• Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
หน้าแรก อ่านข่าวย้อนหลัง ข่าว ประชาสัมพันธ์ ความหวังสวนสาธารณะและพิพิธภัณฑ์มักกะสัน แทนการสร้างมักกะสัน คอมเพล็กซ์

ความหวังสวนสาธารณะและพิพิธภัณฑ์มักกะสัน แทนการสร้างมักกะสัน คอมเพล็กซ์

อีเมล พิมพ์ PDF
ชื่อบทความ ความหวังสวนสาธารณะและพิพิธภัณฑ์มักกะสัน แทนการสร้างมักกะสัน คอมเพล็กซ์
อาจเป็นความบังเอิญบนความโชคดีของคนกรุงเทพฯ ที่ทุกวันนี้ เรายังเหลือพื้นที่สีเขียวขนาดเกือบ 700 ไร่ ที่ยังอุดมสมบูรณ์ ทำหน้าที่เป็นปอดฟอกมลพิษจากการจราจรที่แออัดของกรุงเทพฯ เป็นแก้มลิงกลางเมือง และเป็นสถานที่แห่งประวัติศาสตร์ของการรถไฟแห่งประเทศไทย
.
“มักกะสัน” คือ ที่ดินใจกลางเมืองผืนงามของการรถไฟแห่งประเทศไทย ที่กำลังจะถูกเปลี่ยนให้เป็นพื้นที่เพื่อการพาณิชย์เต็มรูปแบบ ภายใต้ชื่อโครงการ “มักกะสันคอมเพล็กซ์” ที่มีมูลค่ากว่า 2 แสนล้าน โดยจะให้เอกชนที่ได้รับสัมปทานเข้ามาเปลี่ยนที่ดินแปลงนี้ให้เป็นป่าคอนกรีตทุกตารางนิ้ว ซึ่งจะทำลายโรงงานซ่อมรถไฟอายุร่วม 100 ปีที่ควรอนุรักษ์ ต้นไม้ใหญ่มากมาย และผู้คนชุมชนดั้งเดิมออกไปทั้งหมด เพื่อเปิดทางให้ศูนย์การค้าขนาดยักษ์ โรงแรมหรู คอนโดมิเนียมกลางเมือง ศูนย์จัดแสดงสินค้า ฯลฯ เข้ามาแทนที่ ตาม TOR ใหม่ที่กำลังเร่งทำและจะคลอดออกมาอีกไม่นานนี้ – อ้างอิงจากแคมเปญ : เราอยากให้มักกะสันเป็นสวนสาธารณะและพิพิธภัณฑ์
.
นายอาทิตย์ โกวิทวรางกูร เครือข่ายมักกะสัน มองว่าโจทย์ในการพัฒนาที่ดินมักกะสัน ควรมุ่งไปที่ประโยชน์ของสาธารณะส่วนรวม คุณภาพชีวิต คุณค่าทางสังคม การรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน และประวัติศาสตร์อย่างรอบด้าน ไม่ใช่ตัวเลขทางการเงินเพียงอย่างเดียว เครือข่ายเสนอให้มีแนวทางปฏิบัติตามนี้
.
1. พัฒนาพื้นที่มักกะสันเพื่อประโยชน์ของสาธารณะเป็นหลัก ไม่ใช่เพื่อผลกำไรด้านธุรกิจ เช่น สวนสาธารณะ ให้ผู้คนได้ทำกิจกรรมมากขึ้นหากมีพื้นที่สาธารณะ จะมีสิ่งๆ ดีเกิดขึ้นอีกมากมาย และพิพิธภัณฑ์ ศูนย์การเรียนรู้ ห้องสมุดในสวน พื้นที่กิจกรรม ฯลฯ
2. รักษาพื้นที่สีเขียวแห่งนี้ให้เป็นปอดของกรุงเทพฯ ให้ได้มากที่สุด สร้างจุดศูนย์กลางสำหรับคนที่อยากเรียนรู้เรื่องเมือง และออกแบบการมีส่วนร่วมจากคนรุ่นใหม่ๆ
3. ทำประชาพิจารณ์ หาความต้องการที่แท้จริงของคนกรุงเทพฯ ว่าต้องการให้พื้นที่นี้ถูกพัฒนาไปในทิศทางใด รักษาวิถีชีวิตเดิมๆ ไม่ให้สูญหายไป
.
สอดคล้องกับอาจารย์ปองขวัญ สุขวัฒนา ลาซูส กลุ่มมักกะสัน ที่มองว่า พื้นที่มักกะสันไม่ควรถูกจัดสรรให้เป็นพื้นที่ธุรกิจหรือศูนย์การค้า โดยโครงการของการรถไฟ เพราะจะส่งผลให้ประวัติศาสตร์โบราณต่างๆ เกี่ยวกับแรงงานไทย ที่พิพิธภัณฑ์แรงงานไทย เขตมักกะสัน ถูกทำลายสูญหายไป อีกทั้งข้อมูลในแผนพัฒนาพื้นที่ในจุดต่างๆ ระบุเอาไว้ว่าไม่ได้จะเก็บพื้นที่สีเขียวเอาไว้
