• Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
หน้าแรก เราทำงานให้พี่สืบ ศศิน เฉลิมลาภ บทความโดยศศิน เฉลิมลาภ คิดยกกำลัง 2 : ถ้าทรัมพ์ถอนตัวจากข้อตกลงปารีสลดโลกร้อน

คิดยกกำลัง 2 : ถ้าทรัมพ์ถอนตัวจากข้อตกลงปารีสลดโลกร้อน

อีเมล พิมพ์ PDF
โดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีคนที่ 45 ของสหรัฐอเมริกา แสดงจุดยืนอกมาแล้วต้องการยกเลิกสัตยาบันของสหรัฐฯที่เข้าร่วมข้อตกลงเพื่อลดอุณหภูมิลง ซึ่งได้มีการลงนามไปก่อนหน้าที่แล้ว Conference of Parties การประชุมรัฐภาคีอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศสมัยที่ 21 (COP21 หรือ ) ณ กรุงปารีส สาธารณรัฐฝรั่งเศส ได้รับรองความตกลงปารีส (Paris Agreement) (12 ธ.ค. 58) และมีประเทศจีนเข้าร่วมด้วย
ถ้าประธานาธิบดีทรัมป์ถอนสหรัฐฯออกมาจริงจะเกิดอะไรขึ้นกับการลดอุณหภูมิโลก ?
ศศิน เฉลิมลาภ ประธานมูลนิธิสืบนาคะเสถียร มองแนวโน้มการเดินหน้าถอนตัวของโดนัล ทรัมป์ ว่าอาจเป็นการหาเสียงเฉยๆ หรือเปล่า ผมว่าทรัมป์จับจุดคนอเมริกันยุครุ่งเรือง ผมเข้าไปในเว็บไซต์การไฟฟ้าฝ่ายผลิต ในบทความ : นโยบายพลังงานอเมริกายุคทรัมป์ ส่งสัญญาณสงบศึกฟอสซิล (เชื่อมลิ้งค์ https://goo.gl/rVlEku) เพราะในยุคของบารัค โอบามา เรียกนโยบายส่งเสริมการลดการใช้ถ่านหินว่าเป็น สงครามของถ่านหิน
จริงๆ แล้วที่ผ่านมาสหรัฐฯพยายามเลี่ยงการร่วมมือในการลดโลกร้อนมาโดยตลอด จนมาถึงยุคของโอบามา สหรัฐอเมริกาเริ่มเข้ามามีบทบาทด้านการรักษาสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ช่วงเปลี่ยนผ่านยุคเช่นนี้จึงเป็นสิ่งสำคัญที่เราต้องคอยจับตาดูว่าทรัมป์เดินหน้าไปอย่างที่เขาหาเสียงหรือไม่
กราฟการปล่อยคาร์บอนไดออไซด์ลดระดับลงในยุคของโอบามา และมีเป้าหมายอีก 14 ปี ข้างหน้าจะลดลงอีกราว 20% ทรัมป์ก็คิดว่าศักยภาพของฟอสซิลที่จะส่งน้ำมันจากแคนาดา จีน สหรัฐฯ และยุโรป รวมถึงอินเดีย แค่นี้ก็ปล่อยฟอสซิลมาทั้งโลกอยู่แล้ว ถ้าสหรัฐฯออกจากกระแสนี้ไปกับจีน สิ่งที่นักวิทยาศาสตร์ด้านสิ่งแวดล้อมพยายามมาโดยตลอดนั้นสูญเปล่า แต่กระแสการอนุรักษ์อาจตีกลับช่วยให้นักสิ่งแวดล้อมทำงานมากขึ้นก็ได้
“ปัญหาโลกร้อนเป็นเรื่องลวงโลก” ทำไมทรัมป์ถึงต้องพูดขนาดนั้น ?
อาจเพราะการรณรงค์การแก้ไข “ปัญหาโลกร้อน” ทำให้คนเกิดความรู้สึกหวาดกลัวและเป็นการขัดขวางการพัฒนาโดยใช้เทคโนโลยีแบบเก่า ทรัมป์มีแนวคิดการยกเลิกแผนนโยบาย (1)Climate Action Plan (2)Clean Power Plan ซึ่งเป็นแผนลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่จัดทำในยุคโอบามา โดยทั้งสองแผนนี้เป็นมาตรการที่สหรัฐให้คำมั่นกับผู้นำทั้ง 197 ประเทศ ในการประชุม COP21
ก่อให้เกิดการตอบรับจาก ไมรอน อีเบลล์ (Myron Ebell) ที่จะได้ขึ้นเป็นผู้บริหารสำนักงานปกป้องสิ่งแวดล้อมของประเทศ โดยการไม่สนับสนุนนโยบายด้านภาษีแก่ธุรกิจพลังงานหมุนเวียน เพื่อตอบสนองนโยบายของทรัมป์ ด้านทรัมป์เองก็เสนอให้ปล่อยก๊าซเพิ่มได้อีก 16% ทางองค์กรสิ่งแวดล้อมจึงออกมาต่อสู้และกล่าวว่า “ชัยชนะของทรัมป์คือหายนะ” เกิดเป็นกระแสตีกลับจากองค์กรด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมที่จะดิ้นรนต่อสู่เพื่อหาข้อมูลต่อไป เคยมีคนกล่าวเอาไว้ว่า ภูมิอากาศเหนือกว่าทุกอย่าง ไม่ว่าใครจะเป็นประธานาธิบดีก็ไม่อาจปฏิเสธความจริงเรื่องสภาวะโลกร้อนไม่ได้
หากสหรัฐฯถอนตัวออกมาจะทำให้ขบวนข้อตกลงปารีสล้มไหม?
ทรัมป์มีเป้าหมายที่จะปฏิสัมพันธ์กับประเทศจีนและรัสเซีย ข่าวหลังการชนะเลือกตั้ง ทรัมป์ได้อ่อนท่าทีลง “ขณะที่เราให้ความสำคัญกับชาวอเมริกันก่อนเนี่ย แต่เราก็จะให้ความสำคัญและติดต่อประสานกับทุกคนอย่างเป็นธรรม หาจุดร่วมไม่เป็นศัตรูกัน เราจะเป็นหุ้นส่วน ไม่มีข้อขัดแย้ง” จึงช่วยคลายความกังวลให้ประชาชนในประเทศและนานาชาติได้ในระดับหนึ่ง
อีกด้านหนึ่งผมมองว่าความก้าวร้าวในมุมมองด้านสิ่งแวดล้อมของทรัมป์ เป็นสิ่งที่ช่วยปลุกกระแสการอนุรักษ์ฟื้นฟูขึ้นกว่าเดิม “ในมุมมองของผม เมื่อมีคนอยากทำลายสิ่งแวดล้อมไม่สามารถทำให้เราอ่อนแอลง เราจะกระตือรือร้นและเข้มแข็งขึ้น ในขณะเดียวกันสาธารณะชนจะให้ความสนใจประเด็นส่งแวดล้อมและได้รับข้อมูลมากขึ้น ยิ่งทรัมป์ได้ทำแบบนี้ยิ่งก่อให้เกิดเวทีสาธารณะของสิ่งแวดล้อมได้เลย”
คงมีแต่เวลาจะเป็นข้อพิสูจน์ทิศทางนโยบายของโดนัล ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีคนที่ 45 ของสหรัฐอเมริกา จะปรากฏออกมาในรูปแบบใด โดยเฉพาะเรื่องสิ่งแวดล้อม
โดนัล ทรัมป์โดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีคนที่ 45 ของสหรัฐอเมริกา แสดงจุดยืนอกมาแล้วต้องการยกเลิกสัตยาบันของสหรัฐฯที่เข้าร่วมข้อตกลงเพื่อลดอุณหภูมิลง ซึ่งได้มีการลงนามไปก่อนหน้าที่แล้ว Conference of Parties การประชุมรัฐภาคีอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศสมัยที่ 21 (COP21 หรือ ) ณ กรุงปารีส สาธารณรัฐฝรั่งเศส ได้รับรองความตกลงปารีส (Paris Agreement) (12 ธ.ค. 58) และมีประเทศจีนเข้าร่วมด้วย

