• Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
หน้าแรก อ่านข่าวย้อนหลัง ข่าว ประชาสัมพันธ์ โรงไฟฟ้าถ่านหิน "ต้องยุติ" ไม่ใช่ "ชะลอ"

โรงไฟฟ้าถ่านหิน "ต้องยุติ" ไม่ใช่ "ชะลอ"

อีเมล พิมพ์ PDF
สืบเนื่องจาก เครือข่ายปกป้องอันดามันจากถ่านหิน นั่งสมาธิภาวนาบริเวณทำเนียบรัฐบาล เรียกร้องให้รัฐบาลรักษาคำสัตย์ในการยุติโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหิน จ.กระบี่ และนายกรัฐมนตรี ได้ออกมาให้ข่าวว่าชะลอโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน จ.กระบี่ ไว้แล้วนั้น ล่าสุด เมื่อวันที่ 23 พ.ย. เครือข่ายปกป้องอันดามันจากถ่านหิน ได้ออกแถลงการณ์ถึงการให้สัมภาษณ์ประเด็นการชะลอโครงการของนายกรัฐมนตรีว่า “เป็นสิ่งที่ไม่มีทางทำได้จริง”
จากข่าว ‘บิ๊กตู่’ ชะลอโรงไฟฟ้ากระบี่ แต่ไม่ ‘ระงับ’ เครือข่ายปกป้องอันดามันจากถ่านหิน ได้ออกแถลงการณ์ ปกป้องอันดามันจากถ่านหิน ฉบับที่ 59 เรื่อง การสั่งชะลอโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ ระบุว่า แม้จะมีคำสั่งจากนายกรัฐมนตรีให้ชะลอโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหิน แต่ในทางปฏิบัตินั้นยังมีการผลักดันโรงไฟฟ้าถ่านหินอยู่ตลอดเวลา ทั้งจากส่วนการไฟฟ้าฝ่ายผลิต และจากกระทรวงพลังงานเอง
“นายกรัฐมนตรีได้สั่งชะลอโรงไฟฟ้าถ่านหินเช่นกันแต่ปรากฏการดำเนินการที่นำไปสู่การสร้างผลักดันโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่อยู่ตลอดเวลาทั้งในส่วนของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตและคำประกาศเดินหน้าของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ทำให้เห็นได้ว่าคำสั่งชะลอของนายกรัฐมนตรีนั้นได้นำไปสู่การปฏิบัติอย่างตรงกันข้ามของเจ้าหน้าที่และรัฐมนตรีกระทรวงพลังงาน” แถลงการณ์ระบุ
ขณะเดียวกัน เครือข่ายฯ ได้เสนอมาตรการที่ควรปฏิบัติเพื่อรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมไว้ทั้งหมด 4 ข้อ ได้แก่ (1) ให้มีมาตรการอย่างชัดเจนในการส่งเสริมการทำพลังงานหมุนเวียนของ จ. กระบี่ (2) ให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยถอนอีเอชไอเอ ออกจากสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (3) ให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยประกาศยกเลิกการประมูลทั้งโรงไฟฟ้าและท่าเทียบเรือขนถ่านหินโดยทันที และ (4) ให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตนำทีมงานทั้งหมดออกจากพื้นที่
อ่านแถลงการณ์ฉบับเต็ม แถลงการณ์เครือข่าย ปกป้องอันดามันจากถ่านหิน ฉบับที่ 59 เรื่อง การสั่งชะลอโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่
ตามที่ปรากฏคำสัมภาษณ์ของนายกรัฐมนตรีให้ชะลอโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2559 ในสื่อมวลชนนั้น เครือข่ายปกป้องอันดามันจากถ่านหินเห็นว่าการสั่งชะลอดังกล่าวไม่ได้นำไปสู่การปฏิบัติจริงได้ เพราะเมื่อเดือนสิงหาคม 2558 นายกรัฐมนตรีได้สั่งชะลอโรงไฟฟ้าถ่านหินเช่นกันแต่ปรากฏการดำเนินการที่นำไปสู่การสร้างผลักดันโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่อยู่ตลอดเวลาทั้งในส่วนของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตและคำประกาศเดินหน้าของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ทำให้เห็นได้ว่าคำสั่งชะลอของนายกรัฐมนตรีนั้นได้นำไปสู่การปฏิบัติอย่างตรงกันข้ามของเจ้าหน้าที่และรัฐมนตรีกระทรวงพลังงาน
