• Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
หน้าแรก แถลงการณ์ แถลงการณ์ ทบทวนการก่อสร้างฝายประชารัฐในพื้นที่ป่าอนุรักษ์

ทบทวนการก่อสร้างฝายประชารัฐในพื้นที่ป่าอนุรักษ์

อีเมล พิมพ์ PDF
เรียน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
เรื่อง ขอให้ทบทวนการก่อสร้างฝายประชารัฐในพื้นที่ป่าอนุรักษ์
สืบเนื่องจากการที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  ได้จัดทำโครงการเพื่อสนองนโยบายรัฐบาลในการสร้างฝายประชารัฐในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ทั่วประเทศ  และจะเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จครบ  8,984 แห่ง ภายในสิ้นปี 2559 นี้นั้น ทางเครือข่ายเห็นว่า เป็นการกระทำที่รบกวนระบบนิเวศ และอาจจะไม่ได้รับประโยชน์ตามที่ตั้งใจไว้
ทั้งนี้กลุ่มอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ ซึ่งเป็นบุคคลที่รวมตัวกันเพื่องานอนุรักษ์ โดยการใช้ข้อมูลวิชาการทำความเข้าใจและเผยแพร่องค์ความรู้ให้กับบุคลทั่วไป เพื่อนำไปสู่การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างถูกต้องเหมาะสม ร่วมกับสมาคมอนุรักษ์นกและธรรมชาติแห่งประเทศไทย  มูลนิธิโลกสีเขียว และมูลนิธิสืบนาคะเสถียร ซึ่งเป็นตัวแทนเครือข่ายองค์กรและกลุ่มอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  จึงมีความเป็นกังวลต่อโครงการดังกล่าวด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้
(1)  การสร้างฝายนั้นทำให้เกิดการตกสะสมของตะกอนดินทรายหลังฝาย  ซึ่งจะเป็นการทำลายถิ่นอาศัยของสัตว์น้ำในลำธาร เพราะในเขตป่าอนุรักษ์ส่วนใหญ่ เป็นแหล่งอาศัยของปลาที่เป็นสัตว์หายาก  ใกล้สูญพันธุ์  มีการกระจายพันธุ์แคบ เป็นสัตว์เฉพาะถิ่นของประเทศไทยกว่า 100 ชนิด และยังเป็นถิ่นอาศัยของกลุ่มสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก สัตว์เลื้อยคลาน นก ปู แมลงน้ำ ฯลฯ ซึ่งหลายชนิดเป็นสัตว์ที่เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์  การสร้างฝายซึ่งเปลี่ยนแปลงระบบนิเวศลำธารดังกล่าว จึงส่งผลกระทบต่อสัตว์เหล่านี้ไม่มากก็น้อย โดยมีกรณีตัวอย่างการสร้างฝายที่น้ำตกห้วยทรายเหลือง อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ ในปีพ.ศ.2553 (รายละเอียดตามสิ่งที่ส่งมาด้วย)
