• Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
หน้าแรก อ่านข่าวย้อนหลัง ข่าว ประชาสัมพันธ์ อนาคตการจัดการ 'ป่าตะวันตก 20 ล้านไร่' สู่การผลักดันเป็นมรดกโลก

อนาคตการจัดการ 'ป่าตะวันตก 20 ล้านไร่' สู่การผลักดันเป็นมรดกโลก

อีเมล พิมพ์ PDF
อนาคตการจัดการป่าตะวันตก 20 ล้านไร่สู่การผลักดันเป็นมรดกโลก
นับตั้งแต่หลังการจากไปของ สืบ นาคะเสถียร เพียงหนึ่งปี (ปี 2534) ทุ่งใหญ่-ห้วยขาแข้ง ได้ถูกประกาศให้เป็นแหล่งมรดกโลกทางธรรมชาติ ผืนป่าตะวันตก โดยรอบจึงถือเป็นทรัพยากรที่ทรงคุณค่าและมีความสำคัญต่อมวลมนุษยชาติ เกิดรูปแบบการจัดการพื้นที่ทั้ง 17 พื้นที่ ผ่านการบรูณาการบริหารจัดการอนุรักษ์ป่าไม้ สัตว์ป่า การมีส่วนร่วมของชุมชนในพื้นที่ การท่องเที่ยวในพื้นที่ การป้องกันทรัพยากรธรรมชาติ ตั้งแต่ปี 2534 เป็นต้นมา นำไปสู่กระบวนการนำเสนอการผลักดันผืนป่าตะวันตก 20 ล้านไร่ ให้เป็นแหล่งมรดกโลกทางธรรมชาติ
โดยมีวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้
1. เกิดกระบวนการดูแลทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่ทั้งภาครัฐ หน่วยงาน องค์กร และชุมชนภายในพื้นที่ กลายเป็นต้นแบบแนวทางการร่วมมือกันบริหารจัดการผืนป่าใหญ่อย่างมีระบบระเบียบเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
2. สร้างหลักประกันในการช่วยเหลือรักษาผืนป่าตะวันตกให้เป็นป่าที่ยังคงความอุดมสมบูรณ์และทรงคุณค่าต่อไป
3. เกิดการฟื้นฟูประชากรสัตว์ป่า เช่น เสือโคร่ง วัวแดง และแร้ง
ปัจจุบัน มูลนิธิสืบนาคะเสถียร ริเริ่มการนำเสนอแนวคิดการจัดการผืนป่าตะวันตก 20 ล้านไร่ ผ่าน (ก)การเตรียมองค์ความรู้ในพื้นที่ แหล่งมรดกโลก ทุ่งใหญ่-ขาแข้ง (ข)ร่วมทำงานกับคนในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง เกิดความรู้และการยอมรับในการปกป้องพื้นที่ร่วมกัน (ค)ให้ความสำคัญกับกระบวนการจัดการปัญหาในพื้นที่ เช่น ปัญหาด้านบุคลากร ชุมชนในป่า และใช้ประโยชน์จากป่า แล้วจึงนำไปสู่ขั้นตอนการนำเสนอแก่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) โดยกำหนดระยะเวลาประมาณ 4-5 ปี ในการผลักดันเพื่อเกิดรูปแบบการร่วมมือว่าจะมีทิศทางการดูแลจัดการอย่างไร โดยมูลนิธิสืบฯมีบทบาทในการรวบรวมจัดทำข้อมูลนำเสนออย่างมีแบบแผนและเป็นรูปธรรม
