• Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size

เห็นใจกรมป่าไม้

อีเมล พิมพ์ PDF

กรมป่าไม้ช่วงนี้มีคนต่อว่ากรมป่าไม้เยอะ ผมก็เคยคิดเช่นนั้น และพูดบ่อยๆ ว่าวันนี้ป่าประเทศไทยเหลือราวๆ 102 ล้านไร่กระจายไปตามแนวเขาที่เป็นต้นน้ำอยู่ในความดูแลของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ประมาณ 70 ล้านไร่ อยู่ในความดูแลกรมป่าไม้ ราวๆ 30 ล้านไร่ ซึ่ง 30 ล้านไร่ของกรมป่าไม้นี่น่าจะหมดแน่ๆ


ส่วนของกรมอุทยานฯ น่าจะพอไหว

ตอนแยกกรมเมื่อสิบกว่าปีที่แล้ว กำลังคน งบประมาณ ไปอยู่กรมอุทยานฯ เกือบหมด แต่นั่นก็ส่งผลให้อัตราการบุกรุกป่าของกรมอุทยานน้อยกว่ามาก เพราะมีการบริหารจัดการที่ง่ายกว่า มีคนมากกว่า งบประมาณมากกว่า มีหน่วยพิทักษ์ป่าของอุทยานครอบคลุมพื้นที่มากกว่า ประมาณว่าพื้นที่อุทยานหนึ่งอาจจะมีสิบหน่วย มีเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยละสิบคน มีนโยบายให้เดินตรวจตราลาดตระเวนพอสมควร

แต่กรมป่าไม้ในพื้นที่ดูแลเท่าๆ กันจะมีหน่วยเดียวเรียกว่าหน่วยป้องกันรักษาป่า มีกำลังคนเท่าๆ กับหน่วยพิทักษ์ป่าหน่วยเดียวของอุทยานและไม่มีความพร้อมในการออกตรวจตราลาดตระเวนเท่ากับของกรมอุทยานฯ

ทั้งสองกรมอยู่ในความดูแลของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

ถ้าจะรักษาป่า 102 ล้านไร่ให้ได้ ความเสี่ยงจะอยู่ที่ ส่วน 30 ล้านไร่ของกรมป่าไม้มากกว่า

ดังนั้น หากรัฐบาลจะหยุดเขาหัวโล้น ก่อนที่ประชาชนจะคิดไปปลูกป่า หรือใช้ระบบทหารไปยึดคืนพื้นที่ ถึงยึดมาในที่ที่กรมป่าไม้ดูแลก็ไม่มีกำลังจะดูแลได้

ก่อนจะคิดปลูกป่า ฟื้นฟูป่าที่ยากเย็นมาก ปลูกมาก็ได้ไม่เท่าไหร่เมื่อเทียบกับอีก 30 ล้านไร่ที่โดนทำลายอย่างง่ายดาย ต้องหาทางผลักดันเรียกร้องให้รัฐบาลใส่ใจที่จะช่วยเหลือ เพิ่มงบ เพิ่มคนให้กรมป่าไม้ และช่วยสนับสนุน ผลักดันให้เขาทำงานรักษาป่าให้ได้ จึงจะแก้ปัญหาพื้นฐานได้

ไม่งั้นเหมือนกับไปปลูกป่าได้ปีละไม่กี่ร้อยไร่ แต่เสียป่าไปราวๆ วันละร้อยสองร้อยไร่ ปีละล้านไร่

ที่ผ่านมาแล้วก็เป็นข้อผิดพลาดของอดีต อนาคตจะมีป่าได้ต้องหาทางช่วยกรมป่าไม้ให้ทำงานรักษาป่าให้ได้เป็นวาระสำคัญของรัฐบาล และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

เขียนเมื่อ 17 พฤษภาคม 2559 www.facebook.com/sasin.chalermlarp.9

กรมป่าไม้

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการแยกกรมป่าไม้กับกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่า และพันธุ์พืช เดิมงานด้านป่าไม้ทั้งหมด อันได้แก่ งานปลูกบำรุงป่า งานวนวัฒนวิจัย งานอุทยานแห่งชาติ งานทางด้านสัตว์ป่า งานต้นน้ำ และงานด้านป้องกันปราบปรามและไฟป่า เป็นต้น ล้วนอยู่กับกรมป่าไม้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (เดิมสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์) ทั้งสิ้น แต่เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2545 วุฒิสถาได้มีมติด้วยคะแนน 127 ต่อ 23 ให้แยกงานที่เกี่ยวกับป่าเศรษฐกิจและงานด้านอนุรักษ์และการคุ้มครองป่าไม้ออกจากกัน โดยให้งานทางด้านป่าเศรษฐกิจอยู่กับกรมป่าไม้ ส่วนงานด้านอนุรักษ์และการคุ้มครอง ให้ไปตั้งเป็นกรมขึ้นมาใหม่ และให้สังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (เป็นกระทรวงใหม่) ต่อมาได้มีพระราชกฤษฎีกา เล่มที่ 119 ตอนที่ 99 ก. ลงวันที่ 2 ตุลาคม 2545 ให้จัดตั้งกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ในสังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

 

 

รับข่าวสาร


บทความที่เกี่ยวข้อง