คำสั่งชะลอของนายกรัฐมนตรีจึงไม่อาจนำไปสู่การปฏิบัติจริงโดยคำสั่งดังกล่าวก็ไม่ปรากฏวันเวลาว่าจะชะลอถึงเมื่อใด เครือข่ายปกป้องอันดามันจากถ่านหินเห็นว่าคำสั่งชะลอนั้นไม่ได้เปลี่ยนแปลงสภาพของเหตุการณ์ที่เป็นอยู่แต่อย่างใด เพราะไม่มีมาตรการในทางปฏิบัติที่นำไปสู่การชะลอตามคำสั่งนายกรัฐมนตรี เพื่อให้คำสั่งมีผลในทางปฏิบัติเครือข่ายปกป้องอันดามันจากถ่านหินจึงขอให้นายกรัฐมนตรีมีคำสั่งในมาตรการการปฏิบัติ 4 ประการดังนี้
1. ให้มีมาตรการอย่างชัดเจนในการส่งเสริมการทำพลังงานหมุนเวียนของจังหวัดกระบี่ตามคำสัญญาของนายกรัฐมนตรีเมื่อเดือนสิงหาคม 2558 ที่มีต่อเครือข่ายใจความว่าหากศึกษาพบว่ากระบี่มีศักยภาพเพียงพอต่อการใช้จะส่งเสริมจังหวัดกระบี่ให้ดำเนินการทำพลังงานหมุนเวียนได้ และวันนี้การศึกษาของอนุกรรมการได้ปรากฏผลการศึกษาอย่างชัดเจนแล้วว่ามีศักยภาพในการทำได้ 1,700 เมกกะวัตต์ มากกว่าการใช้ 10 เท่าตัว จึงต้องมีมาตรการอย่างชัดเจนในทางปฏิบัติ
2. ขอให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยถอนรายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (EHIA) ออกจากสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ) และให้รายงานฉบับนี้หมดสภาพของความเป็นรายงานโดยไม่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้อีก
3. ขอให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยประกาศยกเลิกการประมูลทั้งโรงไฟฟ้าและท่าเทียบเรือขนถ่านหินโดยทันที
4. ขอให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตถอนกำลังออกจากพื้นที่ทั้งทีมงานที่ทำงานด้านมวลชนและหยุดการโฆษณาเพื่อให้เกิดโรงไฟฟ้าถ่านหินในจังหวัดกระบี่ทั้งหมดโดยทันที
เพื่อให้นโยบายการชะลอโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ของนายกรัฐมนตรีมีผลในทางปฏิบัติขอให้ดำเนินการตามมาตรการทั้ง 4 ข้อโดยมีลายลักษณ์อักษรและผู้มีอำนาจลงนามอย่างชัดเจน
เครือข่ายปกป้องอันดามันจากถ่านหินขอขอบคุณนายกรัฐมนตรีที่เห็นความสำคัญของการรักษาสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของจังหวัดกระบี่รวมถึงกิจการท่องเที่ยวที่มีมูลค่านับแสนล้านอีกทั้งภาคการเกษตรรวมถึงพื้นที่ผลิตอาหารที่จะไม่ถูกทำลายจากการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน
เครือข่ายปกป้องอันดามันจากถ่านหิน 23 พฤศจิกายน 2559
ชะลอ≠ยุติ
นายกอย่าเสียสัตย์
ติดตามความเคลื่อนไหวการคัดค้านโรงไฟฟ้าถ่านหิน ได้ที่ หยุดถ่านหินกระบี่
เรียบเรียง โดย ฝ่ายสื่อสารองค์กร มูลนิธิสืบนาคะเสถียร
โรงไฟฟ้าถ่านหินสืบเนื่องจาก เครือข่ายปกป้องอันดามันจากถ่านหิน นั่งสมาธิภาวนาบริเวณทำเนียบรัฐบาล เรียกร้องให้รัฐบาลรักษาคำสัตย์ในการยุติโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหิน จ.กระบี่ และนายกรัฐมนตรี ได้ออกมาให้ข่าวว่าชะลอโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน จ.กระบี่ ไว้แล้วนั้น ล่าสุด เมื่อวันที่ 23 พ.ย. เครือข่ายปกป้องอันดามันจากถ่านหิน ได้ออกแถลงการณ์ถึงการให้สัมภาษณ์ประเด็นการชะลอโครงการของนายกรัฐมนตรีว่า “เป็นสิ่งที่ไม่มีทางทำได้จริง”

