• Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
หน้าแรก เราทำงานให้พี่สืบ ศศิน เฉลิมลาภ บทความโดยศศิน เฉลิมลาภ คิดยกกำลัง 2 : หลักฐานลักลอบค้าซากสัตว์ป่า ผ่านการย้ายเสือโคร่ง

คิดยกกำลัง 2 : หลักฐานลักลอบค้าซากสัตว์ป่า ผ่านการย้ายเสือโคร่ง

อีเมล พิมพ์ PDF

วัดเสือเบื้องหลังความเมตตาของวัดป่าหลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโนหรือวัดเสือ พบซากลูกเสือ รวมทั้งชิ้นส่วนต่างๆ หลังทางกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชเข้าไปดำเนินการตรวจสอบ เดิมเมื่อประมาณ 10 ปีก่อน ทางวัดครอบครองเสือผิดกฎหมาย เกิดการร้องเรียนขึ้นนำไปสู่จึงกระบวนการเข้าไปตรวจสอบ ประมาณปี พ.ศ. 2545-2546 วัดมีเสือไม่เกิน 3-4 ตัว ซึ่งทางวัดได้บอกเล่าว่าเสือเหล่านี้เดินลงมาจากภูเขามาอยู่ด้วยความเมตตา แต่ในวงการนักอนุรักษ์ทราบกันว่าเป็นเสือที่ซื้อมาจากฟาร์ม ปางช้างแห่งหนึ่งและอีกตัวมาจากทางเหนือ


นายศศิน เฉลิมลาภ ประธานมูลนิธิสืบนาคะเสถียร กล่าวว่า มูลนิธิสืบนาคะเสถียรมีพื้นที่มำงานอยู่บริเวณวัด จากข้อมูลพบว่า บริเวณนั้นไม่มีเสือ และโอกาสเดินมาน้อย รวมถึงเสือที่วัดเป็นเสือพันธุ์เบงกอล ไม่ใช่เสือพันธุ์อินโดจีนที่เป็นสายพันธุ์เสือในบ้านเรา นั่นหมายถึงว่ามีการนำเสือเข้ามาจากแหล่งต่างๆ เมื่อมีการยึดไว้เป็นของกลาง ทางอุทยานฯยังไม่มีการพัฒนาพื้นที่เพาะเลี้ยงสัตว์ป่า จึงไม่มีพื้นที่ให้เสืออาศัย ทางกรมอุทยานฯจึงทำการฝากเสือของกลางทั้งหมดไว้ที่วัดเลี้ยงดูก่อน

ศศิน เฉลิมลาภ

เมื่อเวลาผ่านไปจึงยืดเยื้อและเพิ่มจำนวนจากเสือ 3-4 ตัวกลายเป็น 147 ตัว เสือจะมีสุขภาพแย่ ทางกรมอุทยานฯ ไม่สามารถเข้าไปดูแลได้ หากต้องการเข้าไปดูแลต้องดำเนินการด้วยการเข้าไปจับ ซึ่งสร้างความลำบากใจแก่เจ้าหน้าที่เป็นอย่างมาก ที่สำคัญได้ปรากฏข่าวจากต่างประเทศหลายชิ้นชี้ว่าวัดอาจมีความผัวพันกับการค้าสัตว์ เพราะการที่มีลูกเสือจำนวนเยอะขนาดนี้ อาจเป็นเพราะว่าเกิดการเร่งกระบวนการผลิตเพื่อเพิ่มจำนวนลูกเสือ นำลูกเสือมาโชว์การกินนม เมื่อมีเสือที่โตขึ้นรวมไปถึงพื้นที่วัดมีจำนวนจำกัดไม่ถึง 1 พันไร่ คำถามคือจะนำเสือไปไว้ไหน อาจจะไว้ในกรงยิ่งแออัดและอาจจะถูกระบายออก ในวงการอนุรักษ์ทราบกันดีว่าเสือในวัดหายไป ยังไม่มีหลักฐานว่าหายไปเป็นอาหาร หายไปชำแหละหรือไม่

อีกปัญหาก็คือ พื้นที่ของวัดเสือ ซึ่งมีพื้นที่ประมาณกว่า 900 ไร่ อยู่ในขั้นตอนกำลังดำเนินการตรวจสอบว่าเป็นพื้นที่ถูกกฎหมายหรือไม่ เนื่องจากหากทางวัดเสือต้องการเลี้ยงเสือจริงๆจำเป็นต้องจดทะเบียนเป็นสวนสัตว์ แต่ทางวัดไม่สามารถดำเนินการจดเป็นสวนสัตว์ได้ เพราะที่ดินวัดส่วนหนึ่งเป็นป่าสงวนและอีกส่วนหนึ่งเป็นพื้นที่ สปก. โดยพื้นที่เหล่านี้ไม่อนุญาตให้นำไปประกอบกิจการประเภทสวนสัตว์ ทางราชการไม่สามารถจดทะเบียนให้ถูกกฎหมายได้ และได้ข่าวว่าไปหาพื้นที่ฝั่งตรงข้ามเพื่อจดทะเบียนเป็นสวนสัตว์ แต่เป็นคนละพื้นที่กันจึงติดข้อกฎหมาย ทั้งหมดไม่สามรถดำเนินการให้ถูกกฎหมายได้

ย้ายเสือโคร่ง

การแก้ปัญหาขณะนี้คือการย้ายเสือโคร่งออกมาไปไว้สถานที่สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่า จังหวัดราชบุรี ซึ่งมีค่าอาหารที่เสือต้องกินอาหารร้อยละ 15 ของน้ำหนักตัว หนึ่งเดือนตกประมาณ 2-3 ล้านบาท หนึ่งปีตกประมาณ 30 ล้านบาท โดยเสือพวกนี้ไม่สามารถนำไปปล่อยป่าได้ เพราะเป็นสายพันธุ์เบงกอล รวมทั้งเป็นพันธุ์เลือดชิด (Inbreeding) ที่อาจมีโรคสายพันธุ์บางอย่างที่ไม่ปรากฏอาการขณะอยู่ในวัดหรือในสวนสัตว์ให้เห็น แต่เมื่อปล่อยเข้าป่า ไปผสมกับเสือที่อยู่ในป่า อาจทำให้ยีนด้อยแพร่กระจายเข้าไปได้ หรือหากนำไปปล่อยในพื้นที่เป็นป่าเล็กเกินไปที่อาจจะไม่มีเสือเก่าอยู่เลย เสือเหล่านี้จะไม่สามารถหากินได้ และอาจจะไปสร้างสายพันธุ์ใหม่ๆ ที่จะมีผลเสียส่งผลถึงระบบนิเวศ ตามหลักทางวิชาการจึงจำเป็นต้องเลี้ยงเสือไว้จนกว่าเสือจะตายไปเอง ซึ่งเสือมีช่วงชีวิตประมาณ 20-30 ปี อีกทั้งเรื่องเหล่านี้มิใช่กิจของสงฆ์ ควรต้องเข้าไปดำเนินการตรวจสอบพื้นที่ลักษณะเช่นนี้ เพราะอาจนำไปสู่การค้าสัตว์ป่าได้

 

 

 

 

รับข่าวสาร


บทความที่เกี่ยวข้อง