• Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
หน้าแรก อ่านข่าวย้อนหลัง ข่าว ประชาสัมพันธ์ กรมอุทยานฯประชุมสรุปผลความคืบหน้าหลังการทำ MOU ร่วมกับมูลนิธิสิบฯ

กรมอุทยานฯประชุมสรุปผลความคืบหน้าหลังการทำ MOU ร่วมกับมูลนิธิสิบฯ

อีเมล พิมพ์ PDF
กรมอุทยานฯจัดประชุมสรุปผลความคืบหน้าหลังมีการทำ MOU ร่วมกับมูลนิธิสิบฯเมื่อวันจันทร์ 31 ต.ค. 2559 ได้มีการจัดประชุม “คณะกรรมการบริหารโครงการพัฒนาระบบงานอนุรักษ์ในผืนป่าตะวันตก ครั้งที่ 1” เสนอความคืบหน้าหลังมีการลงนามบันทึกความร่วมมือ ขึ้นที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช โดยมีนายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานฯ เป็นประธานในการประชุม


องค์ประชุมประกอบไปด้วย ส่วนอนุรักษ์ทรัพยากร, ส่วนนโยบายและแผน, สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า, ส่วนจัดการพื้นที่อนุรักษ์สัตว์ป่า, สำนักป้องกัน ปราบปราม และควบคุมไฟป่า, สำนักฟื้นฟูและพัฒนาพื้นที่อนุรักษ์, สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า, ส่วนจัดการพื้นที่อนุรักษ์สัตว์ป่า, ส่วนนโยบายและแผน, สำนักวิจัย, กองนิติการ, อช.แม่วงก์, อช.ทองผาภูมิ, อช.ไทรโยค, อช.เขาแหลม, อช.เฉลิมรัตนโกสินทร์, อช.เขื่อนศรีนครินทร์, อช.พุเตย, อช.เอราวัณ, อช.คลองวังเจ้า, อช.คลองลาน, สป.ทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก,สป.ทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันออก, สป.สลักพระ, สป.เขาสนามเพรียง, สป.ห้วยขาแข้ง, สป.อุ้มผาง, กรมป่าไม้ สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง), สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 12 (นครสวรรค์), สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 14 (ตาก), ธนาคารไทยพานิชย์ จำกัด(มหาชน), ฝ่ายสังคม ปตท. ,มูลนิธิห้วยขาแข้ง และมูลนิธิสืบนาคะเสถียร

กรมอุทยานฯจัดประชุมสรุปผลความคืบหน้าหลังมีการทำ MOU ร่วมกับมูลนิธิสืบฯ
กรมอุทยานฯจัดประชุมสรุปผลความคืบหน้าหลังมีการทำ MOU ร่วมกับมูลนิธิสืบฯ


จากการพัฒนาดำเนินโครงการจัดการพื้นที่คุ้มครองอย่างมีส่วนร่วม หรือโครงการจอมป่า (Joint Management Protected Areas) ในผืนป่าตะวันตก นำไปสู่การลงนามบันทึกความร่วมมือ (MOU) โครงการพัฒนาระบบอนุรักษ์ในผืนป่าตะวันตก ระหว่างหน่วยงานกรมอุทยานแห่งชาติฯ กับมูลนิธิสืบนาคะเสถียร (21 เม.ย. 2559) เพื่อสร้างกระบวนการทำงานกับชุมชนที่อยู่ในพื้นที่อนุรักษ์ ให้เกิดการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม

ด้วยการบริหารจัดการพื้นที่ตามแบบแผนที่การบริหารจัดการผืนป่าตะวันตก ผ่านเครื่องมือการลาดตระเวนร่วมเพื่อป้องกันภัยคุกคาม เชื่อมระบบนิเวศ และการรักษาป่าไม้และสัตว์ป่าที่สำคัญ รวมถึงสนับสนุนคณะกรรมการที่ปรึกษาพื้นที่คุ้มครองในผืนป่าตะวันตก และการพัฒนาวิสาหกิจ ให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการดูแลทรัพยากรธรรมชาติให้เกิดความยั่งยืน

