• Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size

ป่าไม้ไทยวิกฤติหรือไม่

อีเมล พิมพ์ PDF

ป่าไม้ประเทศไทยใครว่าป่าไม้ไทยวิกฤติ ผมว่าไม่ถึงขนาดนั้นครับ เอาแค่ยังน่าเป็นห่วงก็พอ

การเหลือป่าราวๆ 102 ล้านไร่ นี่คือ 1/3 ของ ที่ดินประเทศไทยยังเป็นป่า

เราดูแลป่าด้วยสามกลม กับ เอ๊ยสามกรม กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กรมป่าไม้ และกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง สองกรมแรก เป็นหลักครับ กรมสามมีป่าชายเลนบางแห่งนิดๆ หน่อยๆ ให้เขาดูทะเลปะการัง หาดทรายไปเยอะๆ ก็พอ


เรามาดูสองกรม กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืชกับกรมป่าไม้กัน

กรมอุทยานฯ ดูแลป่าที่เป็นอุทยาน เขตรักษาพันธ์ุสัตว์ป่า ดังนั้น ใครเห็นการทำลายป่าในอุทยานแห่งชาติ และเขตรักษาพันธ์ุสัตว์ป่าก็ต้องแจ้ง หรือ จะบ่นต่อว่าก็ต้องบ่นกับกรมอุทยานฯ ให้ถูกกรม อย่าไปว่ากรมป่าไม้เขาครับ กรมอุทยานฯ มีป่าในความดูแลอยู่ 61 ล้านไร่ และมีที่ดินที่คนอยู่เป็นไร่นา กลางป่า ขอบป่าอยู่ราวๆ 6 ล้านไร่ ถ้าพิสูจน์สิทธิว่าอยู่ได้โดยถูกต้องอาจจะได้ราวๆ 2 ล้านไร่ (เขาว่ากันว่าจะใช้ภาพถ่ายทางอากาศปี 45 โดยอนุโลม)

ดังนั้นถ้าจะจับกุม จับย้ายไล่ออก ก็จะต้องจับที่ราวๆ 4 ล้านไร่ เท่าๆ กับพื้นที่ 4 เท่าของกรุงเทพมหานคร นี่คือปัญหาใหญ่ของกรมอุทยานครับ ถ้าจัดการไม่ดีนี่ก็เกิดความขัดแย้งกับสังคมอย่างรุนแรงระหว่างชาวป่าชาวเขากับรัฐได้เลย

ประมาณว่าคงต้องทะเลาะกับคนราวๆ ล้านกว่าคน

คนที่คิดว่าจะให้ไปไล่จับชาวบ้านชาวเขาไปปลูกป่าก็ต้องมองข้อมูลความเป็นจริงเรื่องนี้ก่อน ส่วนใครจะว่าปล่อยให้เยอะแยะอย่างนี้ได้อย่างไรนั่นก็ใช่เลย ต้องบ่นจริงๆ เอาตามสบายเลย มันมีรายละเอียดเยอะยาว สลับซับซ้อน

พื้นที่ป่าที่เหลืออยู่

กรมป่าไม้ มีป่าเหลือให้ดู 41 ล้านไร่ แต่มีที่ดินป่าที่มีคนหรือบางที่เป็นเมืองทั้งเมืองทั้งอำเภออยู่ด้วยซ้ำ อีก 33 ล้านไร่ ส่วนใหญ่เป็นไร่อ้อย มัน ข้าวโพด ยาง ปาล์มน้ำมัน ถ้าพิสูจน์สิทธิอาจจะผ่านสัก 2/3 หรือราวๆ 20 ล้านไร่ เพราะบุกมานานแล้ว (เขาว่ากันว่าจะใช้ภาพถ่ายทางอากาศปี 45 โดยอนุโลม)

ดังนั้นถ้าจะจับกุม จับย้ายไล่ออก ก็ต้องจับราวๆ 10 ล้านไร่ เท่าๆ กับพื้นที่ 10 เท่าของกรุงเทพ คนก็ราวๆสามสี่ล้านคนเป็นอย่างน้อย เช่นเดียวกันกับกรมอุทยานฯ ว่าปล่อยขนาดนี้ได้อย่างไร อันนี้จะบ่นก็ดี แต่ไม่มีประโยชน์อะไร

ดังนั้นปัญหาใหญ่ถ้าเราอยากให้มีป่า เพื่อเป็นต้นน้ำ สัก 35-40% ของพื้นที่ประเทศไทย ก็ต้องคิดว่าจะทำอย่างไรก่อน

ย้ำครับ ทำอะไรก่อน

ถ้าเป็นผม ผมจะขอให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ต้นสังกัดกรมป่าไม้ ปฏิรูปการดูแลป่าของกรมนี้ก่อน เพราะเป็นจุดอ่อนใหญ่ ยึดคืนปลูกป่าได้ทีละร้อยไร่ แต่ป่าที่ยังดีถูกทำลายทีละพันไร่มันไม่ทันกัน ทางเดียวคือต้องให้หน่วยป้องกันรักษาป่าทำงานให้มีประสิทธิภาพ และเปลี่ยนการทำงานให้มีชุมชนเป็นแนวร่วมรักษาป่าโดยจัดตั้งเป็นป่าชุมชน ยกระดับการทำงานป่าชุมชนเป็นวาระแห่งชาติ และให้หน่วยป้องกันวิ่งทำงานดูแลจริง ถ้ามีการตรวจตราเสมอ ชาวบ้านเขาก็ไม่บุกรุกแล้วละครับ แต่ไม่ดูก็ช่วยไม่ได้

