• Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
หน้าแรก อ่านข่าวย้อนหลัง ข่าว ประชาสัมพันธ์ 'โรงไฟฟ้าถ่านหิน' โรงสุดท้ายในอังกฤษ

'โรงไฟฟ้าถ่านหิน' โรงสุดท้ายในอังกฤษ

อีเมล พิมพ์ PDF
โรงไฟฟ้าถ่านหินโรงสุดท้ายในอังกฤษ
โรงไฟฟ้าถ่านหินโรงสุดท้ายในอังกฤษจะถูกบังคับให้หยุดดำเนินการภายในปี พ.ศ. 2563 ตามแผนที่รัฐบาลประกาศไว้เมื่อปีที่ผ่านมาว่าจะดำเนินการเปลี่ยนผ่านสู่ประเทศที่ปลอดเชื้อเพลิงฟอสซิลที่สร้างมลภาวะ
โรงไฟฟ้าถ่านหินจะถูกทดแทนด้วยแก๊สธรรมชาติหรือแหล่งพลังงานอื่นๆ เพื่อที่อังกฤษจะสามารถบรรลุตามสัญญาที่ให้ไว้ในการลงนามข้อตกลงปารีส
อย่างไรก็ดี มีการเผยแพร่ว่าแผนเปลี่ยนผ่านอาจล่าช้า โดยเจ้าหน้าที่ยอมรับว่าโรงไฟฟ้าถ่านหินโรงสุดท้ายมีแนวโน้มจะหยุดดำเนินการในปี พ.ศ. 2565 แม้ว่าจะมีการแทรกแซงจากภาครัฐหรือไม่ก็ตาม
Greg Clark รัฐมนตรีกระทรวงพลังงานกล่าวว่า แผนดังกล่าวเป็นสัญญาณชัดเจนต่อเวทีโลกว่าอังกฤษเป็นสถานที่ที่เหมาะกับการลงทุนในพลังงานสะอาด “การหยุดดำเนินการโรงไฟฟ้าถ่านหินและเปลี่ยนเป็นเทคโนโลยีที่สะอาดขึ้น เช่น การใช้แก๊สธรรมชาติ จะช่วยลดการปลดปล่อยแก๊สเรือนกระจกของอังกฤษอย่างมีนัยสำคัญ” เขากล่าว
รัฐบาลยังประกาศว่าพลังงานหมุนเวียนจะได้รับการอุดหนุน 730 ล้านปอนด์จากรัฐสภาฯ โดยงบประมาณอุดหนุนก้อนแรกจะเปิดให้ขอรับได้ในเดือนเมษายนปีหน้า มูลค่าประมาณ 290 ล้านปอนด์ โดยมีแนวโน้มว่าผู้ที่จะได้รับเงินอุดหนุนคือผู้พัฒนาฟาร์มพลังงานลมที่อยู่นอกชายฝั่ง ซึ่งจะได้รับทุนประมาณ 105 ปอนด์ต่อกำลังการผลิตหนึ่งเมกะวัตต์-ชั่วโมงสำหรับโครงการที่จะก่อสร้างในปี พ.ศ. 2564 ซึ่งนับว่าต่ำลงมากหากเทียบกับงบประมาณที่จะใช้ในปี พ.ศ. 2561 ซึ่งจะอุดหนุนราว 135 ปอนด์ต่อกำลังการผลิตหนึ่งเมกะวัตต์-ชั่วโมง
เหตุการณ์ไม่นานมานี้ยืนยันว่าโรงไฟฟ้าถ่านหินสามารถปิดตัวลงได้โดยใช้เวลาไม่นาน การวิเคราะห์ของสำนักงานเพื่อธุรกิจ พลังงาน และกลยุทธ์อุตสาหกรรม ประเทศอังกฤษ ระบุว่าการปิดโรงไฟฟ้าถ่านหินจะไม่สร้างความเสี่ยงต่ออุปทานไฟฟ้าในระบบ
สำนักงานฯ ยังแนะนำสองทางเลือกที่จะบังคับให้โรงไฟฟ้าถ่านหิน 8 โรงสุดท้ายในอังกฤษปิดตัวลงภายในปี พ.ศ. 2568 เป็นอย่างช้า คือการเปลี่ยนแปลงมาตรฐานการปลดปล่อยแก๊สเรือนกระจกจากอุตสาหกรรมพลังงาน (Emission Power Standard) โดยระบุเพดานการปลดปล่อยแก๊สคาร์บอนต่อปีตามกำลังการผลิต ซึ่งจะทำให้โรงไฟฟ้าถ่านหินที่มีอายุค่อนข้างมากในอังกฤษไม่สามารถทำตามกฎหมายได้
เจ้าหน้าที่หลายคนคาดว่า ผลกระทบจากมลภาวะทางอากาศและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทำให้ถ่านหินไม่คุ้มค่าทางเศรษฐกิจอีกต่อไป สถานการณ์ที่น่าจะเป็นไปได้มากที่สุดคือโรงไฟฟ้าถ่านหินทั้งหมดจะปิดตัวลงภายในปี พ.ศ. 2565 แต่อย่างไรก็ดี ราคาถ่านหินที่ตกต่ำอาจทำให้โรงไฟฟ้ายังคงดำเนินการจนถึงปี พ.ศ. 2573 ความไม่แน่นอนดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งที่ยืนยันว่าหากรัฐบาลอังกฤษต้องการดำเนินการตามนโยบาย ก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะใช้มาตรการแทรกแซง
