• Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
หน้าแรก เราทำงานให้พี่สืบ ศศิน เฉลิมลาภ บทความโดยศศิน เฉลิมลาภ คิดยกกำลัง 2 : แบ่งปันความรู้สึก ให้กำลังใจกันผ่านโซเชียลมีเดีย

คิดยกกำลัง 2 : แบ่งปันความรู้สึก ให้กำลังใจกันผ่านโซเชียลมีเดีย

อีเมล พิมพ์ PDF
คิดยกกำลัง 2 แบ่งปันความรู้สึก ให้กำลังใจกันผ่านโซเชียลมีเดียการแบ่งปันความรู้สึกให้กำลังใจกันผ่านโซเชียลมีเดีย ในบทเรียนการอยู่ร่วมเหตุการณ์การสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช พระมหากษัตริย์ รัชกาลที่ 9 ผมบังเอิญเจอบทความหนึ่ง เขียนถึง 9 บทเรียนที่ได้รับจากสามวันที่ผ่านมาของเหตุการณ์สวรรคต

โดยทั้ง 9 ข้อนี้เป็นข้อคิดที่ดีเกี่ยวกับการใช้ชีวิตในปัจจุบันที่ได้มาจากพระจริยวัตรของพระองค์ท่าน ทำให้เห็นอีกมุมมองว่าในฐานะที่เราเป็นคนไทย เราจะสามารถเดินไปข้างหน้าร่วมกันอย่างไร ได้หยุดหันกลับมามองชีวิตตัวเองโดยมีพระองค์ท่านเป็นแบบอย่าง เพื่อพัฒนาตัวเองพัฒนาประเทศให้เดินไปข้างหน้า

ส่วนการจะปฏิบัติตามพระจริยวัตรของพระองค์ท่านหรือไม่ ผมคิดว่าสื่อต้องมีส่วนเผยแพร่การรำลึก การอาลัยรัก แต่ว่าโรดแมป ที่พระองค์ท่านวางไว้ จากนี้ไปเราจะทำอย่างไรกับมัน วันนี้หากลองทบทวนกันอย่างเป็นระบบ จะรู้ว่าเราได้ขยายผลไปขนาดไหนบ้าง ขอยกตัวอย่างแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง ที่พระองค์ท่านให้ไว้กว่า 10 ปี ปัจจุบันมีคนจำนวนมากนำมาปรับใช้ในชีวิต บางคนนำมาพูด บางคนนำมาเป็นโครงการ แต่ทำไมเราถึงไม่นำมาทำเป็นนโยบายระดับชาติ เพื่อจะรำลึกถึงพระองค์ท่านอย่างจริงจัง
.
.
คิดยกกำลัง 2 แบ่งปันความรู้สึก ให้กำลังใจกันผ่านโซเชียลมีเดีย
.
.
9 บทเรียนที่ได้รับจากสามวันที่ผ่านมาของเหตุการณ์สวรรคต อ้างอิงจากบทความ 9 บทเรียนจาก 3 วันที่ผ่านมา

1. ปัญหาของเรามันจิ๊บจ๊อย
เพราะเราทุกคนต่างมีปัญหาด้วยกันทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นปัญหาที่ทำงานหรือปัญหาที่บ้าน แล้วเราก็จะบ่นกับคนโน้นคนนี้ว่าทำไมชีวิตมันถึงยากเย็นนัก แต่เมื่อมองไปที่พระองค์ท่าน ปัญหาของเราจะเป็นเรื่องขี้ผงไปทันที เพราะไม่ว่าเราจะเจอปัญหาหนักหนาสาหัสแค่ไหน มันก็เป็นเรื่องของคนไม่กี่คน อีกปีสองปีต่อจากนี้มันแทบจะไม่มีผลอะไรกับชีวิตเราด้วยซ้ำ ขณะที่ปัญหาที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ต้องประสบมาตลอด 70 ปีแห่งการครองราชย์นั้นเป็นเรื่องของประเทศชาติและความเป็นอยู่ของพสกนิกรหลายสิบล้านคน

2. สิ่งที่ทำให้ท่านเหนือกว่าคนอื่น
ด้วยความที่เราเทิดทูนพระองค์ท่านมาทั้งชีวิต เราอาจจะลืมไปว่า จริงๆ แล้วท่านก็มีร่างกายเหมือนกับเรา มีเรี่ยวแรงพอๆ กับเรา มีเวลาวันละ 24 ชั่วโมงเท่ากับเรา ถึงเราจะแซ่ซ้องว่าท่านมีอัจฉริยภาพในหลายด้าน แต่ผมเชื่อว่า จริงๆ แล้วสิ่งที่ทำให้พระองค์ท่านแตกต่างจากคนทั่วไป คือความวิริยะอุตสาหะ เพราะอะไรพระองค์ท่านถึงทรงงานดึกๆ ดื่นๆ ไม่มีวันหยุดราชการ ยอมเดินทางไปในที่ทุรกันดาร และทำทุกอย่างเพื่อพสกนิกรของพระองค์ท่านโดยไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย?