.
ด้านมาตรการการแก้ไขปัญหาที่ยั่งยืน ทุกฝ่ายสามารถทำร่วมกันได้อาจารย์ปองขวัญ เสนอให้มีการสร้างโจทย์นำเสนอเกี่ยวกับแนวคิดการพัฒนาพื้นที่มักกะสัน แก่กลุ่มต่างๆ เพื่อจัดแสดงเป็นนิทรรศการ และทำเอกสารแสดงสิ่งที่มีคุณค่า เช่น ต้นไม้ใหญ่ สิ่งปลูกสร้าง หรือสิ่งสำคัญทางประวัติศาสตร์ เพื่อเสนอต่อหน่วยงานของการรถไฟให้เห็นถึงความสำคัญของมรดกทางธรรมชาติในพื้นที่ สร้างสวนพฤกษศาสตร์ แบ่งพื้นที่บริหารจัดการเป็น 4 ส่วน โดยคงไว้ซึ่งความโดนเด่นทางด้านมรดกทางวัฒนธรรมให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สามารถสร้างรายได้ รักษาวิถีชีวิตเดิม และยังมีพื้นที่สีเขียว
.
คนไทยส่วนมากไม่รู้จัก สวนสาธารณะ หรืออาจรู้จักเพียงแค่รูปแบบเดิมๆ ที่ไม่น่าสนใจ ปัญหาเหล่านี้นายอาทิตย์ ระบุว่าเนื่องจากไม่มีกลไกในการจัดการที่ถูกต้อง เศรษฐกิจสีเขียวเป็นทางเลือกของหลายๆ ประเทศ อย่างประเทศสิงคโปร์นำประเด็นเรื่องเมืองสีเขียวมาเป็นแผนหลักขับเคลื่อนเศรษฐกิจ อีกทั้งเป็นที่ปรึกษาให้แก่ประเทศอื่นๆ
.
ทั้งนี้ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาจะเห็นได้ว่าการเพิ่มขึ้นของพื้นที่สีเขียวทุกประเทศทั่วโลก มักเกิดขึ้นจากการต่อสู้ในภาคพลเมืองอยู่เสมอ ต้องช่วยกันสร้างกลไกเพื่อผลักดันเสียงเรียกร้องของพลเมืองต่อภาครัฐเรื่องการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมไปสู่การเป็นระบบจัดการให้ได้ และควบคู่ไปกับพระราชดำริของในหลวงฯ ในการจัดการพื้นที่สีเขียว ปลูกฝังคนในสังคมเกี่ยวกับความคิดสีเขียว การเดินตามรอยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม จึงควรเป็นทิศทางในการพัฒนาประเทศในปัจจุบัน
.
ข้อมูลเพิ่มเติม :
สวนสาธารณะมักกะสัน : กับความหวังเรื่องพื้นที่สีเขียว : https://goo.gl/MnEbEk
แคมเปญ : เราอยากให้มักกะสันเป็นสวนสาธารณะและพิพิธภัณฑ์ : https://goo.gl/UVIfjU
.
ถอดความและเรียบเรียงจาก งานเสวนา บทสนทนาสีเขียว (Green Dialogue) หัวข้อเชื้อเพลิง พลังงาน อากาศ และกองขยะ จัดโดยมูลนิธิหอศิลปะกรุงเทพฯ ในโครงการการสนทนากลุ่มในประเด็นสิ่งแวดล้อม “บทสนทนาสีเขียว” วันที่ 27 ตุลาคม 2559 ห้องเพื่อนหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร
ถอดความและเรียบเรียงโดย อาคม พรรณนิกร เจ้าหน้าที่ฝ่ายสื่อสารองค์กรมูลนิธิสืบนาคะเสถียร
ความหวังสวนสาธารณะและพิพิธภัณฑ์มักกะสัน แทนการสร้างมักกะสัน คอมเพล็กซ์อาจเป็นความบังเอิญบนความโชคดีของคนกรุงเทพฯ ที่ทุกวันนี้ เรายังเหลือพื้นที่สีเขียวขนาดเกือบ 700 ไร่ ที่ยังอุดมสมบูรณ์ ทำหน้าที่เป็นปอดฟอกมลพิษจากการจราจรที่แออัดของกรุงเทพฯ เป็นแก้มลิงกลางเมือง และเป็นสถานที่แห่งประวัติศาสตร์ของการรถไฟแห่งประเทศไทย

