• Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
หน้าแรก อ่านข่าวย้อนหลัง ข่าว ประชาสัมพันธ์ ข้อจำกัดทางกฎหมายและการพิจารณาคดีการค้าสัตว์ป่า

ข้อจำกัดทางกฎหมายและการพิจารณาคดีการค้าสัตว์ป่า

อีเมล พิมพ์ PDF
ข้อจำกัดทางกฎหมายและการพิจารณาคดีการค้าสัตว์ป่า
ปัจจุบันประเทศไทยมีกฎหมายหลักพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535 โดยหลักการแบ่งเป็นการคุ้มครองพื้นที่และคุ้มครองตัวสัตว์ โดยการคุ้มครองพื้นที่ เช่น เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า เขตห้ามล่า เป็นพื้นที่และดูแลไม่ให้เกิดภยันตรายต่อสัตว์ ส่วนการคุ้มครองตัวสัตว์ จัดประเภทของสัตว์เป็นสัตว์ป่าสงวนและสัตว์ป่าคุ้มครอง ที่จะได้รับการคุ้มครองเป็นพิเศษ
สำหรับกรณีการย้ายเสือโคร่งที่วัดเสือ ทางวัดมิได้รับอนุญาตให้ครอบครอง เพราะเสือโคร่งนับว่าเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองตามกฎหมาย ฉะนั้นไม่ว่าจะเป็นเสือโคร่งชนิดใด ทั้งเสือโคร่งเบงกอล เสือโคร่งไซบีเรีย หรือเสือโคร่งอินโดจีน เมื่ออยู่ในพื้นที่จะถือว่าเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองที่จะได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายตาม พรบ. พ.ศ. 2535 ระบุไว้ชัดเจน มี (1) ห้ามล่า (2) ห้ามเพาะพันธุ์ (3) ห้ามครอบครอง (4) ห้ามค้า และ (5) ห้ามนำเข้าและส่งออกโดยไม่ได้รับอนุญาต
นายชัยนิรุจน์ มะลิวัลย์ นักวิทยาศาสตร์ชำนาญการ สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า กล่าวถึงสาเหตุที่ขบวนการค้าสัตว์ป่านั้นทำกันกันอย่างไม่เกรงกลัวกฎหมาย เนื่องจากโทษของผู้กระทำความผืดนั้นเป็นโทษขั้นต่ำหากเทียบกับมูลค่าที่ได้จากการค้า คือ จำคุกไม่เกิน 4 ปี ปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และลดหลั่นลงมาต่างๆ เช่น ในกรณีได้รับอนุญาตให้ครอบครองได้อย่างถูกต้องแต่ฝ่าฝืนในเรื่องเพาะขยายพันธุ์โดยไม่ได้รับอนุญาต มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 30,000 บาท หรือโทษที่เกี่ยวกับผู้มีส่วนรู้เห็นช่วยซ่อนเร้น จำหน่าย รับไว้โดยมิชอบ จะมีโทษเพียงจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
สำหรับกรณีเสือโคร่งที่เป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง แต่มิใช่สัตว์ป่าคุ้มครองชนิดที่ประเทศไทยกำหนดให้ขออนุญาตเพาะพันธุ์เพื่อการค้าได้ ซึ่งไม่เหมือนกวางหรือสัตว์อื่นๆ หากมีการเพาะเลี้ยงถือว่าเป็นการกระทำความผิด
สถานการณ์ค้าสัตว์ป่าในประเทศไทยอาจซ้อนเร้นอยู่ในหลายรูปแบบ อาทิเช่น อ้างว่าเลี้ยงฟาร์มเสือ แต่แท้จริงแล้วในประเทศไทยไม่สามารถมีฟาร์มเสือได้  “หากพบเห็นกรณีดังกล่าวสามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ให้ดำเนินการตามขั้นตอนได้” หน่วยงานหรือบุคคลที่ครอบครองได้ต้องได้รับอนุญาตเท่านั้น คือ ครอบครองอยู่ก่อนปี พ.ศ. 2535 หรือ พ.ศ. 2546 ได้แจ้งการครอบครองอย่างถูกต้อง และอยู่ภายใต้การตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ ไม่มีการขนย้าย ไม่มีการนำไปขาย ไม่มีการเพาะพันธุ์ การทำตะกรุดหรือถลกหนังทั้งสิ้น
การค้าสัตว์ป่ายังแอบแฝงไว้อีกรูปแบบหนึ่ง คือ สวนสัตว์สาธารณะ ซึ่งใน พรบ. สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่ามีกฎหมายระบุว่า “ถ้าผู้ใดจัดตั้งหรือดำเนินกิจการสวนสัตว์ ไม่ว่าจะเป็นบริษัท เอกชน หรือภาครัฐใดๆ ก็ตาม จะต้องได้รับใบอนุญาต ดำเนินการตามกฎข้อกำหนดของกระทรวง” โดยพื้นฐานสวนสัตว์สามารถมีสัตว์ได้ทุกชนิด อาจมาจากการนำเข้า แต่ต้องขออนุญาตและผ่านการพิจารณาจนแน่ใจว่าเป็นสถานที่เหมาะสม และเป็นการนำมาใช้ในสวนสัตว์จริง
