• Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
หน้าแรก อ่านข่าวย้อนหลัง ข่าว ประชาสัมพันธ์ บันทึกความร่วมมือ ระหว่างกรมป่าไม้ กับมูลนิธิสืบนาคะเสถียร

บันทึกความร่วมมือ ระหว่างกรมป่าไม้ กับมูลนิธิสืบนาคะเสถียร

อีเมล พิมพ์ PDF
บันทึกความร่วมมือ ระหว่างกรมป่าไม้ กับมูลนิธิสืบนาคะเสถียร
การดำเนินโครงการพัฒนาการบริหารจัดการพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติในผืนป่าตะวันตก
(พ.ศ.2559 - 2562)
บันทึกความร่วมมือฉบับนี้ทำขึ้น ณ กรมป่าไม้ เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2559 ระหว่างกรมป่าไม้ ฝ่ายหนึ่งกับมูลนิธิสืบนาคะเสถียรซึ่งต่อไปนี้ในบันทึกความร่วมมือนี้เรียกว่า “มูลนิธิสืบฯ” อีกฝ่ายหนึ่ง
ทั้งสองฝ่ายจึงได้ตกลงทำบันทึกความร่วมมือกันดังต่อไปนี้
ข้อ 1. เงื่อนไขและข้อตกลง
1. ทั้งสองฝ่ายตกลงร่วมมือกันเพื่อดำเนินงานโครงการพัฒนาการบริหารจัดการพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติในผืนป่าตะวันตก ให้ประสบความสำเร็จและบรรลุวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้
2. การดำเนินกิจกรรมภายใต้โครงการ ต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช 2484, พระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 พระราชบัญญัติเลื่อยโซ่ยนต์ พ.ศ.2545 พระราชบัญญัติสวนป่า พ.ศ.2535 กฎกระทรวง ระเบียบ ประกาศ และข้อบังคับของทางราชการที่ใช้อยู่ขณะนี้และที่จะประกาศใช้ต่อไป
3.หากจะยกเลิกการดำเนินโครงการจะต้องแจ้งให้อีกฝ่ายหนึ่งรับทราบล่วงหน้าก่อนอย่างน้อย 30 วัน
ข้อ 2. วัตถุประสงค์ของความร่วมมือ
พัฒนาการบริหารจัดการพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติของผืนป่าตะวันตก (รายละเอียดตามเอกสารโครงการ) โดยกระบวนการมีส่วนร่วม เพื่อให้เกิดประโยชน์อย่างยั่งยืน
ข้อ 3. แนวทางการดำเนินกิจกรรมของทั้งสองฝ่าย
1. สนับสนุนภารกิจการควบคุม ดูแล รักษาป่าสงวนแห่งชาติของพนักงานเจ้าหน้าที่รวมถึงการส่งเสริมสนับสนุนภาคประชาชนให้เข้ามามีส่วนร่วมในการดูแลรักษาป่าสงวนแห่งชาติโดยรอบให้เป็นแนวป่ากันชนของพื้นที่ป่าอนุรักษ์ตามกฎหมายและการเชื่อมระบบนิเวศทางผืนป่าตะวันตก
2. สนับสนุนการจัดทำฐานข้อมูลป่าสงวนแห่งชาติในผืนป่าตะวันตกเพื่อเป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาของกรมป่าไม้ในการบริหารจัดการพื้นที่ และความสำคัญของระบบนิเวศในผืนป่าตะวันตกอย่างยั่งยืน
3. สนับสนุนให้เกิดกระบวนการมีส่วนร่วม ให้คำแนะนำ คำปรึกษาและร่วมพิจารณาแนวทางบริหารจัดการพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติในผืนป่าตะวันตก
4. สนับสนุนให้มีการศึกษาและพัฒนาแนวทางการนำเอาหลักการของค่าตอบแทนต่อระบบนิเวศหรือ Payments for Ecosystem Services (PES) มาใช้ในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ
ข้อ 4. ระยะเวลาของบันทึกความร่วมมือ
บันทึกความร่วมมือฉบับนี้มีผลบังคับตั้งแต่วันที่ทำบันทึกข้อตกลง โดยมีระยะเวลาความร่วมมือ เริ่มตั้งแต่วันที่ลงนามบันทึกความร่วมมือฉบับนี้ ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2562 ทั้งนี้ “กรมป่าไม้” และ “มูลนิธิสืบฯ” อาจตกลงร่วมกันในการขยายเวลาในการดำเนินงานภายใต้บันทึกความร่วมมือฉบับนี้ออกไปได้ตามความเหมาะสม
ข้อ 5. เป้าหมายการดำเนินงานให้บรรลุวัตถุประสงค์ของทั้งสองฝ่าย
1.ร่วมมือกันผลักดันให้มีการดำเนินการเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์แห่งข้อตกลงความร่วมมือฉบับนี้
2.จัดตั้งคณะกรรมการบริหารโครงการ (รายละเอียดตามเอกสารโครงการ) เพื่อพิจารณาแผนงานรายปี รวมถึงการสนับสนุน กำกับ และการดำเนินการตามโครงการตามแผนงาน (รายละเอียดตามเอกสารโครงการ)
3.ร่วมมือและสนับสนุนการดำเนินกระบวนการทำงานอย่างมีส่วนร่วม ทั้งนี้การดำเนินการจะต้องปฏิบัติตามกฎหมายตามที่กล่าวไว้ในข้อที่ ๑ เงื่อนไขและข้อตกลง
ข้อ 6. ผลงานใดๆ ที่เกิดจากการดำเนินงานตามโครงการนี้ หากมูลนิธิสืบฯ จะนำไปใช้ประโยชน์เพื่อการใดๆ ต้องได้รับความยินยอมจากกรมป่าไม้ก่อน
บันทึกความร่วมมือ ระหว่างกรมป่าไม้ กับมูลนิธิสืบนาคะเสถียร
การดำเนินโครงการพัฒนาการบริหารจัดการพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติในผืนป่าตะวันตก
(พ.ศ.2559 - 2562)