ศศิน เฉลิมลาภ
ศศิน เฉลิมลาภ ประธานมูลนิธิสืบนาคะเสถียร


โดยการประชุมคณะกรรมการบริหารโครงการพัฒนาระบบงานอนุรักษ์ในผืนป่าตะวันตก ครั้งที่ 1 นี้เอง ได้รายงานผลการดำเนินโครงการพัฒนาระบบงานอนุรักษ์ในผืนป่าตะวันตกหลังการลงนามบันทึกความร่วมมือ จากการติดตามข้อมูลชุมชนเพื่อการบริหารจัดการพื้นที่คุ้มครอง พบการกระทำความผิด ผ่านการตรวจสอบสิทธิ์ก่อนดำเนินตามขั้นตอนตามกฎหมายต่อไป ผลการลาดตระเวนร่วมอย่างเข้มแข็ง พบความสมบูรณ์ของระบบนิเวศในพื้นที่ แหล่งอาหารของสัตว์ และสัตว์ป่าเด่นๆ ตามพื้นที่ อาทิ เสือโคร่ง นกเงือก หมี ช้างป่า กระทิง และนกยูง

นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานฯ
ธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานฯ

แต่อย่างไรก็ตามแม้ปัจจัยการคุกคามจะลดลง แต่ยังพบปัจจัยคุกคามจากมนุษย์ ทั้งการเก็บของป่า ร่องรอยพรานล่าสัก ปางพัก อุปกรณ์ดักสัตว์ชนิดต่างๆ  ซากสัตว์ที่ถูกล่า กลุ่มนักท่องเที่ยวออฟโรดที่ออกนอกเส้นทาง ซึ่งเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้กระทำความผิดได้บางส่วน และได้นำประสบการณ์การทำงานมาวิเคราะห์วางแผนการทำงานครั้งต่อไป นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานฯ ได้ใส่ใจเรื่องผู้พิทักษ์ป่า ทั้งการปฏิบัติงาน การคัดเลือกเจ้าหน้าที่ที่ต้องพิจารณารายละเอียดด้วยกลัวว่าอาจมีผู้ไม่หวังดีปะปนมา และสวัสดิการของผู้พิทักษ์ที่กำลังอยู่ในขั้นตอนการดำเนินการ รวมถึงร่วมกันวางมาตรการแก้ไขปัญหา โดยเฉพาะตลาดนัดจัตุจักรที่เป็นแหล่งการค้าขายสัตว์ผิดกฎหมาย ที่สหภาพนานาชาติเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติและทรัพยากรธรรมชาติ (IUCN) และแสดงความกังวล จึงฝากเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องตรวจสอบและดำเนินการแก้ไขปัญหาอย่างเต็มรูปแบบ อีกทั้งยังคาดหวังการร่วมมือทำงานกับมูลนิธิสืบฯต่อไป โดยอาจจะมีการขยายพื้นที่ซึ่งใช้โครงการนี้เป็นต้นแบบการทำงาน เพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติต่อไปในภายภาคหน้า.
.
.
บทความโดย พัชริดา พงษปภัสร์ เจ้าหน้าที่ฝ่ายสื่อสารองค์กร มูลนิธิสืบนาคะเสถียร

กรมอุทยานฯจัดประชุมสรุปผลความคืบหน้าหลังมีการทำ MOU ร่วมกับมูลนิธิสิบฯ

เมื่อวันจันทร์ ความคืบหน้า ต.ค. 2559 ได้มีการจัดประชุม “คณะกรรมการบริหารโครงการพัฒนาระบบงานอนุรักษ์ในผืนป่าตะวันตก ครั้งที่ 1” ขึ้นที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช โดยมีนายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานฯ เป็นประธานในการประชุม

องค์ประชุมประกอบไปด้วย ส่วนอนุรักษ์ทรัพยากร, ส่วนนโยบายและแผน, สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า, ส่วนจัดการพื้นที่อนุรักษ์สัตว์ป่า, สำนักป้องกัน ปราบปราม และควบคุมไฟป่า, สำนักฟื้นฟูและพัฒนาพื้นที่อนุรักษ์, สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า, ส่วนจัดการพื้นที่อนุรักษ์สัตว์ป่า, ส่วนนโยบายและแผน, สำนักวิจัย, กองนิติการ, อช.แม่วงก์, อช.ทองผาภูมิ, อช.ไทรโยค, อช.เขาแหลม, อช.เฉลิมรัตนโกสินทร์, อช.เขื่อนศรีนครินทร์, อช.พุเตย, อช.เอราวัณ, อช.คลองวังเจ้า, อช.คลองลาน, สป.ทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก,สป.ทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันออก, สป.สลักพระ, สป.เขาสนามเพรียง, สป.ห้วยขาแข้ง, สป.อุ้มผาง, กรมป่าไม้ สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง), สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 12 (นครสวรรค์), สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 14 (ตาก), ธนาคารไทยพานิชย์ จำกัด(มหาชน), ฝ่ายสังคม ปตท. ,มูลนิธิห้วยขาแข้ง และมูลนิธิสืบนาคะเสถียร