จากข่าว ‘บิ๊กตู่’ ชะลอโรงไฟฟ้ากระบี่ แต่ไม่ ‘ระงับ’ เครือข่ายปกป้องอันดามันจากถ่านหิน ได้ออกแถลงการณ์ ปกป้องอันดามันจากถ่านหิน ฉบับที่ 59 เรื่อง การสั่งชะลอโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ ระบุว่า แม้จะมีคำสั่งจากนายกรัฐมนตรีให้ชะลอโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหิน แต่ในทางปฏิบัตินั้นยังมีการผลักดันโรงไฟฟ้าถ่านหินอยู่ตลอดเวลา ทั้งจากส่วนการไฟฟ้าฝ่ายผลิต และจากกระทรวงพลังงานเอง

“นายกรัฐมนตรีได้สั่งชะลอโรงไฟฟ้าถ่านหินเช่นกันแต่ปรากฏการดำเนินการที่นำไปสู่การสร้างผลักดันโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่อยู่ตลอดเวลาทั้งในส่วนของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตและคำประกาศเดินหน้าของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ทำให้เห็นได้ว่าคำสั่งชะลอของนายกรัฐมนตรีนั้นได้นำไปสู่การปฏิบัติอย่างตรงกันข้ามของเจ้าหน้าที่และรัฐมนตรีกระทรวงพลังงาน” แถลงการณ์ระบุ

ขณะเดียวกัน เครือข่ายฯ ได้เสนอมาตรการที่ควรปฏิบัติเพื่อรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมไว้ทั้งหมด 4 ข้อ ได้แก่ (1) ให้มีมาตรการอย่างชัดเจนในการส่งเสริมการทำพลังงานหมุนเวียนของ จ. กระบี่ (2) ให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยถอนอีเอชไอเอ ออกจากสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (3) ให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยประกาศยกเลิกการประมูลทั้งโรงไฟฟ้าและท่าเทียบเรือขนถ่านหินโดยทันที และ (4) ให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตนำทีมงานทั้งหมดออกจากพื้นที่

โรงไฟฟ้าถ่านหิน
.
.
อ่านแถลงการณ์ฉบับเต็ม แถลงการณ์เครือข่าย ปกป้องอันดามันจากถ่านหิน ฉบับที่ 59 เรื่อง การสั่งชะลอโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่
.
ตามที่ปรากฏคำสัมภาษณ์ของนายกรัฐมนตรีให้ชะลอโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2559 ในสื่อมวลชนนั้น เครือข่ายปกป้องอันดามันจากถ่านหินเห็นว่าการสั่งชะลอดังกล่าวไม่ได้นำไปสู่การปฏิบัติจริงได้ เพราะเมื่อเดือนสิงหาคม 2558 นายกรัฐมนตรีได้สั่งชะลอโรงไฟฟ้าถ่านหินเช่นกันแต่ปรากฏการดำเนินการที่นำไปสู่การสร้างผลักดันโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่อยู่ตลอดเวลาทั้งในส่วนของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตและคำประกาศเดินหน้าของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ทำให้เห็นได้ว่าคำสั่งชะลอของนายกรัฐมนตรีนั้นได้นำไปสู่การปฏิบัติอย่างตรงกันข้ามของเจ้าหน้าที่และรัฐมนตรีกระทรวงพลังงาน

