• Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
หน้าแรก อ่านข่าวย้อนหลัง ข่าว ประชาสัมพันธ์ ฝรั่งเศสประกาศห้ามใช้อุปกรณ์รับประทานอาหารที่ทำจากพลาสติก

ฝรั่งเศสประกาศห้ามใช้อุปกรณ์รับประทานอาหารที่ทำจากพลาสติก

อีเมล พิมพ์ PDF
เมื่อไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ประเทศฝรั่งเศสได้ประกาศกฎหมายห้ามใช้อุปกรณ์รับประทานอาหาร เช่น มีด ส้อม ช้อน จาน และแก้ว ที่ทำจากพลาสติก โดยกฎหมายดังกล่าวจะมีผลใน ค.ศ. 2020 และเป็นส่วนหนึ่งของกฎหมายการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานสู่การเติบโตสีเขียว (Energy Transition for Green Growth Act) ที่ได้ประกาศแบนถุงพลาสติกทั่วประเทศ
อย่างไรก็ดี นี่ไม่ใช่เรื่องน่าตื่นตะลึงแต่อย่างใด การห้ามแจกถุงพลาสติกโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายถูกห้ามในหลายประเทศเป็นเวลากว่าทศวรรษ เช่น ไอร์แลนด์ (บังคับใช้ ค.ศ.2002) เดนมาร์ก (บังคับใช้ ค.ศ.2003) เบลเยียม (บังคับใช้ ค.ศ.2007) เม็กซิโก (บังคับใช้ ค.ศ.2010) เวลส์และอิตาลี (บังคับใช้ ค.ศ.2011) สก็อตแลนด์ (บังคับใช้ ค.ศ.2014) และอังกฤษ (บังคับใช้ ค.ศ.2015) ตัวอย่างเหล่านี้ต่างเป็นแนวทางการแก้ปัญหาโดยใช้กฎหมาย
สำหรับประเทศจีน บังคลาเทศ แอฟริกาใต้ อูกันดา โซมาเลีย รวันดา บอตสวานา เคนยา เอธิโอเปีย ประกาศห้ามใช้ถึงพลาสติกอย่างเด็ดขาด สำหรับสหรัฐอเมริกา รัฐบาลกลางไม่ได้มองประเด็นนี้เป็นเรื่องของประเทศ โดยเปิดโอกาสให้แต่ละรัฐกำหนดกฎหมายของตัวเอง
สำหรับกลุ่มประเทศในตะวันออกกลาง การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นค่อนข้างช้า แม้ว่าแหล่งท่องเที่ยวหลายแห่งจะถูกคุกคามจากขยะพลาสติก EcoMENA รายงานว่ารัฐบาลในหลายประเทศพยายามสร้างจิตสำนึกและการตระหนักของสาธารณชน โดยพยายามหลีกเลี่ยงการห้ามใช้โดยเด็ดขาด
ในปี ค.ศ. 2009 กระทรวงสิ่งแวดล้อมและน้ำของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ได้เริ่มโครงการรณรงค์ “สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ปลอดพลาสติก” เพื่อกำจัดถุงพลาสติก 500 ล้านถุงออกจากระบบ ส่วนประเทศอย่างซาอุดิอาระเบีย กาตาร์ และคูเวต ดำเนินการรณรงค์ขนาดเล็ก โดยเน้นการทำความสะอาดในทะเล ทะเลทราย และในเมือง
ปี ค.ศ. 2014 ประเทศจอร์แดนได้ประกาศแผนการห้ามใช้ถุงพลาสติกและพลาสติกห่ออาหารในการขายอาหาร  แต่สองปีที่ผ่านมาก็แทบไม่เห็นการบังคับใช้กฎหมายดังกล่าว ในปี ค.ศ. 2017 นี้ ประเทศอิสราเองจะเริ่มบังคับใช้กฎหมายที่ห้ามแจกจ่ายถุงพลาสติกโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย และห้ามใช้ถุงพลาสติกที่บางเกินกว่า 20 ไมครอน
เมืองฮูร์กาดา ประเทศอียิปต์ เป็นเมืองแรกในอียิปต์ที่ปลอดถุงพลาสติกตั้งแต่ปี ค.ศ. 2009 การห้ามใช้ถุงพลาสติกยังสร้างรายได้ให้กลุ่มแม่บ้านในการผลิตถุงผ้าเพื่อทดแทนการใช้ถุงพลาสติกอีกด้วย
สำหรับกฎหมายที่กำลังจะบังคับใช้ในฝรั่งเศส ระบุให้จำหน่ายหรือใช้ผลิตภัณฑ์สำหรับรับประทานอาหารที่เป็นพลาสติกที่มีส่วนผสมของวัสดุที่ย่อยสลายได้ตามธรรมชาติอย่างน้อยร้อยละ 50 เท่านั้น ข้อบังคับดังกล่าวเกิดจากการบรรลุข้อตกลงปารีส ที่มีเป้าหมายรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เมื่อปลายปีที่ผ่านมา นับว่าเป็นประเทศแรกในโลกที่ข้ามผ่านการแบนถุงพลาสติกสู้พลาสติกสำหรับรับประทานอาหาร
การผลิตพลาสติกจำเป็นต้องใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล ซึ่งมีหลักฐานยืนยันว่าคือสาเหตุสำคัญที่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ผลิตภัณฑ์พลาสติกที่ไม่สามารถย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ จะกลายเป็นภูเขาขยะ หรืออาจปนเปื้อนสู่มหาสมุทรหรือทางน้ำ ซึ่งส่งผลกระทบทางลบต่อสัตว์ป่า
การใช้พลาสติกของมนุษย์กลายเป็นเรื่องแพร่หลายอย่างมาก โดยนักวิทยาศาสตร์ได้คาดการณ์ว่าภายในปี ค.ศ. 2050 จะมีพลาสติกมากกว่าปลาในทะเล หรือพลาสติกอาจมีมากพอที่จะกลายเป็นแหล่งเชื้อเพลิงฟอสซิลแหล่งใหม่ในศตวรรษหน้า
“เราจะเป็นประเทศตัวอย่างที่ลดการปล่อยปล่อยแก๊สเรือนกระจก มีรูปแบบการผลิตพลังงานที่หลากหลาย และมีการติดตั้งพลังงานหมุนเวียนที่เพิ่มขึ้น”ฟร็องซัวออล็องด์ ประธานาธิบดีฝรั่งเศสแสดงความเห็น
อย่างไรก็ดี บริษัทบรรจุภัณฑ์อย่าง Pack2Go แสดงความไม่เห็นด้วยกับกฎหมายดังกล่าว โดยมองว่าการออกกฎหมายของประเทศฝรั่งเศสขัดต่อข้อตกลงของสหภาพยุโรปว่าด้วยการเคลื่อนย้ายผลิตภัณฑ์อย่างเสรีและการปกป้องผู้ผลิต
ถอดความและเรียบเรียงจาก‘France bans plastic cups, plates, and cutlery in a bid to save the planet’ โดย Chase Purdy เข้าถึงได้ที่ http://qz.com/788845/france-bans-plastic-cups-plates-and-cutlery-in-a-bid-to-save-the-planet/และ‘France’s new ban on plastic throwaways should be extended globally’ โดย Laurie Balbo เข้าถึงได้ที่ http://www.greenprophet.com/2016/09/frances-new-ban-on-plastic-throwaways-should-be-extended-globally/
ถอดความและเรียบเรียง โดย รพีพัฒน์ อิงคสิทธิ์
พลาสติกเมื่อไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ประเทศฝรั่งเศสได้ประกาศกฎหมายห้ามใช้อุปกรณ์รับประทานอาหาร เช่น มีด ส้อม ช้อน จาน และแก้ว ที่ทำจากพลาสติก โดยกฎหมายดังกล่าวจะมีผลใน ค.ศ. 2020 และเป็นส่วนหนึ่งของกฎหมายการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานสู่การเติบโตสีเขียว (Energy Transition for Green Growth Act) ที่ได้ประกาศแบนถุงพลาสติกทั่วประเทศ

