• Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size

มหากาพย์น้ำท่วมลาดยาว

อีเมล พิมพ์ PDF
ปัญหาน้ำท่วมพื้นที่ลาดยาวเกิดขึ้นเป็นประจำ ทั้งจากภัยธรรมชาติและผลพวงจากน้ำมือมนุษย์เอง ที่ยังขาดการบูรณาการร่วมกันระหว่างหน่วยงานในแต่ละท้องที่, การขยายเมืองรุกล้ำพื้นที่ลุ่มต่ำซึ่งเคยเป็นแหล่งน้ำ, การสร้างสิ่งก่อสร้างสิ่งกีดขวางทางน้ำ รวมถึงปัญหาอำนาจควบคุมการ เปิด-ปิด ประตู ฝาย/ประตูระบายน้ำ/ท่อระบายน้ำ ที่ถือสิทธิโดยกฎหมู่, ฝาย/ประตูระบายน้ำ/ท่อระบายน้ำ ถูกทุบทำลาย สิ่งเหล่านี้เกิดจากการไม่เคารพกฎหมายของคนบางส่วนนั่นเอง ยกตัวอย่าง ด้านการถมดินรุกล้ำลำคลองที่เคยมีหน้ากว้างให้น้ำไหลผ่านไปได้สะดวกกลับแคบลงกว่าครั้งอดีต หรือ สร้างสิ่งก่อสร้างกีดขวางทางน้ำ “สะพานสาม” ที่เคยพาดผ่านลำน้ำถูกเททับด้วยถนนยางมะตอย อย่างไร้เงาท่อระบายน้ำที่พอจะเป็นช่องทางให้น้ำไหลผ่านได้ หรืออาคารสถานศึกษาบางแห่งก่อสร้างรุกล้ำพื้นที่ลำคลอง ข้อนี้คนเก่าแก่ในพื้นที่เป็นผู้นำทางชี้เป้าให้ได้ประจักษ์แก่สายตายโดยทั่วกัน
เมื่อวันที่ 11-12 ตุลาคม 2559 อรยุพา สังขะมาน หัวหน้าฝ่ายวิชาการ มูลนิธิสืบนาคะเสถียร พร้อมเจ้าหน้าที่ฝ่ายวิชาการได้เดินทางสำรวจพื้นที่อำเภอลาดยาว จังหวัดนครสวรรค์ เนื่องจากคนในท้องถิ่นแจ้งข่าวสถานการณ์น้ำท่วม และมี ฝาย/ประตูระบายน้ำ/ท่อระบายน้ำ 2-3 แห่งที่อาจมีผลต่อการเกิดน้ำท่วมอำเภอลาดยาว จึงต้องการสำรวจข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อหาทางออกการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมและทางเลือกที่จะสามารถผันน้ำไปยังพื้นที่กักเก็บน้ำอันเหมาะสมได้หรือไม่ รวมไปถึงจากการตรวจสอบจากกูเกิล เอิร์ธ (Google Earth) พบฝายใหม่ๆ จึงต้องการทราบว่าฝายเหล่านี้มีผลต่อการเบนน้ำไปทางอื่นเพื่เก็บน้ำไว้ใช้ในหน้าแล้งหรือไม่ และในวันที่ 12 ตุลาคม นี้เอง ได้มีโอกาสเข้าร่วมงานสัมมนา “การบริหารจัดการน้ำ เพื่อป้องกันอุทกภัยในเขตอำภอลาดยาว จังหวัดนครสวรรค์” ซึ่งจัดโดยนักศึกษาสาขาวิชารัฐศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์ แต่ภายในงานสัมมนากลับเป็นไปอย่างไม่สร้างสรรค์ มุ่งชี้เป้าไปยังวาทกรรม “เอาเขื่อนแม่วงก์” ละเลยทางเลือกในการบริหารจัดการน้ำอื่นๆ
เส้นน้ำหลักที่มีอิทธิพลต่อสถานการณ์น้ำท่วมพื้นที่อำเภอลาดยาว ได้แก่...
(1) คลองไทร (2)คลองปางมะกอ (3) คลองม่วง และ (4) เส้นน้ำแม่วงก์ ซึ่งเส้นน้ำแม่วงก์ที่ออกจากอุทยานแห่งชาติแม่วงก์นี้เองมักถูกกล่าวหาเป็นแพะรับบาปอยู่เสมอ นักวิชาการได้อธิบายข้อมูลว่าเส้นน้ำคลองไทรและคลองปางมะกอมีขนาดใหญ่ไม่แพ้กัน แต่กลับขาดเครื่องมือในการบริหารจัดการน้ำ ในทางกลับกัน เส้นน้ำคลองม่วง (ซึ่งเป็นเส้นทางน้ำที่สำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากันกับเส้นน้ำแม่วงก์) ปรากฏ ฝาย/ประตูระบายน้ำ/ท่อระบายน้ำ นับ 10 แห่ง แต่มีปัญหาไม่สามารถใช้การได้ เช่น ฝายป่าสัก หนึ่งในฝายเส้นคลองม่วงถูกทุบทิ้งเหลือเพียงตอเสาให้ดูต่างหน้า ฝาย/ประตูระบายน้ำ/ท่อระบายน้ำ บางแห่งประตูหาย แต่ฝายสะเดาซ้ายและฝายบ้านดอนปอมีสภาพที่สามารถใช้งานได้ แต่ไม่มีการบริหารจัดการที่เป็นระบบ รวมถึงเส้นน้ำคลองม่วงนี้เองถูกบีบขนาดจนมีหน้ากว้างแคบลง เหลือเพียง 10-15 เมตร เพราะเหตุนี้จึงทำให้น้ำล้นออกมานอกคันคลองหลายจุด เมื่อเปรียบเทียบเส้นน้ำคลองม่วงกับเส้นน้ำแม่วงก์แล้ว เส้นน้ำแม่วงก์หน้ากว้างถึง 40-50 เมตร เพราะฉะนั้นเส้นน้ำคลองม่วงจึงเป็นสายน้ำอีกเส้นที่น้ำล้น และไหลบ่าเข้าท่วมพื้นที่อำเภอลาดยาว
