• Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
หน้าแรก อ่านข่าวย้อนหลัง ข่าว ประชาสัมพันธ์ ความสำคัญของเสือในระบบนิเวศ โดย กอร์ดอน คองดอน

ความสำคัญของเสือในระบบนิเวศ โดย กอร์ดอน คองดอน

อีเมล พิมพ์ PDF
ทำไมประเทศไทยถึงต้องอนุรักษ์เสือให้คงอยู่ในป่าต่อไป เป็นคำถามที่ใครหลายคนคงอยากได้คำตอบ ในงานเสวนาหัวข้อ 'เสือโคร่ง จากกรงเลี้ยงสู่ตลาดมืด' มูลนิธิสืบนาคะเสถียร ได้ชวน คุณกอร์ดอน คองดอน ผู้จัดการฝ่ายงานอนุรักษ์ WWF ประเทศไทย มาไขข้อสงสัยดังกล่าว
ในทัศนะของผู้จัดการฝ่ายงานอนุรักษ์ WWF ประเทศไทย เขาถือว่าเสือโคร่งเป็นสัตว์กินเนื้อที่มีความสำคัญสูงสุดในห่วงโซ่อาหาร เป็นตัวควบคุมประชากรสัตว์อื่นๆ ต่อจากห่วงโซ่อาหาร ซึ่งป่าของประเทศไทยและป่าในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีความอุดมสมบูรณ์เพียงพอให้เสือขยายพันธุ์ต่อไปได้ เช่น ป่าแม่วงก์ที่มีอากาศและธรรมชาติอุดมสมบูรณ์เหมาะอย่างยิ่งต่อการเก็บไว้เป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่า
สำหรับสถานการณ์เสือโคร่งในประเทศไทยนั้น คุณกอร์ดอน บอกว่ายังอยู่ในด้านที่ดีอยู่ เนื่องจากยังคงมีเสือที่อาศัยอยู่ในป่าเป็นจำนวนมาก ถ้าเทียบกับประเทศในกลุ่มเอเชียถือว่าประเทศไทยมีเสือมากกว่าประเทศอื่น โดยในปี 2558 ตามที่ IUCN ได้ทำการสำรวจและบันทึกพบว่ามีเสืออยู่ประมาณ 189 ตัว  อย่างไรก็ตามหากย้อนไป ปี พ.ศ. 2513 จนถึงทุกวันนี้จำนวนเสือโคร่งได้ลดลงอย่างน่าใจหาย จากที่มีอยู่ 35,000 ตัว เหลือเพียง 3,200 ตัว หรือลดลงเกือบ 10 เท่า
"แน่นอนว่าในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ประเทศไทยน่าจะเป็นประเทศที่มีจำนวนเสือมากที่สุด เนื่องจาก กัมพูชา ลาว พม่า ไม่มีลงเหลืออยู่แล้ว อาจมีบ้างเล็กหน่อยในพม่า และเสือโคร่งในประเทศไทยส่วนใหญ่จะกระจายตัวอยู่ในผืนป่าตะวันตก คาดว่ามีประมาณ 150 ตัว"
ส่วนสถานการณ์ในระดับโลกนั้น จากการสำรวจข้อมูลประชากรเสือทั่วโลก พบว่ามีอยู่ราว 3,890 ตัว ส่วนมากอยู่ที่ประเทศอินเดียและรัสเซีย และข่าวดีก็คือจำนวนดังกล่าวนั้นถือว่าเพิ่มขึ้นจากที่ผ่านมา
ปัจจัยสำคัญอย่างหนึ่งที่จะฟื้นฟูจำนวนประชากรเสือโคร่งได้นั้น คือเรื่องของถิ่นที่อยู่อาศัยและอาหาร เนื่องจากเสือหนึ่งตัวจะใช้พื้นที่อาศัยและขยายพันธุ์มากกว่าสัตว์ชนิดอื่น เสือจะไม่มีโอกาสอยู่รอดต่อไปถ้าปริมาณพื้นที่มีอาหารไม่เพียงพอ ซึ่งสาเหตุหลักมาจากการบุกรุกเข้าไปทำลายป่า และการล่าสัตว์ จะทำให้เสือมีพื้นที่ไม่พอสำหรับอาศัยและแพร่พันธุ์ไม่ได้
และเพื่อฟื้นฟูจำนวนประชากรเสือโคร่งให้อยู่รอด ประเทศไทยจึงได้จัดทำแผน Thailand Tiger Action Plan โดยมีการจัดตั้งขึ้นที่ประเทศรัสเซีย โดยมีเนื้อหาในแผนงานดังนี้
แผนที่ 1 ปฏิบัติการลงพื้นที่ควบคุมและป้องกันบริเวณที่อยู่อาศัยของเสือไม่ให้มีการบุกรุกและล่าสัตว์
แผนที่ 2 สนับสนุนกลุ่มอนุรักษ์ต่าง ๆ ที่มีอยู่แล้วให้ดีขึ้นกว่าเดิมและกระจายไปให้ทั่วทุกพื้นที่
แผนที่ 3 ดำเนินการสำรวจติดตั้งกล้องตามจุดที่สัตว์เดินผ่าน เพื่อจะได้เห็นความเคลื่อนไหวของเสือ และดูแลสัตว์ได้อย่างทั่วถึง
แผนที่ 4 สื่อสารระหว่างรัฐบาลกับทุกหน่วยงานให้มีส่วนร่วมในการทำงานอนุรักษ์ และสร้างความเข้าใจคำว่าอนุรักษ์ให้ตรงกัน เพื่อให้ทำงานได้สำเร็จตามเป้าหมาย
แผนที่ 5 การทำให้เกิดการทำงานร่วมกัน ของทุกภาคส่วน ทุกองค์กร ทุกหน่วยงาน
เสือโคร่งทำไมประเทศไทยถึงต้องอนุรักษ์เสือให้คงอยู่ในป่าต่อไป เป็นคำถามที่ใครหลายคนคงอยากได้คำตอบ ในงานเสวนาหัวข้อ 'เสือโคร่ง จากกรงเลี้ยงสู่ตลาดมืด' มูลนิธิสืบนาคะเสถียร ได้ชวน คุณกอร์ดอน คองดอน ผู้จัดการฝ่ายงานอนุรักษ์ WWF ประเทศไทย มาไขข้อสงสัยดังกล่าว

