• Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
หน้าแรก อ่านข่าวย้อนหลัง ข่าว ประชาสัมพันธ์ 2 ปีเศษ รัฐบาล คสช. หมดปัญญาแก้ไขปัญหาเขื่อนปากมูล

2 ปีเศษ รัฐบาล คสช. หมดปัญญาแก้ไขปัญหาเขื่อนปากมูล

อีเมล พิมพ์ PDF
2 ปีเศษ รัฐบาล คสช. หมดปัญญาแก้ไขปัญหาเขื่อนปากมูล
จากกรณี 7 นักวิชาการในคณะกรรมการอำนวยการแก้ไขปัญหาเขื่อนปากมูล ตัดสินใจลาออกจากการเป็นกรรมการฯ ด้วยสาเหตุที่ไม่สามารถทนรับกับสภาพการไม่จริงใจของรัฐบาลที่ไม่ดำเนินการแก้ไขปัญหาเขื่อนปากมูลอย่างจริงจัง โดยเฉพาะการตัดสินใจของอนุกรรมการฯ ที่มีมติให้ปิดเขื่อนปากมูลเมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2559 ที่ผ่านมา อันเป็นมติที่ขัดแย้งกับหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการอำนวยการฯ กำหนดไว้ ในขณะที่นักวิชาการที่เป็นกรรมการได้เรียกร้องให้มีการเรียกประชุมเพื่อยับยั้งมติอนุกรรมการฯ ดังกล่าว แต่รัฐบาลก็ไม่ฟังเสียงทัดทานแต่อย่างใด จนนำไปสู่ “ฟางเส้นสุดท้าย” คือการตัดสินใจลาออก
สมัชชาคนจน กรณีเขื่อนปากมูล ขอน้อมรับต่อการตัดสินใจของนักวิชาการทั้ง 7 ท่าน และขอขอบพระคุณนักวิชาการทุกท่าน ที่ได้ใช้ความรู้ ความสามารถในการแสวงหาทางออกต่อการแก้ไขปัญหาเขื่อนปากมูล อย่างจริงจังด้วยความบริสุทธิ์ใจมาโดยตลอด และแม้ว่าในหลายครั้งความรู้ทางวิชาการจะถูกท้าทายด้วยความไม่จริงใจของราชการและรัฐบาลก็ตาม ดังนั้นตลอดช่วงระยะเวลากว่า 2 ปี ที่ผ่านมาได้พิสูจน์แล้วว่า รัฐบาลไร้สมรรถภาพ ขาดสิติปัญญา ที่จะแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนที่เกิดจากการสร้างเขื่อนปากมูล หากแต่ แหกตา ปาหี่ สังคมไปวันๆ เท่านั้น
การลาออกของนักวิชาการในครั้งนี้ ถือว่าคณะกรรมการอำนวยการแก้ไขปัญหาเขื่อนปากมูล ได้สิ้นสุดความชอบธรรมในการปฏิบัติหน้าที่ลงแล้ว สมัชชาคนจน กรณีเขื่อนปากมูล ขอแสดงจุดยืน ดังนี้
1 ขอประนามรัฐบาล ในความไม่จริงใจ ที่จะใช้ความรู้ที่มีค่า มาแก้ไขปัญหาเขื่อนปากมูล
2 การดำเนินการใด ใด ของ คสช. ของรัฐบาล และของคณะกรรมการอำนวยการ ฯ ที่จะมีขึ้นนับจากนี้เป็นต้น สมัชชาคนจน กรณีเขื่อนปากมูล จะไม่ขอยอมรับ จนกว่าจะมีการกำหนดกรอบการทำงานร่วมกับพวกเรา
3 ในระหว่างที่ยังไม่มีกรอบการทำงานที่ชัดเจน คสช. รัฐบาล และการไฟฟ้า ฯ ต้องไม่ดำเนินการใด ใด ที่จะนำไปสู่การเผชิญหน้า ความขัดแย้ง รวมทั้งจะต้องไม่มีการปิดประตูเขื่อนปากมูลอย่างเด็ดขาด
4 จะต้องมีการเจรจา อย่างเสมอหน้า เพื่อกำหนดกรอบการทำงานแก้ไขปัญหาเขื่อนปากมูลภายใน 30 วัน
ในช่วง 2 ปีเศษที่ผ่านมา สมัชชาคนจน กรณีเขื่อนปากมูล มีความหวังว่าคณะกรรมการอำนวยการแก้ไขปัญหาเขื่อนปากมูล ชุดดังกล่าว มีองค์ประกอบที่ดีที่สุดเท่าทีเคยมีมา เป็นความหวังของพวกเราว่า ปัญหาความเดือดร้อนจากการสร้างเขื่อนปากมูลที่หมักหมมมากว่า 26 ปี จะได้รับการแก้ไขอย่างจริงจัง เป็นรูปธรรม แต่ความหวังครั้งนี้ก็พังลงเพราะความไม่จริงใจของ คสช.และรัฐบาล
อย่างไรก็ตาม พวกเราจะไม่ยอมนิ่งเฉย หรือยอมจำนนต่อความไม่จริงใจของ คสช.และรัฐบาล พวกเราจำเป็นต้องเดินหน้า ผลักดันให้ปัญหาที่เกิดจากเขื่อนปากมูลได้รับการแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป
เชื่อมั่นในพลังประชาชน
สมัชชาคนจน  กรณีเขื่อนปากมูล
27 พฤศจิกายน 2559
อ่านข่าว นักวิชาการแก้ปัญหาเขื่อนปากมูลลาออกจากตำแหน่ง [http://www.seub.or.th/index.php?option=com_content&view=article&id=2041:seubnews&catid=5:2009-10-07-10-58-20&Itemid=14]
ที่มา : ศูนย์ภูมิปัญญาไทบ้านปากมูน
2 ปีเศษ รัฐบาล คสช. หมดปัญญาแก้ไขปัญหาเขื่อนปากมูลจากกรณี 7 นักวิชาการในคณะกรรมการอำนวยการแก้ไขปัญหาเขื่อนปากมูล ตัดสินใจลาออกจากการเป็นกรรมการฯ ด้วยสาเหตุที่ไม่สามารถทนรับกับสภาพการไม่จริงใจของรัฐบาลที่ไม่ดำเนินการแก้ไขปัญหาเขื่อนปากมูลอย่างจริงจัง โดยเฉพาะการตัดสินใจของอนุกรรมการฯ ที่มีมติให้ปิดเขื่อนปากมูลเมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2559 ที่ผ่านมา อันเป็นมติที่ขัดแย้งกับหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการอำนวยการฯ กำหนดไว้ ในขณะที่นักวิชาการที่เป็นกรรมการได้เรียกร้องให้มีการเรียกประชุมเพื่อยับยั้งมติอนุกรรมการฯ ดังกล่าว แต่รัฐบาลก็ไม่ฟังเสียงทัดทานแต่อย่างใด จนนำไปสู่ “ฟางเส้นสุดท้าย” คือการตัดสินใจลาออก