(2) ฝายส่วนใหญ่ที่ถูกสร้างขึ้น อาจจะอยู่ในพื้นที่ที่ไม่เหมาะสม เพราะสร้างในป่าอนุรักษ์ที่มีความชุ่มชื้นและเป็นลำธารถาวรอยู่แล้ว นอกจากจะไม่ก่อให้เกิดประโยชน์แล้วยังส่งผลกระทบต่อความหลากหลายทางชีวภาพและระบบนิเวศน้ำไหลอย่างรุนแรง เพราะเมื่อตะกอนตกสะสมจนล้นฝาย จะทำให้ลำธารเสียสภาพการเป็นทางไหลของน้ำ  และน้ำที่ไหลหลากออกสองฝั่งยังทำลายระบบนิเวศป่าไม้ริมลำธารอีกด้วย
(3)  ลำธาร/ห้วย ในป่ามีใบไม้-เศษไม้ (litters) มากซึ่งโดยปรกติแล้วจะถูกพัดลงแหล่งน้ำด้านล่างซึ่งมีขนาดใหญ่ การสร้างฝายจะเป็นการดักจับวัสดุเหล่าไว้ ซึ่งการกักน้ำให้นิ่งอยู่หลังฝายจะทำให้เกิดการเน่าเสียอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้  มีผลต่อคุณภาพน้ำ และไม่เหมาะต่อการใช้ประโยชน์ของสัตว์ป่าในที่สุด
ดังนั้น การสร้างฝายไม่ควรมองแต่เพียงแค่น้ำ (H2O) แต่ต้องคำนึงถึงความหลากหลายทางชีวภาพในระบบนิเวศนั้นๆ การสร้างฝายมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับพื้นที่ ไม่มีความจำเป็นสำหรับป่าในเขตอนุรักษ์ซึ่งมีความสมบูรณ์อยู่แล้ว แต่จะมีประโยชน์ในพื้นที่ป่าเสื่อมโทรมซึ่งไม่สามารถเก็บความชื้นได้ การสร้างจึงควรสำรวจพื้นที่และสร้างฝายตามความเหมาะสม ให้สอดคล้องกับธรรมชาติในแต่ละลำธารและพื้นที่ที่มีความแตกต่างกันทั้งทางด้านภูมิศาสตร์ น้ำ และระบบนิเวศ มิใช่การกำหนดจำนวนฝายที่ต้องสร้างในแต่ละพื้นที่แบบปูพรมเป็นพิมพ์เขียวเหมือนกันทั่วทั้งประเทศ ซึ่งจะทำให้เกิดการสร้างฝายในบริเวณที่ไม่จำเป็นและเป็นการรบกวนระบบนิเวศลำธารดังกล่าว
ด้วยเหตุผลดังกล่าว เครือข่ายองค์กรและกลุ่มอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จึงขอให้มีการทบทวนการก่อสร้างฝายประชารัฐในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ และขออนุญาตเข้าพบท่านเพื่อชี้แจงข้อมูลและหาแนวทางร่วมกันเพื่อการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติให้เกิดความยั่งยืนสมดังเจตนารมณ์ของทุกฝ่ายสืบไป
จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณา และขอขอบพระคุณมา ณ โอกาสนี้
ขอแสดงความนับถือ
ดร.นณณ์ ผาณิตวงศ์ ผู้แทนเครือข่าย
4 สิงหาคม 2559
ฝายเรียน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่อง ขอให้ทบทวนการก่อสร้างฝายประชารัฐในพื้นที่ป่าอนุรักษ์