“พี่เห็นประตูระบายน้ำกระเด็นไปอยู่หน้าฝาย มันไม่มีตัวอะไรไว้กักเก็บน้ำเพื่อใช้ในหน้าแล้ง”
แหล่งกักเก็บน้ำ
พื้นที่ลาดยาวมีแหล่งกักเก็บน้ำหลักสำหรับรองรับน้ำหลากและเก็บเพื่อเป็นประโยชน์สำหรับใช้อุปโภคบริโภคในฤดูแล้ง 4 แห่งใหญ่ แต่ละแห่งต่างมีปัญหาทำให้ไม่สามารถรองรับได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ น้ำจึงเทเข้าท่วมลาดยาว ดังนี้
1. อ่างเก็บน้ำห้วยหินลับ ถ้าน้ำที่จะเข้าท่วมพื้นที่ลาดยาวสามารถเข้าสู่อ่างเก็บน้ำห้วยหินลับได้บางส่วนจะทำให้สามารถตัดยอดน้ำที่จะเข้าท่วมพื้นที่ลาดยาวและบริเวณโดยรอบได้ แต่ปัจจุบันอ่างเก็บน้ำห้วยหินลับ แหล่งเก็บน้ำมีลักษณะตื้นเขิน และยังคงถูกรุกพื้นที่อย่างต่อเนื่อง
2. บึงหล่ม ประสบปัญหาพื้นที่มีลักษณะตื้นเขินกว่าที่ควรจะเป็น ถูกบุกรุกที่ ฝาย/ประตูระบายน้ำ/ท่อระบายน้ำ ที่ควรเป็นเครื่องมือในการผันนำน้ำเข้ามากักเก็บไว้ยังบึงหล่มถูกทุบทำลาย
3. หนองอีเหนี่ยง แต่อย่างไรก็ตาม พื้นที่หนองอีเหนี่ยงซึ่งแท้จริงแล้วเป็นพื้นที่สาธารณะ กลับถูกฉวยโอกาสนำไปออกโฉนดและรุกล้ำพื้นที่เพิ่มเติม จากเดิมที่อ่างมีบริเวณกว้างไร้รูปทรงขณะนี้กลายเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดเล็ก โดยปัจจุบันประชาชนในท้องที่ได้ดำเนินการฟ้องร้องหน่วยงานรัฐในกรณีรุกที่สาธารณะประโยชน์แทน
4. อ่างเก็บน้ำวัดหลวงพ่อจ้อย สามารถรองรับน้ำได้พอสมควร แต่ติดปัญหาคือ น้ำส่วนใหญ่ไม่สามารถผันมาถึงอ่างเก็บน้ำวัดหลวงพ่อจ้อยได้ เนื่องจากอุปสรรคชิ้นใหญ่นั่นคือสิ่งกีดขวางทางน้ำ
5. วังสวัสดี บริเวณนี้เป็นพื้นที่ใหญ่ที่ควรรองรับน้ำได้ แต่ความเป็นจริงแล้วไม่สามารถเก็บกักน้ำไว้ได้ น้ำทำได้เพียงไหลผ่านเท่านั้นไม่สามารถเก็บน้ำไว้ใช้ในหน้าแล้งได้ อาจมีรอยรั่วเกิดขึ้นก็เป็นได้ กรณีพื้นที่วังสวัสดีนี้ยังไม่ทราบเหตุผลที่แน่ชัด เนื่องยังไม่มีการศึกษาปัญหาเพิ่มเติม
ในปัจจุบันภาครัฐหลายหน่วยงานมีหน้าที่สร้าง ฝาย/ประตูระบายน้ำ/ท่อระบายน้ำ ซึ่งเป็นเครื่องมือในการบริหารจัดการน้ำ แต่ผู้ที่ได้รับมอบหมายให้ดูแลหลังการก่อสร้างนั้น ได้ถูกเขียนติดไว้บนแผ่นป้ายโครงการ ซึ่งส่วนใหญ่มักระบุว่า “มอบให้ราษฎรใช้โดยสาธารณะประโยชน์” ซึ่งจากแหล่งข่าวท้องถิ่นให้ข้อมูลว่า การ เปิด-ปิด ประตูจำเป็นต้องใช้กุญแจ ซึ่งผู้ที่มีอำนาจถือกุญแจจะเป็นไปตามกฏหมู่ และเลือกเปิดหรือปิดตามความต้องการของประชาชนที่มารวมกัน หมู่บ้านไหนพวกเยอะกว่าก็จะได้รับสิทธิมากกว่า ฝาย/ประตูระบายน้ำ/ท่อระบายน้ำ บางแห่งมีอายุการใช้งานได้เพียง 1 ปี ไม่ถูกทุบทำลายทิ้ง ก็ถูกน้ำซัดพังเพราะการก่อสร้างไม่ได้มาตรฐานตามหลักวิศวกรรม ปรากฏให้เห็นนับสิบสิบแห่ง บานประตูที่ใช้สำหรับ เปิด-ปิด ก็หายไปหลายจุด
ขณะที่ผู้เขียนและนักวิชาการกลุ่มหนึ่งลงพื้นที่พร้อมกันในตลาดได้ยินชาวบ้านพูดคุยกันเรื่องการปิดประตูระบายน้ำ ที่สร้างผลกระทบแก่ตัวชาวบ้านเอง การปิดประตูระบายน้ำทำให้น้ำไหลไปทางพื้นที่นาใกล้ช่วงเกี่ยวข้าวของเขาซึ่งยังไม่ได้ลงมือเก็บเกี่ยว ส่งผลให้ท้องนาได้รับความเสียหายทั้งหมด นักวิชาการได้ชี้ให้เห็นอีกหนึ่งปัญหา เรื่องการขาดการประชาคมที่ดี ในแต่ละพื้นที่ชุมชนไม่มีการทำประชาคมที่มุ่งสร้างความเข้าใจแก่คนแต่ละชุมชนร่วมกันให้รอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นผลประโยชน์หรือผลเสีย ของการมี ฝาย/ประตูระบายน้ำ/ท่อระบายน้ำ ว่าพื้นที่บางแห่งอาจต้องเสียสละพื้นที่เกษตรกรรมเพื่อคนส่วนใหญ่มากหรือน้อยเพียงใด จึงเป็นอีกหนึ่งที่มาของการทุบทำลายฝายเมื่อสร้างเสร็จ