อย่างไรก็ดี นี่ไม่ใช่เรื่องน่าตื่นตะลึงแต่อย่างใด การห้ามแจกถุงพลาสติกโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายถูกห้ามในหลายประเทศเป็นเวลากว่าทศวรรษ เช่น ไอร์แลนด์ (บังคับใช้ ค.ศ.2002) เดนมาร์ก (บังคับใช้ ค.ศ.2003) เบลเยียม (บังคับใช้ ค.ศ.2007) เม็กซิโก (บังคับใช้ ค.ศ.2010) เวลส์และอิตาลี (บังคับใช้ ค.ศ.2011) สก็อตแลนด์ (บังคับใช้ ค.ศ.2014) และอังกฤษ (บังคับใช้ ค.ศ.2015) ตัวอย่างเหล่านี้ต่างเป็นแนวทางการแก้ปัญหาโดยใช้กฎหมาย

สำหรับประเทศจีน บังคลาเทศ แอฟริกาใต้ อูกันดา โซมาเลีย รวันดา บอตสวานา เคนยา เอธิโอเปีย ประกาศห้ามใช้ถุงพลาสติกอย่างเด็ดขาด สำหรับสหรัฐอเมริกา รัฐบาลกลางไม่ได้มองประเด็นนี้เป็นเรื่องของประเทศ โดยเปิดโอกาสให้แต่ละรัฐกำหนดกฎหมายของตัวเอง

สำหรับกลุ่มประเทศในตะวันออกกลาง การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นค่อนข้างช้า แม้ว่าแหล่งท่องเที่ยวหลายแห่งจะถูกคุกคามจากขยะพลาสติก EcoMENA รายงานว่ารัฐบาลในหลายประเทศพยายามสร้างจิตสำนึกและการตระหนักของสาธารณชน โดยพยายามหลีกเลี่ยงการห้ามใช้โดยเด็ดขาด