จากการพัฒนาดำเนินโครงการจัดการพื้นที่คุ้มครองอย่างมีส่วนร่วม หรือโครงการจอมป่า (Joint Management Protected Areas) ในผืนป่าตะวันตก นำไปสู่การลงนามบันทึกความร่วมมือ (MOU) โครงการพัฒนาระบบอนุรักษ์ในผืนป่าตะวันตก ระหว่างหน่วยงานกรมอุทยานแห่งชาติฯ กับมูลนิธิสืบนาคะเสถียร (21 เม.ย. 2559) เพื่อสร้างกระบวนการทำงานกับชุมชนที่อยู่ในพื้นที่อนุรักษ์ ให้เกิดการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม

ด้วยการบริหารจัดการพื้นที่ตามแบบแผนที่การบริหารจัดการผืนป่าตะวันตก ผ่านเครื่องมือการลาดตระเวนร่วมเพื่อป้องกันภัยคุกคาม เชื่อมระบบนิเวศ และการรักษาป่าไม้และสัตว์ป่าที่สำคัญ รวมถึงสนับสนุนคณะกรรมการที่ปรึกษาพื้นที่คุ้มครองในผืนป่าตะวันตก และการพัฒนาวิสาหกิจ ให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการดูแลทรัพยากรธรรมชาติให้เกิดความยั่งยืน

โดยการประชุมคณะกรรมการบริหารโครงการพัฒนาระบบงานอนุรักษ์ในผืนป่าตะวันตก ครั้งที่ 1 นี้เอง ได้รายงานผลการดำเนินโครงการพัฒนาระบบงานอนุรักษ์ในผืนป่าตะวันตกหลังการลงนามบันทึกความร่วมมือ จากการติดตามข้อมูลชุมชนเพื่อการบริหารจัดการพื้นที่คุ้มครอง พบการกระทำความผิด ผ่านการตรวจสอบสิทธิ์ก่อนดำเนินตามขั้นตอนตามกฎหมายต่อไป ผลการลาดตระเวนร่วมอย่างเข้มแข็ง พบความสมบูรณ์ของระบบนิเวศในพื้นที่ แหล่งอาหารของสัตว์ และสัตว์ป่าเด่นๆ ตามพื้นที่ อาทิ เสือโคร่ง นกเงือก หมี ช้างผ่า กระทิง และนกยูง

แต่อย่างไรก็ตามแม้ปัจจัยการคุกคามจะลดลง แต่ยังพบปัจจัยคุกคามจากมนุษย์ ทั้งการเก็บของป่า ร่องรอยพรานล่าสัก ปางพัก อุปกรณ์ดักสัตว์ชนิดต่างๆ  ซากสัตว์ที่ถูกล่า กลุ่มนักท่องเที่ยวออฟโรดที่ออกนอกเส้นทาง ซึ่งเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้กระทำความผิดได้บางส่วน และได้นำประสบการณ์การทำงานมาวิเคราะห์วางแผนการทำงานครั้งต่อไป รวมถึงร่วมกันวางมาตรการแก้ไขปัญหา โดยเฉพาะตลาดนัดจัตุจักรที่เป็นแหล่งการค้าขายสัตว์ผิดกฎหมาย ที่สหภาพนานาชาติเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติและทรัพยากรธรรมชาติ (IUCN) และนายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานฯ แสดงความกังวลจึงฝากเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องตรวจสอบและดำเนินการแก้ไขปัญหาอย่างเต็มรูปแบบ อีกทั้งยังคาดหวังการร่วมมือทำงานกับมูลนิธิสืบฯต่อไป โดยอาจจะมีการขยายพื้นที่ซึ่งใช้โครงการนี้เป็นต้นแบบการทำงาน เพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติต่อไปในภายภาคหน้า.

 

รับข่าวสาร


บทความที่เกี่ยวข้อง