Ben Caldecott จากสถาบันคลังสมอง Bright Blue เรียกร้องให้มีการระบุเส้นตามของการดำเนินการโรงไฟฟ้าถ่านหินที่ชัดเจน “การหยุดใช้ถ่านหินนั้นสร้างประโยชน์อย่างมีนัยสำคัญ คือยิ่งหยุดเร็วเท่าไหร่ก็ยิ่งดีเท่านั้น ผมเชื่อว่าหากขยับเส้นตายการปิดโรงไฟฟ้าถ่านหินมาเป็นปี 2563 จะสร้างความเชื่อมั่นต่อนักลงทุนและสร้างความมั่นคงให้กับอุปทานไฟฟ้าของอังกฤษ”
Christiana Figueres อดีตผู้จัดการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศขององค์การสหประชาชาติแสดงความเห็นต่อกรณีดังกล่าวว่า “ขอแสดงความยินกับรัฐบาลอังกฤษสำหรับแผนการลดใช้พลังงานถ่านหิน ถ่านหินควรเป็นพลังงานในประวัติศาสตร์ ส่วนแรงงานในอุตสาหกรรมถ่านหินก็ควรได้รับโอกาสใหม่ในการทำงานในอุตสาหกรรมของอนาคต”
รัฐบาลอังกฤษไม่ได้มองข้ามผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการปิดโรงไฟฟ้าถ่านหิน โดยระบุว่าการปิดโรงไฟฟ้าอาจ “ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อชุมชน” เนื่องจากมีการจ้างงานทางตรงราว 100 – 500 คน
ทางออกเดียวที่โรงไฟฟ้าถ่านหินจะดำเนินการต่อได้คือการติดตั้งเทคโนโลยีดักจับและกักเก็บแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งมีแนวโน้มค่อนข้างต่ำ อีกทางเลือกหนึ่งคือการเปลี่ยนมาเผาเชื้อเพลิงชนิดอื่น เช่น เชื้อเพลิงชีวมวล ซึ่งโรงไฟฟ้าถ่านหิน Drax ซึ่งมีกำลังการผลิตมากที่สุดในประเทศอังกฤษ ก็ตัดสินใจใช้ทางเลือกดังกล่าว
“เราทราบดีว่าถ่านหินเป็นเชื้อเพลิงสำหรับอดีตและได้ปรับปรุงโรงไฟฟ้าถ่านหินของเรากว่าครึ่งให้สามารถใช้เชื้อเพลิงชีวมวลที่สามารถปลูกมาทดแทนได้ ทำให้พลังงานไฟฟ้าส่วนใหญ่ที่เราผลิตได้ตอนนี้มีความยั่งยืน คาร์บอนต่ำ พึ่งพาได้ และสามารถซื้อหาได้” โฆษกของโรงไฟฟ้า Drax ให้สัมภาษณ์
อย่างไรก็ดี ClientEarth องค์กรภาคเอกชนด้านสิ่งแวดล้อมที่ประสบความสำเร็จในการฟ้องร้องคดีโดยมีโจทก์เป็นรัฐบาลอังกฤษในกรณีมลภาวะด้านอากาศระบุว่า เขายินดีที่รัฐบาลมีนโยบายลดใช้พลังงานถ่านหิน แต่การพัฒนาแหล่งพลังงานใหม่ควรเน้นที่พลังงานสะอาดมากกว่าการทดแทนด้วยแก๊สธรรมชาติ
ถอดความบางส่วนและเรียบเรียงจาก Britain's last coal power plants to close by 2025 โดย Adam Vaughan เข้าถึงได้ที่ https://www.theguardian.com/environment/2016/nov/09/britains-last-coal-power-plants-to-close-by-2025
ถอดความและเรียบเรียงโดย รพีพัฒน์ อิงคสิทธิ์
โรงไฟฟ้าถ่านหินโรงสุดท้ายในอังกฤษ'โรงไฟฟ้าถ่านหิน' โรงสุดท้ายในอังกฤษ จะถูกบังคับให้หยุดดำเนินการภายในปี พ.ศ. 2563 ตามแผนที่รัฐบาลประกาศไว้เมื่อปีที่ผ่านมาว่าจะดำเนินการเปลี่ยนผ่านสู่ประเทศที่ปลอดเชื้อเพลิงฟอสซิลที่สร้างมลภาวะ