คำสั่งชะลอของนายกรัฐมนตรีจึงไม่อาจนำไปสู่การปฏิบัติจริงโดยคำสั่งดังกล่าวก็ไม่ปรากฏวันเวลาว่าจะชะลอถึงเมื่อใด เครือข่ายปกป้องอันดามันจากถ่านหินเห็นว่าคำสั่งชะลอนั้นไม่ได้เปลี่ยนแปลงสภาพของเหตุการณ์ที่เป็นอยู่แต่อย่างใด เพราะไม่มีมาตรการในทางปฏิบัติที่นำไปสู่การชะลอตามคำสั่งนายกรัฐมนตรี เพื่อให้คำสั่งมีผลในทางปฏิบัติเครือข่ายปกป้องอันดามันจากถ่านหินจึงขอให้นายกรัฐมนตรีมีคำสั่งในมาตรการการปฏิบัติ 4 ประการดังนี้

1. ให้มีมาตรการอย่างชัดเจนในการส่งเสริมการทำพลังงานหมุนเวียนของจังหวัดกระบี่ตามคำสัญญาของนายกรัฐมนตรีเมื่อเดือนสิงหาคม 2558 ที่มีต่อเครือข่ายใจความว่าหากศึกษาพบว่ากระบี่มีศักยภาพเพียงพอต่อการใช้จะส่งเสริมจังหวัดกระบี่ให้ดำเนินการทำพลังงานหมุนเวียนได้ และวันนี้การศึกษาของอนุกรรมการได้ปรากฏผลการศึกษาอย่างชัดเจนแล้วว่ามีศักยภาพในการทำได้ 1,700 เมกกะวัตต์ มากกว่าการใช้ 10 เท่าตัว จึงต้องมีมาตรการอย่างชัดเจนในทางปฏิบัติ

2. ขอให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยถอนรายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (EHIA) ออกจากสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ) และให้รายงานฉบับนี้หมดสภาพของความเป็นรายงานโดยไม่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้อีก

3. ขอให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยประกาศยกเลิกการประมูลทั้งโรงไฟฟ้าและท่าเทียบเรือขนถ่านหินโดยทันที

4. ขอให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตถอนกำลังออกจากพื้นที่ทั้งทีมงานที่ทำงานด้านมวลชนและหยุดการโฆษณาเพื่อให้เกิดโรงไฟฟ้าถ่านหินในจังหวัดกระบี่ทั้งหมดโดยทันที

เพื่อให้นโยบายการชะลอโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ของนายกรัฐมนตรีมีผลในทางปฏิบัติขอให้ดำเนินการตามมาตรการทั้ง 4 ข้อโดยมีลายลักษณ์อักษรและผู้มีอำนาจลงนามอย่างชัดเจน

เครือข่ายปกป้องอันดามันจากถ่านหินขอขอบคุณนายกรัฐมนตรีที่เห็นความสำคัญของการรักษาสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของจังหวัดกระบี่รวมถึงกิจการท่องเที่ยวที่มีมูลค่านับแสนล้านอีกทั้งภาคการเกษตรรวมถึงพื้นที่ผลิตอาหารที่จะไม่ถูกทำลายจากการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน

เครือข่ายปกป้องอันดามันจากถ่านหิน 23 พฤศจิกายน 2559
ชะลอ≠ยุติ
นายกอย่าเสียสัตย์

โรงไฟฟ้าถ่านหิน

ติดตามความเคลื่อนไหวการคัดค้านโรงไฟฟ้าถ่านหิน ได้ที่ หยุดถ่านหินกระบี่
เรียบเรียง โดย ฝ่ายสื่อสารองค์กร มูลนิธิสืบนาคะเสถียร

 

รับข่าวสาร


บทความที่เกี่ยวข้อง