengeti National Park) หลังจากทราบว่าการสร้างแรงจูงใจเพียงอย่างเดียวไม่สามารถรักษาสัตว์ใหญ่ ได้แก่ ช้าง ควายป่าแอฟริกัน และแรดได้ อุทยานฯ เซเรงเกติจึงทุ่มงบประมาณหันมาสร้างความเข้มแข็งในการดูแลป้องกัน ผลที่ตามมาคือสามารถฟื้นฟูประชากรของสัตว์เหล่านั้นได้
การป้องกันดูแลที่มีประสิทธิภาพจึงจะทำให้งานป้องกันภัยคุกคามต่อสัตว์ป่าสัมฤทธิ์ผล
พื้นที่แห่งความหวังของโลก ‘ทุ่งใหญ่-ห้วยขาแข้ง’
แม้ผืนป่ามรดกโลกทางธรรมชาติ ‘ทุ่งใหญ่-ห้วยขาแข้ง’ รวมถึงบริเวณขอบป่าจะมีพื้นที่ประมาณ 20 ล้านไร่ แต่องค์กรระดับนานาชาติมิได้แบ่งแยกขอบเขตตามแผนที่จังหวัดหรือแผนที่ประเทศ โดยจะมองทั้งผืนป่า มององค์รวมตั้งแต่ป่าฝั่งสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาลากยาวมาจรดป่าแก่งกระจาน และหาวิธีการดูแลรักษาทรัพยากรนี้ ในรูปแบบกลุ่มป่า
กระนั้น ช่วงเวลาหลายปีที่ผ่านมา ประสบการณ์ในผืนป่าตะวันตกค่อนข้างมีกรณีพิเศษต่างกับป่าผืนอื่น ระหว่างปี 2544-2547 การจัดการผืนป่าตะวันตกเชิงระบบนิเวศประสบปัญหาทั้งด้านการจัดการพื้นที่ ขาดความรู้และเครื่องมือ การตรวจสอบวัดผลที่ชัดเจน ขาดการสนับสนุนจากชุมชน รวมไปถึงการดูแลสวัสดิภาพเจ้าหน้าที่ไม่ดี เจ้าหน้าที่บางพื้นที่กลายเป็นภัยคุกคาม ทำตัวเป็นพรานล่าสัตว์ป่าเสียเอง จากพื้นที่ป่าที่เคยมีสัตว์ป่าขนาดใหญ่อาศัยอยู่จึงแทบไม่เหลือสัตว์ใหญ่เลย มีเพียงทางด้านใต้ของป่าตะวันตกมีช้างเหลือแค่พื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระเท่านั้น
“ชวนฉงนว่า อีกสิบปี ยี่สิบปี ห้าสิบปี หนึ่งร้อยปี หรือแม้แต่อนาคตที่เราหลายคนไม่ได้อยู่บนโลกใบนี้แล้ว จะเป็นเช่นไร” – ดร.อนรรฆ พัฒนวิบูลย์ ผู้อำนวยการสมาคมสัตว์ป่า (WCS)
ฆ่าช้างและใช้ยาเบื่อละเลงเพื่อล่อฆ่าเสือ ณ ป่าห้วยขาแข้ง ปี 2554
เจ้าหน้าที่อ่อนแอเป็นปัญหาระดับโลก
แม้พื้นที่อนุรักษ์จะมีเจ้าหน้าที่ และหน่วยป้องกันรักษาป่าเป็นจำนวนมาก แต่หากไม่มีระบบการทำงานที่เข้มแข็ง ก็ไม่สามารถแก้ไขปัญหาการภัยคุกคามในพื้นที่ได้  จึงได้เกิด “ระบบงานลาดตระเวนเชิงคุณภาพ” (Smart Patrol) ซึ่งเป็นการทำงานในรูปแบบของการเก็บข้อมูลและวิเคราะห์แบบวิทยาศาสตร์ กระทั่งออกมาเป็นรูปธรรม
การลาดตระเวนเชิงคุณภาพควรมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้
1. สัดส่วนเจ้าหน้าที่ต่อพื้นที่ต้องมีความเหมาะสม
2. มีการสนับสนุนอุปกรณ์ที่ทันสมัย และงบประมาณเสบียงอาหาร
3. การฝึกอบรมที่เน้นคุณภาพ
4. มีฐานข้อมูลลาดตระเวนที่มีคุณภาพและเป็นมาตรฐานสากล
5. มีระบบข่าวที่เข้มแข็ง
6. นำข้อมูลไปใช้ในการวางแผนจัดการจริงจัง
และได้ปฏิรูปการทำงานเป็นการร่วมกันปรึกษาระหว่างหัวหน้ากับเจ้าหน้าที่เพื่อฝึกให้เจ้าหน้าที่คิดวิเคราะห์ และเพิ่มความมั่นใจและทำหน้าที่ได้อย่างภาคภูมิ
ระยะกว่า 10 ปี ผ่านมา การตรวจวัดจากทางสถานีวิจัยสัตว์ป่าเขานางรำ พบประชากรเสือโคร่งเพิ่มขึ้น อีกทั้งประชากรสัตว์อื่นก็ฟื้นกลับมา สถานการณ์การฟื้นฟูในพื้นที่ ‘ทุ่งใหญ่-ห้วยขาแข้ง’ มีพัฒนาการที่ดีขึ้น แน่นอนแล้วว่าหน่วยงานราชการ หัวหน้า และเจ้าหน้าที่ต้องเข้มแข็ง คนทำงานต้องการขวัญและกำลังใจ แต่หัวใจสำคัญของการทำงาน มิได้ขึ้นอยู่กับหน่วยงานราชการเพียงอย่างเดียว แต่ทุกภาคส่วนต้องให้ความร่วมมือรักษาผืนป่า
การล่าสัตว์ดร.อนรรฆ พัฒนวิบูลย์ ผู้อำนวยการสมาคมอนุรักษ์ป่า (WCS) ได้บรรยายถึงความสำคัญของการปกป้องดูแลรักษาสัตว์ป่าและความสมดุลของผืนป่าว่า จำเป็นต้องสร้างกระบวนการดูแลรักษาโดยการมีร่วมจากทุกภาคส่วน จากประชาชนในทั้งในและนอกพื้นที่ ให้เป็นส่วนหนึ่งในการรักษาสมดุลธรรมชาติ โดยการไม่สนับสนุนการซื้อ ล่า ค้าขาย และบริโภคสัตว์ป่า เมื่อความต้องการหมดไป การล่าก็จะลดลงไปด้วย

