• Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
หน้าแรก อ่านข่าวย้อนหลัง ข่าว ประชาสัมพันธ์ วิสาหกิจชุมชนในผืนป่าตะวันตก ชุมชนอยู่ได้ ป่าก็อยู่ได้

วิสาหกิจชุมชนในผืนป่าตะวันตก ชุมชนอยู่ได้ ป่าก็อยู่ได้

อีเมล พิมพ์ PDF

ป่าตะวันตกปัญหาปากท้องของคนในปัจจุบัน โดยเฉพาะกลุ่มชุมชนที่ตั้งถิ่นฐานประชิดขอบป่า และอยู่ในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ (ตามมติ ครม. 30 มิ.ย. 2541) เป็นหนึ่งในตัวแปรสำคัญที่ทำให้ทรัพยากรลดลงอย่างรวดเร็ว เมื่อความหิวต้องฆ่าด้วยรายได้ และการใช้ทรัพยากสาธารณะเป็นต้นทุนที่ต่ำที่สุด พื้นที่ป่าหลายแห่งในประเทศไทยทั้งที่เป็นป่าสงวนและป่าอนุรักษ์จึงถูกบุกรุกอย่างรุนแรงไม่เว้นแม้แต่ผืนป่าตะวันตก ป่าผืนใหญ่และอุดมสมบูรณ์ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้


ด้วยสภาพที่เกิดขึ้น จึงเกิดแนวคิดที่ว่า การจะรักษาผืนป่าไว้ได้นั้นต้องรักษาชุมชนควบคู่กันไปโดยมีโจทย์สำคัญคือทำให้ชุมชนสามารถอยู่ร่วมกับป่าได้อย่างสันติสุข ไม่เบียดเบียนป่า ขณะเดียวกันชุมชนเองก็ต้องมีรายได้เพื่อเลี้ยงดูครอบครัว พร้อมๆ กับดึงชุมชนมาเป็นแนวร่วมในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ

จากแนวคิดดังกล่าว มูลนิธิสืบนาคะเสถียร จึงได้ร่วมกับ ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ทำโครงการ ‘ชุมชนวิถีชีวิตเป็นมิตรกับผืนป่าตะวันตก’ ขึ้นเพื่อสร้างรายได้ให้แก่ชุมชนในทางที่ไม่ไปเบียดเบียนเอาจากป่า โครงการดังกล่าวเริ่มต้นในปี พ.ศ. 2553 จนถึง 2558 ก่อให้เกิดกลุ่มอาชีพต่างๆ มากมายทั่วผืนป่าตะวันตก อาทิ การปลูกสมุนไพรอินทรีย์แทนที่พืชเชิงเดี่ยวเพื่อลดใช้สารเคมีในพื้นที่ต้นน้ำ โดยมีมูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศรเป็นผู้รับซื้อ การสร้างรายได้จากภูมิปัญญาการทอผ้าของแม่บ้านปกาเกอะญอในพื้นที่อุ้มผาง ส่วนฝ่ายพ่อบ้านก็ทำเครื่องจักสานออกขาย และยังมีการก่อตั้งบ้านเรียนรู้และศูนย์เรียนรู้ในผืนป่าตะวันตกหลายแห่งเพื่อเป็นตัวอย่างของการใช้พื้นที่ที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูง

ยุทธนา เพชรนิล หนึ่งในเจ้าหน้าที่ภาคสนามมูลนิธิสืบนาคะเสถียร ผู้มีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนโครงการชุมชนวิถีชีวิตเป็นมิตรกับผืนป่าตะวันตก บอกว่าการทำงานโครงการนี้จะเป็นกุญแจสำคัญในการแก้ไขปัญหาการบุกรุกป่าที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