ถ้าประธานาธิบดีทรัมป์ถอนสหรัฐฯออกมาจริงจะเกิดอะไรขึ้นกับการลดอุณหภูมิโลก ?

ศศิน เฉลิมลาภ ประธานมูลนิธิสืบนาคะเสถียร มองแนวโน้มการเดินหน้าถอนตัวของโดนัล ทรัมป์ ว่าอาจเป็นการหาเสียงเฉยๆ หรือเปล่า ผมว่าทรัมป์จับจุดคนอเมริกันยุครุ่งเรือง ผมเข้าไปในเว็บไซต์การไฟฟ้าฝ่ายผลิต ในบทความ : นโยบายพลังงานอเมริกายุคทรัมป์ ส่งสัญญาณสงบศึกฟอสซิล เพราะในยุคของบารัค โอบามา เรียกนโยบายส่งเสริมการลดการใช้ถ่านหินว่าเป็น สงครามของถ่านหิน

จริงๆ แล้วที่ผ่านมาสหรัฐฯพยายามเลี่ยงการร่วมมือในการลดโลกร้อนมาโดยตลอด จนมาถึงยุคของโอบามา สหรัฐอเมริกาเริ่มเข้ามามีบทบาทด้านการรักษาสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ช่วงเปลี่ยนผ่านยุคเช่นนี้จึงเป็นสิ่งสำคัญที่เราต้องคอยจับตาดูว่าทรัมป์เดินหน้าไปอย่างที่เขาหาเสียงหรือไม่