.
สัตว์ป่ามีชีวิตอยู่ได้ภายใต้การป้องกันที่ดีเท่านั้น
วารสาร Science ซึ่งเป็นนิตยสารชื่อดังระดับโลกระบุว่า “การบังคับใช้กฎหมายมีผลต่อการดูและรักษาประชากรสัตว์ป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ ได้มากกว่าการพยายามสร้างแรงจูงใจให้ประชาชนมีจิตสำนึก”

ยกตัวอย่างอุทยานแห่งชาติเซเรงเกติ (Serengeti National Park) หลังจากทราบว่าการสร้างแรงจูงใจเพียงอย่างเดียวไม่สามารถรักษาสัตว์ใหญ่ ได้แก่ ช้าง ควายป่าแอฟริกัน และแรดได้ อุทยานฯ เซเรงเกติจึงทุ่มงบประมาณหันมาสร้างความเข้มแข็งในการดูแลป้องกัน ผลที่ตามมาคือสามารถฟื้นฟูประชากรของสัตว์เหล่านั้นได้

การป้องกันดูแลที่มีประสิทธิภาพจึงจะทำให้งานป้องกันภัยคุกคามต่อสัตว์ป่าสัมฤทธิ์ผล

พื้นที่แห่งความหวังของโลก ‘ทุ่งใหญ่-ห้วยขาแข้ง’
แม้ผืนป่ามรดกโลกทางธรรมชาติ ‘ทุ่งใหญ่-ห้วยขาแข้ง’ รวมถึงบริเวณขอบป่าจะมีพื้นที่ประมาณ 20 ล้านไร่ แต่องค์กรระดับนานาชาติมิได้แบ่งแยกขอบเขตตามแผนที่จังหวัดหรือแผนที่ประเทศ โดยจะมองทั้งผืนป่า มององค์รวมตั้งแต่ป่าฝั่งสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาลากยาวมาจรดป่าแก่งกระจาน และหาวิธีการดูแลรักษาทรัพยากรนี้ ในรูปแบบกลุ่มป่า
.
.
ดร.อนรรฆ พัฒนวิบูลย์ ผู้อำนวยการสมาคมอนุรักษ์ป่า (WCS)
ดร.อนรรฆ พัฒนวิบูลย์ ผู้อำนวยการสมาคมอนุรักษ์ป่า (WCS)
.
.
กระนั้น ช่วงเวลาหลายปีที่ผ่านมา ประสบการณ์ในผืนป่าตะวันตกค่อนข้างมีกรณีพิเศษต่างกับป่าผืนอื่น ระหว่างปี 2544-2547 การจัดการผืนป่าตะวันตกเชิงระบบนิเวศประสบปัญหาทั้งด้านการจัดการพื้นที่ ขาดความรู้และเครื่องมือ การตรวจสอบวัดผลที่ชัดเจน ขาดการสนับสนุนจากชุมชน รวมไปถึงการดูแลสวัสดิภาพเจ้าหน้าที่ไม่ดี เจ้าหน้าที่บางพื้นที่กลายเป็นภัยคุกคาม ทำตัวเป็นพรานล่าสัตว์ป่าเสียเอง จากพื้นที่ป่าที่เคยมีสัตว์ป่าขนาดใหญ่อาศัยอยู่จึงแทบไม่เหลือสัตว์ใหญ่เลย มีเพียงทางด้านใต้ของป่าตะวันตกมีช้างเหลือแค่พื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระเท่านั้น