สมัชชาคนจน กรณีเขื่อนปากมูล ขอน้อมรับต่อการตัดสินใจของนักวิชาการทั้ง 7 ท่าน และขอขอบพระคุณนักวิชาการทุกท่าน ที่ได้ใช้ความรู้ ความสามารถในการแสวงหาทางออกต่อการแก้ไขปัญหาเขื่อนปากมูล อย่างจริงจังด้วยความบริสุทธิ์ใจมาโดยตลอด และแม้ว่าในหลายครั้งความรู้ทางวิชาการจะถูกท้าทายด้วยความไม่จริงใจของราชการและรัฐบาลก็ตาม ดังนั้นตลอดช่วงระยะเวลากว่า 2 ปี ที่ผ่านมาได้พิสูจน์แล้วว่า รัฐบาลไร้สมรรถภาพ ขาดสิติปัญญา ที่จะแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนที่เกิดจากการสร้างเขื่อนปากมูล หากแต่ แหกตา ปาหี่ สังคมไปวันๆ เท่านั้น
.
.
2 ปีเศษ รัฐบาล คสช. หมดปัญญาแก้ไขปัญหาเขื่อนปากมูล
.
.
การลาออกของนักวิชาการในครั้งนี้ ถือว่าคณะกรรมการอำนวยการแก้ไขปัญหาเขื่อนปากมูล ได้สิ้นสุดความชอบธรรมในการปฏิบัติหน้าที่ลงแล้ว สมัชชาคนจน กรณีเขื่อนปากมูล ขอแสดงจุดยืน ดังนี้

1. ขอประนามรัฐบาล ในความไม่จริงใจ ที่จะใช้ความรู้ที่มีค่า มาแก้ไขปัญหาเขื่อนปากมูล
2. การดำเนินการใด ใด ของ คสช. ของรัฐบาล และของคณะกรรมการอำนวยการ ฯ ที่จะมีขึ้นนับจากนี้เป็นต้น สมัชชาคนจน กรณีเขื่อนปากมูล จะไม่ขอยอมรับ จนกว่าจะมีการกำหนดกรอบการทำงานร่วมกับพวกเรา
3. ในระหว่างที่ยังไม่มีกรอบการทำงานที่ชัดเจน คสช. รัฐบาล และการไฟฟ้า ฯ ต้องไม่ดำเนินการใด ใด ที่จะนำไปสู่การเผชิญหน้า ความขัดแย้ง รวมทั้งจะต้องไม่มีการปิดประตูเขื่อนปากมูลอย่างเด็ดขาด
4. จะต้องมีการเจรจา อย่างเสมอหน้า เพื่อกำหนดกรอบการทำงานแก้ไขปัญหาเขื่อนปากมูลภายใน 30 วัน

ในช่วง 2 ปีเศษที่ผ่านมา สมัชชาคนจน กรณีเขื่อนปากมูล มีความหวังว่าคณะกรรมการอำนวยการแก้ไขปัญหาเขื่อนปากมูล ชุดดังกล่าว มีองค์ประกอบที่ดีที่สุดเท่าทีเคยมีมา เป็นความหวังของพวกเราว่า ปัญหาความเดือดร้อนจากการสร้างเขื่อนปากมูลที่หมักหมมมากว่า 26 ปี จะได้รับการแก้ไขอย่างจริงจัง เป็นรูปธรรม แต่ความหวังครั้งนี้ก็พังลงเพราะความไม่จริงใจของ คสช.และรัฐบาล

อย่างไรก็ตาม พวกเราจะไม่ยอมนิ่งเฉย หรือยอมจำนนต่อความไม่จริงใจของ คสช.และรัฐบาล พวกเราจำเป็นต้องเดินหน้า ผลักดันให้ปัญหาที่เกิดจากเขื่อนปากมูลได้รับการแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป

เชื่อมั่นในพลังประชาชน
สมัชชาคนจน  กรณีเขื่อนปากมูล
27 พฤศจิกายน 2559

ที่มา : ศูนย์ภูมิปัญญาไทบ้านปากมูล

 

รับข่าวสาร


บทความที่เกี่ยวข้อง