บันทึกความร่วมมือฉบับนี้ทำขึ้น ณ กรมป่าไม้ เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2559 ระหว่างกรมป่าไม้ ฝ่ายหนึ่งกับมูลนิธิสืบนาคะเสถียรซึ่งต่อไปนี้ในบันทึกความร่วมมือนี้เรียกว่า “มูลนิธิสืบฯ” อีกฝ่ายหนึ่ง

ทั้งสองฝ่ายจึงได้ตกลงทำบันทึกความร่วมมือกันดังต่อไปนี้

ข้อ 1. เงื่อนไขและข้อตกลง
1. ทั้งสองฝ่ายตกลงร่วมมือกันเพื่อดำเนินงานโครงการพัฒนาการบริหารจัดการพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติในผืนป่าตะวันตก ให้ประสบความสำเร็จและบรรลุวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้

2. การดำเนินกิจกรรมภายใต้โครงการ ต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช 2484, พระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 พระราชบัญญัติเลื่อยโซ่ยนต์ พ.ศ.2545 พระราชบัญญัติสวนป่า พ.ศ.2535 กฎกระทรวง ระเบียบ ประกาศ และข้อบังคับของทางราชการที่ใช้อยู่ขณะนี้และที่จะประกาศใช้ต่อไป

3.หากจะยกเลิกการดำเนินโครงการจะต้องแจ้งให้อีกฝ่ายหนึ่งรับทราบล่วงหน้าก่อนอย่างน้อย 30 วัน

ข้อ 2. วัตถุประสงค์ของความร่วมมือ
พัฒนาการบริหารจัดการพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติของผืนป่าตะวันตก (รายละเอียดตามเอกสารโครงการ) โดยกระบวนการมีส่วนร่วม เพื่อให้เกิดประโยชน์อย่างยั่งยืน

ข้อ 3. แนวทางการดำเนินกิจกรรมของทั้งสองฝ่าย
1. สนับสนุนภารกิจการควบคุม ดูแล รักษาป่าสงวนแห่งชาติของพนักงานเจ้าหน้าที่รวมถึงการส่งเสริมสนับสนุนภาคประชาชนให้เข้ามามีส่วนร่วมในการดูแลรักษาป่าสงวนแห่งชาติโดยรอบให้เป็นแนวป่ากันชนของพื้นที่ป่าอนุรักษ์ตามกฎหมายและการเชื่อมระบบนิเวศทางผืนป่าตะวันตก

2. สนับสนุนการจัดทำฐานข้อมูลป่าสงวนแห่งชาติในผืนป่าตะวันตกเพื่อเป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาของกรมป่าไม้ในการบริหารจัดการพื้นที่ และความสำคัญของระบบนิเวศในผืนป่าตะวันตกอย่างยั่งยืน

3. สนับสนุนให้เกิดกระบวนการมีส่วนร่วม ให้คำแนะนำ คำปรึกษาและร่วมพิจารณาแนวทางบริหารจัดการพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติในผืนป่าตะวันตก

4. สนับสนุนให้มีการศึกษาและพัฒนาแนวทางการนำเอาหลักการของค่าตอบแทนต่อระบบนิเวศหรือ Payments for Ecosystem Services (PES) มาใช้ในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ

ข้อ 4. ระยะเวลาของบันทึกความร่วมมือ
บันทึกความร่วมมือฉบับนี้มีผลบังคับตั้งแต่วันที่ทำบันทึกข้อตกลง โดยมีระยะเวลาความร่วมมือ เริ่มตั้งแต่วันที่ลงนามบันทึกความร่วมมือฉบับนี้ ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2562 ทั้งนี้ “กรมป่าไม้” และ “มูลนิธิสืบฯ” อาจตกลงร่วมกันในการขยายเวลาในการดำเนินงานภายใต้บันทึกความร่วมมือฉบับนี้ออกไปได้ตามความเหมาะสม

ข้อ 5. เป้าหมายการดำเนินงานให้บรรลุวัตถุประสงค์ของทั้งสองฝ่าย
1.ร่วมมือกันผลักดันให้มีการดำเนินการเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์แห่งข้อตกลงความร่วมมือฉบับนี้

2.จัดตั้งคณะกรรมการบริหารโครงการ (รายละเอียดตามเอกสารโครงการ) เพื่อพิจารณาแผนงานรายปี รวมถึงการสนับสนุน กำกับ และการดำเนินการตามโครงการตามแผนงาน (รายละเอียดตามเอกสารโครงการ)

3.ร่วมมือและสนับสนุนการดำเนินกระบวนการทำงานอย่างมีส่วนร่วม ทั้งนี้การดำเนินการจะต้องปฏิบัติตามกฎหมายตามที่กล่าวไว้ในข้อที่ ๑ เงื่อนไขและข้อตกลง

ข้อ 6. ผลงานใดๆ ที่เกิดจากการดำเนินงานตามโครงการนี้ หากมูลนิธิสืบฯ จะนำไปใช้ประโยชน์เพื่อการใดๆ ต้องได้รับความยินยอมจากกรมป่าไม้ก่อน

มูลนิธิสืบนาคะเสถียร กรมป่าไม้
 

รับข่าวสาร


บทความที่เกี่ยวข้อง