สืบเนื่องจากการที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  ได้จัดทำโครงการเพื่อสนองนโยบายรัฐบาลในการสร้างฝายประชารัฐในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ทั่วประเทศ  และจะเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จครบ  8,984 แห่ง ภายในสิ้นปี 2559 นี้นั้น ทางเครือข่ายเห็นว่า เป็นการกระทำที่รบกวนระบบนิเวศ และอาจจะไม่ได้รับประโยชน์ตามที่ตั้งใจไว้

ทั้งนี้กลุ่มอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ ซึ่งเป็นบุคคลที่รวมตัวกันเพื่องานอนุรักษ์ โดยการใช้ข้อมูลวิชาการทำความเข้าใจและเผยแพร่องค์ความรู้ให้กับบุคลทั่วไป เพื่อนำไปสู่การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างถูกต้องเหมาะสม ร่วมกับสมาคมอนุรักษ์นกและธรรมชาติแห่งประเทศไทย  มูลนิธิโลกสีเขียว และมูลนิธิสืบนาคะเสถียร ซึ่งเป็นตัวแทนเครือข่ายองค์กรและกลุ่มอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  จึงมีความเป็นกังวลต่อโครงการดังกล่าวด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้

(1)  การสร้างฝายนั้นทำให้เกิดการตกสะสมของตะกอนดินทรายหลังฝาย  ซึ่งจะเป็นการทำลายถิ่นอาศัยของสัตว์น้ำในลำธาร เพราะในเขตป่าอนุรักษ์ส่วนใหญ่ เป็นแหล่งอาศัยของปลาที่เป็นสัตว์หายาก  ใกล้สูญพันธุ์  มีการกระจายพันธุ์แคบ เป็นสัตว์เฉพาะถิ่นของประเทศไทยกว่า 100 ชนิด และยังเป็นถิ่นอาศัยของกลุ่มสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก สัตว์เลื้อยคลาน นก ปู แมลงน้ำ ฯลฯ ซึ่งหลายชนิดเป็นสัตว์ที่เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์  การสร้างฝายซึ่งเปลี่ยนแปลงระบบนิเวศลำธารดังกล่าว จึงส่งผลกระทบต่อสัตว์เหล่านี้ไม่มากก็น้อย โดยมีกรณีตัวอย่างการสร้างฝายที่น้ำตกห้วยทรายเหลือง อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ ในปีพ.ศ.2553 (รายละเอียดตามสิ่งที่ส่งมาด้วย)

(2) ฝายส่วนใหญ่ที่ถูกสร้างขึ้น อาจจะอยู่ในพื้นที่ที่ไม่เหมาะสม เพราะสร้างในป่าอนุรักษ์ที่มีความชุ่มชื้นและเป็นลำธารถาวรอยู่แล้ว นอกจากจะไม่ก่อให้เกิดประโยชน์แล้วยังส่งผลกระทบต่อความหลากหลายทางชีวภาพและระบบนิเวศน้ำไหลอย่างรุนแรง เพราะเมื่อตะกอนตกสะสมจนล้นฝาย จะทำให้ลำธารเสียสภาพการเป็นทางไหลของน้ำ  และน้ำที่ไหลหลากออกสองฝั่งยังทำลายระบบนิเวศป่าไม้ริมลำธารอีกด้วย

(3)  ลำธาร/ห้วย ในป่ามีใบไม้-เศษไม้ (litters) มากซึ่งโดยปรกติแล้วจะถูกพัดลงแหล่งน้ำด้านล่างซึ่งมีขนาดใหญ่ การสร้างฝายจะเป็นการดักจับวัสดุเหล่าไว้ ซึ่งการกักน้ำให้นิ่งอยู่หลังฝายจะทำให้เกิดการเน่าเสียอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้  มีผลต่อคุณภาพน้ำ และไม่เหมาะต่อการใช้ประโยชน์ของสัตว์ป่าในที่สุด

ดังนั้น การสร้างฝายไม่ควรมองแต่เพียงแค่น้ำ (H2O) แต่ต้องคำนึงถึงความหลากหลายทางชีวภาพในระบบนิเวศนั้นๆ การสร้างฝายมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับพื้นที่ ไม่มีความจำเป็นสำหรับป่าในเขตอนุรักษ์ซึ่งมีความสมบูรณ์อยู่แล้ว แต่จะมีประโยชน์ในพื้นที่ป่าเสื่อมโทรมซึ่งไม่สามารถเก็บความชื้นได้ การสร้างจึงควรสำรวจพื้นที่และสร้างฝายตามความเหมาะสม ให้สอดคล้องกับธรรมชาติในแต่ละลำธารและพื้นที่ที่มีความแตกต่างกันทั้งทางด้านภูมิศาสตร์ น้ำ และระบบนิเวศ มิใช่การกำหนดจำนวนฝายที่ต้องสร้างในแต่ละพื้นที่แบบปูพรมเป็นพิมพ์เขียวเหมือนกันทั่วทั้งประเทศ ซึ่งจะทำให้เกิดการสร้างฝายในบริเวณที่ไม่จำเป็นและเป็นการรบกวนระบบนิเวศลำธารดังกล่าว

ด้วยเหตุผลดังกล่าว เครือข่ายองค์กรและกลุ่มอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จึงขอให้มีการทบทวนการก่อสร้างฝายประชารัฐในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ และขออนุญาตเข้าพบท่านเพื่อชี้แจงข้อมูลและหาแนวทางร่วมกันเพื่อการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติให้เกิดความยั่งยืนสมดังเจตนารมณ์ของทุกฝ่ายสืบไป

จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณา และขอขอบพระคุณมา ณ โอกาสนี้

ขอแสดงความนับถือ
ดร.นณณ์ ผาณิตวงศ์ ผู้แทนเครือข่าย
4 สิงหาคม 2559


ฝาย
 

รับข่าวสาร


บทความที่เกี่ยวข้อง