• Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
หน้าแรก แถลงการณ์ แถลงการณ์ แถลงการณ์ แสดงความเป็นกังวล เรื่อง การเพิกถอนพื้นที่ป่าเพื่อพัฒนาสิ่งปลูกสร้าง

แถลงการณ์ แสดงความเป็นกังวล เรื่อง การเพิกถอนพื้นที่ป่าเพื่อพัฒนาสิ่งปลูกสร้าง

อีเมล พิมพ์ PDF
ตามที่ที่ราชพัสดุ ซึ่งอยู่ในความดูแลของมณฑลทหารบกที่ 33  ได้อนุญาตให้ศาลอุธารณ์ภาค 5 ดำเนินการก่อสร้าง อาคารศาลอุทรณ์ภาค 5 และบ้านพักข้าราชการตุลาการ และอาคารชุดของข้าราชการศาลยุติธรรมในตัวจังหวัดเชียงใหม่ โดยพื้นที่ดังกล่าวเป็นที่ประจักษ์ได้ชัดว่ามีความสูงชัน และยังคงเป็นสภาพป่าธรรมชาติที่เชื่อมต่อกับอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย อันเป็นป่าต้นน้ำที่สำคัญของประเทศ เมื่อเปิดพื้นที่ป่าขนาดใหญ่ ประชาชนที่เดินทางโดยเครื่องบิน และใช้เส้นทางบริเวณดังกล่าวสามารถมองเห็นได้ชัดเจนจนเกิดเป็นทัศนอุจาด และข้อข้องใจเรื่องของการรุกล้ำพื้นที่ป่าธรรมชาติเป็นจำนวนมาก เพื่อพัฒนาสิ่งปลูกสร้างของรัฐ
มูลนิธิสืบนาคะเสถียร มีความเป็นกังวล ต่อการเพิกถอนพื้นที่ป่า เพื่อนำไปพัฒนาสิ่งปลูกสร้าง หรือใช้เพื่อการดำเนินกิจกรรมอื่นที่ไม่สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของการรักษาป่าและพื้นที่อนุรักษ์ที่มีอยู่ให้เป็นแหล่งคุ้มครองสภาพทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่เป็นแหล่งต้นน้ำลำธารให้คงเดิมไว้มิให้เปลี่ยนแปลงไป เพื่ออำนวยประโยชน์ทั้งทางตรงและทางอ้อมแก่รัฐและประชาชนเนื่องจากสถานการณ์ปัจจุบัน พื้นที่ป่าไม้ของประเทศไทยกำลังอยู่ในภาวะวิกฤต รัฐบาลและคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มีนโยบายและการประชาสัมพันธ์รณรงค์เพื่อขอความร่วมมือกับประชาชน รวมถึงปราบปราม ดำเนินคดีกับผู้บุกรุกพื้นที่ป่าเพื่อเพิ่มพื้นที่ป่าให้มากขึ้น แต่การอนุญาตให้หน่วยงานรัฐมีการพัฒนาสิ่งปลูกสร้างโดยการทำลายพื้นที่ป่าธรรมชาติ อันเป็นพื้นที่ต้นน้ำลำธารและสาธารณะสมบัติของประชาชนคนไทยทั้งประเทศกิจกรรมที่เกิดขึ้นเหล่านี้ล้วนเป็นตัวอย่างที่กลับมาทำลายนโยบายและการประชาสัมพันธ์รณรงค์กับสาธารณะชน และยังทำลายความเชื่อมั่นจากประชาชนและภาคเอกชนทั้งประเทศ ว่าการทำลายพื้นที่ป่าเป็นเรื่องที่ใครก็สามารถทำได้โดยง่ายแม้แต่หน่วยงานของรัฐเอง
มูลนิธิสืบนาคะเสถียร จึงขอให้รัฐบาล ทบทวนการอนุญาตให้หน่วยงานราชการเข้าไปพัฒนาสิ่งปลูกสร้าง หรือการดำเนินกิจกรรมใดๆ ที่จะมีผลกระทบต่อพื้นที่ป่าธรรมชาติไม่ว่าพื้นที่นั้นจะอยู่ในสถานะทางกฎหมายใดๆ ก็ตาม เพื่อเรียกศรัทธาความเชื่อมั่น และแบบอย่างที่ดีให้กับประชาชนคนไทยกลับคืนมา
มูลนิธิสืบนาคะเสถียรตามที่ที่ราชพัสดุ ซึ่งอยู่ในความดูแลของมณฑลทหารบกที่ 33  ได้อนุญาตให้ศาลอุธารณ์ภาค 5 ดำเนินการก่อสร้าง อาคารศาลอุทรณ์ภาค 5 และบ้านพักข้าราชการตุลาการ และอาคารชุดของข้าราชการศาลยุติธรรมในตัวจังหวัดเชียงใหม่ โดยพื้นที่ดังกล่าวเป็นที่ประจักษ์ได้ชัดว่ามีความสูงชัน และยังคงเป็นสภาพป่าธรรมชาติที่เชื่อมต่อกับอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย อันเป็นป่าต้นน้ำที่สำคัญของประเทศ เมื่อเปิดพื้นที่ป่าขนาดใหญ่ ประชาชนที่เดินทางโดยเครื่องบิน และใช้เส้นทางบริเวณดังกล่าวสามารถมองเห็นได้ชัดเจนจนเกิดเป็นทัศนอุจาด และข้อข้องใจเรื่องของการรุกล้ำพื้นที่ป่าธรรมชาติเป็นจำนวนมาก เพื่อพัฒนาสิ่งปลูกสร้างของรัฐ