อีกหนึ่งปัญหาเมื่อมีการกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำด้วยความขาดข้อกำหนดที่ชัดเจน ด้วยกรรมวิธีการขุดลอก อย่างผิดวิธี ทำให้พืชที่มีส่วนในการยึดหน้าดินหายไปจนเกิดการพังทลายของหน้าดิน ดินตื้นกลับมาตื้นเขินอีกเรื่อยๆ ดังนั้นแล้วการขุดลอกควรมีการแบ่งสัดส่วนการขุดที่ชัดเจน ดังข้อกฎหมายของต่างประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกาและออสเตรเลีย ที่ออกกฎหมายระบุความเหมาะสมในเรื่องของลำน้ำว่าควรมีลักษณะห่างจากลำน้ำ คันดิน และปลูกต้นไม้ในระยะเท่าไหร่ เพื่อช่วยยึดหน้าดินมิให้หน้าดินพังทลายลงสู่ลำน้ำ แต่ในประเทศไทยยังไม่มีกฎหมายควบคุมดูแลใส่ใจเรื่องระบบนิเวศลำน้ำอย่างชัดเจน การขุดอย่างผิดวิธีนี้เองทำให้ต้องดำเนินการขุดลอกซ้ำๆ ทุกๆ ปี “แล้วเราต้องสูญเสียงบประมาณจากวัฎจักรการขุดลอกที่ขาดความเหมาะสมนี้เป็นงบประมาณเท่าไหร่?” หัวหน้าฝ่ายวิชาการมูลนิธิสืบฯ ตั้งคำถาม
ดังข้อมูลที่ปรากฏนี้เองทำให้เห็นว่าในพื้นที่มีเครื่องมือจำนวนมาก แต่กลับไม่สามารถบริหารจัดการใช้ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ รวมถึงความขัดแย้งเรื่องผลประโยชน์เข้ามาแทรก ทำให้เกิดข้อขัดแย้งนานามากมาย บ้างรู้แต่ปิดตา บ้างหวังประโยชน์ส่วนตน บ้างมิได้รับข้อมูลข่าวสารรอบด้าน ทำให้ปักใจเชื่อคาดหวังกับแหล่งกักเก็บน้ำแห่งใหม่ “เขื่อนแม่วงก์” ทั้งที่จริงแล้ว พื้นที่สำหรับก่อสร้างเขื่อนแม่วงก์ตามโครงการสามารถบรรเทาน้ำท่วมได้จากเส้นน้ำเพียง 1 เส้น คือ เส้นน้ำแม่วงก์เท่านั้น เท่ากับว่าไม่สามารถแก้ไขปัญหาน้ำท่วมอำเภอลาดยาวได้ เพราะน้ำยังสามารถไหลมาจากเส้นทางน้ำอื่นได้อีก ท้ายที่สุดแล้วเคราะห์กรรมของมหากาพย์ครั้งนี้จะตกอยู่ที่ใครได้ หากไม่ใช่ชาวบ้านในพื้นที่ ซึ่งอาจถูกใช้เป็นเครื่องมือและต้องทนรับกรรมต่อไป
อรยุพา สังขะมาน ฝากทิ้งท้ายด้วยคำถามว่า ผู้นำท้องถิ่นหรือคนในพื้นที่ทราบหรือไม่ว่าในพื้นที่ของตนเองมีเครื่องมือในการบริหารจัดการน้ำ ทั้งฝาย ประตูระบายน้ำ และท่อระบายน้ำ ทราบหรือไม่ว่ามีกี่แห่ง และแต่ละแห่งถูกใช้อย่างเต็มประสิทธิภาพหรือไม่และชาวบ้านบริเวณไหนจะได้ประโยชน์จากฝายแต่ละตัวบ้าง ประโยคของชาวบ้านคนหนึ่ง “ถ้าฝายไม่พัง อ้อยผมคงไม่แห้งตายขนาดนี้หรอก ฝายพังตั้งแต่ปีแรกที่สร้าง” สะท้อนให้เห็นว่าเครื่องมือที่มีอยู่ในมือไม่สามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มที่
มหากาพย์น้ำท่วมลาดยาวปัญหาน้ำท่วมพื้นที่ลาดยาวเกิดขึ้นเป็นประจำ ทั้งจากภัยธรรมชาติและผลพวงจากน้ำมือมนุษย์เอง ที่ยังขาดการบูรณาการร่วมกันระหว่างหน่วยงานในแต่ละท้องที่, การขยายเมืองรุกล้ำพื้นที่ลุ่มต่ำซึ่งเคยเป็นแหล่งน้ำ, การสร้างสิ่งก่อสร้างสิ่งกีดขวางทางน้ำ, ปัญหาอำนาจควบคุมการ เปิด-ปิด ประตู ฝาย/ประตูระบายน้ำ/ท่อระบายน้ำ ที่ถือสิทธิโดยกฎหมู่, รวมถึง ฝาย/ประตูระบายน้ำ/ท่อระบายน้ำ ถูกทุบทำลาย สิ่งเหล่านี้เกิดจากการไม่เคารพกฎหมายของคนบางส่วนนั่นเอง