3. เหตุผลของการดำรงอยู่
วันที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2493 ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ทรงมีพระปฐมบรมราชโองการ ว่า “เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม” เหตุผลของพระองค์ท่าน คือการสร้างประโยชน์สุขแก่มหาชนชาวสยาม เมื่อเหตุผลแข็งแรง บวกกับความวิริยะอุตสาหะเหนือคนธรรมดา ผลลัพธ์จึงน่าอัศจรรย์ใจ แล้วเหตุผลของของเราล่ะ คืออะไร?

4. ความลับของการเป็นที่รัก
เราต่างก็อยากเป็นที่รักของคนอื่นกันทั้งนั้น และเหตุการณ์นี้ได้เตือนใจผมอีกครั้งว่า การที่คนๆ หนึ่งจะเป็นที่รักและเคารพ ไม่ใช่เพราะหน้าตา ฐานะ หรือฐานันดร แต่คนๆ หนึ่งเป็นที่รักเพราะเขาได้ทำอะไรเพื่อคนอื่นต่างหาก

5. ถ้าจะขอเป็นเป็นข้าพระบาททุกชาติไป ก็ต้องทำตัวให้ดีเสียแต่ชาตินี้
เห็นมีคนขึ้นสเตตัสและรูปโปรไฟล์ว่าจะขอเป็นข้าพระบาททุกชาติไป แต่ของอย่างนี้ ใช่ว่าแค่โพสต์ขึ้นเฟซบุ๊คแล้วจะได้ดังใจเสียหน่อย ถ้าเราปรารถนาอย่างนั้นจริงๆ ก็ต้องกลับมาสำรวจตัวเองแล้วว่า วิถีชีวิตของเราในวันนี้มันเอื้อให้เราได้ไปอยู่ภพภูมิเดียวกับพระองค์ท่านในภายภาคหน้ารึเปล่า ถ้ายังไม่เอื้อ ก็ถึงเวลาต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองแล้ว

6. เรื่องบางเรื่องเอาไว้ทีหลังไม่ได้
น้องคนหนึ่งโพสต์สเตตัสนี้ไว้ในเฟซบุ๊ค “ทั้งที่ชีวิตนี้โชคดีที่เกิดมาในรัชกาลที่ 9 แต่กลับไม่เคยได้เห็นในหลวงด้วยตาตัวเองหรือพยายามที่จะพาตัวเองไปในจุดที่มีโอกาสจะได้เห็นพระองค์ท่านเหมือนกับหลายๆ คน #เป็นความผิดพลาดที่ไม่มีทางแก้ไขได้อีก #เป็นบทเรียนอันล้ำค่า #เป็นความผิดพลาดที่ต้องไม่ให้เกิดขึ้นอีก” ส่วนน้องอีกคนหนึ่งก็โพสต์ว่า “เสียใจที่สุดคือ มีโอกาสที่จะพาพ่อไปลงนามถวายพระพรท่านที่ศิริราชหลายครั้ง ทุกครั้งพ่อบอกพาไปหน่อย อยู่ตรงไหน พ่ออยากไป แต่เราเลือกที่จะไม่ไป แล้วบอกพ่อว่า เดือนหน้าก็มา เดี๋ยวค่อยไป เจ็บใจตัวเอง ที่ครั้งเดียวในชีวิตพ่อเราทำให้เค้าไม่ได้ ไปศิริราชเดือนหน้าก็ไม่มีท่านแล้ว เจ็บใจจริงๆ ทำไม แค่นิดเดียวถึงเลือกที่จะไม่ไป” ผมเองก็มีความรู้สึกไม่ต่างกัน เป็นสิบปีมาแล้ว ที่ดูทีวีเห็นเขาจุดเทียนถวายพระพรที่สนามหลวง และมีความคิดว่าอยากจะไปยืนอยู่ตรงนั้นบ้างไม่ปีใดก็ปีหนึ่ง แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่ได้ไป สุดท้ายก็สูญเสียโอกาสนี้ไปตลอดกาล เรื่องบางเรื่องมัน “เอาไว้ก่อน” ไม่ได้จริงๆ