อย่างไรก็ตาม แม้โครงการชุมชนวิถีชีวิตเป็นมิตรกับผืนป่าตะวันตกที่ดำเนินงานมาก่อนหน้าจะก่อให้เกิดรูปธรรมกลุ่มอาชีพที่เป็นมิตรกับผืนป่าขึ้นมาได้ แต่นั่นก็ยังเป็นก้าวเล็กๆ ของงานอนุรักษ์ในผืนป่าตะวันตกเท่านั้น

จากรูปธรรมของโครงการ ‘ชุมชนวิถีชีวิตเป็นมิตรกับผืนป่าตะวันตก’ ในวันนี้มูลนิธิสืบนาคะเสถียรได้ต่อยอดงานที่ทำมาตลอด 5 ปี จนเกิดเป็นโครงการใหม่ ชื่อว่า ‘โครงการพัฒนาวิสาหกิจชุมชนในผืนป่าตะวันตก’ โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณจาก ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) และ มูลนิธิทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ในการดำเนินโครงการ 5 ปี (พ.ศ. 2558 - 2562) โดยมีเป้าหมายที่จะให้ชุมชนในผืนป่าตะวันตกสามารถใช้ชีวิตได้อย่างสันติสุข พร้อมๆ กับการพัฒนากลุ่มเครือข่ายอาชีพต่างๆ ที่เคยส่งเสริมไปสู่ความเข้มแข็งและยั่งยืนด้วยตัวเอง โดยการบริหารจัดการในรูปแบบของวิสาหกิจชุมชน (หรือรูปแบบอื่นๆ ตามความเหมาะสม) ขณะเดียวกันในส่วนของมูลนิธิสืบนาคะเสถียรเองก็สามารถพัฒนาระบบการเงินขององค์กรไปสู่ความยั่งยืนขององค์กรด้วยเช่นกัน
.
.
ยุทธนา เพชรนิล
ยุทธนา เพชรนิล ผู้จัดการโครงการพัฒนาวิสาหกิจชุมชนในผืนป่าตะวันตก
.
.
ยุทธนา เพชรนิล เจ้าหน้าที่ภาคสนามมูลนิธิสืบนาคะเสถียร ที่ขยับตำแหน่งขึ้นมาเป็นผู้จัดการโครงการพัฒนาวิสาหกิจชุมชนในผืนป่าตะวันตก บอกว่าความยั่งยืนนี่ล่ะที่จะเป็นกุญแจดอกต่อไปในการไขปัญหาเรื่องการบุกรุกพื้นที่ป่าในอนาคต

“วันนี้เราไม่ได้ส่งเสริมแค่อาชีพที่เป็นมิตรกับผืนป่า แต่เป็นการเสริมกระบวนการต่างๆ ที่จะให้ชุมชนสามารถทำอาชีพเป็นมิตรกับผืนป่าอย่างไรให้ยั่งยืน งานในตอนนี้จึงเน้นไปในเรื่องให้ชุมชนเกิดความเข็มแข็งพัฒนาไปสู่รูปแบบงานวิสาหกิจชุมชนหรือรูปแบบอื่นๆ ที่สามารถทำให้ชุมชนอยู่ได้ควบคู่ไปกับการดูแลทรัพยากรของชุมชนเองด้วย”

โดยแผนงาน ​‘โครงการพัฒนาวิสาหกิจชุมชนในผืนป่าตะวันตก’ ระบุไว้ว่า ในระยะเวลา 5 ปีนี้ จะต้องหนุนเสริมเครือข่ายอาชีพของชุมชนที่มีอยู่ให้เกิดความเข็มแข็ง และมีกระบวนการจัดการตนเองในรูปแบบของสหกรณ์หรือวิสาหกิจชุมชน พร้อมทั้งพัฒนาแกนนำกลุ่มอาชีพต่างๆ ให้มีศักยภาพในการบริหารจัดการกลุ่มด้วยตัวเอง และมีการส่งเสริมงานมีส่วนร่วมด้านการอนุรักษ์ของชุมชนสู่การจัดการพื้นที่คุ้มครองอย่างยั่งยืน