ยกตัวอย่าง ด้านกรณีการถมดินรุกล้ำลำคลองที่เคยมีหน้ากว้างให้น้ำไหลผ่านไปได้สะดวกกลับแคบลงกว่าครั้งอดีต หรือ กรณีสร้างสิ่งก่อสร้างกีดขวางทางน้ำ “สะพานสาม” ที่เคยพาดผ่านลำน้ำถูกเททับด้วยถนนยางมะตอย อย่างไร้เงาท่อระบายน้ำที่พอจะเป็นช่องทางให้น้ำไหลผ่านได้ หรือกรณีอาคารสถานศึกษาบางแห่งก่อสร้างรุกล้ำพื้นที่ลำคลอง ข้อนี้คนเก่าแก่ในพื้นที่เป็นผู้นำทางชี้เป้าให้ได้ประจักษ์แก่สายตายโดยทั่วกัน
.
.
น้ำท่วมลาดยาว
ที่ตั้ง "สะพานสาม" กลายเป็นถนน
.
.
เมื่อวันที่ 11-12 ตุลาคม 2559 อรยุพา สังขะมาน หัวหน้าฝ่ายวิชาการ มูลนิธิสืบนาคะเสถียร พร้อมเจ้าหน้าที่ฝ่ายวิชาการได้เดินทางสำรวจพื้นที่อำเภอลาดยาว จังหวัดนครสวรรค์ เนื่องจากคนในท้องถิ่นแจ้งข่าวสถานการณ์น้ำท่วม และมี ฝาย/ประตูระบายน้ำ/ท่อระบายน้ำ 2-3 แห่งที่อาจมีผลต่อการเกิดน้ำท่วมอำเภอลาดยาว จึงต้องการสำรวจข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อหาทางออกการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมและทางเลือกที่จะสามารถผันน้ำไปยังพื้นที่กักเก็บน้ำอันเหมาะสมได้หรือไม่ รวมไปถึงจากการตรวจสอบจากกูเกิ้ล เอิร์ธ (Google Earth) พบฝายใหม่ๆ จึงต้องการทราบว่าฝายเหล่านี้มีผลต่อการเบนน้ำไปทางอื่นเพื่อเก็บน้ำไว้ใช้ในหน้าแล้งหรือไม่ และในวันที่ 12 ตุลาคม นี้เอง ได้มีโอกาสเข้าร่วมงานสัมมนา “การบริหารจัดการน้ำ เพื่อป้องกันอุทกภัยในเขตอำภอลาดยาว จังหวัดนครสวรรค์” ซึ่งจัดโดยนักศึกษาสาขาวิชารัฐศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์ แต่ภายในงานสัมมนากลับเป็นไปอย่างไม่สร้างสรรค์ มุ่งชี้เป้าไปยังวาทกรรม “เอาเขื่อนแม่วงก์” ละเลยทางเลือกในการบริหารจัดการน้ำอื่นๆ