ส่วนกรมอุทยานฯ มีหน่วยงานพอป้องกันได้ ก็ต้องเปลี่ยนจากไล่จับคน เป็นเพื่อนคอยดู คอยเตือน และชวนมารักษาป่าด้วยกันเสียเลย

แต่ต้องไม่ละเลยการดูแลสัตว์ป่า และการลักลอบตัดไม้ อันนี้ต้องเน้นการลาดตระเวน ส่วนกรมป่าไมแทบไม่มีสัตว์ป่าแล้ว เอาแค่เรื่องพื้นที่ป่าที่เหลือก็เหนื่อยแล้ว

ย้อนมาที่บอกว่าไม่วิกฤตินี่ไม่ได้มั่วครับ ป่า 61 ล้านไร่ของกรมอุทยานฯ เป็นพื้นที่ป่าอนุรักษ์ที่ไม่ควรใช้ประโยชน์อะไรทางตรง ไว้เป็นต้นน้ำ และแหล่งความหลากหลายของสัตว์ป่า นี่ก็ราวๆ 20% ตามที่เราควรมีแล้ว ถ้าป่าที่เหลือของกรมป่าไม้บางส่วนราวๆ 15 ล้านไร่ (ตอนนี้มีตั้ง 41) รักษาไว้ได้เราก็มีป่าอนุรักษ์ตั้ง 25% ของพื้นที่ประเทศตามที่ควรมี

ป่าไม้

คราวนี้ ป่าที่ควรเพิ่มขึ้นคือ "ป่าเศรษฐกิจ" ทั้งป่าชุมชน และป่าปลูกตัดเอาไม้ เรามีพื้นที่ชุมชน ที่ปลูกข้าวโพด ปาล์ม อ้อย มันสำปะหลัง ที่อยู่ในที่ดินของกรมป่าไม้อีกมาก ถ้าแค่เราเปลี่ยนจากพืชแบบนั้นเป็นป่าปลูกเพื่อตัดขายให้เรามีไม้ใช้ แบบเลือกตัดแล้วปลูกทดแทนอย่างยั่งยืน ก็มีความเป็นไปได้ ถ้ามีการหาระบบตอบแทนให้เขาได้ และสร้างระบบแบ่งปันดูแลผลประโยชน์ร่วมกัน จะเป็นรูปแบบธนาคารต้นไม้ พันธบัตรป่าไม้ อะไรก็เริ่มพัฒนาโครงการกันไป

ที่เขียนมานี่ เพียงจะบอกว่าไม่ได้ขัดอะไรกับคนอยากปลูกป่า และศรัทธาว่าช่วยกันปลูกโน่นนี่กันไป แต่ความจริงมันเป็นอย่างที่ว่ามา ทางผมและมูลนิธิสืบนาคะเสถียรอาสาที่จะผลักดัน "ระบบ" ตามที่ว่ามา อาจจะไม่ค่อยมีเวลา หรือ พลังงานอะไรไปช่วย ไปร่วม แต่ส่งกำลังใจช่วยครับ ผมก็ทำงานอยู่ในการผลักดันเชิงนโยบาย เรื่อง "รักษาป่าที่เหลืออยู่" และ ผลักดันเรื่อง "ป่าเศรษฐกิจ" เวลาจะเอาไม้สักไปทำอะไรจะได้ไม่มีใครว่าไรกัน

ที่อยากบอกอีกอย่าง คือ เรื่องทวงคืนผืนป่า บางแห่งก็ควรจะทวง บางแห่งก็ดูว่าชาวบ้านเขาจะเดือดร้อนมากไปหน่อย ทวงมาอย่างไร ตามเป้าหมายของกรมป่าไม้กี่แสนไร่ เมื่อเทียบกับตัวเลข 10 ล้านไร่ กรมอุทยานฯ อีก 4 ล้านไร่ ทวงมาได้มันก็ดี แต่มันไม่ได้ตัวเลขมากขึ้นมากนักแต่อาจจะได้ผลเชิงป้องปราม ประชาสัมพันธ์และไม่ให้การบุกรุกขยายผลต่อ

แต่ถ้าไม่ปรับระบบการป้องกันของกรมป่าไม้ และผลักดันเรื่องป่าเศรษฐกิจอย่างจริงจังเอาแต่ทวงคืนจากนายทุนอย่างพญาเสือ ฉลามขาว หรือ พยัคฆ์ไพร อะไร ก็ไม่น่าจะได้ป่ามาเท่าที่ชาวไทยควรจะได้ ต้องเอาแรง พลังงานไปทำอย่างที่ว่ามาด้วย

ตอนนี้ก็พยายามไปบอกคนนั้นคนนี้ที่เกี่ยวข้องและทำข้อมูลไปประกอบให้เขาเห็นด้วยไปตามเรื่อง

เห็นไม่ช่วยปลูกป่า ก็อย่าว่ากัน แบ่งๆ กันทำเนอะ

ที่มา facebook.com/sasin.chalermlarp.9
เขียนเมื่อ 5 สิงหาคม 2559

 

 

รับข่าวสาร