มูลนิธิสืบนาคะเสถียร มีความเป็นกังวล ต่อการเพิกถอนพื้นที่ป่า เพื่อนำไปพัฒนาสิ่งปลูกสร้าง หรือใช้เพื่อการดำเนินกิจกรรมอื่นที่ไม่สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของการรักษาป่าและพื้นที่อนุรักษ์ที่มีอยู่ให้เป็นแหล่งคุ้มครองสภาพทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่เป็นแหล่งต้นน้ำลำธารให้คงเดิมไว้มิให้เปลี่ยนแปลงไป เพื่ออำนวยประโยชน์ทั้งทางตรงและทางอ้อมแก่รัฐและประชาชนเนื่องจากสถานการณ์ปัจจุบัน พื้นที่ป่าไม้ของประเทศไทยกำลังอยู่ในภาวะวิกฤต รัฐบาลและคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มีนโยบายและการประชาสัมพันธ์รณรงค์เพื่อขอความร่วมมือกับประชาชน รวมถึงปราบปราม ดำเนินคดีกับผู้บุกรุกพื้นที่ป่าเพื่อเพิ่มพื้นที่ป่าให้มากขึ้น แต่การอนุญาตให้หน่วยงานรัฐมีการพัฒนาสิ่งปลูกสร้างโดยการทำลายพื้นที่ป่าธรรมชาติ อันเป็นพื้นที่ต้นน้ำลำธารและสาธารณะสมบัติของประชาชนคนไทยทั้งประเทศกิจกรรมที่เกิดขึ้นเหล่านี้ล้วนเป็นตัวอย่างที่กลับมาทำลายนโยบายและการประชาสัมพันธ์รณรงค์กับสาธารณะชน และยังทำลายความเชื่อมั่นจากประชาชนและภาคเอกชนทั้งประเทศ ว่าการทำลายพื้นที่ป่าเป็นเรื่องที่ใครก็สามารถทำได้โดยง่ายแม้แต่หน่วยงานของรัฐเอง

มูลนิธิสืบนาคะเสถียร จึงขอให้รัฐบาล ทบทวนการอนุญาตให้หน่วยงานราชการเข้าไปพัฒนาสิ่งปลูกสร้าง หรือการดำเนินกิจกรรมใดๆ ที่จะมีผลกระทบต่อพื้นที่ป่าธรรมชาติไม่ว่าพื้นที่นั้นจะอยู่ในสถานะทางกฎหมายใดๆ ก็ตาม เพื่อเรียกศรัทธาความเชื่อมั่น และแบบอย่างที่ดีให้กับประชาชนคนไทยกลับคืนมา

15 มิถุนายน 2559
มูลนิธิสืบนาคะเสถียร 

 

รับข่าวสาร