เส้นน้ำหลักที่มีอิทธิพลต่อสถานการณ์น้ำท่วมพื้นที่อำเภอลาดยาว ได้แก่...
.
.
เส้นทางน้ำที่มีอิทธิพลต่อน้ำท่วมอำเภอลาดยาว
เส้นทางน้ำหลักที่มีอิทธิพลต่อสถานการณ์น้ำท่วมอำเภอลาดยาว
.
.
(1) คลองไทร (2)คลองปางมะกอ (3) คลองม่วง และ (4) เส้นน้ำแม่วงก์ ซึ่งเส้นน้ำแม่วงก์ที่ออกจากอุทยานแห่งชาติแม่วงก์นี้เองมักถูกกล่าวหาเป็นแพะรับบาปอยู่เสมอ นักวิชาการได้อธิบายข้อมูลว่าเส้นน้ำคลองไทรและคลองปางมะกอมีขนาดใหญ่ไม่แพ้กัน แต่กลับขาดเครื่องมือในการบริหารจัดการน้ำ ในทางกลับกัน เส้นน้ำคลองม่วง (ซึ่งเป็นเส้นทางน้ำที่สำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากันกับเส้นน้ำแม่วงก์) ปรากฏ ฝาย/ประตูระบายน้ำ/ท่อระบายน้ำ นับสิบสิบแห่ง แต่มีปัญหาไม่สามารถใช้การได้
.
.
ฝายแห่งหนึ่งในอำเภอลาดยาว
ฝายแห่งหนึ่งในอำเภอลาดยาวมีสภาพเหลือแต่ตอเสา
.
.
เช่น ฝายแห่งหนึ่งในฝายเส้นคลองม่วงถูกทุบทิ้งเหลือเพียงตอเสาให้ดูต่างหน้า ฝาย/ประตูระบายน้ำ/ท่อระบายน้ำ บางแห่งประตูหาย แต่ ฝาย/ประตูระบายน้ำ/ท่อระบายน้ำ สะเดาซ้ายและบ้านดอนปอ อยู่ในสภาพที่สามารถใช้งานได้ แต่ไม่มีการบริหารจัดการที่เป็นระบบ รวมถึงเส้นน้ำคลองม่วงนี้เองถูกบีบขนาดจนมีหน้ากว้างแคบลง เหลือเพียง 10-15 เมตร เพราะเหตุนี้จึงทำให้น้ำล้นออกมานอกคันคลองหลายจุด เมื่อเปรียบเทียบเส้นน้ำคลองม่วงกับเส้นน้ำแม่วงก์แล้ว เส้นน้ำแม่วงก์หน้ากว้างถึง 40-50 เมตร เพราะฉะนั้นเส้นน้ำคลองม่วงจึงเป็นสายน้ำอีกเส้นที่น้ำล้น และไหลบ่าเข้าท่วมพื้นที่อำเภอลาดยาว
.
“พี่เห็นประตูระบายน้ำกระเด็นไปอยู่หน้าฝาย มันไม่มีตัวอะไรไว้กักเก็บน้ำเพื่อใช้ในหน้าแล้ง”
.
..
แหล่งกักเก็บน้ำ