7. ถึงเวลาต้องโตได้แล้ว
จะว่าไปเราคนไทยก็เหมือนลูกแหง่ เมื่อเกิดเหตุการณ์อะไรที่เราเริ่มคิดว่ายากเกินแก้ไข เราจะมองหา “พ่อ” ให้เข้ามาช่วยเสมอ เพราะเราเชื่อว่าพ่อของเราแก้ปัญหาได้ทุกอย่าง เหมือนกับที่ท่านเคยแก้วิกฤติให้บ้านเมืองมาแล้วหลายครั้ง ตอนนี้พ่อไม่อยู่แล้ว จากนี้ไปเราต้องหัดพึ่งพาตัวเองให้มากขึ้น เข้มแข็งให้มากขึ้น ใช้สติปัญญาให้มากขึ้น เพื่อจะได้แก้ปัญหาด้วยตัวเอง เพื่อพ่อจะได้ไม่ต้องเป็นห่วง

8. อย่าให้เหตุการณ์นี้สูญเปล่า
สามวันที่ผ่านมา เราคนไทยได้อยู่ในหัวอกเดียวกัน ได้แสดงความมีน้ำใจต่อกัน ได้มีเวลากลับไปอ่าน-ไปซึมซับเรื่องราวของพระองค์ท่าน แต่ผมก็อดห่วงไม่ได้ว่า อีกสามเดือนหรือหกเดือน ผมจะลืมเรื่องราวเหล่านี้ไป และกลับไปใช้ชีวิตด้วยทัศนคติแบบเดียวกับตอนก่อนเกิดเหตุ ผมได้แต่หวังว่า เหตุการณ์นี้จะทำให้ผมได้ทบทวนและเปลี่ยนแปลงตัวเองให้เป็นคนที่ดีกว่าเดิม เข้าใจโลกกว่าเดิม และใช้ชีวิตให้สอดคล้องกับสิ่งที่พระองค์ท่านได้เป็นแบบอย่างให้เรามาตลอดหลายสิบปี

9. ชีวิตต้องดำเนินต่อไป
เย็นวันนี้ แดดร่มลมตก ผมกับแฟนจึงพาลูกนั่งรถเข็นไปเดินเล่นรอบหมู่บ้าน เดินผ่านบ้านหลังหนึ่ง ได้ยินนกหลายตัวกำลังส่งเสียงจอแจอยู่ในพุ่มไม้ ผมแหงนหน้า ก็มองเห็นท้องฟ้าสีครามตัดกับแสงสีทองของพระอาทิตย์ ในวันที่คนไทยทั้งชาติกำลังโศกเศร้าจากการสูญเสีย พระอาทิตย์ยังคงส่องแสง และนกก็ยังร้องเพลง ราวกับจะบอกเราว่า ถ้าอยากร้องไห้ ก็จงร้องไปเถอะ แต่เมื่อร้องจนหนำใจแล้ว ก็จงเช็ดน้ำตา แล้วลุกขึ้นมาทำหน้าที่ของเราต่อไป มันทำให้ผมนึกถึงคำพูดประโยคหนึ่งที่เพื่อนผมได้แชร์เอาไว้ตั้งแต่คืนวันพฤหัสฯ “อานนท์ ไม่ต้องเศร้าใจไปหรอก พุทธะ อยู่ในทุกหนแห่ง ในใบไม้ ในแม่น้ำ หรือว่าในแสงแดด ลมที่สัมผัสตัวเจ้าก็คือพรจากเราอานนท์ เรายังอยู่ในดินทรายนี่ด้วยนะ อานนท์ เราอยู่ในใจเจ้า เราอยู่ในตัวเจ้า นอกกายเจ้า เราปกคลุมเจ้าจากทุกหนแห่ง” – พระพุทธเจ้า มหาศาสดาโลก ใช่แล้ว พระองค์ท่านไม่เคยจากเราไปไหน และจะไม่จากเราไปไหน ตราบใดที่คนไทยไม่ทิ้งพระองค์ออกจากใจ บารมีและคุณงามความดีของพระองค์ท่านย่อมอยู่ดูแลแผ่นดินนี้ไปอีกนานแสนนาน
.
.
.
.
 

รับข่าวสาร