ซึ่งหมายความว่าในอนาคต ชุมชนจะสามารถประกอบอาชีพเป็นมิตรกับผืนป่าได้โดยตัวชุมชนเองโดยไม่ต้องมีมูลนิธิสืบนาคะเสถียรเป็นพี่เลี้ยงอีกต่อไป

“เราหวังว่าชุมชนจะสามารถพึ่งตนเองได้ สามารถมีผลิตภัณฑ์สร้างรายได้ของตัวเอง ทั้งที่เราช่วยคิดและชุมชนคิดเอง อาจเป็นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ร่วมกันก่อน พอชุมชนเริ่มผลิตได้ด้วยตัวเอง สินค้าขายได้ดี ก็ได้รับผลตอบแทนอย่างยั่งยืน มีชีวิตที่สงบสุข ที่สำคัญคือใช้พื้นที่ในการผลิตเล็กน้อยแต่พอมีพอกิน ตรงนี้เราพยายามเอาหลักเศรษฐกิจพอเพียงเข้าไปจับ ให้ชุมชนรู้สึกว่ามีแค่ไหนถึงจะพอแล้ว เพื่อจะไม่ส่งผลเสียต่อทรัพยากร ตรงนี้ยังเป็นเรื่องที่ต้องหาจุดลงตัวให้พอดี”
.
.

สมุนไพร
การส่งเสริมให้ชุมชนปลูกพืชสมุนไพรอินทรีย์ เป็นหนึ่งในกิจกรรมที่มูลนิธิสืบนาคะเสถียรผลักดัน
เพื่อให้ชุมชนสามารถลดใช้สารเคมีซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อทั้งสิ่งแวดล้อมและตัวผู้ประกอบอาชีพเอง
โดยงานสมุนไพรมีมูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศรเป็นผู้รับซื้อวัตถุดิบจากเกษตรกร
.
.

ขณะเดียวกันนอกจากชุมชนจะสามารถอยู่ได้แล้ว กรอบของโครงการพัฒนาวิสาหกิจชุมชนในผืนป่าตะวันตกอีกมิติหนึ่งยังย้อนกลับมาหาตัวองค์กรเองอีกด้วย

ผู้จัดการโครงการอธิบายในส่วนนี้ว่า “ในอนาคตมูลนิธิสืบนาคะเสถียรเป็นองค์กรที่ทำธุรกิจในเชิงสร้างสรรค์ เราจะมีผลิตภัณฑ์ที่ทำร่วมกับชุมชน เป็นการพัฒนารูปแบบผลิตภัณฑ์สินค้าที่ระลึกในอนาคตเพื่อพัฒนาฐานรายได้ขององค์กรไปสู่ความยั่งยืนด้วยตัวเองเช่นกัน เพื่อที่มูลนิธิสืบนาคะเสถียรจะสามารถทำงานเพื่ออนุรักษ์ทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมของประเทศสืบต่อไปในอนาคต

4 กิจกรรมหลัก โครงการพัฒนาวิสาหกิจชุมชนในผืนป่าตะวันตก
กาแฟรักษาป่าต้นน้ำทีลอซู
เพื่อเป็นการป้องกันมิให้ผืนป่าต้นน้ำสายสำคัญอย่างแม่น้ำแม่กลองอันมีจุดกำเนิดอยู่ที่ชุมชนแม่กลองน้อย อ.อุ้มผาง ถูกทำลาย จึงมีแนวคิดส่งเสริมให้ชุมชนปลูกกาแฟเพื่อสร้างรายได้แทนที่การปลูกพืชเชิงเดี่ยว และยังเป็นการลดใช้สารเคมีที่จะปนเปื้อนลงแหล่งน้ำ อีกทั้งกาแฟเป็นพืชที่ต้องการร่มเงาทำให้มีการปลูกต้นไม้จำนวนมากเพื่อสร้างร่มเงาให้กับกาแฟและเป็นการเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้แก่ชุมชน