“แต่คนที่จ้องกระทำผิดก็พยายามหาช่องทางหลีกเลี่ยงอยู่ตลอด ในขณะที่ผู้ตรวจสอบมีข้อจำกัดด้านต่างๆ ทั้งด้านจำนวนบุคลากรที่สวนทางกับปริมาณงานที่เยอะขึ้น จึงทำให้การตรวจสอบควบคุมไม่เข้มงวดส่งผลให้มีเล็ดลอดไปบ้าง หลังจากที่เกิดกรณีเรื่องวัดเสือ ทางกรมอุทยานฯ จะเพิ่มมาตรการตรวจสอบควบคุมผู้ครอบครองหรือสวนสัตว์ที่มีเสือให้เข้มงวดมากขึ้น”
กรณีศึกษาวัดเสือกับบทลงทาเรื่องสัตว์ป่าคุ้มครอง
ในการดำเนินคดีกับวัดเสือนั้น กรมอุทยานฯ กำลังรวบรวมหลักฐานต่างๆ ส่งไปยังสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) พยายามประสานขอให้นำกฎหมายฟอกเงินมาใช้ในกรณีนี้ เพราะเป็นความผิดบนฐานที่ ปปง. สามารถนำมาใช้ได้ ซึ่งจะต้องตรวจสอบควบคุมการกระจายของตัวเงินไปแหล่งหรือบุคคลใด กฎหมายฟอกเงินจะช่วยให้เห็นเครือข่ายตรงนี้ออกมา
นอกจากนี้ ทางกรมอุทยานฯ ได้ตั้งข้อสังเกตว่า วัดควรมีลูกเสือที่อยู่นอกเหนือจากเสือ 137 ตัว แต่เจ้าหน้าที่กลับหาไม่เจอ ในส่วนนี้จึงได้ขอความร่วมมือจากทุกฝ่ายทั้งภาครัฐ เอกชน และภาคประชาชน หากผู้ใดมีข้อมูลหรือเบาะแสช่วยแจ้งด้วย เพราะไม่ว่าเสือเหล่านี้จะอยู่ที่ใดหรือใครครอบครองถือว่ามีความผิดทั้งนั้น ส่วนสาเหตุที่ทำให้เชื่อว่ามีลูกเสือแน่ คือในขณะขนย้ายได้มีการวางยาสลบและมีแพทย์ตรวจสุขภาพเบื้องต้น ตรวจสอบแล้วว่า เสือหลายตัวพบลักษณะมีน้ำนมอยู่คาดว่าน่าจะคลอดได้ไม่นาน ซึ่งลูกเสือ 3-4 เดือนขนาดจะต้องเล็กกว่าเสือทั้ง 137 ตัวที่ขนมาอย่างแน่นอน
แนวทางการจัดการเสือโคร่งในอนาคต
มาตรการที่ดูเหมือนจะเป็นไม้ตาย คือ การเก็บดีเอ็นเอเสือโคร่ง ทางกรมอุทยานฯ ได้มีการดำเนินการแล้ว เท่าที่ประสานงานกับสำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า เพื่อเก็บไว้เป็นหลักฐานและป้องกันการสวมรอย ทั้งนี้ กำลังอยู่ในช่วงการจัดหากำลังคน เงินสนับสนุน และเพิ่มห้องทดลอง ซึ่งอาจต้องใช้เวลาสักระยะหนึ่งกว่าจะแล้วเสร็จ คาดว่าจะทำให้แล้วเสร็จในปีหน้า ทั้งกรณีของกลางจากวัดเสือ สวนสัตว์ต่างๆ หรือการครอบครองโดยบุคคล
ในส่วนของกฎหมายตัวร่าง พรบ. สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า กรมอุทยานฯ พยายามปรับแก้อยู่ ความคืบหน้าล่าสุดผ่านคณะอนุกรรมการพัฒนากฎหมายด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้นำมาปรับแก้เรียบร้อยและส่งไปที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมแล้ว เหลือในขั้นตอนให้คณะกรรมการพัฒนากฎหมายของกระทรวงเรียกประชุมเพื่อพิจารณา ถ้าคณะกรรมการเห็นชอบก็จะเสนอให้รัฐมนตรีนำเข้า ที่ประชุม ครม. รับหลักการเข้าสู่กฤษฎีกาตรวจแก้ต่อไป
บทความโดย พัชริดา พงษปภัสร์ เจ้าหน้าที่ฝ่ายสื่อสารองค์กร มูลนิธิสืบนาคะเสถียร
เสือโคร่งปัจจุบันประเทศไทยมีกฎหมายหลักพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535 โดยหลักการแบ่งเป็นการคุ้มครองพื้นที่และคุ้มครองตัวสัตว์ โดยการคุ้มครองพื้นที่ เช่น เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า เขตห้ามล่า เป็นพื้นที่และดูแลไม่ให้เกิดภยันตรายต่อสัตว์ ส่วนการคุ้มครองตัวสัตว์ จัดประเภทของสัตว์เป็นสัตว์ป่าสงวนและสัตว์ป่าคุ้มครอง ที่จะได้รับการคุ้มครองเป็นพิเศษ