โรงไฟฟ้าถ่านหินจะถูกทดแทนด้วยแก๊สธรรมชาติหรือแหล่งพลังงานอื่นๆ เพื่อที่อังกฤษจะสามารถบรรลุตามสัญญาที่ให้ไว้ในการลงนามข้อตกลงปารีส  

อย่างไรก็ดี มีการเผยแพร่ว่าแผนเปลี่ยนผ่านอาจล่าช้า โดยเจ้าหน้าที่ยอมรับว่าโรงไฟฟ้าถ่านหินโรงสุดท้ายมีแนวโน้มจะหยุดดำเนินการในปี พ.ศ. 2565 แม้ว่าจะมีการแทรกแซงจากภาครัฐหรือไม่ก็ตาม

Greg Clark รัฐมนตรีกระทรวงพลังงานกล่าวว่า แผนดังกล่าวเป็นสัญญาณชัดเจนต่อเวทีโลกว่าอังกฤษเป็นสถานที่ที่เหมาะกับการลงทุนในพลังงานสะอาด “การหยุดดำเนินการโรงไฟฟ้าถ่านหินและเปลี่ยนเป็นเทคโนโลยีที่สะอาดขึ้น เช่น การใช้แก๊สธรรมชาติ จะช่วยลดการปลดปล่อยแก๊สเรือนกระจกของอังกฤษอย่างมีนัยสำคัญ” เขากล่าว

รัฐบาลยังประกาศว่าพลังงานหมุนเวียนจะได้รับการอุดหนุน 730 ล้านปอนด์จากรัฐสภาฯ โดยงบประมาณอุดหนุนก้อนแรกจะเปิดให้ขอรับได้ในเดือนเมษายนปีหน้า มูลค่าประมาณ 290 ล้านปอนด์ โดยมีแนวโน้มว่าผู้ที่จะได้รับเงินอุดหนุนคือผู้พัฒนาฟาร์มพลังงานลมที่อยู่นอกชายฝั่ง ซึ่งจะได้รับทุนประมาณ 105 ปอนด์ต่อกำลังการผลิตหนึ่งเมกะวัตต์-ชั่วโมงสำหรับโครงการที่จะก่อสร้างในปี พ.ศ. 2564 ซึ่งนับว่าต่ำลงมากหากเทียบกับงบประมาณที่จะใช้ในปี พ.ศ. 2561 ซึ่งจะอุดหนุนราว 135 ปอนด์ต่อกำลังการผลิตหนึ่งเมกะวัตต์-ชั่วโมง
.
.
โรงไฟฟ้าถ่านหินโรงสุดท้ายในอังกฤษ
.
.
เหตุการณ์ไม่นานมานี้ยืนยันว่าโรงไฟฟ้าถ่านหินสามารถปิดตัวลงได้โดยใช้เวลาไม่นาน การวิเคราะห์ของสำนักงานเพื่อธุรกิจ พลังงาน และกลยุทธ์อุตสาหกรรม ประเทศอังกฤษ ระบุว่าการปิดโรงไฟฟ้าถ่านหินจะไม่สร้างความเสี่ยงต่ออุปทานไฟฟ้าในระบบ

สำนักงานฯ ยังแนะนำสองทางเลือกที่จะบังคับให้โรงไฟฟ้าถ่านหิน 8 โรงสุดท้ายในอังกฤษปิดตัวลงภายในปี พ.ศ. 2568 เป็นอย่างช้า คือการเปลี่ยนแปลงมาตรฐานการปลดปล่อยแก๊สเรือนกระจกจากอุตสาหกรรมพลังงาน (Emission Power Standard) โดยระบุเพดานการปลดปล่อยแก๊สคาร์บอนต่อปีตามกำลังการผลิต ซึ่งจะทำให้โรงไฟฟ้าถ่านหินที่มีอายุค่อนข้างมากในอังกฤษไม่สามารถทำตามกฎหมายได้