“ชวนฉงนว่า อีกสิบปี ยี่สิบปี ห้าสิบปี หนึ่งร้อยปี หรือแม้แต่อนาคตที่เราหลายคนไม่ได้อยู่บนโลกใบนี้แล้ว จะเป็นเช่นไร” – ดร.อนรรฆ พัฒนวิบูลย์
.
.
ช้างถูกล่าเพื่อนำมาเป็นเหยื่อล่อเสือ
ฆ่าช้างและใช้ยาเบื่อละเลงเพื่อล่อฆ่าเสือ ณ ป่าห้วยขาแข้ง ปี 2554
.
.
เจ้าหน้าที่อ่อนแอเป็นปัญหาระดับโลก
แม้พื้นที่อนุรักษ์จะมีเจ้าหน้าที่ และหน่วยป้องกันรักษาป่าเป็นจำนวนมาก แต่หากไม่มีระบบการทำงานที่เข้มแข็ง ก็ไม่สามารถแก้ไขปัญหาการภัยคุกคามในพื้นที่ได้  จึงได้เกิด “ระบบงานลาดตระเวนเชิงคุณภาพ” (Smart Patrol) ซึ่งเป็นการทำงานในรูปแบบของการเก็บข้อมูลและวิเคราะห์แบบวิทยาศาสตร์ กระทั่งออกมาเป็นรูปธรรม

คุณสมบัติของการลาดตระเวนเชิงคุณภาพควรมีลักษณะ ดังต่อไปนี้

1. สัดส่วนเจ้าหน้าที่ต่อพื้นที่ต้องมีความเหมาะสม
2. มีการสนับสนุนอุปกรณ์ที่ทันสมัย และงบประมาณเสบียงอาหาร
3. การฝึกอบรมที่เน้นคุณภาพ
4. มีฐานข้อมูลลาดตระเวนที่มีคุณภาพและเป็นมาตรฐานสากล
5. มีระบบข่าวที่เข้มแข็ง
6. นำข้อมูลไปใช้ในการวางแผนจัดการจริงจัง

และได้ปฏิรูปการทำงานเป็นการร่วมกันปรึกษาระหว่างหัวหน้ากับเจ้าหน้าที่เพื่อฝึกให้เจ้าหน้าที่คิดวิเคราะห์ และเพิ่มความมั่นใจและทำหน้าที่ได้อย่างเต็มภาคภูมิ
.
.
สถิติการล่าเสือโคร่ง
จำนวนเสือโคร่งและระยะทางเดินลาดตระเวนสะสมต่อปีในพื้นที่ป่าห้วยขาแข้งในรอบ 10 ปี
.
.
ระยะกว่า 10 ปี ผ่านมา การตรวจวัดจากทางสถานีวิจัยสัตว์ป่าเขานางรำ พบประชากรเสือโคร่งเพิ่มขึ้น อีกทั้งประชากรสัตว์อื่นก็ฟื้นกลับมา สถานการณ์การฟื้นฟูในพื้นที่ ‘ทุ่งใหญ่-ห้วยขาแข้ง’ มีพัฒนาการที่ดีขึ้น แน่นอนแล้วว่าหน่วยงานราชการ หัวหน้า และเจ้าหน้าที่ต้องเข้มแข็ง คนทำงานต้องการขวัญและกำลังใจ แต่หัวใจสำคัญของการทำงาน มิได้ขึ้นอยู่กับหน่วยงานราชการเพียงอย่างเดียว แต่ทุกภาคส่วนต้องให้ความร่วมมือรักษาผืนป่า

เรียบเรียงบทความโดย พัชริดา พงษปภัสร์ เจ้าหน้าที่สื่อสารองค์กร มูลนิธิสืบนาคะเสถียร

 

รับข่าวสาร


บทความที่เกี่ยวข้อง