“มักกะสัน” คือ ที่ดินใจกลางเมืองผืนงามของการรถไฟแห่งประเทศไทย ที่กำลังจะถูกเปลี่ยนให้เป็นพื้นที่เพื่อการพาณิชย์เต็มรูปแบบ ภายใต้ชื่อโครงการ “มักกะสันคอมเพล็กซ์” ที่มีมูลค่ากว่า 2 แสนล้าน โดยจะให้เอกชนที่ได้รับสัมปทานเข้ามาเปลี่ยนที่ดินแปลงนี้ให้เป็นป่าคอนกรีตทุกตารางนิ้ว ซึ่งจะทำลายโรงงานซ่อมรถไฟอายุร่วม 100 ปีที่ควรอนุรักษ์ ต้นไม้ใหญ่มากมาย และผู้คนชุมชนดั้งเดิมออกไปทั้งหมด เพื่อเปิดทางให้ศูนย์การค้าขนาดยักษ์ โรงแรมหรู คอนโดมิเนียมกลางเมือง ศูนย์จัดแสดงสินค้า ฯลฯ เข้ามาแทนที่ ตาม TOR ใหม่ที่กำลังเร่งทำและจะคลอดออกมาอีกไม่นานนี้ – อ้างอิงจากแคมเปญ : เราอยากให้มักกะสันเป็นสวนสาธารณะและพิพิธภัณฑ์
.
.
ความหวังสวนสาธารณะและพิพิธภัณฑ์มักกะสัน แทนการสร้างมักกะสัน คอมเพล็กซ์
.
.
นายอาทิตย์ โกวิทวรางกูร เครือข่ายมักกะสัน มองว่าโจทย์ในการพัฒนาที่ดินมักกะสัน ควรมุ่งไปที่ประโยชน์ของสาธารณะส่วนรวม คุณภาพชีวิต คุณค่าทางสังคม การรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน และประวัติศาสตร์อย่างรอบด้าน ไม่ใช่ตัวเลขทางการเงินเพียงอย่างเดียว เครือข่ายเสนอให้มีแนวทางปฏิบัติตามนี้

1. พัฒนาพื้นที่มักกะสันเพื่อประโยชน์ของสาธารณะเป็นหลัก ไม่ใช่เพื่อผลกำไรด้านธุรกิจ เช่น สวนสาธารณะ ให้ผู้คนได้ทำกิจกรรมมากขึ้นหากมีพื้นที่สาธารณะ จะมีสิ่งๆ ดีเกิดขึ้นอีกมากมาย และพิพิธภัณฑ์ ศูนย์การเรียนรู้ ห้องสมุดในสวน พื้นที่กิจกรรม ฯลฯ
2. รักษาพื้นที่สีเขียวแห่งนี้ให้เป็นปอดของกรุงเทพฯ ให้ได้มากที่สุด สร้างจุดศูนย์กลางสำหรับคนที่อยากเรียนรู้เรื่องเมือง และออกแบบการมีส่วนร่วมจากคนรุ่นใหม่ๆ
3. ทำประชาพิจารณ์ หาความต้องการที่แท้จริงของคนกรุงเทพฯ ว่าต้องการให้พื้นที่นี้ถูกพัฒนาไปในทิศทางใด รักษาวิถีชีวิตเดิมๆ ไม่ให้สูญหายไป
.
.
ความหวังสวนสาธารณะและพิพิธภัณฑ์มักกะสัน แทนการสร้างมักกะสัน คอมเพล็กซ์
ปองขวัญ สุขวัฒนา ลาซูส และอาทิตย์ โกวิทวรางกูร เครือข่ายมักกะสัน
.
.
สอดคล้องกับอาจารย์ปองขวัญ สุขวัฒนา ลาซูส กลุ่มมักกะสัน ที่มองว่า พื้นที่มักกะสันไม่ควรถูกจัดสรรให้เป็นพื้นที่ธุรกิจหรือศูนย์การค้า โดยโครงการของการรถไฟ เพราะจะส่งผลให้ประวัติศาสตร์โบราณต่างๆ เกี่ยวกับแรงงานไทย ที่พิพิธภัณฑ์แรงงานไทย เขตมักกะสัน ถูกทำลายสูญหายไป อีกทั้งข้อมูลในแผนพัฒนาพื้นที่ในจุดต่างๆ ระบุเอาไว้ว่าไม่ได้จะเก็บพื้นที่สีเขียวเอาไว้