ในปี ค.ศ. 2009 กระทรวงสิ่งแวดล้อมและน้ำของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ได้เริ่มโครงการรณรงค์ “สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ปลอดพลาสติก” เพื่อกำจัดถุงพลาสติก 500 ล้านถุงออกจากระบบ ส่วนประเทศอย่างซาอุดิอาระเบีย กาตาร์ และคูเวต ดำเนินการรณรงค์ขนาดเล็ก โดยเน้นการทำความสะอาดในทะเล ทะเลทราย และในเมือง

ปี ค.ศ. 2014 ประเทศจอร์แดนได้ประกาศแผนการห้ามใช้ถุงพลาสติกและพลาสติกห่ออาหารในการขายอาหาร  แต่สองปีที่ผ่านมาก็แทบไม่เห็นการบังคับใช้กฎหมายดังกล่าว ในปี ค.ศ. 2017 นี้ ประเทศอิสราเองจะเริ่มบังคับใช้กฎหมายที่ห้ามแจกจ่ายถุงพลาสติกโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย และห้ามใช้ถุงพลาสติกที่บางเกินกว่า 20 ไมครอน

เมืองฮูร์กาดา ประเทศอียิปต์ เป็นเมืองแรกในอียิปต์ที่ปลอดถุงพลาสติกตั้งแต่ปี ค.ศ. 2009 การห้ามใช้ถุงพลาสติกยังสร้างรายได้ให้กลุ่มแม่บ้านในการผลิตถุงผ้าเพื่อทดแทนการใช้ถุงพลาสติกอีกด้วย

พลาสติก

สำหรับกฎหมายที่กำลังจะบังคับใช้ในฝรั่งเศส ระบุให้จำหน่ายหรือใช้ผลิตภัณฑ์สำหรับรับประทานอาหารที่เป็นพลาสติกที่มีส่วนผสมของวัสดุที่ย่อยสลายได้ตามธรรมชาติอย่างน้อยร้อยละ 50 เท่านั้น ข้อบังคับดังกล่าวเกิดจากการบรรลุข้อตกลงปารีส ที่มีเป้าหมายรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เมื่อปลายปีที่ผ่านมา นับว่าเป็นประเทศแรกในโลกที่ข้ามผ่านการแบนถุงพลาสติกสู้พลาสติกสำหรับรับประทานอาหาร

การผลิตพลาสติกจำเป็นต้องใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล ซึ่งมีหลักฐานยืนยันว่าคือสาเหตุสำคัญที่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ผลิตภัณฑ์พลาสติกที่ไม่สามารถย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ จะกลายเป็นภูเขาขยะ หรืออาจปนเปื้อนสู่มหาสมุทรหรือทางน้ำ ซึ่งส่งผลกระทบทางลบต่อสัตว์ป่า

การใช้พลาสติกของมนุษย์กลายเป็นเรื่องแพร่หลายอย่างมาก โดยนักวิทยาศาสตร์ได้คาดการณ์ว่าภายในปี ค.ศ. 2050 จะมีพลาสติกมากกว่าปลาในทะเล หรือพลาสติกอาจมีมากพอที่จะกลายเป็นแหล่งเชื้อเพลิงฟอสซิลแหล่งใหม่ในศตวรรษหน้า

“เราจะเป็นประเทศตัวอย่างที่ลดการปล่อยปล่อยแก๊สเรือนกระจก มีรูปแบบการผลิตพลังงานที่หลากหลาย และมีการติดตั้งพลังงานหมุนเวียนที่เพิ่มขึ้น”ฟร็องซัวออล็องด์ ประธานาธิบดีฝรั่งเศสแสดงความเห็น

อย่างไรก็ดี บริษัทบรรจุภัณฑ์อย่าง Pack2Go แสดงความไม่เห็นด้วยกับกฎหมายดังกล่าว โดยมองว่าการออกกฎหมายของประเทศฝรั่งเศสขัดต่อข้อตกลงของสหภาพยุโรปว่าด้วยการเคลื่อนย้ายผลิตภัณฑ์อย่างเสรีและการปกป้องผู้ผลิต

ถอดความและเรียบเรียงจาก‘France bans plastic cups, plates, and cutlery in a bid to save the planet’ โดย Chase Purdy เข้าถึงได้ที่ http://qz.com/788845/france-bans-plastic-cups-plates-and-cutlery-in-a-bid-to-save-the-planet/และ‘France’s new ban on plastic throwaways should be extended globally’ โดย Laurie Balbo เข้าถึงได้ที่ http://www.greenprophet.com/2016/09/frances-new-ban-on-plastic-throwaways-should-be-extended-globally/
ถอดความและเรียบเรียง โดย รพีพัฒน์ อิงคสิทธิ์

 

รับข่าวสาร


บทความที่เกี่ยวข้อง