พื้นที่ลาดยาวมีแหล่งกักเก็บน้ำหลักสำหรับรองรับน้ำหลากและเก็บเพื่อเป็นประโยชน์สำหรับใช้อุปโภคบริโภคในฤดูแล้ง 5 แห่งใหญ่ๆ แต่ละแห่งต่างมีปัญหาทำให้ไม่สามารถรองรับได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ น้ำจึงเทเข้าท่วมลาดยาว ดังนี้

1. อ่างเก็บน้ำห้วยหินลับ ถ้าน้ำที่จะเข้าท่วมพื้นที่ลาดยาวสามารถเข้าสู่อ่างเก็บน้ำห้วยหินลับได้บางส่วนจะทำให้สามารถตัดยอดน้ำที่จะเข้าท่วมพื้นที่ลาดยาวและบริเวณโดยรอบได้ แต่ปัจจุบันอ่างเก็บน้ำห้วยหินลับ แหล่งเก็บน้ำมีลักษณะตื้นเขิน และยังคงถูกรุกพื้นที่อย่างต่อเนื่อง

2. บึงหล่ม ประสบปัญหาพื้นที่มีลักษณะตื้นเขินกว่าที่ควรจะเป็น ถูกบุกรุกที่ ฝาย/ประตูระบายน้ำ/ท่อระบายน้ำ ที่ควรเป็นเครื่องมือในการผันนำน้ำเข้ามากักเก็บไว้ยังบึงหล่มถูกทุบทำลาย
.
.
หนองอีเหนี่ยง
แหล่งกักเก็บน้ำหนองอีเหนี่ยง
.
.
3. หนองอีเหนี่ยง แต่อย่างไรก็ตาม พื้นที่หนองอีเหนี่ยงซึ่งแท้จริงแล้วเป็นพื้นที่สาธารณะ กลับถูกฉวยโอกาสนำไปออกโฉนดและรุกล้ำพื้นที่เพิ่มเติม จากเดิมที่อ่างมีบริเวณกว้างไร้รูปทรงขณะนี้กลายเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดเล็ก โดยปัจจุบันประชาชนในท้องที่ได้ดำเนินการฟ้องร้องหน่วยงานรัฐในกรณีรุกที่สาธารณะประโยชน์แทน

4. อ่างเก็บน้ำวัดหลวงพ่อจ้อย สามารถรองรับน้ำได้พอสมควร แต่ติดปัญหาคือ น้ำส่วนใหญ่ไม่สามารถผันมาถึงอ่างเก็บน้ำวัดหลวงพ่อจ้อยได้ เนื่องจากอุปสรรคชิ้นใหญ่นั่นคือสิ่งกีดขวางทางน้ำ