ภาณุเดช เกิดมะลิ เลขาธิการ มูลนิธิสืบนาคะเสถียร กล่าวถึง การผลักดันป่าตะวันตก 20 ล้านไร่ ให้เป็นมรดกโลก ว่า “นับเป็นการท้าทายขีดจำกัดของมนุษย์ในการทะลวงข้ามผ่านขอบเขตการแบ่งพื้นที่การดูแลอนุรักษ์ทรัพยากรทางธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยใช้ระบบนิเวศเป็นตัวตั้งและคำนึงถึงความเหมาะสมของสภาพพื้นที่นั้น ๆ เป็นตัวกำหนด และนำกระบวนการ ‘การจัดการผืนป่าตะวันตก’ เป็นต้นแบบมาตรฐานการดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในผืนป่าอื่น ๆ อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป
หากเราคนไทยสามารถเข้าใจและเข้ามาส่วนร่วมในการผลักดันผืนป่าตะวันตก 20 ล้านไร่ ให้เป็นพื้นที่อันได้รับการยอมรับในระดับโลกได้ถือว่า ‘ประเทศไทยเป็นตัวอย่างที่ดีของการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม’
แต่การทำให้ป่าผืนนี้เป็นแหล่งมรดกโลกได้หรือไม่นั้น ไม่สำคัญเท่า การบุกเบิกการยกระดับให้เกิดการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน ทั้งประชาชนในพื้นที่ ประชาชนทั่วไป ภาครัฐ หน่วยงาน องค์กรต่าง ๆ นั่นเอง”
ซึ่งส่วนที่ยิ่งใหญ่คือภาคประชาชนทั้งภายในพื้นที่และประชาชนทั่วไป ทราบที่มาและเข้าใจถึงความสำคัญของระบบนิเวศนำไปสู่การมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสัตว์ป่าให้เกิดสมดุล “ถ้าคนไม่เบียดเบียนธรรมชาติ ธรรมชาติไม่ย้อนกลับมาเบียดเบียนเรา” เช่น กรณีการสูญเสียสมดุลในการควบคุมประชากรสัตว์ป่า ทำให้สัตว์กระจายตัวออกจากป่า กระทั่งเกิดความขัดแย้งระหว่างสัตว์ป่าและคนในที่สุด
ร่วมถอดบทเรียนกระบวนการจัดการผืนป่าตะวันตก 20 ล้านไร่ นำไปสู่ทิศทางการจัดการผืนป่าใหญ่ในอนาคตได้ที่งาน “25 ปี มรดกโลก ทุ่งใหญ่-ห้วยขาแข้ง” ซึ่งจะจัดขึ้นในวันอังคารที่ 13 ธันวาคม 2559 ณ ห้องประชุมอารีย์สัมพันธ์ กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กรุงเทพมหานคร (https://goo.gl/NWjnjA)
ห้วยขาแข้งนับตั้งแต่หลังการจากไปของ สืบ นาคะเสถียร เพียงหนึ่งปี (ปี 2534) ทุ่งใหญ่-ห้วยขาแข้ง ได้ถูกประกาศให้เป็นแหล่งมรดกโลกทางธรรมชาติ ผืนป่าตะวันตก โดยรอบจึงถือเป็นทรัพยากรที่ทรงคุณค่าและมีความสำคัญต่อมวลมนุษยชาติ