เจ้าหน้าที่หลายคนคาดว่า ผลกระทบจากมลภาวะทางอากาศและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทำให้ถ่านหินไม่คุ้มค่าทางเศรษฐกิจอีกต่อไป สถานการณ์ที่น่าจะเป็นไปได้มากที่สุดคือโรงไฟฟ้าถ่านหินทั้งหมดจะปิดตัวลงภายในปี พ.ศ. 2565 แต่อย่างไรก็ดี ราคาถ่านหินที่ตกต่ำอาจทำให้โรงไฟฟ้ายังคงดำเนินการจนถึงปี พ.ศ. 2573 ความไม่แน่นอนดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งที่ยืนยันว่าหากรัฐบาลอังกฤษต้องการดำเนินการตามนโยบาย ก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะใช้มาตรการแทรกแซง

Ben Caldecott จากสถาบันคลังสมอง Bright Blue เรียกร้องให้มีการระบุเส้นตามของการดำเนินการโรงไฟฟ้าถ่านหินที่ชัดเจน “การหยุดใช้ถ่านหินนั้นสร้างประโยชน์อย่างมีนัยสำคัญ คือยิ่งหยุดเร็วเท่าไหร่ก็ยิ่งดีเท่านั้น ผมเชื่อว่าหากขยับเส้นตายการปิดโรงไฟฟ้าถ่านหินมาเป็นปี 2563 จะสร้างความเชื่อมั่นต่อนักลงทุนและสร้างความมั่นคงให้กับอุปทานไฟฟ้าของอังกฤษ”

Christiana Figueres อดีตผู้จัดการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศขององค์การสหประชาชาติแสดงความเห็นต่อกรณีดังกล่าวว่า “ขอแสดงความยินกับรัฐบาลอังกฤษสำหรับแผนการลดใช้พลังงานถ่านหิน ถ่านหินควรเป็นพลังงานในประวัติศาสตร์ ส่วนแรงงานในอุตสาหกรรมถ่านหินก็ควรได้รับโอกาสใหม่ในการทำงานในอุตสาหกรรมของอนาคต”

รัฐบาลอังกฤษไม่ได้มองข้ามผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการปิดโรงไฟฟ้าถ่านหิน โดยระบุว่าการปิดโรงไฟฟ้าอาจ “ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อชุมชน” เนื่องจากมีการจ้างงานทางตรงราว 100 – 500 คน

ทางออกเดียวที่โรงไฟฟ้าถ่านหินจะดำเนินการต่อได้คือการติดตั้งเทคโนโลยีดักจับและกักเก็บแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งมีแนวโน้มค่อนข้างต่ำ อีกทางเลือกหนึ่งคือการเปลี่ยนมาเผาเชื้อเพลิงชนิดอื่น เช่น เชื้อเพลิงชีวมวล ซึ่งโรงไฟฟ้าถ่านหิน Drax ซึ่งมีกำลังการผลิตมากที่สุดในประเทศอังกฤษ ก็ตัดสินใจใช้ทางเลือกดังกล่าว

“เราทราบดีว่าถ่านหินเป็นเชื้อเพลิงสำหรับอดีตและได้ปรับปรุงโรงไฟฟ้าถ่านหินของเรากว่าครึ่งให้สามารถใช้เชื้อเพลิงชีวมวลที่สามารถปลูกมาทดแทนได้ ทำให้พลังงานไฟฟ้าส่วนใหญ่ที่เราผลิตได้ตอนนี้มีความยั่งยืน คาร์บอนต่ำ พึ่งพาได้ และสามารถซื้อหาได้” โฆษกของโรงไฟฟ้า Drax ให้สัมภาษณ์

อย่างไรก็ดี ClientEarth องค์กรภาคเอกชนด้านสิ่งแวดล้อมที่ประสบความสำเร็จในการฟ้องร้องคดีโดยมีโจทก์เป็นรัฐบาลอังกฤษในกรณีมลภาวะด้านอากาศระบุว่า เขายินดีที่รัฐบาลมีนโยบายลดใช้พลังงานถ่านหิน แต่การพัฒนาแหล่งพลังงานใหม่ควรเน้นที่พลังงานสะอาดมากกว่าการทดแทนด้วยแก๊สธรรมชาติ

ถอดความบางส่วนและเรียบเรียงจาก Britain's last coal power plants to close by 2025 โดย Adam Vaughan เข้าถึงได้ที่ https://www.theguardian.com/environment/2016/nov/09/britains-last-coal-power-plants-to-close-by-2025
ถอดความและเรียบเรียงโดย รพีพัฒน์ อิงคสิทธิ์

 

รับข่าวสาร


บทความที่เกี่ยวข้อง