5. วังสวัสดี บริเวณนี้เป็นพื้นที่ใหญ่ที่ควรรองรับน้ำได้ แต่ความเป็นจริงแล้วไม่สามารถเก็บกักน้ำไว้ได้ น้ำทำได้เพียงไหลผ่านเท่านั้นไม่สามารถเก็บน้ำไว้ใช้ในหน้าแล้งได้ อาจมีรอยรั่วเกิดขึ้นก็เป็นได้ กรณีพื้นที่วังสวัสดีนี้ยังไม่ทราบเหตุผลที่แน่ชัด เนื่องยังไม่มีการศึกษาปัญหาเพิ่มเติม

ในปัจจุบันภาครัฐหลายหน่วยงานมีหน้าที่สร้าง ฝาย/ประตูระบายน้ำ/ท่อระบายน้ำ ซึ่งเป็นเครื่องมือในการบริหารจัดการน้ำ แต่ผู้ที่ได้รับมอบหมายให้ดูแลหลังการก่อสร้างนั้น ได้ถูกเขียนติดไว้บนแผ่นป้ายโครงการ ซึ่งส่วนใหญ่มักระบุว่า “มอบให้ราษฎรใช้โดยสาธารณะประโยชน์” ซึ่งจากแหล่งข่าวท้องถิ่นให้ข้อมูลว่า การ เปิด-ปิด ประตูจำเป็นต้องใช้กุญแจ ซึ่งผู้ที่มีอำนาจถือกุญแจจะเป็นไปตามกฏหมู่ และเลือกเปิดหรือปิดตามความต้องการของประชาชนที่มารวมกัน หมู่บ้านไหนพวกเยอะกว่าก็จะได้รับสิทธิมากกว่า ฝาย/ประตูระบายน้ำ/ท่อระบายน้ำ บางแห่งมีอายุการใช้งานได้เพียง 1 ปี ไม่ถูกทุบทำลายทิ้ง ก็ถูกน้ำซัดพังเพราะการก่อสร้างไม่ได้มาตรฐานตามหลักวิศวกรรม ปรากฏให้เห็นนับสิบสิบแห่ง บานประตูที่ใช้สำหรับ เปิด-ปิด ก็หายไปหลายจุด
.
..
น้ำท่วมอำเภอลาดยาว
ประชาชนท้องถิ่นเดินลุยน้ำบนถนน
.
.
ขณะที่ผู้เขียนและนักวิชาการกลุ่มหนึ่งลงพื้นที่พร้อมกันในตลาดได้ยินชาวบ้านพูดคุยกันเรื่องการปิดประตูระบายน้ำ ที่สร้างผลกระทบแก่ตัวชาวบ้านเอง การปิดประตูระบายน้ำทำให้น้ำไหลไปทางพื้นที่นาใกล้ช่วงเกี่ยวข้าวของเขาซึ่งยังไม่ได้ลงมือเก็บเกี่ยว ส่งผลให้ท้องนาได้รับความเสียหายทั้งหมด นักวิชาการได้ชี้ให้เห็นอีกหนึ่งปัญหา เรื่องการขาดการประชาคมที่ดี ในแต่ละพื้นที่ชุมชนไม่มีการทำประชาคมที่มุ่งสร้างความเข้าใจแก่คนแต่ละชุมชนร่วมกันให้รอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นผลประโยชน์หรือผลเสีย ของการมี ฝาย/ประตูระบายน้ำ/ท่อระบายน้ำ ว่าพื้นที่บางแห่งอาจต้องเสียสละพื้นที่เกษตรกรรมเพื่อคนส่วนใหญ่มากหรือน้อยเพียงใด จึงเป็นอีกหนึ่งที่มาของการทุบทำลายฝายเมื่อสร้างเสร็จ
.
.
การขุดลอกที่ผิดวิธีทำให้หน้าดินพังทลาย
ตลิ่งพังทุกปี ถมทุกปี
.
.
อีกหนึ่งปัญหาเมื่อมีการกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำด้วยความขาดข้อกำหนดที่ชัดเจน ด้วยกรรมวิธีการขุดลอก อย่างผิดวิธี ทำให้พืชที่มีส่วนในการยึดหน้าดินหายไปจนเกิดการพังทลายของหน้าดิน ดินตื้นกลับมาตื้นเขินอีกเรื่อยๆ ดังนั้นแล้วการขุดลอกควรมีการแบ่งสัดส่วนการขุดที่ชัดเจน