ปัจจุบัน ภายใต้โครงการพัฒนาวิสาหกิจชุมชนในผืนป่าตะวันตก กาแฟรักษาต้นน้ำแม่กลองแห่งนี้กำลังค่อยๆ พัฒนาแบรนด์ของตัวเองในนาม “กาแฟทีลอซู” โดยยึดเอาชื่อน้ำตกสำคัญในอ.อุ้มผางมาตั้ง เพื่อแสดงถึงความสมบูรณ์ของสายน้ำที่เกิดจากการรักษาป่า

วิถีการทอผ้าสู่ผ้าทอจอมป่า
แต่เดิมชาติพันธุ์กะเหรี่ยงในผืนป่าตะวันตกจะทอผ้าไว้สวมใส่เอง ก่อนที่จะเลิกทอและหันมาซื้อแบบสำเร็จรูป มูลนิธิสืบนาคะเสถียรเห็นว่าการทอผ้าเป็นภูมิปัญญาที่ควรรักษา ทั้งยังช่วยลดรายจ่ายให้แก่ครัวเรือน จึงชักชวนกลุ่มชาวบ้านฟื้นฟูวิถีการทอผ้าให้กลับคืนสู่ชุมชน ซึ่งนอกจากช่วยลดรายจ่ายแล้ว ผ้าที่ทอยังขายเพื่อเพิ่มรายได้ให้กับครอบครัวอีกทางหนึ่ง

ปัจจุบันผ้าทอจอมป่าได้เพิ่มช่องทางขายบนระบบออนไลน์ ผ่านทางเฟสบุ๊คแฟนเพจ “ผ้าทอ จอมป่า - ผลิตภัณฑ์ชุมชนในผืนป่าตะวันตก”

สมุนไพรอินทรีย์ ดูแลสุขภาพคนและสุขภาพป่า
มูลนิธิสืบนาคะเสถียรร่วมกับมูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ทำโครงการสมุนไพรอินทรีย์ในผืนป่าตะวันตก เพื่อเป็นทางเลือกในการประกอบอาชีพให้กับชุมชนในการเพิ่มรายได้ โดยการบริหารจัดการใช้ที่ดินน้อยกว่าพืชเชิงเดี่ยว ด้วยการส่งเสริมให้ปลูกและแปรรูปสมุนไพรหลายชนิดเพื่อเป็นวัตถุดิบสมุนไพรส่งให้กับมูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร และนำระบบ “เกษตรอินทรีย์” มาเป็นวิธีหลักในการขับเคลื่อนโครงการ ส่งผลดีต่อทั้งสุขภาพคน และสุขภาพป่า

บ้านเรียนรู้และศูนย์เรียนรู้ ห้องเรียนแห่งผืนป่า
จากการหนุนเสริมอาชีพวิถีชีวิตเป็นกับผืนป่าในชุมชนทั่วทั้งผืนป่าตะวันตก ทำให้เกิดรูปธรรมว่าคนสามารถอยู่ร่วมกับป่าได้อย่างสันติสุข ซึ่งได้ถอดมาเป็นโมเดลของ “บ้านเรียนรู้” คือ ครอบครัวนำร่องที่เป็นอย่างการใช้ชีวิตอย่างเป็นมิตรกับผืนป่า “และศูนย์เรียนรู้” อันเป็นสถานที่ถ่ายทอดองค์ความรู้ให้แก่ผู้สนใจได้เข้ามาศึกษารูปแบบและวิธีการการอยู่ร่วมกับป่าอย่างสันติสุข ดังแนวคิดว่าที่ว่า “คนอยู่ได้ ป่าอยู่ได้ สัตว์ป่า ก็อยู่ได้”

ยุทธนา เพชรนิล
.
มูลนิธิสืบนาคะเสถียร

ผู้เขียน เอกวิทย์ เตระดิษฐ์ ฝ่ายสื่อสารองค์กร

 

 

รับข่าวสาร


บทความที่เกี่ยวข้อง