เกิดรูปแบบการจัดการพื้นที่ทั้ง 17 พื้นที่ ผ่านการบรูณาการบริหารจัดการอนุรักษ์ป่าไม้ สัตว์ป่า การมีส่วนร่วมของชุมชนในพื้นที่ การท่องเที่ยวในพื้นที่ การป้องกันทรัพยากรธรรมชาติ ตั้งแต่ปี 2534 เป็นต้นมา นำไปสู่กระบวนการนำเสนอการผลักดันผืนป่าตะวันตก 20 ล้านไร่ ให้เป็นแหล่งมรดกโลกทางธรรมชาติ
โดยมีวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้

1. เกิดกระบวนการดูแลทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่ทั้งภาครัฐ หน่วยงาน องค์กร และชุมชนภายในพื้นที่ กลายเป็นต้นแบบแนวทางการร่วมมือกันบริหารจัดการผืนป่าใหญ่อย่างมีระบบระเบียบเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

2. สร้างหลักประกันในการช่วยเหลือรักษาผืนป่าตะวันตกให้เป็นป่าที่ยังคงความอุดมสมบูรณ์และทรงคุณค่าต่อไป

3. เกิดการฟื้นฟูประชากรสัตว์ป่า เช่น เสือโคร่ง วัวแดง และแร้ง

ปัจจุบัน มูลนิธิสืบนาคะเสถียร ริเริ่มการนำเสนอแนวคิดการจัดการผืนป่าตะวันตก 20 ล้านไร่ ผ่าน (ก)การเตรียมองค์ความรู้ในพื้นที่ แหล่งมรดกโลก ทุ่งใหญ่-ขาแข้ง (ข)ร่วมทำงานกับคนในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง เกิดความรู้และการยอมรับในการปกป้องพื้นที่ร่วมกัน (ค)ให้ความสำคัญกับกระบวนการจัดการปัญหาในพื้นที่ เช่น ปัญหาด้านบุคลากร ชุมชนในป่า และใช้ประโยชน์จากป่า แล้วจึงนำไปสู่ขั้นตอนการนำเสนอแก่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) โดยกำหนดระยะเวลาประมาณ 4-5 ปี ในการผลักดันเพื่อเกิดรูปแบบการร่วมมือว่าจะมีทิศทางการดูแลจัดการอย่างไร โดยมูลนิธิสืบฯมีบทบาทในการรวบรวมจัดทำข้อมูลนำเสนออย่างมีแบบแผนและเป็นรูปธรรม

ภาณุเดช เกิดมะลิ เลขาิการมูลนิธิสืบนาคะเสถียร
ภาณุเดช เกิดมะลิ เลขาธิการมูลนิธิสืบนาคะเสถียร


ภาณุเดช เกิดมะลิ เลขาธิการ มูลนิธิสืบนาคะเสถียร กล่าวถึง การผลักดันป่าตะวันตก 20 ล้านไร่ ให้เป็นมรดกโลก ว่า “นับเป็นการท้าทายขีดจำกัดของมนุษย์ในการทะลวงข้ามผ่านขอบเขตการแบ่งพื้นที่การดูแลอนุรักษ์ทรัพยากรทางธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยใช้ระบบนิเวศเป็นตัวตั้งและคำนึงถึงความเหมาะสมของสภาพพื้นที่นั้น ๆ เป็นตัวกำหนด และนำกระบวนการ ‘การจัดการผืนป่าตะวันตก’ เป็นต้นแบบมาตรฐานการดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในผืนป่าอื่น ๆ อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป

หากเราคนไทยสามารถเข้าใจและเข้ามาส่วนร่วมในการผลักดันผืนป่าตะวันตก 20 ล้านไร่ ให้เป็นพื้นที่อันได้รับการยอมรับในระดับโลกได้ถือว่า ‘ประเทศไทยเป็นตัวอย่างที่ดีของการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม’

แต่การทำให้ป่าผืนนี้เป็นแหล่งมรดกโลกได้หรือไม่นั้น ไม่สำคัญเท่า การบุกเบิกการยกระดับให้เกิดการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน ทั้งประชาชนในพื้นที่ ประชาชนทั่วไป ภาครัฐ หน่วยงาน องค์กรต่าง ๆ นั่นเอง”

ส่วนหนึ่งของป่าตะวันตก
ส่วนหนึ่งของผืนป่าตะวันตก

ซึ่งส่วนที่ยิ่งใหญ่คือภาคประชาชนทั้งภายในพื้นที่และประชาชนทั่วไป ทราบที่มาและเข้าใจถึงความสำคัญของระบบนิเวศนำไปสู่การมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสัตว์ป่าให้เกิดสมดุล “ถ้าคนไม่เบียดเบียนธรรมชาติ ธรรมชาติไม่ย้อนกลับมาเบียดเบียนเรา” เช่น กรณีการสูญเสียสมดุลในการควบคุมประชากรสัตว์ป่า ทำให้สัตว์กระจายตัวออกจากป่า กระทั่งเกิดความขัดแย้งระหว่างสัตว์ป่าและคนในที่สุด

ร่วมถอดบทเรียนกระบวนการจัดการผืนป่าตะวันตก 20 ล้านไร่ นำไปสู่ทิศทางการจัดการผืนป่าใหญ่ในอนาคตได้ที่งาน “25 ปี มรดกโลก ทุ่งใหญ่-ห้วยขาแข้ง” ซึ่งจะจัดขึ้นในวันอังคารที่ 13 ธันวาคม 2559 ณ ห้องประชุมอารีย์สัมพันธ์ กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กรุงเทพมหานคร
บทความโดย พัชริดา พงษปภัสร์ เจ้าหน้าที่ฝ่ายสื่อสารองค์กร มูลนิธิสืบนาคะเสถียร

 

รับข่าวสาร


บทความที่เกี่ยวข้อง