สำหรับกรณีการย้ายเสือโคร่งที่วัดเสือ ทางวัดมิได้รับอนุญาตให้ครอบครอง เพราะเสือโคร่งนับว่าเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองตามกฎหมาย ฉะนั้นไม่ว่าจะเป็นเสือโคร่งชนิดใด ทั้งเสือโคร่งเบงกอล เสือโคร่งไซบีเรีย หรือเสือโคร่งอินโดจีน เมื่ออยู่ในพื้นที่จะถือว่าเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองที่จะได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายตาม พรบ. พ.ศ. 2535 ระบุไว้ชัดเจน มี (1) ห้ามล่า (2) ห้ามเพาะพันธุ์ (3) ห้ามครอบครอง (4) ห้ามค้า และ (5) ห้ามนำเข้าและส่งออกโดยไม่ได้รับอนุญาต

นายชัยนิรุจน์ มะลิวัลย์ นักวิทยาศาสตร์ชำนาญการ สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า กล่าวถึงสาเหตุที่ขบวนการค้าสัตว์ป่านั้นทำกันกันอย่างไม่เกรงกลัวกฎหมาย เนื่องจากโทษของผู้กระทำความผืดนั้นเป็นโทษขั้นต่ำหากเทียบกับมูลค่าที่ได้จากการค้า คือ จำคุกไม่เกิน 4 ปี ปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และลดหลั่นลงมาต่างๆ เช่น ในกรณีได้รับอนุญาตให้ครอบครองได้อย่างถูกต้องแต่ฝ่าฝืนในเรื่องเพาะขยายพันธุ์โดยไม่ได้รับอนุญาต มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 30,000 บาท หรือโทษที่เกี่ยวกับผู้มีส่วนรู้เห็นช่วยซ่อนเร้น จำหน่าย รับไว้โดยมิชอบ จะมีโทษเพียงจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

สำหรับกรณีเสือโคร่งที่เป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง แต่มิใช่สัตว์ป่าคุ้มครองชนิดที่ประเทศไทยกำหนดให้ขออนุญาตเพาะพันธุ์เพื่อการค้าได้ ซึ่งไม่เหมือนกวางหรือสัตว์อื่นๆ หากมีการเพาะเลี้ยงถือว่าเป็นการกระทำความผิด

นายชัยนิรุจน์ มะลิวัลย์
นายชัยนิรุจน์ มะลิวัลย์ นักวิทยาศาสตร์ชำนาญการ สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า

สถานการณ์ค้าสัตว์ป่าในประเทศไทยอาจซ้อนเร้นอยู่ในหลายรูปแบบ อาทิเช่น อ้างว่าเลี้ยงฟาร์มเสือ แต่แท้จริงแล้วในประเทศไทยไม่สามารถมีฟาร์มเสือได้ “หากพบเห็นกรณีดังกล่าวสามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ให้ดำเนินการตามขั้นตอนได้” หน่วยงานหรือบุคคลที่ครอบครองได้ต้องได้รับอนุญาตเท่านั้น คือ ครอบครองอยู่ก่อนปี พ.ศ. 2535 หรือ พ.ศ. 2546 ได้แจ้งการครอบครองอย่างถูกต้อง และอยู่ภายใต้การตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ ไม่มีการขนย้าย ไม่มีการนำไปขาย ไม่มีการเพาะพันธุ์ การทำตะกรุดหรือถลกหนังทั้งสิ้น

การค้าสัตว์ป่ายังแอบแฝงไว้อีกรูปแบบหนึ่ง คือ สวนสัตว์สาธารณะ ซึ่งใน พรบ. สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่ามีกฎหมายระบุว่า “ถ้าผู้ใดจัดตั้งหรือดำเนินกิจการสวนสัตว์ ไม่ว่าจะเป็นบริษัท เอกชน หรือภาครัฐใดๆ ก็ตาม จะต้องได้รับใบอนุญาต ดำเนินการตามกฎข้อกำหนดของกระทรวง” โดยพื้นฐานสวนสัตว์สามารถมีสัตว์ได้ทุกชนิด อาจมาจากการนำเข้า แต่ต้องขออนุญาตและผ่านการพิจารณาจนแน่ใจว่าเป็นสถานที่เหมาะสม และเป็นการนำมาใช้ในสวนสัตว์จริง