ดังข้อกฎหมายของต่างประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกาและออสเตรเลีย ที่ออกกฎหมายระบุความเหมาะสมในเรื่องของลำน้ำว่าควรมีลักษณะห่างจากลำน้ำ คันดิน และปลูกต้นไม้ในระยะเท่าไหร่ เพื่อช่วยยึดหน้าดินมิให้หน้าดินพังทลายลงสู่ลำน้ำ แต่ในประเทศไทยยังไม่มีกฎหมายควบคุมดูแลใส่ใจเรื่องระบบนิเวศลำน้ำอย่างชัดเจน การขุดอย่างผิดวิธีนี้เองทำให้ต้องดำเนินการขุดลอกซ้ำๆ ทุกๆ ปี “แล้วเราต้องสูญเสียงบประมาณจากวัฎจักรการขุดลอกที่ขาดความเหมาะสมนี้เป็นงบประมาณเท่าไหร่?” หัวหน้าฝ่ายวิชาการมูลนิธิสืบฯ ตั้งคำถาม
.
.
น้ำท่วมอำเภอลาดยาว
มีการวางกระสอบทรายและสร้างคันดินสูงเพื่อไม่ให้น้ำท่วมเข้าพื้นที่นา
.
..
ดังข้อมูลที่ปรากฏนี้เองทำให้เห็นว่าในพื้นที่มีเครื่องมือจำนวนมาก แต่กลับไม่สามารถบริหารจัดการใช้ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ รวมถึงความขัดแย้งเรื่องผลประโยชน์เข้ามาแทรก ทำให้เกิดข้อขัดแย้งนานามากมาย บ้างรู้แต่ปิดตา บ้างหวังประโยชน์ส่วนตน บ้างมิได้รับข้อมูลข่าวสารรอบด้าน ทำให้ปักใจเชื่อคาดหวังกับแหล่งกักเก็บน้ำแห่งใหม่ “เขื่อนแม่วงก์” ทั้งที่จริงแล้ว พื้นที่สำหรับก่อสร้างเขื่อนแม่วงก์ตามโครงการสามารถบรรเทาน้ำท่วมได้จากเส้นน้ำเพียง 1 เส้น คือ เส้นน้ำแม่วงก์เท่านั้น เท่ากับว่าไม่สามารถแก้ไขปัญหาน้ำท่วมอำเภอลาดยาวได้ เพราะน้ำยังสามารถไหลมาจากเส้นทางน้ำอื่นได้อีก ท้ายที่สุดแล้วเคราะห์กรรมของมหากาพย์ครั้งนี้จะตกอยู่ที่ใครได้ หากไม่ใช่ชาวบ้านในพื้นที่ ซึ่งอาจถูกใช้เป็นเครื่องมือและต้องทนรับกรรมต่อไป
.
.
ฝายแห่งหนึ่งในอำเภอลาดยาว
ฝายแห่งหนึ่งในอำเภอลาดยาวก่อสร้างผิดหลักชลศาสตร์ ทำให้ไม่สามารถทนความแรงของน้ำได้
.
.
อรยุพา สังขะมาน ฝากทิ้งท้ายด้วยคำถามว่า ผู้นำท้องถิ่นหรือคนในพื้นที่ทราบหรือไม่ว่าในพื้นที่ของตนเองมีเครื่องมือในการบริหารจัดการน้ำ ทั้งฝาย ประตูระบายน้ำ และท่อระบายน้ำ ทราบหรือไม่ว่ามีกี่แห่ง แต่ละแห่งถูกใช้อย่างเต็มประสิทธิภาพหรือไม่ และชาวบ้านบริเวณไหนจะได้ประโยชน์จากฝายแต่ละตัวบ้าง ประโยคหนึ่งของชาวบ้าน “ฝายพังตั้งแต่ปีแรกที่สร้าง ถ้าฝายไม่พัง อ้อยผมคงไม่แห้งตายขนาดนี้หรอก” สะท้อนให้เห็นว่าเครื่องมือที่มีอยู่ในมือไม่สามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มที่
.
.

ดาวน์โหลดข้อมูลแนวทางแก้ไขตลิ่งหรือหน้าดินพังทลาย แถบป่ากันชนริมน้ำ Riparian Forest Buffer

บทความโดย พัชริดา พงษปภัสร์ เจ้าหน้าที่ฝ่ายสื่อสารองค์กร มูลนิธิสืบนาคะเสถียร

 

รับข่าวสาร


บทความที่เกี่ยวข้อง