ด้านมาตรการการแก้ไขปัญหาที่ยั่งยืน ทุกฝ่ายสามารถทำร่วมกันได้อาจารย์ปองขวัญ เสนอให้มีการสร้างโจทย์นำเสนอเกี่ยวกับแนวคิดการพัฒนาพื้นที่มักกะสัน แก่กลุ่มต่างๆ เพื่อจัดแสดงเป็นนิทรรศการ และทำเอกสารแสดงสิ่งที่มีคุณค่า เช่น ต้นไม้ใหญ่ สิ่งปลูกสร้าง หรือสิ่งสำคัญทางประวัติศาสตร์ เพื่อเสนอต่อหน่วยงานของการรถไฟให้เห็นถึงความสำคัญของมรดกทางธรรมชาติในพื้นที่ สร้างสวนพฤกษศาสตร์ แบ่งพื้นที่บริหารจัดการเป็น 4 ส่วน โดยคงไว้ซึ่งความโดนเด่นทางด้านมรดกทางวัฒนธรรมให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สามารถสร้างรายได้ รักษาวิถีชีวิตเดิม และยังมีพื้นที่สีเขียว

คนไทยส่วนมากไม่รู้จัก สวนสาธารณะ หรืออาจรู้จักเพียงแค่รูปแบบเดิมๆ ที่ไม่น่าสนใจ ปัญหาเหล่านี้นายอาทิตย์ ระบุว่าเนื่องจากไม่มีกลไกในการจัดการที่ถูกต้อง เศรษฐกิจสีเขียวเป็นทางเลือกของหลายๆ ประเทศ อย่างประเทศสิงคโปร์นำประเด็นเรื่องเมืองสีเขียวมาเป็นแผนหลักขับเคลื่อนเศรษฐกิจ อีกทั้งเป็นที่ปรึกษาให้แก่ประเทศอื่นๆ
.
.
ความหวังสวนสาธารณะและพิพิธภัณฑ์มักกะสัน แทนการสร้างมักกะสัน คอมเพล็กซ์
.
.
ทั้งนี้ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาจะเห็นได้ว่าการเพิ่มขึ้นของพื้นที่สีเขียวทุกประเทศทั่วโลก มักเกิดขึ้นจากการต่อสู้ในภาคพลเมืองอยู่เสมอ ต้องช่วยกันสร้างกลไกเพื่อผลักดันเสียงเรียกร้องของพลเมืองต่อภาครัฐเรื่องการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมไปสู่การเป็นระบบจัดการให้ได้ และควบคู่ไปกับพระราชดำริของในหลวงฯ ในการจัดการพื้นที่สีเขียว ปลูกฝังคนในสังคมเกี่ยวกับความคิดสีเขียว การเดินตามรอยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ดังพระราชดำรัชที่ว่า "ปัญหาเรื่องสิ่งแวดล้อมเป็นปัญหาที่มีความสำคัญควบคู่กับการพัฒนาความเจริญก้าวหน้า ซึ่งเป็นปัญหาร่วมกันของทุกประเทศ กล่าวคือการพัฒนายิ่งรุดหน้า ปัญหาคุณภาพสิ่งแวดล้อม และภาวะมลพิษก็ยิ่งก่อตัวและทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น ประเทศไทยก็เป็นประเทศหนึ่งที่กำลังประสบกับปัญหาดังกล่าวอยู่ในขณะนี้" พระราชดำรัช พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช วันที่ 4 กรกฏาคม พ.ศ.2545 ทั้งนี้จึงควรนำมาเป็นทิศทางในการพัฒนาประเทศในปัจจุบัน

ข้อมูลเพิ่มเติม
สวนสาธารณะมักกะสัน : กับความหวังเรื่องพื้นที่สีเขียว : https://goo.gl/MnEbEk
แคมเปญ : เราอยากให้มักกะสันเป็นสวนสาธารณะและพิพิธภัณฑ์ : https://goo.gl/UVIfjU
.
.
ความหวังสวนสาธารณะและพิพิธภัณฑ์มักกะสัน แทนการสร้างมักกะสัน คอมเพล็กซ์
.
.
ถอดความและเรียบเรียงจาก งานเสวนา บทสนทนาสีเขียว (Green Dialogue) หัวข้อเชื้อเพลิง พลังงาน อากาศ และกองขยะ จัดโดยมูลนิธิหอศิลปะกรุงเทพฯ ในโครงการการสนทนากลุ่มในประเด็นสิ่งแวดล้อม “บทสนทนาสีเขียว” วันที่ 27 ตุลาคม 2559 ห้องเพื่อนหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร
ถอดความและเรียบเรียงโดย อาคม พรรณนิกร เจ้าหน้าที่ฝ่ายสื่อสารองค์กรมูลนิธิสืบนาคะเสถียร

 

รับข่าวสาร


บทความที่เกี่ยวข้อง