“แต่คนที่จ้องกระทำผิดก็พยายามหาช่องทางหลีกเลี่ยงอยู่ตลอด ในขณะที่ผู้ตรวจสอบมีข้อจำกัดด้านต่างๆ ทั้งด้านจำนวนบุคลากรที่สวนทางกับปริมาณงานที่เยอะขึ้น จึงทำให้การตรวจสอบควบคุมไม่เข้มงวดส่งผลให้มีเล็ดลอดไปบ้าง หลังจากที่เกิดกรณีเรื่องวัดเสือ ทางกรมอุทยานฯ จะเพิ่มมาตรการตรวจสอบควบคุมผู้ครอบครองหรือสวนสัตว์ที่มีเสือให้เข้มงวดมากขึ้น”

กรณีศึกษาวัดเสือกับบทลงทาเรื่องสัตว์ป่าคุ้มครอง
ในการดำเนินคดีกับวัดเสือนั้น กรมอุทยานฯ กำลังรวบรวมหลักฐานต่างๆ ส่งไปยังสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) พยายามประสานขอให้นำกฎหมายฟอกเงินมาใช้ในกรณีนี้ เพราะเป็นความผิดบนฐานที่ ปปง. สามารถนำมาใช้ได้ ซึ่งจะต้องตรวจสอบควบคุมการกระจายของตัวเงินไปแหล่งหรือบุคคลใด กฎหมายฟอกเงินจะช่วยให้เห็นเครือข่ายตรงนี้ออกมา

นอกจากนี้ ทางกรมอุทยานฯ ได้ตั้งข้อสังเกตว่า วัดควรมีลูกเสือที่อยู่นอกเหนือจากเสือ 137 ตัว แต่เจ้าหน้าที่กลับหาไม่เจอ ในส่วนนี้จึงได้ขอความร่วมมือจากทุกฝ่ายทั้งภาครัฐ เอกชน และภาคประชาชน หากผู้ใดมีข้อมูลหรือเบาะแสช่วยแจ้งด้วย เพราะไม่ว่าเสือเหล่านี้จะอยู่ที่ใดหรือใครครอบครองถือว่ามีความผิดทั้งนั้น ส่วนสาเหตุที่ทำให้เชื่อว่ามีลูกเสือแน่ คือในขณะขนย้ายได้มีการวางยาสลบและมีแพทย์ตรวจสุขภาพเบื้องต้น ตรวจสอบแล้วว่า เสือหลายตัวพบลักษณะมีน้ำนมอยู่คาดว่าน่าจะคลอดได้ไม่นาน ซึ่งลูกเสือ 3-4 เดือนขนาดจะต้องเล็กกว่าเสือทั้ง 137 ตัวที่ขนมาอย่างแน่นอน

เสือโคร่ง

แนวทางการจัดการเสือโคร่งในอนาคต
มาตรการที่ดูเหมือนจะเป็นไม้ตาย คือ การเก็บดีเอ็นเอเสือโคร่ง ทางกรมอุทยานฯ ได้มีการดำเนินการแล้ว เท่าที่ประสานงานกับสำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า เพื่อเก็บไว้เป็นหลักฐานและป้องกันการสวมรอย ทั้งนี้ กำลังอยู่ในช่วงการจัดหากำลังคน เงินสนับสนุน และเพิ่มห้องทดลอง ซึ่งอาจต้องใช้เวลาสักระยะหนึ่งกว่าจะแล้วเสร็จ คาดว่าจะทำให้แล้วเสร็จในปีหน้า ทั้งกรณีของกลางจากวัดเสือ สวนสัตว์ต่างๆ หรือการครอบครองโดยบุคคล

ในส่วนของกฎหมายตัวร่าง พรบ. สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า กรมอุทยานฯ พยายามปรับแก้อยู่ ความคืบหน้าล่าสุดผ่านคณะอนุกรรมการพัฒนากฎหมายด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้นำมาปรับแก้เรียบร้อยและส่งไปที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมแล้ว เหลือในขั้นตอนให้คณะกรรมการพัฒนากฎหมายของกระทรวงเรียกประชุมเพื่อพิจารณา ถ้าคณะกรรมการเห็นชอบก็จะเสนอให้รัฐมนตรีนำเข้า ที่ประชุม ครม. รับหลักการเข้าสู่กฤษฎีกาตรวจแก้ต่อไป

บทความโดย พัชริดา พงษปภัสร์ เจ้าหน้าที่ฝ่ายสื่อสารองค์กร มูลนิธิสืบนาคะเสถียร

 

รับข่าวสาร


บทความที่เกี่ยวข้อง