• Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
หน้าแรก เราทำงานให้พี่สืบ ศศิน เฉลิมลาภ บทความโดยศศิน เฉลิมลาภ คิดยกกำลัง 2 : รายได้กรมอุทยานแห่งชาติเพิ่มขึ้น นักท่องเที่ยวเท่าเดิม สะท้อนการจัดการ

คิดยกกำลัง 2 : รายได้กรมอุทยานแห่งชาติเพิ่มขึ้น นักท่องเที่ยวเท่าเดิม สะท้อนการจัดการ

อีเมล พิมพ์ PDF
รายได้การเก็บค่าเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติ พุ่งสูงขึ้นอย่างมาก ทำให้สะท้อน ปมบริหารจัดการ ตั้งแต่ปี 2550 - 2555 รายได้จะอยู่ประมาณ 400 - 500 ล้านบาท กระเตื้องมาตั้งแต่ปี 2556 แต่ไม่ชัดเจนเท่าไหร่ แต่ปี 2558 - 2559 จะเริ่มเห็นความชัดเจน
ต้นปี 2558 ข่าวอุทยานแห่งชาติทางทะเล เกาะตาชัยทรุดโทรม รวมทั้งกระแสข่าวการทุจริต การเก็บค่าธรรมเนียม การดูแลอุทยานฯ ไม่ดี และเกิดการปฏิรูปอุทยานแห่งชาติทางทะเล จำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นไม่มาก แต่รายได้เพิ่มขึ้น จากปี 2558 มีรายได้ 897 ล้านบาท ต่อมาปี 2559 นี้มีรายได้ถึง 1,821 ล้านบาท คาดว่าในอดีตรายได้คงจะรั่วไหลจากทางใดก็ทางหนึ่ง
เมื่อเทียบเกาะพีพีกับเกรตแบร์ริเออร์รีฟ (Great Barrier Reef) ประเทศออสเตรเลียแล้วเกาะพีพีมีขนาดเล็กกว่าแต่มีจำนวนนักท่องเที่ยวจำนวนกลับมากกว่า เกาะของเราเล็กหากรักษาปะการังให้ดีจะกลายเป็นขุมทรัพย์ของประเทศไทย ถึงปี 2559 ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ นักสมุทรศาสตร์ ได้เข้าไปผลักดันและตรวจสอบให้เป็นตัวอย่างการอุดรอยรั่วไหล ปรากฎว่า ปี 2559 อุทยานมีรายได้พุ่งสูงถึง 1,821 ล้านบาท เงินรายได้ตรงนี้สามารถกระจายไปสู่การดูแลรักษาทรัพยากรได้ ทั้งการส่งเสริมผู้พิทักษ์ป่า ด้านอุปกรณ์ ปืน เปล ค่าอาหาร และน้ำมันรถ
ถ้าเงินตรงนี้กระจายไปสู่ระบบการรักษาทรัพยากรได้จริงจะทำให้ทรัพยากรธรรมชาติเกิดความยั่งยืน นี่คือการปฏิรูปสวัสดิภาพ สวัสดิการ และอุปกรณ์เครื่องมือสำหรับการดูแลป่า ในปีต่อๆ ไปคงไม่มีใครต้องการให้รายได้ลดลงไปหลายร้อยล้าน หากลดลงอาจเกิดกระบวนการตรวจสอบต่อไป
จากนี้นับเป็นความท้าทายที่จะรักษาระดับรายได้ของอุทยานฯ และนำงบประมาณส่วนนี้มาบริหารจัดการเพื่อสนับสนุนความสวยงามความสมบูรณ์ของทรพยากรธรรมชาติเหล่านี้ให้คงอยู่ต่อไป
อุทยานแห่งชาติทางทะเลรายได้การเก็บค่าเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติ พุ่งสูงขึ้นอย่างมาก ทำให้สะท้อน ปมบริหารจัดการ ตั้งแต่ปี 2550 - 2555 รายได้จะอยู่ประมาณ 400 - 500 ล้านบาท กระเตื้องมาตั้งแต่ปี 2556 แต่ไม่ชัดเจนเท่าไหร่ แต่ปี 2558 - 2559 จะเริ่มเห็นความชัดเจน

ต้นปี 2558 ข่าวอุทยานแห่งชาติทางทะเล เกาะตาชัยทรุดโทรม รวมทั้งกระแสข่าวการทุจริต การเก็บค่าธรรมเนียม การดูแลอุทยานฯ ได้ไม่ดี และเกิดการปฏิรูปอุทยานแห่งชาติทางทะเล จำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นไม่มาก แต่รายได้กลับเพิ่มขึ้น จากปี 2558 มีรายได้ 897 ล้านบาท ต่อมาปี 2559 นี้มีรายได้ถึง 1,821 ล้านบาท คาดว่าในอดีตรายได้คงจะรั่วไหลไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง
.
อุทยานแห่งชาติ
.
เมื่อเทียบเกาะพีพีกับเกรตแบร์ริเออร์รีฟ (Great Barrier Reef) ประเทศออสเตรเลียแล้วเกาะพีพีมีขนาดเล็กกว่าแต่มีจำนวนนักท่องเที่ยวจำนวนกลับมากกว่า เกาะของเราเล็กแต่ถ้าเราดูแลรักษาปะการังให้ดีจะกลายเป็นขุมทรัพย์ของประเทศไทย ถึงปี 2559 ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ นักสมุทรศาสตร์ ได้เข้าไปผลักดันและตรวจสอบให้เป็นตัวอย่างการอุดรอยรั่วไหล ปรากฎว่า ปี 2559 อุทยานมีรายได้พุ่งสูงถึง 1,821 ล้านบาท เงินรายได้ตรงนี้สามารถกระจายไปสู่การดูแลรักษาทรัพยากรได้ ทั้งการส่งเสริมผู้พิทักษ์ป่า ด้านอุปกรณ์ ปืน เปล ค่าอาหาร และน้ำมันรถ

หากรายได้จากการท่องเที่ยวนี้กระจายไปสู่ระบบการรักษาทรัพยากรได้จริงจะทำให้ทรัพยากรธรรมชาติเกิดความยั่งยืน นี่คือการปฏิรูปสวัสดิภาพ สวัสดิการ และอุปกรณ์เครื่องมือสำหรับการดูแลป่า ในปีต่อๆ ไปคงไม่มีใครต้องการให้รายได้ลดลงไปหลายร้อยล้าน หากลดลงอาจเกิดกระบวนการตรวจสอบต่อไป

จากนี้นับเป็นความท้าทายที่จะรักษาระดับรายได้ของอุทยานฯ และนำงบประมาณส่วนนี้มาบริหารจัดการเพื่อสนับสนุนความสวยงามความสมบูรณ์ของทรพยากรธรรมชาติเหล่านี้ให้คงอยู่ต่อไป
.
 

รับข่าวสาร