ในทัศนะของผู้จัดการฝ่ายงานอนุรักษ์ WWF ประเทศไทย เขาถือว่าเสือโคร่งเป็นสัตว์กินเนื้อที่มีความสำคัญสูงสุดในห่วงโซ่อาหาร เป็นตัวควบคุมประชากรสัตว์อื่นๆ ต่อจากห่วงโซ่อาหาร ซึ่งป่าของประเทศไทยและป่าในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีความอุดมสมบูรณ์เพียงพอให้เสือขยายพันธุ์ต่อไปได้ เช่น ป่าแม่วงก์ที่มีอากาศและธรรมชาติอุดมสมบูรณ์เหมาะอย่างยิ่งต่อการเก็บไว้เป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่า

สำหรับสถานการณ์เสือโคร่งในประเทศไทยนั้น คุณกอร์ดอน บอกว่ายังอยู่ในด้านที่ดีอยู่ เนื่องจากยังคงมีเสือที่อาศัยอยู่ในป่าเป็นจำนวนมาก ถ้าเทียบกับประเทศในกลุ่มเอเชียถือว่าประเทศไทยมีเสือมากกว่าประเทศอื่น โดยในปี 2558 ตามที่ IUCN ได้ทำการสำรวจและบันทึกพบว่ามีเสืออยู่ประมาณ 189 ตัว  อย่างไรก็ตามหากย้อนไป ปี พ.ศ. 2513 จนถึงทุกวันนี้จำนวนเสือโคร่งได้ลดลงอย่างน่าใจหาย จากที่มีอยู่ 35,000 ตัว เหลือเพียง 3,200 ตัว หรือลดลงเกือบ 10 เท่า