กราฟการปล่อยคาร์บอนไดออไซด์ลดระดับลงในยุคของโอบามา และมีเป้าหมายอีก 14 ปี ข้างหน้าจะลดลงอีกราว 20% ทรัมป์ก็คิดว่าศักยภาพของฟอสซิลที่จะส่งน้ำมันจากแคนาดา จีน สหรัฐฯ และยุโรป รวมถึงอินเดีย แค่นี้ก็ปล่อยฟอสซิลมาทั้งโลกอยู่แล้ว ถ้าสหรัฐฯออกจากกระแสนี้ไปกับจีน สิ่งที่นักวิทยาศาสตร์ด้านสิ่งแวดล้อมพยายามมาโดยตลอดนั้นสูญเปล่า แต่กระแสการอนุรักษ์อาจตีกลับช่วยให้นักสิ่งแวดล้อมทำงานมากขึ้นก็ได้

เปรียบการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และสัตยาบันการลดของประเทศสหรัฐและจีนจาการประชุม COP21
เปรียบการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และสัตยาบันการลดของประเทศสหรัฐและจีนจาการประชุม COP21
.
..
“ปัญหาโลกร้อนเป็นเรื่องลวงโลก” ทำไมทรัมป์ถึงต้องพูดขนาดนั้น ?

อาจเพราะการรณรงค์การแก้ไข “ปัญหาโลกร้อน” ทำให้คนเกิดความรู้สึกหวาดกลัวและเป็นการขัดขวางการพัฒนาโดยใช้เทคโนโลยีแบบเก่า ทรัมป์มีแนวคิดการยกเลิกแผนนโยบาย (1)Climate Action Plan (2)Clean Power Plan ซึ่งเป็นแผนลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่จัดทำในยุคโอบามา โดยทั้งสองแผนนี้เป็นมาตรการที่สหรัฐให้คำมั่นกับผู้นำทั้ง 197 ประเทศ ในการประชุม COP21

ก่อให้เกิดการตอบรับจาก ไมรอน อีเบลล์ (Myron Ebell) ที่จะได้ขึ้นเป็นผู้บริหารสำนักงานปกป้องสิ่งแวดล้อมของประเทศ โดยการไม่สนับสนุนนโยบายด้านภาษีแก่ธุรกิจพลังงานหมุนเวียน เพื่อตอบสนองนโยบายของทรัมป์ ด้านทรัมป์เองก็เสนอให้ปล่อยก๊าซเพิ่มได้อีก 16% ทางองค์กรสิ่งแวดล้อมจึงออกมาต่อสู้และกล่าวว่า “ชัยชนะของทรัมป์คือหายนะ” เกิดเป็นกระแสตีกลับจากองค์กรด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมที่จะดิ้นรนต่อสู่เพื่อหาข้อมูลต่อไป เคยมีคนกล่าวเอาไว้ว่า ภูมิอากาศเหนือกว่าทุกอย่าง ไม่ว่าใครจะเป็นประธานาธิบดีก็ไม่อาจปฏิเสธความจริงเรื่องสภาวะโลกร้อนไม่ได้

หากสหรัฐฯถอนตัวออกมาจะทำให้ขบวนข้อตกลงปารีสล้มไหม ?

ทรัมป์มีเป้าหมายที่จะปฏิสัมพันธ์กับประเทศจีนและรัสเซีย ข่าวหลังการชนะเลือกตั้ง ทรัมป์ได้อ่อนท่าทีลง “ขณะที่เราให้ความสำคัญกับชาวอเมริกันก่อนเนี่ย แต่เราก็จะให้ความสำคัญและติดต่อประสานกับทุกคนอย่างเป็นธรรม หาจุดร่วมไม่เป็นศัตรูกัน เราจะเป็นหุ้นส่วน ไม่มีข้อขัดแย้ง” จึงช่วยคลายความกังวลให้ประชาชนในประเทศและนานาชาติได้ในระดับหนึ่ง

ศศิน เฉลิมลาภ
ศศิน เฉลิมลาภ ประธานมูลนิธิสืบนาคะเสถียร
.
...
อีกด้านหนึ่งผมมองว่าความก้าวร้าวในมุมมองด้านสิ่งแวดล้อมของทรัมป์ เป็นสิ่งที่ช่วยปลุกกระแสการอนุรักษ์ฟื้นฟูขึ้นกว่าเดิม “ในมุมมองของผม เมื่อมีคนอยากทำลายสิ่งแวดล้อมไม่สามารถทำให้เราอ่อนแอลง เราจะกระตือรือร้นและเข้มแข็งขึ้น ในขณะเดียวกันสาธารณะชนจะให้ความสนใจประเด็นส่งแวดล้อมและได้รับข้อมูลมากขึ้น ยิ่งทรัมป์ได้ทำแบบนี้ยิ่งก่อให้เกิดเวทีสาธารณะของสิ่งแวดล้อมได้เลย”

คงมีแต่เวลาจะเป็นข้อพิสูจน์ทิศทางนโยบายของโดนัล ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีคนที่ 45 ของสหรัฐอเมริกา จะปรากฏออกมาในรูปแบบใด โดยเฉพาะเรื่องสิ่งแวดล้อม



 

รับข่าวสาร


บทความที่เกี่ยวข้อง