• Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
หน้าแรก แถลงการณ์ แถลงการณ์ สถานการณ์นกแต้วแล้วท้องดำในประเทศไทย ฉบับที่ 2

สถานการณ์นกแต้วแล้วท้องดำในประเทศไทย ฉบับที่ 2

อีเมล พิมพ์ PDF
สืบเนื่องจากการพบนกแต้วแล้วท้องดำ (Gurney's Pitta; Pitta gurneyi) เพศเมีย เมื่อวันที่ 13 เมษายน 2559 โดยการสำรวจของเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาประ-บางคราม ร่วมกับนายโยธิน มีแก้ว นายคณิต คณีกุล ซึ่งก่อนให้เกิดความตื่นตัวทั้งในกลุ่มนักดูนก นักอนุรักษ์ และสังคมในวงกว้างเกี่ยวกับการดำเนินการป้องกันไม่ให้นกแต้วแล้วท้องดำสูญพันธุ์ไปจากประเทศไทย สามารถสรุปความคืบหน้าได้ดังนี้
1. ทางกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้เปิดเผยข้อมูลว่ามีนกแต้วแล้วท้องดำเพศผู้อยู่จริง ภายใต้การดูแลของสถานีวิจัยสัตว์ป่าคลองแสง จังหวัดสุราษฎร์ธานี จำนวน 1 ตัว ตามโครงการฟื้นฟูประชากรนกแต้วแล้วท้องดำ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2551
2. กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้ประสานงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ และจัดประชุมเพื่อระดมและรับฟังความคิดเห็น ร่วมกับตัวแทนจากสมาคมอนุรักษ์นกและธรรมชาติแห่งประเทศไทย คณะวนศาสตร์ และคณะสัตวแพทยศาสตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดยสามารถแบ่งข้อสรุปออกเป็น 2 แนวทางหลัก คือ
- มาตรการระยะสั้น นำนกแต้วแล้วท้องดำเพศผู้จากสถานีวิจัยสัตว์ป่าคลองแสงมาทำการฝึกเพื่อให้นกมีสัญชาตญาณป่า (Re-Wilding) และคุ้นเคยกับพื้นที่สภาพแวดล้อม ณ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาประ-บางคราม โดยทำกรงเลี้ยงขนาด 5x5 เมตร ในพื้นที่ใกล้เคียงกับบริเวณจุดที่พบนกแต้วแล้วท้องดำเพศเมีย ทำการเฝ้าสังเกตพฤติกรรมนกในการตอบสนองต่อการร้องของนกเพศผู้ ดูปฏิกิริยาของนกเพศเมียต่อนกเพศผู้ในพื้นที่เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการจับคู่ของนกทั้งสองต่อไป ทั้งนี้เนื่องจากนกเพศผู้ยังไม่มีประสบการณ์ในป่า การปล่อยออกไปในทันทีมีความเสี่ยงมากเกินไป จึงขอให้ฟื้นฟูพฤติกรรมตามธรรมชาติในกรงเลี้ยงไปสักระยะหนึ่ง หากนกตัวเมียมีการตอบสนองดี จะมีการสร้างกรงขนาดใหญ่ที่ล้อมรอบพื้นที่อาณาเขตที่จำเป็นในการทำรัง เพื่อให้นกทั้งคู่สามารถจับคู่ทำรังได้ในขั้นต่อไป โดยมีแผนป้องกันภัยและศัตรูผู้ล่าให้นกแต้วแล้วท้องดำทั้งคู่อย่างเข้มงวด
- มาตรการระยะยาว กรมอุทยานแห่งชติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช จะปรับปรุงแผนการฟื้นฟูประชากรและอนุรักษ์นกแต้วแล้วท้องดำแห่งชาติ (Gurneu's Pitta National Conservation Action Plan) โดยให้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องได้มาเสนอแนะ เพื่อนนำไปศุ่แนวทางการปฏิบัติระดับนโยบายและความร่วมมือของทุกกระทรวง โดยจะทำคู่ขนานไปกับมาตรการระยะสั้น
ล่าสุด ได้มีการเคลื่อนย้ายนกแต้วแล้วท้องดำเพศผู้จากสถานีวิจัยสัตว์ป่าคลองแสง เข้าไปยังเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาประ-บางครามแล้ว เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2559 โดยนกมีสภาพแข็งแรงดี ไม่เซื่องซึม สามารถบินขึ้นไปเกาะต้นไม้ รวมทั้งส่งเสียงร้องได้เองเป็นระยะ อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการพบเห็นนกเพศเมียภายหลังการนำนกเพศผู้เข้าไปอยู่ในพื้นที่ ซึ่งยังคงต้องเฝ้าติดตามกันอย่างต่อเนื่อง
ทางสมาคมอนุรักษ์นกและธรรมชาตอแห่งประเทศไทย จะเข้าร่วมสำรวจนกแต้วแล้วท้องดำในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาประ-บางครามอีกครั้ง ในระหว่างวันที่ 27-31 พฤษภาคม 2559 ร่วมกับกลุ่มวิจัยสัตว์ป่า กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เพื่อสำรวจหานกแต้วแล้วท้องดำ รวมถึงนกในป่าที่ราบต่ำชนิดอื่นที่เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ และติดตามการดำเนินการเกี่ยวกับนกแต้วแล้วท้องดำเพศผู้ในกรงเลี้ยงต่อไป
สมาคมอนุรักษ์นกและธรรมชาติแห่งประเทศไทย
มูลนิธิสืบนาคะเสถียร
มูลนิธิรักษ์สัตว์ป่า
กลุ่มอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพและสิ่งแวดล้อม
รายละเอียดเพิ่มเติม สมาคมอนุรักษ์นกและธรรมชาติแห่งประเทศไทย โทร 02-588-2277 อีเมล์ อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน
นกแต้วแล้วท้องดำสืบเนื่องจากการพบนกแต้วแล้วท้องดำ (Gurney's Pitta; Pitta gurneyi) เพศเมีย เมื่อวันที่ 13 เมษายน 2559 โดยการสำรวจของเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาประ-บางคราม ร่วมกับนายโยธิน มีแก้ว นายคณิต คณีกุล ซึ่งก่อนให้เกิดความตื่นตัวทั้งในกลุ่มนักดูนก นักอนุรักษ์ และสังคมในวงกว้างเกี่ยวกับการดำเนินการป้องกันไม่ให้นกแต้วแล้วท้องดำสูญพันธุ์ไปจากประเทศไทย สามารถสรุปความคืบหน้าได้ดังนี้

1. ทางกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้เปิดเผยข้อมูลว่ามีนกแต้วแล้วท้องดำเพศผู้อยู่จริง ภายใต้การดูแลของสถานีวิจัยสัตว์ป่าคลองแสง จังหวัดสุราษฎร์ธานี จำนวน 1 ตัว ตามโครงการฟื้นฟูประชากรนกแต้วแล้วท้องดำ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2551

2. กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้ประสานงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ และจัดประชุมเพื่อระดมและรับฟังความคิดเห็น ร่วมกับตัวแทนจากสมาคมอนุรักษ์นกและธรรมชาติแห่งประเทศไทย คณะวนศาสตร์ และคณะสัตวแพทยศาสตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดยสามารถแบ่งข้อสรุปออกเป็น 2 แนวทางหลัก คือ

- มาตรการระยะสั้น นำนกแต้วแล้วท้องดำเพศผู้จากสถานีวิจัยสัตว์ป่าคลองแสงมาทำการฝึกเพื่อให้นกมีสัญชาตญาณป่า (Re-Wilding) และคุ้นเคยกับพื้นที่สภาพแวดล้อม ณ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาประ-บางคราม โดยทำกรงเลี้ยงขนาด 5x5 เมตร ในพื้นที่ใกล้เคียงกับบริเวณจุดที่พบนกแต้วแล้วท้องดำเพศเมีย ทำการเฝ้าสังเกตพฤติกรรมนกในการตอบสนองต่อการร้องของนกเพศผู้ ดูปฏิกิริยาของนกเพศเมียต่อนกเพศผู้ในพื้นที่เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการจับคู่ของนกทั้งสองต่อไป ทั้งนี้เนื่องจากนกเพศผู้ยังไม่มีประสบการณ์ในป่า การปล่อยออกไปในทันทีมีความเสี่ยงมากเกินไป จึงขอให้ฟื้นฟูพฤติกรรมตามธรรมชาติในกรงเลี้ยงไปสักระยะหนึ่ง หากนกตัวเมียมีการตอบสนองดี จะมีการสร้างกรงขนาดใหญ่ที่ล้อมรอบพื้นที่อาณาเขตที่จำเป็นในการทำรัง เพื่อให้นกทั้งคู่สามารถจับคู่ทำรังได้ในขั้นต่อไป โดยมีแผนป้องกันภัยและศัตรูผู้ล่าให้นกแต้วแล้วท้องดำทั้งคู่อย่างเข้มงวด

- มาตรการระยะยาว กรมอุทยานแห่งชติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช จะปรับปรุงแผนการฟื้นฟูประชากรและอนุรักษ์นกแต้วแล้วท้องดำแห่งชาติ (Gurneu's Pitta National Conservation Action Plan) โดยให้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องได้มาเสนอแนะ เพื่อนนำไปศุ่แนวทางการปฏิบัติระดับนโยบายและความร่วมมือของทุกกระทรวง โดยจะทำคู่ขนานไปกับมาตรการระยะสั้น

ล่าสุด ได้มีการเคลื่อนย้ายนกแต้วแล้วท้องดำเพศผู้จากสถานีวิจัยสัตว์ป่าคลองแสง เข้าไปยังเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาประ-บางครามแล้ว เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2559 โดยนกมีสภาพแข็งแรงดี ไม่เซื่องซึม สามารถบินขึ้นไปเกาะต้นไม้ รวมทั้งส่งเสียงร้องได้เองเป็นระยะ อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการพบเห็นนกเพศเมียภายหลังการนำนกเพศผู้เข้าไปอยู่ในพื้นที่ ซึ่งยังคงต้องเฝ้าติดตามกันอย่างต่อเนื่อง

ทางสมาคมอนุรักษ์นกและธรรมชาตอแห่งประเทศไทย จะเข้าร่วมสำรวจนกแต้วแล้วท้องดำในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาประ-บางครามอีกครั้ง ในระหว่างวันที่ 27-31 พฤษภาคม 2559 ร่วมกับกลุ่มวิจัยสัตว์ป่า กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เพื่อสำรวจหานกแต้วแล้วท้องดำ รวมถึงนกในป่าที่ราบต่ำชนิดอื่นที่เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ และติดตามการดำเนินการเกี่ยวกับนกแต้วแล้วท้องดำเพศผู้ในกรงเลี้ยงต่อไป

สมาคมอนุรักษ์นกและธรรมชาติแห่งประเทศไทย
มูลนิธิสืบนาคะเสถียร
มูลนิธิรักษ์สัตว์ป่า
กลุ่มอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพและสิ่งแวดล้อม

รายละเอียดเพิ่มเติม สมาคมอนุรักษ์นกและธรรมชาติแห่งประเทศไทย โทร 02-588-2277 อีเมล์ อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน  

นกแต้วแล้วท้องดำ

 

รับข่าวสาร