กอดอน คองดอน

"แน่นอนว่าในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ประเทศไทยน่าจะเป็นประเทศที่มีจำนวนเสือมากที่สุด เนื่องจาก กัมพูชา ลาว พม่า ไม่มีลงเหลืออยู่แล้ว อาจมีบ้างเล็กน้อยในพม่า และเสือโคร่งในประเทศไทยส่วนใหญ่จะกระจายตัวอยู่ในผืนป่าตะวันตก คาดว่ามีประมาณ 150 ตัว"
.
ส่วนสถานการณ์ในระดับโลกนั้น จากการสำรวจข้อมูลประชากรเสือทั่วโลก พบว่ามีอยู่ราว 3,890 ตัว ส่วนมากอยู่ที่ประเทศอินเดียและรัสเซีย และข่าวดีก็คือจำนวนดังกล่าวนั้นถือว่าเพิ่มขึ้นจากที่ผ่านมา
.
ปัจจัยสำคัญอย่างหนึ่งที่จะฟื้นฟูจำนวนประชากรเสือโคร่งได้นั้น คือเรื่องของถิ่นที่อยู่อาศัยและอาหาร เนื่องจากเสือหนึ่งตัวจะใช้พื้นที่อาศัยและขยายพันธุ์มากกว่าสัตว์ชนิดอื่น เสือจะไม่มีโอกาสอยู่รอดต่อไปถ้าปริมาณพื้นที่มีอาหารไม่เพียงพอ ซึ่งสาเหตุหลักมาจากการบุกรุกเข้าไปทำลายป่า และการล่าสัตว์ จะทำให้เสือมีพื้นที่ไม่พอสำหรับอาศัยและแพร่พันธุ์ไม่ได้

และเพื่อฟื้นฟูจำนวนประชากรเสือโคร่งให้อยู่รอด ประเทศไทยจึงได้จัดทำแผน Thailand Tiger Action Plan โดยมีการจัดตั้งขึ้นที่ประเทศรัสเซีย โดยมีเนื้อหาในแผนงานดังนี้

เสือโคร่ง

แผนที่ 1 ปฏิบัติการลงพื้นที่ควบคุมและป้องกันบริเวณที่อยู่อาศัยของเสือไม่ให้มีการบุกรุกและล่าสัตว์

แผนที่ 2 สนับสนุนกลุ่มอนุรักษ์ต่าง ๆ ที่มีอยู่แล้วให้ดีขึ้นกว่าเดิมและกระจายไปให้ทั่วทุกพื้นที่

แผนที่ 3 ดำเนินการสำรวจติดตั้งกล้องตามจุดที่สัตว์เดินผ่าน เพื่อจะได้เห็นความเคลื่อนไหวของเสือ และดูแลสัตว์ได้อย่างทั่วถึง

แผนที่ 4 สื่อสารระหว่างรัฐบาลกับทุกหน่วยงานให้มีส่วนร่วมในการทำงานอนุรักษ์ และสร้างความเข้าใจคำว่าอนุรักษ์ให้ตรงกัน เพื่อให้ทำงานได้สำเร็จตามเป้าหมาย
.
แผนที่ 5 การทำให้เกิดการทำงานร่วมกัน ของทุกภาคส่วน ทุกองค์กร ทุกหน่วยงาน

เสือโคร่ง

บทความโดย อาคม พรรณนิกร เจ้าหน้าที่ฝ่ายสื่อสารองค์กรมูลนิธิสืบนาคะเสถียร
 

รับข่าวสาร


บทความที่เกี่ยวข้อง